ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 303 ขายแตงโม
“จินฮวา วันนี้กลับบ้านไปแล้วรีบยื่นแตงโมให้แม่เจ้า บางทีอาจจะโดนด่าน้อยลงหน่อย”
ฉินเหยานำแตงโมซีกใหญ่ที่ผ่าแล้วมาคลุมด้วยผ้าโปร่ง ใส่ลงในตะกร้าไม้ไผ่จัดให้เรียบร้อย ขณะช่วยคล้องตะกร้าบนข้อมือเด็กน้อยก็กำชับเช่นนี้
จินฮวามองท้องตัวเองที่ป่องกลม เรอเอิ๊กออกมาทีหนึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นแตงโม พยักหน้าให้อาสะใภ้สามอย่างรู้สึกขอบคุณ
“เช่นนั้นข้าไปแล้วนะเจ้าคะ” จินฮวาทำสีหน้าจริงจังราวกับจะไปพลีชีพอย่างกล้าหาญ
ฉินเหยาพยักหน้าหนักๆ ทีหนึ่ง “ออกเดินทางเถิด แม่หนูน้อย!”
จินฮวาหิ้วตะกร้าไม้ไผ่หนักอึ้งเดินจากไปพลางหันกลับมามองทุกสามก้าว อาวั่งที่นั่งกินแตงโมอยู่บนธรณีประตูมองส่งนางเข้าหมู่บ้านเลี้ยวเข้าเรือนเก่าตระกูลหลิวไปอย่างราบรื่นก็หันหน้าไปพูดกับฉินเหยาในลานบ้านว่า “ถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว”
ฉินเหยาส่งสัญญาณให้อาวั่งรีบกินให้เสร็จ “เดี๋ยวพวกเราจะเข้าเมืองไปรับพวกต้าหลางด้วยกัน”
ถือโอกาสไปเด็ดแตงโมที่แปลงมาอีกสักสองลูก ดูว่าจะขายได้หรือไม่
แตงโมทั้งลูกแพงเกินไป คนทั่วไปย่อมไม่กล้าซื้อเป็นแน่ ดังนั้นฉินเหยาจึงเตรียมหั่นเป็นชิ้น ขายตามชิ้น เช่นนี้ราคาฟังดูแล้วผู้คนจะยอมรับได้ง่ายขึ้นมาก
อาวั่งกินแตงโมในมือหมดในสองสามคำแล้วโยนเปลือกแตงโมลงในอ่างไม้ที่ฉินเหยาเอาออกมา อุ้มอ่างไปยังโรงเลี้ยงสัตว์เพื่อเพิ่มอาหารให้เหล่าหวงและเหล่าชิง
แม้จะมีเพียงเปลือกแตงโม แต่ม้าหนึ่งตัวกับวัวอีกหนึ่งตัวก็แทะกินอย่างมีความสุขยิ่งนัก
ตอนที่อาวั่งจูงเหล่าหวงออกมาเทียมรถม้า เหล่าหวงก็คึกคักยิ่ง ส่งเสียงร้องดังลั่นออกมาทีหนึ่ง
เทียมรถม้าเสร็จ ฉินเหยาก็เตรียมโต๊ะขาสูง ผ้าโปร่ง เขียง และมีดทำครัวที่ต้องใช้สำหรับตั้งแผงเรียบร้อยแล้ว
นางบอกให้อาวั่งขนของขึ้นรถม้า ส่วนตัวนางก็วิ่งไปยังแปลงแตงโม เด็ดแตงโมที่รูปร่างเบี้ยวๆ สองลูกมาด้วยตัวเอง
ลูกที่รูปร่างสวยงามเก็บไว้ขายทั้งลูก ส่วนพวกลูกที่ไม่สวยเหล่านี้ก็เอามาหั่นเสีย!
ถนนทางออกจากหมู่บ้านซ่อมไปได้ช่วงหนึ่งแล้ว ขอบถนนขยายกว้างขึ้น ฐานถนนก็เสริมให้แข็งแรงขึ้นด้วย
ฐานถนนด้านนอกก่อด้วยหินทั้งหมด ตอกฐานรากลึกครึ่งศอก ไม่พังทลายง่ายๆ
วัสดุที่ใช้ปูพื้นถนนก็มีความพิถีพิถัน ต้องทำหลายชั้น แต่ละชั้นก็ใช้วัสดุไม่เหมือนกัน
ชั้นแรกเป็นดินธรรมดา ชั้นที่สองต้องโรยด้วยสิ่งที่ยับยั้งการเติบโตของวัชพืช โดยทั่วไปคือผงปูนขาวผสมกับสิ่งอื่นบ้าง
ชั้นที่สามใช้หินบด ทุบให้เรียบก่อน จากนั้นใช้ลูกกลิ้งหินหนักๆ บดทับไป บดอัดจนแน่นแข็งแรงอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้หินบดที่เกิดจากการทำโม่หินในโรงงานของฉินเหยา บัดนี้นำมาใช้ประโยชน์ปูบนพื้นถนนทั้งหมด
บนชั้นหินบดนี้ ยังต้องปูทับด้วยดินทรายละเอียดที่ร่อนมาจากแม่น้ำอีกชั้นหนึ่ง ใช้เป็นตัวกันกระแทก ลดแรงเสียดทานขณะล้อรถเคลื่อนที่
ทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ ถนนที่แข็งแรงเดินทางสะดวกสายหนึ่งจึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์
พื้นถนนก็ขยายกว้างขึ้น เดิมทีเป็นทางเล็กๆ กว้างไม่ถึงหนึ่งเมตรครึ่ง บัดนี้ขยายเป็นราวสองเมตรกว่า ยังขยายให้กว้างขึ้นตรงทางโค้งเพื่อให้รถผ่านได้สะดวก
พอผ่านถนนดีๆ แล้วมาเดินบนถนนเละๆ สายเดิม แม้แต่ม้าอย่างเหล่าหวงก็ยังแสดงอาการหงุดหงิด เสียงพ่นลมจากจมูกฟังดูฉุนเฉียวเล็กน้อย
สองเค่อก่อนเวลาเลิกเรียนของสำนักศึกษาสกุลติง สองนายบ่าวฉินเหยาก็เดินทางมาถึงหน้าประตูใหญ่ของสำนักศึกษาอย่างราบรื่น
ฉินเหยาหาที่สะอาดร่มเย็นใต้ต้นอวี๋แก่ริมถนน ตั้งโต๊ะขาสูงออกมา วางเขียงและมีดทำครัวลงไป
อาวั่งผูกรถม้าเรียบร้อย หิ้วถังน้ำหนักอึ้งสองใบเข้ามา วางถังน้ำไว้ใต้โต๊ะของฉินเหยา
ในถังน้ำคือน้ำบ่อเย็นเฉียบที่อาวั่งตักมาจากบ่อน้ำของบ้านชาวนาข้างๆ เอาแตงโมที่อยู่บนรถม้ามาตลอดทางใส่ลงไปแช่ไว้สองเค่อแล้วค่อยนำออกมาผ่า ความเย็นกำลังพอดี
ประตูใหญ่ของสำนักศึกษาสกุลติงเปิดออก เหล่านักเรียนที่เลิกเรียนต่างวิ่งกรูกันออกมาก็ได้กลิ่นหอมหวานพิเศษโชยมาจากริมถนน ดวงตาต่างมองไปยังต้นตอของกลิ่นหอมอย่างควบคุมไม่ได้
แตงโมที่หั่นเป็นชิ้นขนาดเท่าๆ กันวางแผ่อยู่บนผ้าโปร่งสีขาว เนื้อแตงโมสีแดงสด ต้องแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องประกายฉ่ำน้ำน่าลิ้มลอง
“เอื๊อก~” มีนักเรียนบางคนกลืนน้ำลายลงลำคอแห้งผากอย่างควบคุมไม่ได้
ฉินเหยาตบไหล่อาวั่งเบาๆ อาวั่งก็เริ่มส่งเสียงเร่ขายด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“แตงโมหอมหวาน ไม่อร่อยไม่คิดเงิน!”
ในไม่ช้า นักเรียนกลุ่มหนึ่งก็กรูกันเข้ามายืนอยู่หน้าแผง สอบถามฉินเหยาว่าหากไม่อร่อยไม่คิดเงินจริงๆ หรือ
ฉินเหยายื่นชามแตงโมที่หั่นเป็นชิ้นแล้วส่งให้ “ให้ลองชิมไม่คิดเงิน เชิญชิมกันทุกคน แตงโมทั้งหวานทั้งกรอบ รับรองว่าพวกเจ้ากินแล้วต้องอยากกินอีก!”
ล้วนเป็นเด็กกำลังโต ไหนเลยจะทนต่อสิ่งยั่วยวนนี้ได้ พอได้ยินว่าไม่คิดเงินก็รีบยื่นมือมาหยิบทันที
พอกินแตงโมลงไปชิ้นหนึ่งก็เกิดเสียง “ว้าว” ดังขึ้นระงม
พวกต้าหลางสี่พี่น้องที่ออกมาทีหลัง มองเห็นแต่ไกลว่าท่านแม่และอาวั่งถูกเหล่านักเรียนล้อมไว้ก็รีบวิ่งมาดูว่าเป็นอย่างไร พอเห็นแตงโมสีแดงสดน่ากิน สี่พี่น้องเองก็อดกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ไม่ได้
มีคนต้องการซื้อ ฉินเหยาจึงค่อยหยิบป้ายราคาออกมา สิบเหวินต่อชิ้นเล็ก ดูเผินๆ แล้วไม่แพง แต่หากคิดให้ละเอียด คนปากกว้างสิบเหวินกินสามสี่คำก็หมดแล้ว
แต่เหล่านักเรียนที่ได้ลองชิมแล้วไหนเลยจะอดใจไหว?
คนที่มีเด็กรับใช้มารับก็รีบให้พวกเขาควักเงินมาจ่ายพลางเลือกชิ้นที่ดูใหญ่ที่สุดและแดงที่สุด กินอย่างเอร็ดอร่อยพึงพอใจยิ่งนัก
ชิ้นเดียวไม่พอ ยังต้องเอาอีกชิ้น
ฉินเหยาหั่นแตงโมไปเพียงครึ่งลูก ทว่าก็หมดในพริบตา
หั่นอีกครึ่งลูกที่เหลือก็ยังขายหมดเกลี้ยงทันทีที่หั่นเสร็จ
แตงโมอีกลูกที่เหลือหั่นออกทั้งหมด บัณฑิตสกุลติงที่เมื่อครู่ยังลังเลอยู่รีบวิ่งแจ้นกลับบ้านไปเอาเงินมาแล้ว เขียงที่วางแตงโมจนเต็มจึงว่างเปล่าลงในเวลาไม่นาน
มีคนที่ชิมไปชิ้นหนึ่งแล้วอยากจะซื้ออีก เมื่อยื่นมือมาหมายจะหยิบสองชิ้นสุดท้ายก็ถูกฉินเหยาขวางไว้ด้วยความว่องไว “ขออภัย สองชิ้นนี้ไม่ขาย”
นางหมุนตัวส่งให้กับพวกต้าหลางสี่พี่น้องซึ่งไม่รู้ว่าเข้ามาช่วยขายและเก็บเงินตั้งแต่เมื่อใด
“คนละครึ่งชิ้น แก้กระหายก่อน กลับถึงบ้านพวกเราค่อยกินให้พอ” ฉินเหยายิ้มพลางขยิบตาให้สี่พี่น้อง
เด็กๆ ช่างรู้ความนัก เห็นแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อย
เห็นๆ อยู่ว่าตนเองก็อยากกินมากแต่ไม่รู้ว่าอดทนกันได้อย่างไร ช่วยขายแตงโมแต่กลับไม่ได้ชิมสักชิ้น
ซื่อเหนียงดีใจจนกระโดดตัวลอย “ท่านแม่ แตงโมอร่อยมากเจ้าค่ะ!”
“มิใช่แตงเย็นหรือขอรับ” ซานหลางแทะเปลือกแตงโมที่เหลืออย่างอาลัยอาวรณ์พลางถามด้วยความสงสัย
เมื่อครู่เขาได้ยินอาวั่งเร่ขายบอกว่าเป็นแตงเย็นนี่นา
ฉินเหยา “จะเรียกว่าแตงเย็นก็ได้ หรือจะเรียกว่าแตงโมก็ได้ อยากเรียกอย่างไรก็เรียกไปเถิด”
ซานหลางยังคงไม่เข้าใจ “แล้วเหตุใดจึงไม่เรียกว่าแตงตะวันออก แตงเหนือ หรือแตงใต้เล่า ต้องเรียกว่าแตงโมด้วย?”
ฉินเหยา “หุบปาก กินแตงโมของเจ้าไป”
ซานหลางงุนงง แต่ก็เชื่อฟัง “โอ้”
เก็บแผงแล้ว เหล่านักเรียนจึงค่อยแยกย้ายกันไปอย่างอาลัยอาวรณ์ หวังว่าพรุ่งนี้ฉินเหยาจะมาอีก แต่ก็กลัวว่านางจะมาจริงๆ
แตงโมชิ้นละสิบเหวินไม่แพง แต่ก็ไม่นับว่าถูกจริงๆ กลัวว่าตนเองอยากกินแต่ผู้ใหญ่ไม่ซื้อให้จึงได้แต่มองสหายนักเรียนคนอื่นกิน
สหายร่วมชั้นเรียนสองสามคนที่สนิทกับพวกเขา พอหันไปมองพวกต้าหลางสี่พี่น้อง ความอิจฉาในแววตานั้นก็แทบจะล้นทะลักออกมาแล้ว
เมื่อครู่ฉินเหนียงจื่อบอกว่า กลับบ้านไปจะให้พวกเขากินให้หนำใจเลย!
“พวกเราจะกลับบ้านแล้ว พวกเจ้าก็รีบกลับเถิด”
ต้าหลางโบกมือให้สหายที่มองอย่างอิจฉา เลียนิ้วที่เปื้อนน้ำแตงโมจนสะอาดแล้วช่วยแม่เลี้ยงเก็บแผง สี่พี่น้องนั่งรถกลับบ้านด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
พอเข้าลานบ้าน เอ้อร์หลางก็เห็นถังน้ำใต้ชายคาที่ห้องครัว เมื่อพุ่งเข้าไปดูก็เห็นว่ามีแตงโมอยู่จริงๆ เขาหันกลับมามองฉินเหยาแวบหนึ่ง เมื่อได้รับอนุญาตก็อุ้มแตงโมขึ้นมาพุ่งตรงไปยังเขียงในห้องครัวเร็วรี่
อีกสามคนที่เหลือโยนหีบหนังสือทิ้ง รีบวิ่งตามปืทันที
ฉินเหยามองดูเด็กๆ ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความดีใจอย่างขบขัน ให้อาวั่งไปเตรียมอาหารเย็น ส่วนตนเองนั่งลงนับเงินในห้องโถงอย่างใจเย็น
ช่วงบ่ายขายแตงโมไปสองลูก ได้เงินมารวมสามร้อยเก้าสิบเหวิน
อ้อ ยังมีเงินค่าแตงโมที่ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งของบ้านหลิวต้าฝูด้วย รวมเป็นเงินทั้งหมดห้าร้อยเก้าสิบเหวิน