ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 446 ส่งจดหมาย
ตอนที่ 446 ส่งจดหมาย
ฉินเหยามองดูแสงสุดท้ายของวันบนขอบฟ้า
มีคำกล่าวว่า ฟ้าแดงยามเช้าอย่าออกจากบ้าน ฟ้าแดงยามเย็นเดินทางได้พันลี้ ช่วงสองสามวันนี้เป็นวันที่อากาศแจ่มใสอย่างต่อเนื่องซึ่งหาได้ยากจริงๆ
“ได้ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเก็บข้าวของเถอะ” ฉินเหยาหยิบเมล็ดแตงโมกำหนึ่งขึ้นมาแทะ “กฎเดิม เขียนรายการค่าใช้จ่ายออกมา พรุ่งนี้ส่งมาให้ข้าตรวจสอบ”
หลิวจี้ก็รอประโยคหลังของนางนี่แหละ เขารีบลุกขึ้นกลับไปที่ห้องหนังสือเพื่อเขียนใบรายการทันที
ฉินเหยาไม่สนใจเขา นึกถึงต้นกล้าที่บ้านก็หยิบจอบขึ้นมาแล้วเดินออกจากบ้านไป
จากสภาพอากาศในช่วงสองสามวันนี้ ต้นกล้าในนาน่าจะเริ่มปักดำได้ในอีกประมาณสิบวัน
เนื่องจากผลการเก็บเกี่ยวอันอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านตระกูลหลิวเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้หมู่บ้านเซี่ยเหอจึงมีคนใจกล้าจำนวนไม่น้อยที่กันที่นาไว้ราวยี่สิบสามสิบหมู่เพื่อทำนาแบบพิถีพิถัน
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับปริมาณผลผลิตของข้าวสารตลอดทั้งปีในปีนี้ ทั้งสองหมู่บ้านจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง
ครั้งนี้ซ่งจางยังได้ฝากคนมาส่งข่าว กำชับให้ฉินเหยาแจ้งเวลากำหนดการปักดำของหมู่บ้านตระกูลหลิวล่วงหน้า
ถึงเวลานั้นเขาจะนำคนจากหมู่บ้านและตำบลต่างๆ มาเยี่ยมชมและเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกของพวกเขา ตั้งใจว่าจะผลักดันรูปแบบทำนาแบบหยาบเจ็ดส่วนและแบบพิถีพิถันสามส่วนอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวสารของทั้งอำเภอ
เช่นนี้แล้ว เรื่องการปักดำต้นกล้าของหมู่บ้านจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
ฉินเหยาจำต้องใส่ใจ วิ่งไปดูสถานการณ์การเจริญเติบโตของต้นกล้าที่นาทุกวันเพื่อที่จะได้แจ้งให้ซ่งจางนำคนกลุ่มใหญ่มาล่วงหน้าได้
ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านตั้งใจดูแลสุขภาพของตนเอง เรื่องนี้จึงมอบหมายให้ฉินเหยารับผิดชอบอย่างเต็มที่
เพราะต้องต้อนรับคนมากมายในคราวเดียว การเตรียมการล่วงหน้าจึงต้องทำให้ดี ฉินเหยาไม่อยากจะเหนื่อยงกๆ อยู่คนเดียว
หลังจากดูสถานการณ์ต้นกล้าที่นาแล้ว นางก็เดินเข้าหมู่บ้านไป
ระหว่างทางเดินผ่านบ่อน้ำในหมู่บ้านก็เรียกต้าหลาง ซานหลาง และซื่อเหนียงให้กลับบ้าน นางเดินขึ้นเนินไปเพียงลำพัง มาจนถึงบ้านของหลิวต้าฝู
บ้านของเขากินอาหารเย็นเสร็จแล้ว กำลังพักผ่อนอยู่ในลานบ้าน
ทันทีที่ฉินเหยาเข้าประตูไปก็ได้ยินเสียงกี่ทอผ้าดังมาไม่ขาดสาย สตรีในบ้านของหลิวต้าฝู ตราบใดที่ไม่ใช่เวลากินข้าวหรือเข้าห้องน้ำก็จะอยู่ในห้องทอผ้า
ผ้าต่วนที่ทอออกมาจากกี่ทอผ้านี้เป็นหนึ่งในรายได้สำคัญของบ้าน พวกนางจึงไม่กล้าหยุดพักแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าพอฟ้ามืด การทอผ้าตอนกลางคืนก็จะสิ้นเปลืองเทียนไขมากกว่าบ้านอื่น
แต่แสงเทียนที่เกินมานั้นก็ไม่ได้สูญเปล่า ลานบ้านของหลิวต้าฝูสว่างไสวไปด้วยแสงเทียน มองแล้วชวนให้รู้สึกสบายใจ
สำหรับการมาของฉินเหยานั้น หลิวต้าฝูไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด พอนางนั่งลง เขาก็ถามว่า “เจ้ามาหาข้ามีธุระอะไรหรือ”
ฉินเหยาเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ “เรื่องที่นายอำเภอจะพาคนมาเรียนรู้และเยี่ยมชมการปลูกข้าวที่หมู่บ้านเรา ผู้ใหญ่บ้านบอกท่านแล้วหรือยัง”
หลิวต้าฝูพยักหน้า หยิบจานผลเหมยป่าที่ล้างสะอาดแล้วมาส่งให้ “ลองชิมดูสิ เมื่อเช้านี้พวกเจ้าใหญ่เก็บมาจากในป่า รสเปรี้ยวอมหวาน เด็กสาวอย่างพวกเจ้าน่าจะชอบกินที่สุด”
ฉินเหยาเองก็ไม่เกรงใจ หยิบหลายลูกใส่ปาก รสเปรี้ยวหวานฉ่ำ อร่อยกว่าที่คิดไว้มากจึงอดไม่ได้ที่จะกินเพิ่มอีกหลายลูก
จากนั้นถึงได้ยิ้มถาม “ท่านลุงต้าฝู ท่านว่าวันที่แปดต้นเดือนนี้ ให้พวกนายอำเภอซ่งมาจะดีหรือไม่”
หลิวต้าฝูหัวเราะฮ่าๆ อย่างเจ้าเล่ห์ “เรื่องนี้ผู้ใหญ่บ้านให้เจ้าจัดการ เจ้าตัดสินใจเองก็พอแล้ว มาถามข้าทำไมกัน”
ฉินเหยาถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วกล่าวชมเชยว่า “อย่างไรเสียข้าก็ยังเด็ก ไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่ ครั้งนี้คนมากันเยอะขนาดนี้ ทั้งยังเป็นผู้มีหน้ามีตาในถิ่นนี้ทั้งนั้น หากไม่มีผู้ใหญ่อย่างท่านลุงต้าฝูคอยดูแล ข้าก็ไม่วางใจเลย”
หลิวต้าฝูรู้ว่านางเพียงแค่พูดไปตามมารยาท แต่ในใจกลับรู้สึกดีอย่างยิ่ง รีบโบกมือพลางยิ้มกล่าวว่า
“พอแล้วๆ เจ้าเนี่ยนะไม่วางใจ คำพูดนี้เอาไว้หลอกคนอื่นเถอะ สำหรับข้าแล้ว ผู้จัดการใหญ่ฉินอย่างเจ้าขึ้นสวรรค์ลงนรกล้วนทำได้ ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ”
“แต่เรื่องการรับรองแขกเหรื่อ ข้ายอมรับว่ารู้มากกว่าพวกเจ้าคนหนุ่มสาวอยู่นิดหน่อย หากเจ้าไว้ใจข้า ข้าจะช่วยเจ้าจัดการให้เรียบร้อยเอง ถึงเวลานั้นเจ้าเพียงแค่นำคนมาก็พอ”
โอกาสที่จะได้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับใต้เท้านายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านและหลี่เจิ้งจากที่ต่างๆ หลิวต้าฝูย่อมไม่ยอมปล่อยไป
แน่นอนว่าต้องต้อนรับคนมากมายในคราวเดียวย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง
แต่หากใช้โอกาสนี้ผูกมิตรกับหลี่เจิ้งได้อีกหลายคนก็ไม่นับว่าขาดทุน
ฉินเหยาคาดเอาไว้แล้วว่าเขาคงอยากจะผูกมิตรกับแขกที่มา ทั้งสองคนคนหนึ่งร้องอีกคนหนึ่งรับ พูดคุยกันไม่กี่ประโยคก็ตกลงเรื่องขั้นตอนการต้อนรับกันเรียบร้อย
ตอนที่ออกจากบ้านหลิวต้าฝู ฉินเหยายังได้ผลเหมยป่ามาครึ่งชาม พอเอากลับมาบ้านเด็กๆ กินแล้วต่างก็บอกว่าอร่อย
อาวั่งกล่าวว่า “เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าข้าจะเข้าป่าไปเก็บมาสักสองสามตะกร้า ที่เหลือถ้ากินไม่หมดก็ยังทำผลเหมยเคี่ยวให้หลี่ซื่อไว้ทำขนมได้”
ช่วงเวลานี้ ผลเหมยป่าบนภูเขาสุกหมดแล้ว ลูกสีแดงสดขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ รสเปรี้ยวหวานและฉ่ำน้ำ
ยังมีชนิดที่เป็นเม็ดเล็กๆ ออกเป็นช่อๆ ขึ้นเป็นดง มีทั้งสีม่วงและสีเหลือง เพียงแต่เนื้อน้อยเกินไป เด็กๆ ในหมู่บ้านก็ยังรังเกียจ
พรุ่งนี้สำนักศึกษาหยุด เมื่อได้ยินอาวั่งพูดเช่นนี้ พวกต้าหลางสี่พี่น้องก็ร้องจะขอไปด้วย
อาวั่งมองฉินเหยาแวบหนึ่ง เมื่อเห็นนางพยักหน้าก็พยักหน้าให้เด็กๆ “ฝึกฝนยามเช้าและกินข้าวเช้าเสร็จแล้วค่อยไป”
หากไปเช้าเกิน พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้น น้ำค้างลงจัด เสื้อผ้าเปียกยังไม่เท่าไร แต่รสชาติของผลเหมยป่าก็จะไม่เข้มข้นเท่าที่ควร
เด็กๆ รับคำพร้อมกัน แทบจะอดใจรอไม่ไหว
เอ้อร์หลางกล่าวว่า “พรุ่งนี้ข้าจะชวนเสี่ยวไหลฝูไปด้วย”
ฉินเหยากำชับ “ระวังความปลอดภัยด้วย อย่าไปนานเกินไป”
ทั้งสี่พี่น้องรับคำ พอเข้าแถวล้างหน้าล้างตาเสร็จก็กลับเข้าห้องขึ้นเตียงนอน ออมแรงไว้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะได้เข้าป่าไปเล่นให้สนุก
ฉินเหยากลับมาที่ห้อง พอเขียนจดหมายที่จะส่งให้ซ่งจางเสร็จก็เป่าเทียนดับแล้วเข้านอน
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินเหยาอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ ฝึกฝนยามเช้าเสร็จก็ถือจดหมายไปยังโรงงานเครื่องเขียนมอบให้หลิวจ้งที่จะเข้าเมืองไปซื้อของ ฝากให้เขานำจดหมายไปส่งที่ตระกูลซ่ง
“พี่รอง จำไว้นะว่าต้องส่งให้ถึงมือของซ่งฮูหยินหรือนายอำเภอซ่งเท่านั้น” ฉินเหยากำชับ
หลิวจ้งหวาดหวั่นใจเล็กน้อย จะให้เขาไปพบใต้เท้านายอำเภองั้นรึ แค่คิดเขาก็ขาสั่นแล้ว
แต่เขาจะทำเสียเรื่องไม่ได้จึงกัดฟันพยักหน้า “วางใจได้ ข้าจะไปส่งให้ถึงมือแน่นอน”
ดังนั้น หลังจากเก็บจดหมายฉบับนี้เรียบร้อยแล้ว หลิวจ้งก็เดินทางเข้าเมืองไปด้วยความหวาดหวั่น
พอไปถึงที่นั่นเขาจึงพบว่า อันที่จริงขอเพียงอ้างชื่อของน้องสะใภ้สาม การจะเคาะประตูหลังบ้านของใต้เท้านายอำเภอนั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก
คนรับใช้ของบ้านซ่งนำเขาไปพบซ่งฮูหยิน หลิวจ้งไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง กลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกว่าเป็นการล่วงเกิน หลังจากส่งจดหมายถึงมือซ่งฮูหยินด้วยตนเองแล้วก็รีบถอยออกมาทันที
“รอเดี๋ยวก่อน” ซ่งฮูหยินเรียกหลิวจ้งเอาไว้ ก่อนหันไปสั่งสาวใช้ให้นำหีบไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าใบหนึ่งเข้ามา
สาวใช้สองคนอุ้มหีบไม้เข้ามาอย่างทุลักทุเลก่อนส่งให้ถึงมือหลิวจ้ง
ขนาดว่าหลิวจ้งเองก็เตรียมพร้อมเต็มที่ แต่ก็ยังถูกหีบไม้อันหนักอึ้งนั้นทำเอาเซไปก้าวหนึ่ง เขารีบย่อเข่าลงใช้เข่าหนุนเอาไว้แล้วกอดหีบให้แน่น ถึงจะสามารถประคองเอาไว้ได้
ไม่รู้ว่าเป็นของอะไรถึงได้หนักเช่นนี้ หลิวจ้งรู้สึกประหลาดใจนัก
ซ่งฮูหยินกล่าวว่า “นี่คือของที่น้องชายบ้านข้าติดค้างฉินเหนียงจื่อไว้ เดิมทีคิดว่าจะให้คนนำไปส่งให้ในสองวันนี้ แต่ในเมื่อท่านมาแล้ว พอดีให้ท่านนำกลับไปเสียเลยจะได้ไม่ทำให้ฉินเหนียงจื่อต้องรอนาน”
หลิวจ้งรับคำเสร็จแล้วก็ขอตัวลา
เมื่อเดินออกมาจากจวนซ่ง หันกลับไปมองเรือนสูงใหญ่กำแพงขาวกระเบื้องเขียวหลังนี้ก็รู้สึกเหมือนว่าฝันไป นี่น่ะหรือบ้านของนายอำเภอซ่ง ช่างโอ่อ่าสมคำร่ำลือจริงๆ