ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 332 การออกแบบเพื่อการเข้าถึงอย่างไร้อุปสรรค
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
- ตอนที่ 332 การออกแบบเพื่อการเข้าถึงอย่างไร้อุปสรรค
………………..
“แน่นอนว่า เรื่องของฝ่ายผลิตย่อมมีผู้ดูแลคนอื่นรับผิดชอบ พวกผู้ดูแลจัดการอย่างเข้มงวด คิดว่าคงจะใส่ใจ ไม่น่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”
ผู้ดูแลในโรงงานทั้งหมดล้วนเป็นคนจากหมู่บ้านตระกูลหลิว คนสำคัญหลายคนยังเป็นญาติของผู้จัดการใหญ่ทั้งสอง เสมียนเฉียนไม่ต้องการล่วงเกินผู้ใดจึงรีบพูดแก้ “ข้าน้อยเพียงคาดเดาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเท่านั้น นับว่าแม่นยำไม่ได้หรอกขอรับ”
เขาบอกให้ฉินเหยาไม่ต้องใส่ใจแล้วหาเหตุผลปลีกตัวไป
ฉินเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางใส่ใจเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ แล้ว ครุ่นคิดอยู่กับที่ครู่หนึ่งแล้วถึงตัดสินใจเรียกช่างไม้หลิวออกมาหารือ
ช่างไม้หลิวครุ่นคิดแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “เช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด รีบไปบอกหลิวฉีให้เขาทุบทิ้งให้หมด! ต่อให้ต้องเอาไปผ่าเป็นฟืนทำเชื้อเพลิงก็ขายสินค้ามีตำหนิออกไปในราคาถูกไม่ได้”
ด้วยกลัวว่าฉินเหยาจะไม่รู้ว่าคนเราเมื่อยากจนจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ช่างไม้หลิวจึงร้อนใจจนคิดจะไปหาหลิวฉีด้วยตนเอง
ฉินเหยารีบรั้งเขาไว้อย่างจนใจ “ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไป หลิวฉียังบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องเขียนอยู่กระมัง ยังไม่ไปจัดการเรื่องหีบหนังสือมีตำหนิเหล่านั้นเร็วถึงเพียงนั้นหรอก อีกสักครู่ข้าจะไปจับตาดูด้วยตนเอง ท่านมานี่ก่อน ข้ามีของอย่างหนึ่งจะให้ท่านดู”
เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งของฉินเหยาก็รู้ว่านางจัดการเรื่องราวได้อย่างรอบคอบ ช่างไม้หลิวจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
เมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่เป็นคำเตือนของเฉียนวั่ง ช่างไม้หลิวจึงกล่าวอย่างยินดีว่า “เสมียนเฉียนผู้นี้ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว ก่อนหน้านี้ข้ายังกลัวว่าเขาเป็นคนต่างถิ่น ทั้งยังเคยเป็นเถ้าแก่ในโรงเตี๊ยมมาก่อน จะดูถูกวัดเล็กๆ ของพวกเรา เข้ากับสถานที่เล็กๆ ของพวกเราไม่ได้เสียอีก”
ฉินเหยาพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเสมียนเฉียนจึงระมัดระวังเช่นนี้เมื่อเสนอแนะ ดูท่าว่าคนที่คิดเช่นเดียวกับช่างไม้หลิว ในโรงงานคงมิใช่มีเพียงคนสองคน
“พวกท่านอย่าได้มีท่าทีต่อต้านคนนอกเช่นนั้น เขาเป็นผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง สมควรได้รับการเคารพ” ฉินเหยาจงใจใช้ท่าทีหยอกล้อเพื่อเตือนสติ
ช่างไม้หลิวร้อง “เฮ้อ” ออกมาคราหนึ่ง กล่าวอย่างอึดอัดเล็กน้อย “ผู้ใดกันที่ต่อต้านคนนอก ทุกคนล้วนยุ่งจนหัวหมุน ตอนนี้ในที่สุดคำสั่งซื้อชุดแรกก็ทำเสร็จแล้ว สองสามวันนี้เตรียมให้ทุกคนผลัดกันหยุดพักสองวัน”
หัวข้อสนทนากลับมาที่เรื่องกิจการในโรงงานอีกครั้ง พูดคุยกันครู่หนึ่ง ฉินเหยาก็ตบหน้าผากตนเอง “ข้าลืมไปอีกแล้ว พวกเราหยุดเรื่องนี้ไว้ก่อน อย่าเพิ่งพูดเรื่องในโรงงานเลย ข้ามีของอย่างหนึ่งให้ท่านดู”
ช่างไม้หลิวเดินตามฉินเหยามาที่หน้าโต๊ะอย่างสงสัย “ดูอะไรรึ เจ้าคิดลูกเล่นใหม่อะไรขึ้นมาอีกแล้ว?”
“ก็นับว่าใช่” ฉินเหยานำแบบที่นางหาเวลาว่างวาดตอนอยู่ที่บ้านออกมา ช่างไม้หลิวโน้มตัวเข้าไปดูอย่างตื่นเต้นแล้วส่ายหน้าอย่างตรงไปตรงมา “ดูไม่เข้าใจ!”
“ขีดๆ นี่คืออันใดรึ ยังจะทำม้าไม้โยกให้เด็กๆ เล่นอีกหรือ” ช่างไม้หลิวชี้ไปที่สิ่งที่ตนมองเห็นบนแบบร่าง พลางเอ่ยถามอย่างสงสัย
ฉินเหยาบอกให้เขาตั้งใจดูให้ดีๆ “ช่างฝีมือชั้นครูอย่างท่านจะดูแบบร่างของข้าไม่เข้าใจได้อย่างไร มีแต่ตัวเลขกับภาพ ตัวอักษรก็ล้วนเป็นตัวที่เคยสอนในชั้นเรียนสอนหนังสือทั้งสิ้น”
ช่างไม้หลิวเองก็กล่าวอย่างจริงใจเช่นกัน “ข้าก็แค่กลัวเจ้าจะมอบหมายงานให้ข้าอีกน่ะสิ กว่าจะได้พักสักครู่ ข้ายังไม่อยากขยับตัวหรอกนะ”
ฉินเหยาส่งยิ้มให้เขา “ในชั้นเรียนสอนหนังสือรอบถัดไป จะเก็บที่ไว้ให้บ้านท่านด้วย ลำบากท่านแล้ว”
ช่างไม้หลิวถามด้วยความประหลาดใจระคนยินดี “เตรียมจะเปิดชั้นเรียนสอนหนังสือรอบที่สองแล้วหรือ”
ฉินเหยาพยักหน้า “รออีกสักหน่อย รอให้สินค้าชุดแรกชำระเงินเรียบร้อยก่อน ข้าจะวางแผนใหม่อีกครั้ง”
ครานี้ช่างไม้หลิวดีใจแล้ว แต่ก่อนก็ไม่รู้สึกว่าล้ำค่าปานใด แต่พอชั้นเรียนสอนหนังสือนี้หยุดไป ทุกคนก็ล้วนตั้งตารอให้เปิดอีกครั้ง
คราวนี้เขาจึงหยิบแบบร่างขึ้นมาดูอย่างตั้งใจ พบว่าเป็นอ่างอาบน้ำ โถส้วม โต๊ะเก้าอี้ เตียงที่มีราวจับ และยังมีรถเข็นไม้อีกหนึ่งคัน
ไม่เหมือนกับที่เคยทำให้พวกพี่น้องหลิวลี่ไม่กี่คนก่อนหน้านี้ ล้อไม้มีขนาดใหญ่มาก เล็กกว่าล้อของรถม้าเพียงนิดเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังมีล้อสองชั้นตรงด้านในและด้านนอก ต้องร่วมมือกับช่างตีเหล็กทำชิ้นส่วนประกอบบางอย่างจึงจะผลิตออกมาได้
ล้อสองชั้น วงใหญ่วงหนึ่ง วงเล็กวงหนึ่ง วงเล็กใช้ชิ้นส่วนโลหะเชื่อมติดกับวงใหญ่ ไม่ติดพื้น เพียงเพื่อให้ผู้ใช้งานรถเข็นสามารถใช้มือหมุนวงล้อไม้ให้เคลื่อนที่ได้ด้วยตนเอง
ส่วนของใช้ในชีวิตประจำวันที่เพิ่มราวจับเข้าไปก็เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ไม่ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใด
ที่บ้านของฉินเหยามีผู้สูงศักดิ์มาเยือนสองท่าน ทุกคนล้วนรู้ดี
ประกอบกับก่อนหน้านี้ที่หลิวจี้และกงเหลียงเหลียวสร้างเรื่องน่าหวาดเสียว ‘เร็วแรงทะลุนรก’ ขึ้นมา ตอนนี้ทุกคนจึงรู้แล้วว่าผู้สูงศักดิ์ท่านนี้พิการที่ขาทั้งสองข้าง
ช่างไม้หลิวพอมองดูก็เดาได้ทันทีว่าทำมาเพื่อให้ผู้ใดใช้จึงมองฉินเหยาอย่างคาดไม่ถึงแวบหนึ่ง “ของเหล่านี้เตรียมไว้ให้แขกของเจ้าทั้งหมดเลยหรือ”
ฉินเหยาพยักหน้าพร้อมกันนั้นก็ส่งข้อมูลรูปร่างโดยละเอียดของกงเหลียงเหลียวให้ไปด้วย
ความสูงน้ำหนักของกงเหลียงเหลียว สภาพความพิการและอุปนิสัยในการใช้ชีวิต นางคอยสังเกตและบันทึกไว้ตลอดหลายวันนี้ ทุกอย่างจึงล้วนแม่นยำที่สุด
การออกแบบเพื่อการเข้าถึงอย่างไร้อุปสรรค。”
“ทางด้านบ้านเก่านั้นใกล้จะปรับปรุงเสร็จแล้ว ข้าอยากจะเพิ่มการออกแบบเพื่อการเข้าถึงอย่างไร้อุปสรรคทั่วทั้งลานบ้านเข้าไปด้วย”
ทว่าเรื่องนี้ในตอนนี้มีเพียงนางและฉีเซียนกวนเท่านั้นที่รู้ เพราะนางกับกงเหลียงเหลียวใช้เวลาอยู่ร่วมกันไม่นาน ข้อมูลเพิ่มเติมจึงต้องให้ฉีเซียนกวนเป็นผู้เสริมให้
ฉินเหยาหวังว่าช่างไม้หลิวจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปก่อน เพื่อเก็บความรู้สึกน่าค้นหาไว้ให้เจ้าของบ้านอีกคนที่กำลังจะย้ายเข้ามา
ช่างไม้หลิวรับปากอย่างรวดเร็ว เขาสนใจการออกแบบเพื่อการเข้าถึงอย่างไร้อุปสรรคนี้เป็นอย่างมาก ถือแบบร่างออกจากประตูไปเลือกวัสดุทันที
เดินออกไปได้หลายก้าวแล้วก็หันกลับมากล่าวว่า “เจ้าใส่ใจผู้สูงศักดิ์ท่านนี้ยิ่งนัก ถึงเวลานั้นเมื่อข้าทำเสร็จ เขาจะต้องพอใจอย่างแน่นอน!”
ฉินเหยาแย้มยิ้มเล็กน้อย จะนับว่าใส่ใจก็ไม่ใช่ เพียงแต่ผู้อื่นให้เกียรตินาง นางย่อมให้เกียรติผู้อื่นตอบเท่านั้น
เพื่อควบคุมดูแลการจัดการสินค้าที่มีตำหนิ ฉินเหยารอจนกระทั่งคนงานเลิกงานทั้งหมดแล้วจึงจากไป
ผู้คนกลับไปหมดแล้ว ช่างไม้หลิวยังคงขัดไม้อยู่ที่ลานว่างด้านหลังโรงงาน ฉินเหยาเห็นว่าฟ้ายังสว่างอยู่จึงกลับบ้านจูงม้า ตรงไปยังหมู่บ้านเซี่ยเหอเพื่อหาช่างตีเหล็กใหญ่ ให้เขาช่วยตีชิ้นส่วนประกอบบางอย่างให้
“ขอด่วนนะ” ฉินเหยาวางเงินค่าเร่งงานเพิ่มให้หนึ่งร้อยเหวิน สีหน้าบึ้งตึงของช่างตีเหล็กจึงเปลี่ยนจากมืดครึ้มเป็นมีเมฆบางส่วนโดยพลัน
แต่ปากก็ยังอดบ่นไม่ได้สองสามคำ “เฮ้อ ของจุกจิกพวกนี้อีกแล้ว อย่าเห็นว่าเล็กนะ แต่มันเสียเวลากว่าที่ข้าตีหม้อเหล็กใบหนึ่งเสียอีก”
ฉินเหยาคุ้นชินกับนิสัยของช่างตีเหล็กที่หากไม่ได้บ่นสองสามคำก็จะไม่สบายใจ นางกำชับให้เขาทำอย่างประณีตแล้วหันหลังจูงม้าเตรียมจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงล้อรถเคลื่อนที่ดังมาจากด้านหลัง
ฉินเหยาหันกลับไปมองอย่างประหลาดใจระคนยินดี สองพี่น้องหลิวไป่หลิวเฝยนำขบวนรถม้ากลับมาแล้ว เป็นการกลับมาด้วยรถเปล่า ความเร็วจึงสูงมาก ไม่นานก็ปรากฏตัวที่หัวมุมถนน
เมื่อเห็นเส้นทางกลับเข้าหมู่บ้านที่ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหล่าสารถีก็รู้สึกประหลาดใจระคนยินดีในทันที
มีคนที่บ้านอยู่ในหมู่บ้านเซี่ยเหอ กล่าวลาเพื่อนร่วมทางชั่วคราวแล้วก็วิ่งไปในอีกเส้นทางหนึ่ง หลิวเฝยรีบตะโกนกำชับ “พรุ่งนี้หยุดหนึ่งวัน มะรืนนี้อย่าลืมมาบรรทุกสินค้าตั้งเช้าตรู่ด้วย”
เหลือเพียงหีบหนังสือพลังเซียนหนึ่งพันใบสุดท้ายแล้ว รอส่งเที่ยวนี้เสร็จ พวกเขาจะต้องพักผ่อนให้เต็มที่สักยก
แต่หากต้องเลือกระหว่างการทำนากับการขนส่งสินค้า หลิวเฝยก็ยังคงเลือกอย่างหลังด้วยความแน่วแน่
“พี่ใหญ่ ไร่นาที่บ้านคงต้องจ้างคนงานชั่วคราวมาช่วยไถนาสักสองสามคนแล้วกระมัง” หลิวเฝยขับรถม้าไปตามถนนใหญ่ที่ตัดใหม่เพื่อกลับเข้าหมู่บ้าน โดยไม่ทันสังเกตเห็นฉินเหยาที่ยืนจูงม้าอยู่ริมถนนเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งหลิวไป่ตะโกนขึ้นมาว่า “น้องสะใภ้สาม!”
หลิวเฝยจึงหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว เอ่ยด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง “พี่สะใภ้สาม ช่างบังเอิญยิ่งนัก! ท่านตั้งใจมารับพวกเรากลับเข้าหมู่บ้านโดยเฉพาะเลยหรือ”
ฉินเหยาเอ่ยล้อเล่นว่า “ใช่แล้ว พอคิดว่าพวกเจ้าใกล้จะกลับมาแล้ว ข้าก็รีบมาทันทีที่เลิกงานเลย”
หลิวไป่ไม่เชื่อจึงยิ้มบางๆ ส่วนหลิวเฝยกลับเชื่อสนิทใจ
………………..