ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 366 เตรียมของขวัญปีใหม่
ตอนที่ 366 เตรียมของขวัญปีใหม่
เขาในปีหน้าย่อมแตกต่างจากปีนี้อย่างแน่นอน หลังจากที่พากเพียรท่องจำมาครึ่งค่อนปี ประกอบกับท่านอาจารย์และศิษย์พี่คอยชี้แนะ บัดนี้ในท้องของเขาก็มีน้ำหมึกอยู่บ้างแล้วจริงๆ
ฉินเหยาเปิดเปลือกตาขึ้นจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าดวงตาคู่นั้นมิได้หลอกลวงจึงพยักหน้าอย่างพอใจแล้วกล่าวว่า
“พอดีเลยข้าก็จะไปสะสางบัญชีที่เมืองหลวงของมณฑลเช่นกัน ช่วงใกล้ปีใหม่การเดินทางไม่ค่อยปลอดภัย ข้าจะคุ้มครองพวกท่านอาจารย์ไปเมืองหลวงของมณฑลด้วยกัน เจ้าก็ไปกับข้าด้วย ถือโอกาสไปเยี่ยมเยียนท่านป้าตระกูลฉีเสีย ให้ผู้ใหญ่ทางบ้านเขาทราบว่าหลานชายของบ้านไปอยู่ที่ใด จะได้วางใจ”
ฉินเหยาพูดราวกับว่าจะไปพบญาติสนิทของคนรู้จัก หลิวจี้พยักหน้าตามสัญชาตญาณ จากนั้นถึงเพิ่งจะคิดได้ เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ในหัวราวกับมีระเบิดลง
“พะ พบ ฮูหยินผู้ว่าการหรือ” หลิวจี้ถามเสียงแผ่วเบา สงสัยว่าเมื่อครู่ตนเองจะฟังผิดไป
เมื่อเห็นฉินเหยาพยักหน้า หลิวจี้ก็ตื่นเต้นจนรีบปาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นบนหน้าผากเพราะไอน้ำร้อน ในชีวิตนี้เขายังไม่เคยเข้าบ้านขุนนางเลย ครั้งนี้ไปถึงก็ไปบ้านของผู้ว่าการ นี่มันน่าตื่นเต้นเกินไปแล้ว!
“เมียจ๋า พวกเขาจะยอมพบพวกเราหรือ” หลิวจี้ถามอย่างประหม่า
ฉินเหยาเหลือบมองเขาอย่างสงสัย “แต่ไหนแต่ไรมาเจ้ามิใช่กระตือรือร้นที่จะผูกสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจหรอกหรือ บัดนี้โอกาสอันดีงามอยู่ตรงหน้าแล้ว เหตุใดเจ้ากลับขี้ขลาดเล่า”
หลิวจี้คิดในใจ วันปกติล้วนแต่พูดเล่นๆ เท่านั้น เจ้ามาจริงจังเช่นนี้ ข้าจะไม่ลนลานได้อย่างไร!
อีกทั้ง เมื่อก่อนผู้มีอำนาจสูงสุดที่เขาเคยคิดถึงก็เป็นเพียงระดับฝานซิ่วไฉเท่านั้น บ้านผู้ว่าการนั้น เขาไม่เคยกล้าคิดฝันถึงเลย
ยิ่งไปกว่านั้น!
“ผูกสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจอะไรกัน เมียจ๋าเจ้าอย่าพูดให้มันน่าเกลียดนักสิ ข้าเพียงแค่อยากจะหางานการที่มั่นคงทำบ้างเท่านั้น…” หลิวจี้กล่าวเสียงเบา
ฉินเหยาหัวเราะเบาๆ มองออกแต่ไม่พูดออกมา ยกเท้าขึ้นจากอ่าง หลิวจี้ส่งผ้าเช็ดเท้าให้ตามสัญชาตญาณ ฉินเหยารับมาเช็ดจนแห้ง สวมรองเท้าแล้วลุกขึ้นยืนกำชับว่า
“เรื่องพวกนี้ข้าไม่ถนัด ข้าเพียงรับผิดชอบพาเจ้าเข้าประตูไป ที่เหลือเจ้าจัดการเอง ข้าไม่ขอให้เจ้าสร้างความประทับใจที่ดี ขอเพียงเจ้าอย่าทำเสียเรื่องก็พอ”
พูดจบเห็นหลิวจี้ตื่นเต้นจนหายใจไม่เป็นส่ำ ฉินเหยาก็ถอนหายใจเบาๆ ดึงเขาให้ลุกขึ้น ตบแขนเขาเบาๆ แล้วพูดว่า
“เจ้าอย่ามองว่านางเป็นฮูหยินผู้ว่าการ ให้เจ้ามองว่านางเป็นท่านป้าแท้ๆ ของศิษย์พี่ตัวน้อยของเจ้า พวกเรามิได้ไปขอร้องให้ใครทำอะไรให้ เพียงแค่ไปเยี่ยมเยียนตามมารยาทก่อนปีใหม่ มอบของขวัญปีใหม่ให้แล้วก็ถือโอกาสอธิบายว่าพาหลานชายของท่านไปอยู่ที่ใดเท่านั้น”
ในโลกนี้ คนที่จะช่วยเหลือตนเองโดยไม่มีเงื่อนไข มีเพียงบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเท่านั้น
หากคนอื่นกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ แน่นอนว่าย่อมมีกับดักที่ใหญ่กว่ารอให้เจ้ากระโดดลงไปอยู่
ดังนั้นก่อนที่จะขอให้ผู้อื่นทำธุระให้ จงพิจารณาให้ดีเสียก่อนว่าตนเองสามารถนำสิ่งใดไปแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่ายได้บ้าง
แต่หากเจ้ามิได้มีจุดประสงค์ใดๆ ไม่ได้คิดจะเดินทางลัด จิตใจมั่นคง ย่อมไม่ตื่นตระหนก
หลิวจี้มองตามฉินเหยาเข้าไปในห้องนอน สูดหายใจเข้าลึกๆ จริงดังว่า พอคิดน้อยลงก็ไม่ตื่นตระหนกแล้ว
วันรุ่งขึ้น ฉินเหยาไปที่เรือนปทุมพร้อมกับหลิวจี้ด้วยตนเอง เพื่อยืนยันวันกลับของฉีเซียนกวน
เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ลำบากหากหิมะตกหนักในภายหลังจึงตั้งใจจะออกเดินทางในวันที่สามเดือนสิบสอง
เวลาที่เหลือให้ฉินเหยาเตรียมตัวมีเพียงสองวันเท่านั้น ควรจะเตรียมของขวัญปีใหม่อะไรดี เรื่องนี้ทำให้นางคิดจนปวดหัว
เวลาไปเยี่ยมเยียนตามบ้านต่างๆ ในหมู่บ้าน เพียงนำลูกกวาดและเนื้อแดดเดียวไปบ้างก็พอ ส่วนของที่ส่งไปให้คหบดีติงก็เป็นเพียงผลผลิตพิเศษจากบ้านไร่จำพวกผลไม้สดใหม่ หรือขนมของว่าง เป็ดไก่เหล่านี้เท่านั้น
รายละเอียดการมอบของขวัญตามธรรมเนียมสังคมของแคว้นเซิ่ง ในสมองของฉินเหยามีความทรงจำอยู่ไม่มากนัก ช่วยไม่ได้ จึงได้แต่ให้หลิวจี้ไปสอบถามจากศิษย์พี่และท่านอาจารย์ของเขา
เมื่อรู้ว่าฉินเหยาจะเตรียมของขวัญปีใหม่ให้กับท่านป้าของตน ฉีเซียนกวนก็มิได้กล่าวคำเกรงใจว่าไม่จำเป็นแต่อย่างใดกลับเขียนรายละเอียดให้หลิวจี้โดยตรง
จากนั้นกงเหลียงเหลียวก็ช่วยเสริมต่อ เพราะงานเช่นนี้ ฉีเซียนกวนเองก็ประสบพบเจอน้อยครั้ง แม้บัดนี้เขาจะอยู่ที่ถิ่นบรรพชน แต่บิดามารดาที่เมืองหลวงก็จะช่วยเตรียมของขวัญปีใหม่ที่ต้องมอบให้แต่ละบ้านให้เขาแล้วส่งมาจากเมืองหลวง
เพื่อไม่ให้ล่าช้า พ่อบ้านที่รับผิดชอบเรื่องของขวัญปีใหม่โดยทั่วไปจะต้องออกเดินทางตั้งแต่กลางเดือนสิบเอ็ดจึงจะสามารถกลับถึงเมืองหลวงได้ทันก่อนปีใหม่
รายละเอียดเกี่ยวกับรายการของขวัญที่ส่งมาถึงมือฉินเหยาในท้ายที่สุดนั้น เรียกได้ว่าครบถ้วนตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถนำไปเย็บเล่มเป็นตำราอ้างอิงการมอบของขวัญได้เลยทีเดียว
“ท่านอาจารย์และศิษย์พี่ของเจ้านี่ไม่เลวเลย” ฉินเหยาเก็บรายละเอียดนั้นอย่างพอใจ สั่งกำชับหลิวจี้ให้จัดการเรื่องการสอนแทนของชั้นเรียนสอนหนังสือให้เรียบร้อย อย่าให้ ชั้นเรียนสอนหนังสือต้องหยุดไปหลายวันเพียงเพราะพวกเขาไม่อยู่
หลิวจี้ย่อมทราบดี ส่งสัญญาณให้ฉินเหยาวางใจ เรื่องของตนเองเขาจะจัดการให้เรียบร้อยเอง
แต่พอจะจัดการจริงๆ ก็มิใช่เรื่องง่าย ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากเพราะเขารับนักเรียนไว้มากเกินไป!
ฉินเหยาหาได้สนใจไม่ว่าเขาจะจัดการอย่างไร แม้ทราบรายการของขวัญแล้ว แต่การเตรียมการจริงก็ยังมีสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกมาก
การมอบของขวัญระหว่างตระกูลขุนนางด้วยกันมักจะเลือกใบชา หนังสัตว์ ผ้าแพรพรรณ ของป่าหายาก สมุนไพรล้ำค่าและสิ่งของอื่นๆ หากมีไร่ก็จะเตรียมผลไม้สดตามฤดูกาลไว้บ้าง แต่นั่นเป็นเพียงส่วนประกอบ สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นต่างหากคือส่วนสำคัญ
ทว่า ส่วนสำคัญเหล่านี้ ฉินเหยามองดูเงินเก็บสองร้อยแปดสิบตำลึงของตนเอง…อย่าทำเป็นอวดร่ำอวดรวยทั้งที่ไม่พร้อมเลยจะดีกว่า
ไข่ไก่บ้าน ไก่บ้าน เป็ดบ้านของชนบท ยังนับว่าเป็นของแปลกใหม่ ฉินเหยาไปซื้อไข่ไก่สองตะกร้ากับไก่สี่ตัวจากยายหวัง
การขนส่งสิ่งมีชีวิตนั้นลำบาก ไก่สี่ตัวก็นับเป็นขีดจำกัดความอดทนของฉินเหยาแล้ว
ผ้าแพรพรรณหนังสัตว์เหล่านี้ ของที่พวกเขามีอยู่ย่อมดีกว่าที่นางซื้อเสียอีก ฉินเหยามิได้ตั้งใจจะเพิ่มของไร้ค่าให้พวกเขา
นางกำลังคิดอยู่ว่าจะไปซื้อใบชาอย่างดีสองกระปุกที่อำเภอมาเป็นของหลักดีหรือไม่ ทันใดนั้นก็ได้ยินเหล่าคนงานจากหมู่บ้านเซี่ยเหอที่กำลังนั่งคุยกันอย่างออกรสในโรงอาหาร ซุบซิบกันถึงเรื่องที่พี่น้องตระกูลหยางล่าของดีมาได้
ฉินเหยาใจเต้น รีบเข้าไปถามทันที “ปีนี้พี่น้องตระกูลหยางเข้าป่าแล้วหรือ”
เหล่าคนงานเมื่อเห็นว่าเป็นนางต่างก็เรียกผู้จัดการใหญ่ฉินแล้วขยับที่นั่งให้นาง
คนงานจากหมู่บ้านเซี่ยเหอกล่าวตอบ “ใช่ขอรับ ปีนี้พวกเขาเข้าป่าสองเที่ยว เที่ยวแรกไม่ได้ของดีอะไรนัก แต่เมื่อวานที่กลับมา ได้ยินว่าล่ากวางมาได้สองตัว ทั้งยังเก็บเห็ดหลินจือที่ค่อนข้างใหญ่มาได้กอหนึ่งด้วย”
กวางนั้นมีค่ามาก หนังใช้ประโยชน์ได้ดี เขาใช้ทำยา เนื้อก็นับว่าเป็นของโอชะในบรรดาสัตว์ป่าทั้งหลาย ยังมีเห็ดหลินจือป่าอีก หากเป็นดอกขนาดใหญ่เท่าจานราคาก็มิได้นับว่าสูงเกินไปนัก ทว่ากลับหายากยิ่งนัก แม้มีทรัพย์ก็มิอาจหาซื้อได้โดยง่าย
ฉินเหยารีบลุกขึ้นทันที “เช่นนั้นข้าคงต้องไปดูเสียหน่อย!”
กำลังกลุ้มใจเรื่องของขวัญปีใหม่อยู่พอดี นี่ประหนึ่งว่าพอง่วงก็ได้หมอนมานอนหนุน ฉินเหยากลัวว่าจะพลาดโอกาสจึงรีบขี่ม้าไปยังหมู่บ้านเซี่ยเหอทันที
เมื่อถึงบ้านหยางต้า คนก็แบกกวางเข้าเมืองไปแล้ว ฉินเหยารีบขี่ม้าไล่ตามไป สกัดสองพี่น้องไว้ได้กลางทาง
“ฉินเหนียงจื่อ เจ้าจะทำอะไรรึ” พี่น้องตระกูลหยางที่ถูกสกัดไว้เอ่ยถามอย่างสงสัย
พวกเขามิได้คิดว่าฉินเหยาผู้สามารถล้มเสือได้จะสนใจกวางสองตัวของตนเอง
อากาศหนาว กวางตายแล้วก็ไม่กลัวจะเน่าเสีย แต่หากจะลากไปถึงเมืองหลวงของมณฑล รสชาติย่อมไม่ดีแน่ ฉินเหยากล่าวว่า “ข้าต้องการซื้อเขากวางสองคู่นี้กับเห็ดหลินจือที่พวกเจ้าเก็บมา”
สองพี่น้องตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะออกมา หยางต้ากล่าวหยอกล้อ “ข่าวของเจ้านี่ช่างรวดเสียจริง”
ฉินเหยาเองก็ยิ้ม “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ดูเสียก่อนว่าในโรงงานของข้ามีคนงานจากหมู่บ้านเซี่ยเหอของพวกเจ้ากี่คน”
“เอาล่ะ อย่ามัวพูดไร้สาระเลย รีบตัดให้ข้าเถิด จะได้ไม่เสียเวลาพวกเจ้าเข้าเมือง” ฉินเหยากล่าวเร่งเร้า
หากเป็นคนอื่นมา สองพี่น้องอาจจะรังเกียจว่ายุ่งยากแล้วไม่ยอมขาย แต่ในเมื่อเป็นฉินเหยา เสียเวลาสักครู่ก็ไม่เป็นไร