ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 302 หลอกเด็กน้อย
ตอนที่ 302 หลอกเด็กน้อย
………………..
เมื่อแตงโมถูกผ่าออก กลิ่นหอมสดชื่นของเนื้อด้านในก็โชยเข้าจมูกมาเป็นระลอก
ฉินเหยาจำไม่ได้แล้วว่าตนเองกินแตงโมครั้งล่าสุดเมื่อใด ดูเหมือนจะเป็นความทรงจำที่ห่างไกลอย่างยิ่ง
ทว่าเมื่อกลิ่นหอมหวานสดชื่นอันคุ้นเคยนี้ฟุ้งกระจายออกมาก็กระตุ้นความอยากในกายนางทันที
ไม่สนใจจะตอบคำถามของหลิวต้าฝูที่ว่า “เหตุใดแตงในมือเจ้าจึงแดงเช่นนี้” ฉินเหยาก็ก้มหน้าลงกัดแตงโมครึ่งลูกในมือคำใหญ่
พอเข้าปากก็สัมผัสได้ถึงความกรอบเต็มคำ น้ำแตงโมชุ่มฉ่ำ หวานสดชื่นอย่างยิ่ง กลืนลงไปคำหนึ่ง ความร้อนอบอ้าวก็พลันหายไปในทันที!
ฉินเหยากัดอีกสองคำใหญ่ รู้สึกว่าความแห้งผากในลำคอได้รับการบรรเทาจนถึงที่สุดแล้วจึงค่อยคายเมล็ดแตงโมในปากออกมา ถอนหายใจแผ่วเบาอย่างสบายใจแล้วยื่นอีกครึ่งหนึ่งให้หลิวต้าฝู
“รีบชิมเร็ว หวานกรอบ อร่อยจนท่านแทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปเลยล่ะ!”
คำพูดนี้ของฉินเหยาหาได้เกินจริงแม้แต่น้อย นางคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคุณภาพของเมล็ดแตงโมนี้จะดีถึงเพียงนี้ เดิมทีคิดว่าจะปลูกได้แตงโมที่ไม่แดงไม่หวาน คาดไม่ถึงว่าผลที่ออกมาแม้จะไม่ใหญ่ แต่สีและรสชาติกลับดีเยี่ยมเพียงนี้
เห็นหลิวต้าฝูลังเลรับแตงโมไปเตรียมจะกัด ฉินเหยาจึงรีบเตือน “เมล็ดสีดำนี่อย่ากลืนนะ จำไว้ว่าต้องคายออกมา”
หลิวต้าฝูพยักหน้าแสดงออกว่ารู้แล้ว พอรับแตงโมมาไว้ในมือ กลิ่นหอมหวานสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์ก็โชยเข้าจมูก เขารู้ได้ทันทีว่านี่ต้องเป็นผลไม้ที่อร่อยแน่
เมื่อลองชิมไปคำหนึ่ง ดวงตาพลันเบิกกว้าง มองไปยังฉินเหยาด้วยความประหลาดใจระคนยินดี
ฉินเหยากินแตงโมไปพลางยิ้มถาม “เป็นอย่างไร อร่อยมากใช่หรือไม่”
หลิวต้าฝูพยักหน้าหงึกๆ เขาวิ่งมาหาฉินเหยาตอนเที่ยงวันเพื่อปรึกษาเรื่องค่าแรงในการสร้างถนน ถูกแดดเปรี้ยงเหนือศีรษะเผาจนเหงื่อท่วมตัว บัดนี้ได้กินแตงโมหวานฉ่ำน้ำคำหนึ่งลงไปก็รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งขึ้นมาทันที
พอดีกับมีลมโชยมาจากผิวน้ำ ทั้งสองจึงถอยไปยังใต้พงหญ้าริมคันนา อาศัยร่มเงาใต้พงหญ้า รับลมไปพลางกินแตงโมไปพลาง ช่างเป็นชีวิตที่มีความสุขยิ่งนัก
แตงโมครึ่งลูก หลิวต้าฝูกินหมดเกลี้ยงคนเดียว เปลือกที่เหลือก็เก็บไว้ เพราะเมื่อครู่เขาได้ลองชิมแล้ว เปลือกนี่ยังกรอบหวานเลย
ฉินเหยาแนะนำให้เขานำกลับไปปอกเปลือกแข็งด้านนอกสุดออก หั่นเป็นชิ้นแล้วผัดกิน “เป็นอาหารอร่อยจานหนึ่งได้เลย”
“เปลือกยังใช้ทำกับข้าวได้ด้วยรึ” หลิวต้าฝูประหลาดใจอย่างยิ่ง มองดูเปลือกแตงโมในมือแล้วมองดูแตงโมลูกเล็กใหญ่ในแปลง อยากจะเอ่ยปากขอสักลูกจากฉินเหยาเพื่อนำกลับบ้านไปให้คนในครอบครัวคลายร้อน
ฉินเหยาชูสองนิ้ว “ลูกละสองร้อยเหวิน ครึ่งลูกเมื่อครู่นี้เห็นแก่ความสัมพันธ์ของเรา ถือว่าข้าเลี้ยงท่านให้ชิมโดยไม่คิดเงิน”
พอได้ยินคำพูดนี้ หลิวต้าฝูก็เกือบจะด่านางว่าแม่ค้าหน้าเลือด
“แตงโมของเจ้าลูกก็ไม่ใหญ่เท่าใด สองร้อยเหวินนี่แพงเกินไปหน่อยหรือไม่” หลิวต้าฝูยิ้มให้ฉินเหยาอย่างสนิทสนม “ลดหน่อยสิ ข้าจะอุ้มกลับบ้านไปสักสองลูก”
ลูกหนึ่งแบ่งให้คนที่บ้านกิน อีกลูกที่เหลือพรุ่งนี้เช้าให้เจ้าใหญ่ส่งเข้าไปในเมือง
เจ้ารองขยันอ่านหนังสือ อากาศร้อนเช่นนี้ เกรงว่าจะลำบาก พอดีให้เขาได้กินของหวานๆ คลายร้อนเสียหน่อย
ฉินเหยากลับโบกมือ ไม่ยอมลดแม้แต่เหวินเดียว
“สองร้อยเหวินต่อลูก วันนี้เปิดขายวันแรก ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ท่านจะเอาหรือไม่”
ถ้าซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง เช่นนั้นก็ยังพอรับได้!
หลิวต้าฝูยิ้มพลางพับแขนเสื้อขึ้น “ข้าจะไปเลือกด้วยตัวเอง เลือกสองลูกที่ใหญ่ที่สุดเลย!”
ฉินเหยาหัวเราะอย่างขบขันพลางเตือน “ลูกใหญ่ที่สุดอาจจะไม่หวานที่สุดนะ แต่ถ้าได้ลูกที่ไม่หวานไป ข้าจะชดเชยให้ท่านอีกลูก”
ฉินเหยาคิดในใจ ไม่มีแม่ค้าคนไหนมีคุณธรรมยิ่งกว่าข้าอีกแล้ว
หลิวต้าฝูพอได้ฟังก็หัวเราะฮ่าๆ พลางวิ่งไปยังแปลงแตงโม เลือกสองลูกที่เขาคิดว่าใหญ่ที่สุดและหวานที่สุด อุ้มไว้ข้างละลูกแล้วกลับบ้านไปอย่างมีความสุข
ก่อนไปยังบอกให้ฉินเหยาส่งเด็กมาเอาเงินที่บ้านในช่วงบ่าย ถือโอกาสนำค่าแรงที่นางสำรองจ่ายไปก่อนมาให้ด้วย
ฉินเหยารับคำ หันกลับไปนับแตงโมในแปลงทั้งหมดอีกครั้งแล้วเลือกแตงโมดีๆ สองลูกอุ้มกลับบ้าน
“จินฮวา!”
เหลือบเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นอยู่ริมแม่น้ำ ฉินเหยาจึงตะโกนขึ้นเสียงหนึ่ง
จินฮวาสะดุ้งเฮือกทันที นางที่ครึ่งเท้าหย่อนลงไปในน้ำแล้วรีบหดเท้ากลับทันที เงยหน้ามองไปยังทิศทางต้นเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นท่านอาสะใภ้สามก็หัวเราะแหะๆ
“มานี่!” ฉินเหยาร้องขึ้นอีกเสียงหนึ่ง ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
จินฮวายังคงกลัวอยู่บ้าง รีบทิ้งเพื่อนๆ วิ่งเข้ามาอย่างว่าง่าย
ฉินเหยาไล่พวกเด็กๆ ในหมู่บ้านคนอื่นๆ ให้ไปจากริมแม่น้ำแล้วส่งสัญญาณให้จินฮวาที่รู้สึกผิดตามตนเองมา
“อาสะใภ้สาม ข้าไม่ได้แอบลงไปอาบน้ำในแม่น้ำนะเจ้าคะ” จินฮวาอธิบายอย่าง ‘ซื่อๆ’
ฉินเหยากำชับอีกครั้ง “ห้ามลงเล่นน้ำในแม่น้ำตามลำพัง เข้าใจหรือไม่”
จินฮวาพยักหน้า เด็กน้อยนั้นเจ้าเล่ห์ เมื่อเหลือบเห็นแตงโมในมือฉินเหยาก็เอ่ยถามอย่างสงสัย “อาสะใภ้สาม นี่คือแตงโมที่ท่านปลูกไว้ในแปลงใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ซื่อเหนียงเคยบอกนางว่า แตงโมนี่อร่อยมาก เพียงแต่รูปร่างหน้าตาประหลาด ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร
ฉินเหยาพยักหน้า “เดี๋ยวข้าหั่นแตงโมแล้ว เจ้าค่อยเอากลับบ้านไปด้วย”
“ดีเจ้าค่ะ!” เด็กน้อยเลียริมฝีปาก ท่าทางอยากกินเต็มที่ เขย่งเท้าเข้าไปใกล้แตงโมแล้วดมดู นางขมวดคิ้วพลางแสดงสีหน้าดูแคลน “ไม่มีกลิ่นหอมของผลไม้เลยสักนิด”
หากไม่ติดว่ามือของฉินเหยาไม่ว่าง คงต้องขยี้จมูกเล็กๆ ที่ย่นขึ้นนั้นเสียหน่อยแล้ว
นางยิ้มอย่างลึกลับพลางกล่าวว่า “รอข้าผ่าเปลือกมันออกก่อน รับรองว่าหอมจนเจ้าน้ำลายไหลเชียวแหละ”
จินฮวาแสดงสีหน้าคาดหวังออกมาทันที เดินตามฉินเหยาเข้าลานบ้านไปอย่างรอคอย
“อาวั่ง เจ้าไปตักน้ำเย็นมาถังหนึ่ง เอาแตงโมนี้ใส่ลงไปแช่ให้เย็นหน่อย” ฉินเหยากำชับ
อาวั่งรีบวางจอบในมือลง ล้างมือให้สะอาดแล้วรับแตงโมจากมือฉินเหยาไปใส่ไว้ในถังไม้ ตักน้ำเย็นใส่จนเต็มถัง จากนั้นจึงยกถังไปวางไว้ในที่ร่มใต้ชายคา
ทำเสร็จก็หันกลับไปหยิบจอบขึ้นมาอีกครั้ง วุ่นอยู่กับการนำต้นกล้าของหอม ขิง และกระเทียมที่ขอมาจากบ้านพี่สะใภ้โจว นำมาปลูกลงในแปลงผักที่เว้นไว้ในลานบ้าน
จินฮวายืนรออยู่ข้างถังไม้ เอื้อมมือไปจิ้มแตงโมที่ลอยขึ้นมาเป็นครั้งคราว ไม่ได้เล่นน้ำริมแม่น้ำ ก็มาเล่นน้ำในถังแทน เล่นคนเดียวไปก็หัวเราะคิกคักไป
ฉินเหยาตักน้ำเย็นเข้าห้องไปเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงผ้าป่านที่เย็นสบาย หลังแต่งตัวจนสะอาดสดชื่นแล้ว แตงโมในน้ำก็คลายความร้อนพอดี
นางโบกมือเป็นสัญญาณให้จินฮวาหลีกทาง ฉินเหยาอุ้มแตงโมออกมาลูกหนึ่ง เช็ดคราบน้ำจนสะอาดแล้ววางลงบนเขียง หยิบมีดทำครัวที่ล้างสะอาดแล้วขึ้นมา กรีดลงไปเบาๆ ทีหนึ่ง
แตงโมที่สุกกำลังดีปริแยกออกเป็นสองซีก เผยให้เห็นเนื้อผลไม้สีแดงอ่อนด้านใน
ดูท่าไม่ใช่ทุกลูกจะแดงสวย แต่ฉินเหยาลองชิมเนื้อแตงโมที่ติดอยู่บนใบมีดแล้ว ก็ยังหวานมากอยู่ดี
กลิ่นหอมของแตงโมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องครัว จินฮวาร้องบอกอย่างร้อนรนอดทนรอไม่ไหว “ท่านอาสะใภ้สาม ให้ข้าชิมหน่อย ให้ข้าชิมหน่อยนะเจ้าคะ”
“ได้ ให้เจ้าชิม!” ฉินเหยาหั่นชิ้นหนึ่งยื่นให้นาง เตือนให้นางจำไว้ว่าต้องคายเมล็ดทิ้ง อย่ากลืนลงไปทั้งหมด
“กินเมล็ดเข้าไป มันจะหยั่งรากแตกหน่อในท้องของเจ้า” ฉินเหยาหลอกเด็กน้อย
จินฮวาเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก เมื่อครู่นางเพิ่งกัดแตงโมไปคำหนึ่ง กลืนลงไปหมดแล้ว!
“ล้อเจ้าเล่นน่า” ฉินเหยาหัวเราะเสียงดังออกมา
ความตื่นตระหนกบนใบหน้าจินฮวาพลันเปลี่ยนเป็นความจนใจแบบผู้ใหญ่ตัวน้อย อาสะใภ้สามช่างร้ายกาจ
กินแตงโมคำแล้วคำเล่า น้ำแตงโมสีแดงอ่อนก็ไหลเยิ้มไปทั่วซอกนิ้ว ใบหน้าเล็กๆ นั้นก็กลายเป็นแมวหน้าลายไปด้วย
ฉินเหยาเพิ่งคิดจะบอกให้ระวังเสื้อผ้า คำพูดยังไม่ทันออกจากปาก ก็เห็นว่าบนกระโปรงลายดอกเล็กๆ ชุดนั้น เปียกชุ่มเป็นวงไปแล้ว