ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 445 อยากกินเค้ก
ตอนที่ 445 อยากกินเค้ก
หลี่ซื่อไม่มีอะไรจะพูดมากนัก เพียงกล่าวขอบคุณแล้วอดทนต่อความไม่คุ้นชินต่างๆ กลับไปเอาสัมภาระที่บ้านพร้อมฉินเหยาแล้วจัดแจงข้าวของเล็กน้อย
บ้านดินนั้นมืดสลัว ผนังถูกทำลายมานานปี ฝุ่นร่วงกราวลงมา
หากจะบอกว่าสภาพบ้านของฉินเหยาในสายตาของครอบครัวผู้มีอันจะกินนับได้เพียงว่าสะอาดเป็นระเบียบ เช่นนั้นแล้วบ้านของหลิวเหล่าฮั่นก็คงจะต้องใช้คำว่าซอมซ่อมาบรรยาย
แม้ว่าหลี่ซื่อจะไม่ได้ปริปากบ่น แต่จากสีหน้าสยดสยองตอนที่นางกวาดเจอรังมูลหนูแล้ว คิดว่าในใจคงจะพังทลายไม่น้อยเลย
ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉินเหยาไปเป็นองครักษ์จวนตระกูลติง ห้องข้างเล็กๆ ที่ตระกูลติงจัดให้นางก็ยังเป็นผนังอิฐและกระเบื้อง บนพื้นยังปูด้วยแผ่นหิน
พื้นดินโคลนที่นี่ขรุขระไม่เรียบ ผนังบ้านมีฝุ่นร่วงกราว ยังมีคานบ้านที่ดำมืดมองเห็นได้ไม่ชัดและหลังคาหญ้าคา ทุกอย่างล้วนเป็นการท้าทายขีดจำกัดของหลี่ซื่อ
ที่แท้แล้ว ครอบครัวที่ยากจนจริงๆ กลับยากจนถึงเพียงนี้!
โชคดีที่ผ้าห่มนุ่มๆ และมุ้งเตียงหนาๆ ที่ฉินเหยาจัดหาให้ช่วยบรรเทาความกังวลของหลี่ซื่อไปได้ไม่น้อย
อย่างน้อยพอมุ้งเตียงถูกปล่อยลงมา โลกใบเล็กๆ ข้างในนี้ก็ยังคงหอมกรุ่นและงดงาม
หลี่ซื่อรู้สถานะของตนเองดี นางมาเพื่อรับใช้ผู้อื่น ไม่ได้มาเพื่อเสวยสุข ครอบครัวเจ้านายใหม่ใจดีมาก ปฏิบัติต่อพวกนางอย่างดีก็นับเป็นโชคดีอย่างใหญ่หลวงแล้ว
ทุกวันหลังจากทำงานเสร็จ ตอนเย็นก็สามารถกลับบ้านของตนเองได้ ไม่ต้องคอยรับใช้ตลอดทั้งคืนก็สบายกว่าเมื่อก่อนไม่รู้เท่าไรแล้ว
ส่วนเสี่ยวไหลฝูนั้น เด็กน้อยยังเล็กอยู่จึงรู้สึกว่าทุกอย่างน่าสนใจไปเสียหมด แม้แต่จับแมลงในแปลงผักได้ก็ยังเป็นเรื่องแปลกใหม่
พอเด็กๆ ในหมู่บ้านมาหาเขาเพื่อชวนออกไปเล่นด้วยกัน เขากลับกลายเป็นคนที่แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มคนของหมู่บ้านตระกูลหลิวได้เร็วที่สุดในบรรดาสามคนในครอบครัว
บ้านนี้ให้ผักหนึ่งกำ ไข่สองฟอง บ้านนั้นให้ขนมเหนียวมงคลครึ่งชิ้น เต้าหู้หนึ่งถ้วย ออกไปวิ่งเล่นรอบหนึ่งก็ได้ของกินกลับมาเต็มอกเสื้อ
ยังมีเหล่าป้าๆ ย่าๆ ฝากเขามาถามอีกว่า “ท่านแม่ ท่านช่วยสอนงานเย็บปักถักร้อยให้ทุกคนได้หรือไม่”
นั่นเป็นเวลาที่บ้านฉินเหยากำลังจะเริ่มกินอาหารเย็นพอดี เจ้าบ้านผ่อนปรนไม่มีกฎระเบียบอะไรมารัดตัว เสี่ยวไหลฝูจึงวิ่งตรงเข้าไปพูดคุยกับมารดาในห้องครัว
พอเห็นฉินเหยาถือธนูแขนเทวะที่ใช้ฝึกซ้อมกลับมาจากสวนหลังบ้าน เขาก็รีบร้องเรียกเสียงใสว่า “ฮูหยิน!”
“ท่านดูสิขอรับ!” เจ้าตัวเล็กชี้ไปยังไข่ไก่ ผักและเต้าหู้ต่างๆ ที่ตนเพิ่งจะวางไว้ในกระด้ง “ล้วนเป็นของที่ทุกคนให้มาทั้งนั้นเลย”
ฉินเหยาเหลือบมองแล้วยิ้มกล่าว “คงเป็นเพราะเห็นว่าเจ้าหนูอย่างเจ้าน่ารักถึงได้ให้เจ้า คนอื่นไม่มีวาสนาเช่นนี้หรอกนะ”
เจ้าตัวเล็กหน้าแดงอย่างเขินอาย ดวงตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความสุขที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
เขาชอบที่นี่มาก ไม่มีใครดูถูกเขา ไม่มีใครรังแกเขาเพราะสถานะของตนเอง ทั้งยังพาเขาไปเล่นด้วย จับปลาจับนกให้เขาดู
แน่นอนว่า เขาก็บอกเล่าเรื่องราวภายนอกให้พวกเขาฟัง สอนพวกเขาเล่นเกมที่นายน้อยคุณหนูของจวนเจ้านายคนก่อนชอบเล่น
ฉินเหยากล่าวกับหลี่ซื่อที่อยู่ในห้องครัว “อากาศเริ่มร้อนแล้ว ผักที่เสี่ยวไหลฝูนำกลับมาพวกนี้เก็บไว้นานไม่ได้ คืนนี้ก็ทำกินด้วยกันเลยแล้วกัน พวกเจ้าจะได้นำกลับไปกินที่บ้านด้วย”
หากสามารถแยกกันได้ฉินเหยาก็จะพยายามแยกกันให้มากที่สุด คนในบ้านเดิมทีก็เยอะพอแล้ว หากเพิ่มครอบครัวซ่งอวี้เข้าไปอีกก็จะนั่งได้ไม่พอ เวลากินก็จะอึดอัด
ไม่ใช่แค่พวกนางที่จะอึดอัด ครอบครัวของซ่งอวี้เองก็คงจะอึดอัดเช่นกัน
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขาเสนอตัวลงจากโต๊ะไปแอบกินข้าวในห้องครัวด้วยความเคารพและหวาดหวั่นหรือต้องนั่งตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะอาหารตามคำสั่งของเจ้าบ้านพลางเคี้ยวข้าวเหมือนกำลังเคี้ยวขี้ผึ้ง แยกกันกินย่อมดีกว่า
ฉินเหยาชอบให้มีคนมาช่วยทำงาน แต่นางไม่ชอบเห็นคนอื่น ‘คุกเข่า’ ทำงานต่อหน้านาง
หลี่ซื่อดีใจ รีบรับคำ เช่นนี้นางก็จะประหยัดเวลาได้บ้าง ตอนกลางคืนกลับไปก็ยังสามารถทำชุดกระโปรงจากผ้าไหมเนื้อดีที่ฮูหยินต้องการได้
ฉินเหยาวางคันธนูลง มาที่โอ่งน้ำเพื่อล้างหน้า น้ำที่ตากแดดมาทั้งวันในตอนนี้อุ่นกำลังดี พอสัมผัสที่ใบหน้าแล้วสบายมาก
ตอนนี้พอเริ่มว่าง นางถึงได้รู้สึกว่าโลกกลับมาสวยงามอีกครั้ง แม้กระทั่งเสียงตะคอกของเอ้อร์หลางที่กำลังสอนการบ้านให้ฝาแฝดในห้องเด็กก็ยังฟังรื่นหูขึ้นมา
ช่วงนี้ถูกหลี่ซื่อเลี้ยงจนปากหวาน ฉินเหยาพลันอยากกินเค้กขึ้นมา
นางเลียริมฝีปาก ยิ่งคิดก็ยิ่งอยาก กลิ่นหอมหวานของเค้กดูเหมือนจะลอยมาแตะจมูกแล้ว
น่าเสียดายที่นางไม่รู้สูตร
หลี่ซื่อยกอาหารขึ้นโต๊ะแล้วหันหลังกลับไปถืออาหารของครอบครัวตนเองพลางเรียกบุตรชายกลับบ้าน ฉินเหยาก็พลันเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง
“หลี่ซื่อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเค้กทำอย่างไร”
หลี่ซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามหยั่งเชิงกลับ “ฮูหยินอยากจะกินไข่ตุ๋นหรือเจ้าคะ”
ฉินเหยาโบกมือ “ไม่ใช่แบบนั้น เป็นแบบที่อบออกมา ใช้ไข่ แป้ง น้ำตาลแล้วก็น้ำมันอะไรสักอย่างอบออกมา กินแล้วจะนุ่มๆ ฟูๆ แบบนั้น”
หลี่ซื่อส่ายหน้า “บ่าวมีความรู้น้อย ไม่เคยได้ยินชื่อขนมเช่นนี้มาก่อน แต่ลองทำดูได้เจ้าค่ะ”
พอฉินเหยาได้ยินนางบอกว่าทำไม่เป็น เดิมทีก็หมดหวังแล้ว แต่พอเห็นหลี่ซื่อบอกว่าลองดูได้ก็ตบมือฉาดใหญ่ ยื่นเงินสองตำลึงส่งให้ “เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู เงินไม่พอค่อยมาเอาที่ข้า ขาดวัตถุดิบอะไรก็ไปบอกอาวั่งให้ช่วยซื้อกลับมาให้”
สรุปก็คือ ตอนนี้ฉินเหยากระวนกระวายใจอย่างยิ่ง อยากจะกินเค้กคำนั้นให้ได้ ต่อให้เป็นของลอกเลียนแบบก็ตาม
บางครั้งความอยากอาหารของคนเราก็ช่างแปลกประหลาดเช่นนี้!
หลี่ซื่อรับเงินมา รู้สึกว่ามันเยอะไปหน่อย แต่พอคิดอีกที การลองผิดลองถูกย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะล้มเหลว ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้ว่าจะเท่าไร
อีกอย่าง ใช้วัตถุดิบราคาแพงอย่างแป้งสาลีอย่างดี ไข่ไก่ และน้ำตาล ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งมากขึ้น
หลี่ซื่อถือเงินคิดพลางเดินจากไป
หลิวจี้ยืนอยู่ที่ประตู เมื่อเห็นก้อนเงินในมือของหลี่ซื่อก็เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
จนกระทั่งหลี่ซื่อเดินจากไปไกลจนมองไม่เห็นเงินก้อนนั้นแล้ว เขาถึงได้ถือหีบหนังสือสุดจี๊ดของตนเดินก้าวยาวๆ เข้าประตูมา เอ่ยถามอย่างตกตะลึง “เมียจ๋า เจ้าให้เงินหลี่ซื่อมากมายขนาดนั้นทำไม”
“ให้นางช่วยข้าศึกษาวิธีทำของกินเล่นอย่างหนึ่งน่ะ” ฉินเหยาเหลือบมอง “ทำไม เจ้ามีความเห็นรึ”
หลิวจี้รีบส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ข้าไหนเลยจะกล้า”
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดจาประชดประชัน “ของกินเล่นล้ำค่าอะไรกันต้องใช้เงินถึงสองตำลึง เมียจ๋าทำไมไม่เอาเงินมาให้ข้า ให้ข้ามาช่วยเจ้าทำเล่า สองตำลึงเชียวนะ ต่อให้เจ้าอยากได้เนื้อมังกรฟ้าบนสวรรค์ข้าก็ไปตัดมาตุ๋นให้เจ้าได้!”
ฉินเหยายังไม่รู้ระดับฝีมือการทำอาหารกระจอกๆ ของเขาอีกรึ
ทำกับข้าวบ้านๆ ยังพอไหว แต่ขนมหวานเขาเองยังเคยกินมาแค่ไม่กี่อย่าง จะหวังให้เขาทำให้นางได้กินเค้ก นับเป็นเรื่องตลกที่สุดในปฐพีแล้ว!
“ล้างมือแล้วไปกินข้าวได้แล้ว” ฉินเหยาละสายตาจากหลิวจี้ เปิดปากตะโกนเสียงดังอีกครั้ง “กินข้าว!”
ตอนบ่ายนางฝึกยิงธนูไปสองชั่วยาม เสบียงที่กักตุนไว้ในท้องนางถูกเผาผลาญไปจนหมดสิ้นแล้ว
ยามนี้เมื่อเผชิญหน้ากับอาหารที่ครบถ้วนทั้งเนื้อและผักบนโต๊ะนี้ กระเพาะอาหารจึงร้องโครกครากมานานแล้ว
เมื่อได้รับคำสั่งจากฉินเหยา ทุกคนในลานบ้านก็มารวมตัวกันแล้วลงมือกินข้าว
หลังอาหารเย็น จานวาววับเสียจนส่องเห็นเงาคนได้
วันนี้ถึงตาต้าหลางกับซื่อเหนียงเก็บจาน เมื่อสองพี่น้องทำงานเสร็จ เห็นว่าฟ้ายังสว่างอยู่ การบ้านก็ทำเสร็จแล้วจึงเรียกซานหลางให้ไปที่บ่อน้ำในหมู่บ้านเพื่อเล่นกับเด็กๆ ในหมู่บ้านกัน
ส่วนเอ้อร์หลางนั้น เจ้าพ่อแห่งการเรียนย่อมไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าแม้แต่น้อย เขาย่อมต้องขยันเรียนหนังสืออยู่แล้ว
หลิวจี้เห็นแล้วยังละอายใจ
แต่ว่าวันนี้เขาไม่คิดจะเอาจริงเอาจังไปกับบุตรชาย เขามีเรื่องสำคัญจะต้องพูด
“ท่านอาจารย์บอกว่าช่วงนี้อากาศดี ตั้งใจว่าจะออกเดินทางเร็วขึ้นสองวัน ให้ข้ากลับมาเตรียมตัว มะรืนนี้เช้าตรู่ก็ออกเดินทางไปยังเมืองหลวงของมณฑลแล้ว ถึงตอนนั้นก็จะไปพักอยู่ที่ตระกูลเฮ่อ เพื่อสะดวกต่อการเตรียมสอบ”