ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 442 โชคลาภยังรออยู่ข้างหน้า
ตอนที่ 442 โชคลาภยังรออยู่ข้างหน้า
………………..
ครอบครัวซ่งอวี้ทั้งสามคน กินบะหมี่หอมกรุ่นอุ่นร้อนพลางมองฉินเหยาที่ยืนคุมห้าพ่อลูกปูที่นอนอยู่หน้าห้อง พลางฟังเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาจากห้องข้างๆ เกิดภาพลวงตาว่าโลกใบนี้ช่างลึกลับพิสดารเป็นพิเศษ
เคยเห็นแต่คนรับใช้ปูที่นอนให้เจ้านาย
ยังไม่เคยเห็นเจ้านายปูที่นอนให้คนรับใช้มาก่อน
โลกใบนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว
ทั้งสามคนคาบเส้นบะหมี่อยู่ในปาก อดคิดไม่ได้ว่าตนเองได้เข้ามาในถ้ำภูตผีปีศาจยามค่ำคืน ทุกสิ่งที่เห็นตรงหน้านี้ล้วนเป็นภาพมายาที่สร้างขึ้นมาเพื่อลวงตาพวกเขา
อันที่จริงลานบ้านเล็กๆ อันแสนอบอุ่นที่พวกเขาเห็นคือถ้ำปีศาจที่เต็มไปด้วยกระดูกแห้งและใยแมงมุม บะหมี่หอมกรุ่นที่ถืออยู่ในมือคือคางคกและหนอนแมลงวันที่แปลงกายมา พอกินเข้าไปรอจนฟ้าสางวันพรุ่งนี้ พวกเขาก็จะเน่าเปื่อยกันหมด
แต่ว่า…บะหมี่ผักธรรมดาชามนี้หอมอร่อยจริงๆ นะ!
หลี่ซื่อพลันเคร่งเครียดขึ้นมา ฝีมือทำอาหารของพ่อบ้านอาวั่งผู้นี้ ดูท่าว่านางจะเอาชนะเขาได้ยากอยู่บ้าง
แต่ฟังความหมายของฮูหยินแล้ว หากทำได้ไม่เป็นที่พอใจ งานในห้องครัวก็จะไม่มอบให้นาง
ไม่มีใครเลี้ยงคนว่างงาน หากอาศัยเพียงเงินเดือนของสามี ครอบครัวของพวกนางทั้งสามคนก็จะใช้ชีวิตยากขึ้นกว่าเดิม
หลี่ซื่อครุ่นคิดว่าพรุ่งนี้จะทำกับข้าวอะไรดีพลางกินบะหมี่ในมือจนหมดเกลี้ยง แม้แต่น้ำแกงหยดสุดท้ายก็ซดจนหมด
“น้ำแกงนี่พิเศษมาก…” หลี่ซื่อดูดปากรับรสชาติที่ยังคงค้างอยู่ หอมหวานสดชื่น เจือด้วยกลิ่นหอมของถั่วเหลือง “หรือว่าจะเป็นน้ำแกงที่เคี่ยวจากงู”
อาวั่งที่ยืนเป็นเสาอยู่ข้างประตูได้ยินดังนั้นก็หันกลับมามองหลี่ซื่ออย่างประหลาดใจ “เจ้าชิมออกด้วยรึ”
หลี่ซื่อพยักหน้าอย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าตนเองจะเดาถูกจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น น้ำแกงนี้ยังเข้มข้น ไม่ใช่งูตัวเล็กๆ ธรรมดาจะเคี่ยวออกมาได้
อาวั่งช่วยไขข้อสงสัยให้นาง กล่าวว่า “ตอนเที่ยงข้าจับงูหลามหญ้าในพงหญ้าริมแม่น้ำได้สองตัว ตัวผู้หนึ่งตัว ตัวเมียหนึ่งตัว”
เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง สรรพสิ่งฟื้นคืนชีพก็ถึงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์อีกครั้ง เดินอยู่บนถนนก็มักจะมีโชคลาภไม่คาดฝันอยู่เสมอ
เห็ดในป่าก็ขึ้นมาเยอะมาก ตอนที่เขาขึ้นเขาไปตัดฟืนก็สามารถเก็บกลับมาได้หนึ่งตะกร้าสบายๆ
ที่บ้านจึงมีน้ำแกงเห็ดสดใหม่หลากหลายชนิดให้กินไม่ขาด บำรุงร่างกายจนใบหน้าของเด็กๆ กลมขึ้นมาหนึ่งรอบ
ต้าหลางดูเหมือนจะถึงช่วงวัย ‘เด็กหนุ่มวัยกระทงที่กินจนพ่อหมดตัว’ แล้ว ปริมาณการกินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวก็สูงขึ้นมาช่วงหนึ่ง
หลี่ซื่อแอบจดจำข้อมูลเหล่านี้ไว้ในใจ ตัดสินใจปริมาณอาหารที่จะเตรียมในวันพรุ่งนี้ได้แล้ว
ดึกมากแล้ว ที่นอนปูเสร็จเรียบร้อย หลิวจี้ไล่เด็กๆ เข้าห้องไปนอน ตนเองก็กลับไปนอนเช่นกัน
ฉินเหยาเก็บหนังสือขายตัวของสองสามีภรรยาซ่งอวี้เรียบร้อยก็จุดหญ้าอ้ายไล่ยุงแล้วเข้านอน
ยังไม่ถึงฤดูร้อน แต่ในชนบทมียุงเยอะ ตอนนี้ก็เริ่มโผล่ออกมาแล้ว หากไม่จุดรมควันด้วยหญ้าอ้าย กลางดึกก็มีโอกาสสูงที่จะถูกเสียงน่ารำคาญ เสียง ‘หึ่งๆ’ นั้นปลุกคนให้ตื่นได้
อาวั่งเตรียมน้ำร้อนและหญ้าอ้ายให้ครอบครัวซ่งอวี้ เก็บกวาดห้องครัวเสร็จ ตรวจสอบประตูหน้าต่างเรียบร้อยก็กลับไปนอนที่ห้องใต้หลังคา
ห้องข้างเล็กๆ ห้องหนึ่งถูกทิ้งไว้ให้ครอบครัวทั้งสามคน ห้องนั้นเล็กมาก มีเพียงเตียงเล็กๆ ที่กว้างไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเซนติเมตร
แต่บนพื้นยังปูเสื่อไว้ ทำเป็นที่นอนบนพื้น สามารถให้เด็กนอนได้
ผ้าห่มบนเตียงหอมฟุ้ง หลี่ซื่อพึมพำอย่างใคร่รู้ “ไม่รู้ว่าใช้เครื่องหอมอะไรอบ ถึงได้หอมสบายเช่นนี้”
เสี่ยวไหลฝูที่นอนอยู่ในผ้าห่มนุ่มๆ บนพื้นรีบตอบอย่างภูมิใจ “ข้ารู้ เป็นเซียงอี๋ของเจ้านาย!”
หลี่ซื่ออยากจะเอ่ยตามสัญชาตญาณว่านี่เป็นไปไม่ได้ เซียงอี๋เป็นของล้ำค่าเพียงใดกัน
ฮูหยินและคุณหนูในจวนตระกูลซ่งยังใช้แค่ล้างหน้าล้างมือเท่านั้น
แต่ยังไม่ทันได้พูดก็นึกขึ้นได้ถึงเซียงอี๋ที่เห็นบนขอบหน้าต่างตอนที่ล้างหน้าล้างตาเมื่อครู่
เสี่ยวไหลฝูสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ในผ้าห่มเข้าไปลึกๆ “ใช่แล้ว เป็นกลิ่นของเซียงอี๋จริงๆ เอ้อร์หลางบอกว่าบ้านของพวกเขาใช้เซียงอี๋อาบน้ำสระผมซักเสื้อผ้า ซักเสร็จก็จะหอมฟุ้งไปหมด”
สีหน้าของซ่งอวี้เคร่งขรึมลง “อย่าเรียกสุ่มสี่สุ่มห้า ต้องเรียกว่านายน้อยรอง จำได้หรือไม่”
เสี่ยวไหลฝูพึมพำอย่างไม่พอใจ “แต่นายน้อยรองบอกชัดๆ ว่าให้เรียกเขาว่าเอ้อร์หลางนี่นา…”
ซ่งอวี้ยังอยากจะตักเตือนบุตรชายอีกสักหน่อย พอหันกลับไปมอง เจ้าตัวเล็กพูดไปพูดมาก็หลับไปเสียแล้ว
“เฮ้อ~” หลี่ซื่อถอนหายใจเฮือกหนึ่ง การมาหมู่บ้านตระกูลหลิวครานี้แตกต่างจากที่นางคาดการณ์ไว้มากกลับทำให้นางรู้สึกไม่มั่นคงในใจ
เจ้าบ้านใหม่ครอบครัวนี้ จะว่าไม่ร่ำรวยก็กลับใช้ของล้ำค่าอย่างเซียงอี๋มาซักผ้าห่ม
จะว่าร่ำรวย ที่บ้านกลับมองไม่เห็นเครื่องหยกเครื่องทองแม้แต่ชิ้นเดียว
โชคดีที่เจ้านายบ้านนี้ดูเหมือนจะเป็นคนใจดีทั้งนั้น ฮูหยินยังรับปากว่าจะส่งเสี่ยวไหลฝูไปสำนักศึกษาอีกด้วย เมื่อคิดเช่นนี้ บางทีโชคลาภยังรออยู่ข้างหน้าก็เป็นได้
ทั้งคืน หลี่ซื่อแทบไม่ได้นอน ในใจกังวลอยู่กับอาหารเช้ามื้อนั้น หรี่ตาลงครู่เดียว ไม่นานก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก
หลังจากหลับไปอีกครั้งก็ถูกเสียงอ่านหนังสือเบาๆ ปลุกให้ตื่น นางสะดุ้งลุกขึ้นนั่งบนเตียง ในใจร้องว่าแย่แล้วๆ ดันตื่นหลังเจ้าบ้านเสียได้
ในยามนี้หลี่ซื่อยังไม่รู้ถึงความมุ่งมั่นของนายท่านใหญ่ที่จะชิงตำแหน่งคนตื่นเช้าที่สุดในบ้าน ไม่เข้าใจ ‘ธรรมเนียมปฏิบัติ’ ข้อนี้ คิดแต่เพียงว่าตนเองสายแล้วจึงรีบสวมเสื้อผ้าเดินไปยังห้องครัว
พอเปิดประตูออกไปก็มึนงงไปชั่วขณะ ฟ้ายังคงมืดสนิท ทุกสรรพสิ่งเงียบสงัด
เสียงไก่ขันดังมาจากสวนหลังบ้าน ที่แท้เพิ่งจะยามอิ๋นต้นๆ (ใกล้เวลาตีสามครึ่ง)
หันกลับไปมองห้องหนังสือที่สว่างไสวในสวนหลังบ้านอีกครั้ง หลี่ซื่อก็บังเกิดความเคารพอย่างสุดซึ้ง นายท่านช่างขยันอ่านหนังสือถึงเพียงนี้!
แต่ในเมื่อตื่นแล้วก็เตรียมตัวเลยแล้วกัน
ต้องรออีกหนึ่งชั่วยามกว่าๆ นายน้อยคุณหนูถึงจะตื่นไปสำนักศึกษา เวลาที่เหลือให้เตรียมตัวจึงมีอย่างเพียงพอ
หลี่ซื่อจุดตะเกียงแล้วเริ่มยุ่งง่วนอยู่ในครัวอย่างเบามือ
เมื่อคืนนี้นางได้ทำความคุ้นเคยกับห้องครัวคร่าวๆ กับพ่อบ้านอาวั่งแล้ว รู้ว่าที่บ้านมีไข่ไก่ แป้ง ข้าวฟ่างและผลไม้แห้งต่างๆ จึงตัดสินใจทำขนมที่ตนเองถนัดที่สุด
พอนึกถึงอาหารกลางวันของนายน้อยคุณหนูก็เตรียมเกี๊ยวจิ่วช่ายเพิ่มอีก
เสียงในห้องครัวนั้นเบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน ฉินเหยารู้สึกได้ว่ามีคนตื่นแล้ว แต่ก็กลับหลับไปอีกในไม่ช้า
นางจงใจตื่นเช้าเป็นพิเศษพร้อมกับเด็กๆ เพิ่งจะสวมเสื้อผ้าเสร็จก็ได้ยินเสียงร้องว้าวๆ อย่างประหลาดใจของฝาแฝดดังมาจากในลานบ้าน
กลิ่นหอมของอาหารเช้าลอยผ่านร่องหน้าต่างเข้ามาแตะจมูก เป็นกลิ่นหอมหวานของอาหารประเภทแป้ง เจือด้วยกลิ่นไหม้เล็กน้อย ชวนให้น้ำลายสอ
ฉินเหยาผลักประตูออกไป เห็นได้ชัดว่ามีเพียงครอบครัวซ่งอวี้เพิ่มขึ้นมาสามคน แต่กลับรู้สึกเหมือนในลานบ้านเต็มไปด้วยผู้คน
เสี่ยวไหลฝูวิ่งไปมาระหว่างห้องครัวกับห้องโถง ช่วยมารดาทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะทำได้
ซ่งอวี้เองก็ไม่ได้อยู่เฉย ได้กวาดทำความสะอาดทั้งในและนอกลานบ้านเรียบร้อยแล้วและเตรียมกระดาษและพู่กันที่ต้องใช้สำหรับไปทำงานพร้อมแล้ว รอเพียงฉินเหยาไปโรงงานเครื่องเขียนด้วยกัน
อาวั่งให้อาหารสัตว์เสร็จแล้ว กำลังช่วยฝาแฝดแกะมวยผมที่เมื่อคืนเสียดายจนไม่ยอมแกะนอน ตอนนี้กลับพันกันยุ่งเหยิง
ในวินาทีนี้ อาวั่งพลันนึกถึงมือของอินเยว่ที่พลิกไหวอย่างคล่องแคล่วในกลุ่มเส้นผมขึ้นมา ในเรื่องการเกล้าผมนั้นสองมือของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าสองมือของเขาที่ใช้สังหารคนเลยแม้แต่น้อย
หลิวจี้ทำการบ้านช่วงเช้าเสร็จแล้ว ในมือถือเครื่องฝึกกำลังแขนสองอันที่ฉินเหยาใช้แท่นโม่หินเล็กๆ ทำให้ต้าหลาง เดินไปพลางยกขึ้นลงไปพลาง ปากก็ส่งเสียง “เฮ้ ฮ่า” ออกแรงไปด้วย
ตอนที่ฉินเหยาผลักประตูออกมา หลิวจี้กำลังยกเครื่องฝึกออกกำลังขึ้นสูง สองสามีภรรยาสบตากันพอดี
หลิวจี้กะพริบนัยน์ตาดอกท้อปริบๆ นางจะคิดว่าข้าเหมือนลิงกอริลลาตัวใหญ่หรือไม่นะ
ใบหน้าหล่อเหลาพลันแดงก่ำ เขารีบหันหลังกลับ แบกแท่นโม่หินสำหรับฝึกสองอันที่หนักอึ้งวิ่งหนีไปยังสวนหลังบ้านทันที!
ฉินเหยา ???
เมื่อครู่มีตัวอะไรวิ่งผ่านหน้าไปน่ะ