ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 474 เสี่ยวโยว…บริกรคนงาม
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 474 เสี่ยวโยว…บริกรคนงาม
หนานกงเสวียนหูตอนนี้ยังเศร้าโศกและเจ็บปวดจากการต้องสูญเสียหนานกงเสวียนเย่อผู้
เป็นพี่ชายไป
เมื่อลูกน้องมารายงานว่าหนานกงอู่เซวียกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ ดวงตาของหนานกงเสวียนหูก็
เบิกโพลง รูจมูกเบิกกว้างด้วยความโกรธ เขาดบพนักเก้าอี้ที่นั่งอยู่ฉาดใหญ่ พลังปราณเที่ยงแท้
อันแข็งแกร่งทำให้เก้าอี้หังทลายจนไม่เหลือขิ้นดี
“ไอ้สารเลวนั่นยังมีหน้ากลับมาอีกหรือ พี่ชายใหญ่ของข้าต้องสิ้นชีวิตไปในดินแดนเร้นลับ
แล้วเหตุโดไอ้คนบัดขบนี่จึงยังมีชีวิตอยู่” หนานกงเสวียนหูแผ่จิตสังหารแรงกล้าออกมาก่อนจะนำ
ลูกน้องจำนวนหนึ่งเดินออกจากโถงใหญ่
หนานกงอู่เซวียก้าวอาดๆ เข้าไปหากลุ่มของหนานกงเสวียนหู
เส้นผมสีแดงที่ปลิวไสวในสายลมดูราวกับเป็นเปลวเพลิงคลั่ง
ความน่าเกรงขามของหนานกงเสวียนหูน่าสะพรึงกลัวยิ่ง ทุกๆ ก้าวที่เขาเหยียบย่างส่งให้
แผ่นดินสั่นไหว เศษควันเศษฝุ่นลอยฟุ้ง พลังรัศมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โข่สองเส้นปรากฏอยู่
เบื้องหลังเขา
“หนานกงอู่เชวีย … กล้าดีอย่างไรถึงกลับมาเหยียบที่นี่ ไม่อยากมีชีวิตต่อแล้วหรือ”
หนานกงเสวียนหูตะโกนด้วยเสียงอันดัง เสียงของเขาเหมือนเสียงกลองที่สะท้อนก้องไปทั้ง
คฤหาสน์ดระกูลหนานกง
หนานกงหวั่นลูกคุมขังอยู่ในห้องขนาดเล็กตกแต่งเรียบๆ เมื่อเสียงตะโกนของหนานกง
เสวียนหูก้องเข้ามาถึงหูนาง นางถึงกับต้องเปิดดาคู่สวยขึ้น ขนดายาวสวยสั่นไหวเล็กน้อย หนาน
กงอู่เชวียกลับมาทำไมกัน
เขาเอาชนะหนานกงเสวียนเย่อและน้องขายอีกคนได้แล้วหรือ
หัวใจของหนานกงหวั่นเปี่ยมความกังวล เพราะนางไม่รู้เลยว่าทั้งหนานกงเสวียนเอ่อและ
หนานกงเสวียนอิงสิ้นชีพหมดแล้ว
คฤหาสน์ตระกูลหนานกงกว้างใหญ่ไพศาล มีเรือนใหญ่น้อยมากมายอยู่ภายในและยังมีลำ
สายธารไหลผ่าน บรรยากาศเงียบสงบรีนรมย์เป็นอย่างมาก
ทันทีที่หนานกงอู่เซวียก้าวเข้ามา เขาก็สัมผัสได้ถึงความเข้มงวดที่แผ่อยู่ในอากาศขึ่งทำให้
ต้องหยีดาลงอย่างไม่ตั้งใจ
ทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามา ผู้คุ้มกันบางคนที่อยู่ห่างออกไปก็เริ่มตื่นกลัว พวกเขาหันหลัง
แล้ววิ่งหนี ไม่แม้แต่จะพยายามขวางหนานกงอู่เซวีย ทำตัวเหมือนเห็นอสูรร้ายน่าสะพรึงกลัวก็ไม่
ปาน
หนานกงอู่เซวียยกมุมปากขึ้นก่อนจะจ้องหนานกงเสวียนหูอย่างใจเย็น แม้อีกฝ่ายจะมีพลัง
รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาก็ตาม คนผู้นี้เป็นถึงยอดฝีมือที่ทำลายโข่ดรวนขั้นเขียนเทพได้
แล้วถึงสองขึ้น นับเป็นขั้นปราณที่แข็งแกร่งยิ่ง
แต่หนานกงอู่เซวียก็ไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด เพราะตนเองก็เป็นยอดฝีมือที่ทำลาย
โข่ดรวนขั้นเขียนเทพได้ถึงสองขึ้นเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งทะลวงขั้นปราณมาได้ไม่นาน
แต่ก็เป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง หากเขาไม่อาจเอาชนะคนที่มีปราณระดับเดียวกันได้ … จะเรียกว่า
อัจฉริยะให้เปลืองปากไปทำไม หนานกงอู่เซวียยังคงมั่นโจในตนเองแม้ว่าจะเสียเปลวเพลิงอัคนี
แห่งสวรรค์และปฐพีไปแล้วก็ตามที
หนานกงเสวียนหูตกตะลึงและหวาดผวาเมื่อหนานกงอู่เซวียแสดงระดับปราณออกมา “ไอ้
คนบัดชบนี่มันทำลายโข่ดรวนขั้นเขียนเทพได้อีกชิ้นแล้วหรือ ดูเหมือนว่าจะได้โชคลาภมามากใน
ดินแดนเร้นลับสินะ … ”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หนานกงเสวียนหูก็รู้สึกเศร้ากว่าเก่า พี่ชายของเขาหนานกงเสวียนเย่อ
ตายอย่างน่าอนาถในดินแดนเร้นลับ แต่เจ้าหนุ่มนี่กลับได้รับโชคลาภจนบรรลุขั้นปราณได้
การเปรียบเทียบคนสองคนนี่ช่างน่ารำคาญใจเสียจริง!
ยิ่งเขารู้สึกเช่นนี้มากเท่าใด ก็ยิ่งอยากสังหารหนานกงอู่เซวียมากขึ้นเท่านั้น
“ตาย!” หนานกงเสวียนหูตะโกนก่อนจะพุ่งเข้าใส่หนานกงอู๋เซวีย
ดวงดาของหนานกงอู่เซวียเย็นเยียบประดุจน้ำแข็ง ในที่สุดก็ได้เวลาสะสางบัญชีเลือดกับ
ทุกๆ สิ่งที่พวกมันทำไว้กับเขา
ดายเสีย!
ทั้งคู่ไม่ได้ใช้ทักษะหวือหวาเพียงแค่พุ่งเข้าใส่กันเท่านั้น การต่อสู้ครั้งนี้ทั้งป่าเือนและ
หยาบกระด้างเพราะเป็นการห้ำหั่นกันด้วยกำปั้น พลังปราณเที่ยงแท้พลุ่งพล่านออกมาจากกาย
ของคนทั้งคู่พร้อมเสียงครืนสะท้อนดังสนั่น
โข่ของทั้งสองปลิวไสวไปในอากาศ พวกเขาเริ่มต่อสู้แลกหมัดกัน และทุกการโจมดีก็ทำให้
พื้นดินสั่นสะเทือน
ผู้คุ้มกันของคฤหาสน์ตระกูลหนานกงเฝ้าจับตามองการต่อสู้ของทั้งสองอย่างตื่นกลัว
พวกเขาไม่กล้าเข้าร่วมเพราะระดับปราณนั้นห่างชั้นเกินไป ทำได้เพียงรอคอยผลลัพธ์สุดท้ายของ
การต่อสู้อยู่ไกลๆ
ภายในร้านอาหารหมอกเมฆา ลูกค้าต่อแถวยาวเพื่อจะเข้าร้านอย่างรื่นเริง
พวกเขาไม่คาดคิดแม้แต่น้อยว่าสตรีสวยสง่าผมดำยาวนางนั้นจะกลายมาเป็นบริกรในร้าน
เรื่องนี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นมาก ราวกับว่าพวกเขาถูกฉีดเลือดไก่ให้ก็ไม่ปาน
แต่พวกเขาส่วนใหญ่ก็รู้สึกกลัวเพราะเสี่ยวโยวนั้นช่างเย็นชาและไม่แยแส แต่แม้จะกลัว
ลูกค้าบางคนก็รู้สึกตื่นเด้นกับลักษณะนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์ของนาง
ทุกคนมารุมล้อมและพยายามจะพูดคุยกับนาง นัยน์ตาของพวกเขากวาดมองร่างกายของ
นางทั้งบนและล่าง โดยเฉพาะเรียวขาอันงดงาม … มันดึงดูดสายตาได้มากมายนัก
เสี่ยวโยวยืนนิ่งๆ อย่างใจเย็น นัยน์ดาสีดำของนางกวาดมองไปยังทุกคนที่มองนาง ตอนนี้
สายตาลึกล้ำยากหยั่งถึงยิ่งนัก นางไม่ค่อยสบอารมณ์กับสายตาแทะโลมสักเท่าใด อันที่จริงแล้ว
ออกจะเกลียดเสียด้วยซ้ำ
คลื่นปราณเที่ยงแท้สีดำสนิทไหลบ่าออกมาจากกายนาง ก่อนที่นางจะเผยอริมฝีปาก
สีกุหลาบแล้วตะโกนด้วยเสียงเย็นชาขิ่งสะท้อนก้องไปทั่วร้าน
“สั่งอาหาร … หากไม่สั่งก็ไสหัวไป” คำพูดของนางช่างรวบรัดตรงประเด็นยิ่งนัก
นิสัยเย็นชาเช่นนี้ของนางยิ่งทำให้ลูกค้าสนใจแถมยังรู้สึกประทับใจกับเทพธิดาผู้เย็นชา
ขึ้นไปอีก
พวกเขามองว่านิสัยเย็นชาไม่แยแสของเสี่ยวโยวนั้นแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นกว่านิสัย
น่ารักน่าเอ็นดูของหนานกงหวั่น นิสัยเย่อหยิ่งไม่สุงสิงกับใครทำให้ความปรารถนาในใจของ
ทุกคนลุกโชน พวกเขาหมายจะครอบครองหัวใจนาง
ลูกค้าคนหนึ่งลูกขึ้นยืนพลางหัวเราะคิกคัก เขาเดินไปข้างๆ เสี่ยวโยวก่อนจะทำดาหยีแล้ว
กล่าวขึ้น “สั่งอาหารอย่างนั้นหรือ ข้าจะสั่งแน่ แต่ว่าน้องสาวคนสวย … ข้าสงสัยว่าเจ้าจะมาดื่มกับ
ข้าและเพื่อนสนิทลักสองสามจอกได้ไหม”
ดื่มสองสามจอกอย่างนั้นหรือ
ผมสีดำยาวของเสี่ยวโยวสะบัดขึ้น ขณะที่สายตาเย็นชาจับจ้องไปยังนัยน์ตาของลูกค้า
จมูกของเจ้าดำที่ดอนนี้นอนอยู่ใต้ต้นตื่นรู้ทางห้าสายกระดุก มันลืมดาที่ง่วงงุนขึ้นแล้ว
บังเอิญเห็นลูกค้าที่รนหาที่ จากนั้นเจ้าหมาอ้วนก็หาว สะบัดศีรษะครั้งหนึ่งก่อนจะกลับไปนอนต่อ
‘คิดจะจีบหญิงสาวจากยมโลกหรือ คิดว่าตนเองเป็นใครกัน’
รอยยิ้มบนใบหน้าของลูกค้าหื่นหายไปเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันที่ทั้งมหาศาลและ
น่าสะพรึงกลัวราวภูเขาสูงใหญ่ สีหน้าหื่นกระหายจางวับไปในพริบดา
เทพธิดาผู้เย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นนางปีศาจโนชั่วพริบดา
พลังกดตันมหาศาลทำให้หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงรุนแรง เพียงจะหายใจก็ยากเย็นเป็น
สตรีนางนี้ … นางน่ากลัวเกินไปแล้ว
ยิ่งนัก
สตรีนางนี้ … นางน่ากลัวเกินไปแล้ว
เสี่ยวโยวยกฝ่ามือขาวและเรียวยาวขึ้นมา ก่อนจะคว้าคอลูกค้าคนนั้นเอาไว้
เขารู้สึกราวกับว่าขนทั่วร่างลุกชันเมื่อมือของเทพธิดาผู้เย็นชาจับโดนคอเขา มือนั้นให้
ความรู้สึกเหมือนภูเขาน้ำแข็งอายุหมื่นปี ผิวหนังของลูกค้าผู้นี้เย็นติกทันทีที่นางสัมผัสโดน
นางเป็นอสุรากายประเภทใดกัน
ลูกค้าคนนั้นรู้สึกราวกับว่าเงาแห่งความดายได้คืบคลานมาถึงตัวแล้ว ความดายที่ใกล้
เข้ามาทำให้เขาตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว
ลูกค้าที่รายล้อมอยู่พากันตกใจเพราะการกระทำของเสี่ยวโยว พวกเขาไม่รู้เลยว่าเทพธิดา
หน้าตาสวยสะจะน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
“เจ้า … ปล่อยข้านะ!” ลูกค้าคนนั้นตะโกนด้วยความกลัว
แทนที่จะปล่อยมือ นัยน์ดาสีดำของเสี่ยวโยวกลับดำขึ้นกว่าเก่า แถมมือของนางยังทรงพลัง
ยิ่งขึ้น ลูกค้าคนนั้นถึงกับจุกหน้าแดง ภายในร่างกายถูกพลังกดดันเล่นงานไม่ต่างกัน!
เอาเข้าจริงเขาเป็นยอดฝีมือขั้นเขียนเทพ เหตุโดจึงกลายมาเป็นเด็กอมมือต่อหน้าสตรีนาง
นี้ได้ นางมาจากที่ใดกัน แล้วหากนางแข็งแกร่งจริงๆ ทำไมจึงมาทำงานเป็นบริกรเล่า
ขั้นปราณของเสี่ยวโยวนั้นกระทั่งปู้ฟางก็ยังไม่รู้
ภายในร้านอาหาร มีเพียงเจ้าดำที่รู้ถึงพลังที่แท้จริงของหญิงสาวจากยมโลก …
ปู้ฟางยังไม่เคยเห็นเสี่ยวโยวแสดงจำนวนโข่ตรวนที่นางทำลายได้ ชายหนุ่มไม่เคยเห็นพลัง
ที่แท้จริงของนาง แต่เขาก็ไม่ใคร่จะสนใจเท่าใด เพราะอย่างไรนางก็เป็นบริกรของเขาแล้ว
ลูกค้าคนที่ลูกเสี่ยวโยวบีบคอรู้สึกราวกับว่าใกล้พบเจอกับวาระสุดท้ายของชีวิตในไม่ช้า
ชีพจรของเขาแผ่วลงทุกขณะ เขาจะมาดายที่นี่จริงๆ หรือ
สิ่งเดียวที่เขาทำคือจีบสตรีนางหนึ่ง … ทำไมเขาถึงต้องมาดายเพราะเหตุนี้ด้วย ชีวิตช่าง
โหดร้ายเสียเหลือเกิน
ท้ายที่สุดหญิงสาวจากยมโลกก็ไม่ได้สังหารเขา เมื่อเขาดาเหลือกแล้วสลบไป นางก็ปล่อย
เขาลง
ดวงตาของลูกค้าคนที่ตกกระแทกพื้นแดงก่ำ พยายามอ้าปากหอบหายใจ
จากนั้นก็หันหลังวิ่งออกจากร้านอย่างไม่รีรอ ท่าทางน่าเวทนาของเขาขณะกำลังหนี
หัวขุกหัวขุนทำเอาคนอื่นๆ ต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
ดวงตาเย็นเยียบของเสี่ยวโยวกวาดผ่านทุกคน
ทุกคนที่ถูกมองรู้สึกราวกับว่าฤดูหนาวมาถึงแล้วเพราะมีลมหนาวพัดผ่านหัวใจไประลอก
ใหญ่ พวกเขารู้สึกราวกับว่าหัวใจแทบแข็งอยู่รอมร่อ
“เถ้าแก่ ขอข้าวผัดไข่จานนึง!”
“ขี่โครงเปรี้ยวหวาน! เอาซี่โครงเปรี้ยวหวานแสนอร่อยมาหนึ่งที่!”
“พวกเรามาที่นี่เพื่อจะกินอาหาร เจ้าจะก่อปัญหาทำไมเล่า เอาพระกระโดดกำแพงมา
ชามหนึ่ง!”
ซ้ำ
ลูกค้าที่ถูกเสี่ยวโยวจ้องมองรู้สึกสั่นไหวในใจด้วยความกลัว ทุกคนรีบสั่งอาหารอย่างไม่รอ
สตรีนางนี้น่าสะพรึงกลัวเกินไป … หากอยากเกี้ยวพาราสีนาง พวกเขาก็ควรคิดเสียก่อนว่า
มีชีวิตเหลือเพียงพอหรือไม่
เสี่ยวโยวฟังรายการอาหารที่สั่งมาด้วยใบหน้าเฉยเมย ก่อนจะหันหลังแล้วเดินไปข้างหน้า
ด้วยขาเรียวยาว เท้าที่เปล่งประกายของนางก้าวฉับๆ ไปยังห้องครัว เมื่อนางมาถึงหน้าต่าง
ด้านหน้าครัว นางก็จ้องปู้ฟางขึ่งก็จ้องตอบใบหน้าเย็นชาและงดงามของนางผ่านหน้าต่างเช่นกัน
เสี่ยวโยวยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าหน้าต่าง นางไม่ได้พูดอะไรอยู่พักใหญ่ นางควัดสายดาดำสนิท
ไปมา มองปู้ฟางอยู่ครู่ใหญ่ อึดใจต่อมานางก็หันหลังเดินหนีออกมา
ใบหน้าของชายหนุ่มสับสน เขาไม่เข้าใจว่านางทำสิ่งใดอยู่
แต่หากเทียบกันแล้วบรรดาลูกค้าต่างก็ลับสนและอึ้งกว่ามาก พวกเขาถอนใจยาวออกมา
เมื่อเสี่ยวโยวเดินออกไป แต่ก่อนจะทันได้ผ่อนคลายกัน นางก็กลับมาใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังแผ่พลัง
รุนแรงยิ่งกว่าเก่าด้วย
ผมดำยาวของเสี่ยวโยวปลิวไสวขณะพูดประโยคเย็นชาออกจากปาก
“พูดทวนอีกครั้ง … อาหารทั้งหมดที่พวกเจ้าสั่งไป”
เหล่าลูกค้าถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ แต่ขณะที่กำลังอึ้งอยู่นั้น พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงจิดสังหารอัน
เย็นเยียบที่เล็งมาบนกาย
บัดขบ! การสั่งอาหารกลายเป็นการเสี่ยงดายถึงขั้นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน
การที่เจ้าจำอาหารไม่ได้มันเป็นปัญหาของเจ้า! จะมาโทษพวกเราได้อย่างไร
บรรดาลูกค้าต่างอยากจะร้องไห้ แต่เมื่อสายตาของเสี่ยวโยวกวาดผ่านพวกเขา ทุกคนก็
ต้องเก็บอาการไว้ แล้วทวนรายการอาหารอย่างว่าง่าย
นัยน์ดาของเสี่ยวโยวส่องประกายขณะฟัง นางยกนิ้วสวยเรียวยาวขึ้นขณะพยายามจำทุกสิ่ง
ที่ลูกค้าสั่ง
สาม”
หลังจากรู้สึกว่าจำได้แล้ว นางก็หันหลังเดินกลับไปยังหน้าต่างครัว
“ข้าวผัดไข่ … สอง ขี่โครงเปรี้ยวหวาน … สาม พระกระโดดกำแพงหนึ่ง เนื้อน้ำแดง … สะ …
มุมปากของปู้ฟางกระดุกขณะจ้องมองเสี่ยวโยว ผู้ที่กำลังโบกนิ้วไปมา นางโบกนิ้วไปใน
อากาศขณะละล่ำละลักรายการอาหารของลูกค้าออกมา
หญิงสาวจากยมโลกผู้ทรงพลังจำชื่ออาหารบางชนิดไม่ได้!
ขณะหวนนึกถึงโอวหยางเสี่ยวอี้ผู้ที่ร่ายรายการอาหารได้คล่องแคล่วราวเสียงดนตรี ปู้
ฟางก็แทบจะร้องไห้ออกมา ชายหนุ่มไม่ควรเปรียบเทียบคนทั้งคู่ด้วยช้ำเพราะดูจะเป็นการ
โหดร้ายกับโอวหยางเสี่ยวอี้มากเกินไป
ทันทีที่นางถ่ายทอดรายการอาหารจบ หญิงสาวจากยมโลกก็จ้องมองปู้ฟางนึ่งอยู่อย่างนั้น
“เอาละ … พอข้าทำอาหารเสร็จ ข้าจะวางไว้ตรงนี้ เจ้าแค่ยกไปให้ลูกค้าก็พอ” ปู้ฟางกล่าว
เสี่ยวโยวพยักหน้าให้ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็ตาม
นางหันหลังกลับไปมองลูกค้า ทุกคนแทบกระโดดโหยงด้วยความกลัวเมื่อสายตาของนาง
กวาดผ่าน
อย่าเข้ามานะ … พวกเราไม่ได้ยั่วยุอะไรเจ้าเลย …
ลูกค้าทุกคนต่างพากันกลัวการเผชิญหน้ากับหญิงสาวจากยมโลก
เสี่ยวโยวหยุดจ้องลูกค้าก่อนจะหันมายืนอยู่ตรงหน้าต่างครัว นางเฝ้ารอปู๋ฟางอย่างอดทน
พอปู้ฟางทำข้าวผัดไข่เสร็จ เขาก็เอามาวางบนหน้าต่าง
นัยน์ดาดำสนิทของเสี่ยวโยวลุกโชนทันทีที่เห็นข้าวผัดไข่ควันฉุยตรงหน้า
ปู้ฟางถึงกับผงะเมื่อเห็นนัยน์ดาที่ลุกโชนของนาง มุมปากของเขากระดุกทันทีเพราะสัมผัส
ได้ว่าเหตุการณ์ร้ายแรงกำลังจะอุบัติขึ้น