ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 468 กล่องเครื่องใช้สตรี
ตอนที่ 468 กล่องเครื่องใช้สตรี
วันรุ่งขึ้น ซ่งอวี้มาหาฉินเหยาที่บ้านในช่วงบ่าย เขานำใบสั่งซื้อสินค้ารอบที่แล้วของห้างการค้าฟู่หลงมาด้วย
ครั้งนี้หลังจากที่หลิวไป่และคนอื่นๆ กลับมา หีบหนังสือที่ต้องส่งมอบให้ห้างการค้าฟู่หลงก็ถูกส่งมอบไปทั้งหมดแล้ว
เมื่อส่งสินค้าเรียบร้อยก็ถึงเวลาต้องเรียกเก็บเงินงวดสุดท้ายอีกห้าส่วนที่เหลือ
ตามปกติแล้ว ฉินเหยาจะเดินทางไปยังเมืองหลวงของมณฑลด้วยตนเองเพื่อชำระเงินงวดสุดท้ายให้เรียบร้อยและจะนำใบสั่งซื้อรอบถัดไปกลับมาด้วย
แต่ตอนนี้ซ่งอวี้ทำหน้าที่ดูแลโรงงานเครื่องเขียนแทนฉินเหยา เขาจึงเดินทางมาเพื่อสอบถามและขอคำชี้แนะโดยเฉพาะ
เมื่อคืนฉินเหยาอ่านจดหมายจนนอนดึกไปหน่อย ตอนที่ซ่งอวี้มาถึง นางเพิ่งจะตื่นนอนและกินข้าวมื้อเช้าควบเที่ยงเสร็จ แสงแดดในช่วงใกล้เที่ยงสาดส่องลงมาทำให้นางรู้สึกเกียจคร้านไร้เรี่ยวแรง
หลังจากฟังรายงานของซ่งอวี้จบ ตาของฉินเหยาก็ใกล้จะปิดอยู่รอมร่อแล้ว
“ฮูหยิน” ซ่งอวี้จงใจเรียกเสียงดังขึ้น
คนที่นอนอยู่บนเก้าอี้จึงค่อยลืมตาขึ้น นางกวักมือเป็นสัญญาณให้เขานำบัญชีมาให้ดู
ซ่งอวี้ยื่นบัญชีและสัญญาของใบสั่งซื้อรอบที่แล้วให้ฉินเหยาพร้อมกับอธิบายว่า
“ฮูหยิน ใบสั่งซื้อหีบหนังสือพลังเซียนห้าพันใบจากห้างการค้าฟู่หลงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องเขียนของเถ้าแก่ไป๋ซั่นก็ส่งมอบไปแล้วครึ่งหนึ่ง ยังเหลืออีกห้าหมื่นกล่อง คาดว่าจะส่งมอบได้ทั้งหมดราวเดือนสามปีหน้า”
ฉินเหยาฟังไปพลางตรวจสอบบัญชีไปพลาง เมื่อยืนยันว่าไม่มีข้อผิดพลาด นางก็ปิดบัญชีแล้วเงยหน้าขึ้นมองซ่งอวี้
ซ่งอวี้ขอคำชี้แนะ “ฮูหยิน เงินงวดสุดท้ายจากห้างการค้าฟู่หลงยังเหลืออีกหนึ่งพันตำลึง ครั้งนี้ท่านยังจะเดินทางไปเองหรือไม่ขอรับ”
ฉินเหยาพยักหน้า “เจ้าจัดการเรื่องในโรงงานให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เช้าเดินทางไปเมืองหลวงของมณฑลพร้อมข้า ข้าจะพาเจ้าไปแนะนำให้รู้จักคนก่อน คราวหน้าเจ้าจะได้ไปจัดการเอง”
ซ่งอวี้ดีใจมาก รีบขานรับทันที
นี่หมายความว่าเขาผ่านช่วงทดลองงานหนึ่งเดือนและได้รับการยอมรับจากฮูหยินอย่างเป็นทางการแล้ว
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ซ่งอวี้จึงถือโอกาสนี้พูดถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผู้จัดการเฉียวอวิ๋นและคนงานคนอื่นๆ ร่วมกันคิดค้นขึ้นมาในเดือนนี้
เดิมทีนี่เป็นสิ่งที่เขาเตรียมไว้เพื่อใช้ผ่านการทดลองงาน ไม่นึกว่าการทดลองงานจะผ่านไปได้ราบรื่นกว่าที่คาดไว้
เรื่องที่อวิ๋นเหนียงกำลังศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่นั้นฉินเหยารู้อยู่แล้วและเพราะรู้เรื่องนี้ นางจึงให้ซ่งอวี้ผ่านงานก่อนกำหนดอย่างง่ายดายเช่นนี้
แต่ผลการศึกษาเป็นอย่างไรนางไม่รู้จริงๆ นางจึงลุกขึ้นทันทีแล้วเดินตามซ่งอวี้ไปยังโรงงานเครื่องเขียนด้วยความคาดหวัง
เพื่อให้อวิ๋นเหนียงได้ศึกษาอย่างเต็มที่ ซ่งอวี้จึงได้แบ่งห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งให้นางโดยเฉพาะ
ภายในห้องเล็กๆ นี้มีเครื่องมือครบครัน มีไม้หลากหลายชนิด เป็นห้องทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ เห็นแล้วแม้แต่คนทำงานไม้ไม่เป็นอย่างฉินเหยาก็ยังรู้สึกคันไม้คันมือ
หลังมื้ออาหารกลางวันอวิ๋นเหนียงไม่ได้พักผ่อน พอกินข้าวเสร็จนางก็กลับไปยังห้องวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อนำเอาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทำเสร็จไว้ก่อนหน้านี้มาลงสีเป็นขั้นตอนสุดท้าย
ฉินเหยาและซ่งอวี้มาถึงอย่างกะทันหัน อวิ๋นเหนียงที่กำลังจดจ่ออยู่ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบาๆ ของซ่งอวี้
เมื่อหันกลับมาเห็นว่าเป็นใคร นางก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเล็กน้อย แต่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ฉินเหยาเดินเข้ามาแล้วชี้ไปที่กล่องบนโต๊ะตรงหน้าอวิ๋นเหนียง “ให้ข้าดูหน่อย”
อวิ๋นเหนียงพยักหน้าพลางอธิบายอย่างเขินอาย “พอได้จับของพวกนี้ทีไร ข้าก็ลืมนึกเรื่องอื่นไปหมดเลย พอมีเสียงอะไรนิดหน่อยก็ตกใจตลอด ผู้จัดการใหญ่ฉินท่านอย่าหัวเราะเยาะข้านะ”
ฉินเหยาส่ายหน้าแสดงออกว่านางจะไม่ทำเช่นนั้น แต่ก็อดที่จะยกมุมปากขึ้นไม่ได้
สิ่งที่อวิ๋นเหนียงทำยังคงเป็นกล่องใบหนึ่ง รูปแบบคล้ายกับหีบหนังสือพลังเซียนมาก แต่หีบหนังสือพลังเซียนเป็นทรงตั้งและมีล้อ ส่วนกล่องใบใหม่นี้เป็นทรงแนวนอน ไม่มีคันชักและล้อ มีเพียงหูหิ้วเท่านั้น
ทั้งกล่องดูมีขนาดเท่ากับหีบเดินทาง ขนาดสิบหกนิ้ว หูหิ้วที่ทำจากไม้ถูกขัดจนเรียบเนียนกลมมน ฉินเหยาลองยกขึ้นเบาๆ กล่องใบนี้เบาอย่างไม่น่าเชื่อ
อวิ๋นเหนียงยิ้มเล็กน้อย นางอาสารับกล่องไปวางบนโต๊ะแล้วอธิบายให้ฉินเหยาฟัง
นางทำกล่องที่สามารถใส่สัมภาระได้ แต่แตกต่างจากหีบไม้ที่เห็นกันทั่วไป ไม่ได้เปิดปิดด้วยบานพับ แต่ใช้การเลื่อนฝากล่องเข้าออก
ฝากล่องนี้เป็นแบบเดียวกับที่ใช้บนหีบหนังสือพลังเซียน
หีบไม้นี้ไม่ได้เปิดแยกออกเป็นสองส่วนจากตรงกลาง แต่มีแผ่นกั้นตรงกลางและเปิดโดยการเลื่อนฝาจากด้านซ้ายและขวา
อวิ๋นเหนียงกล่าวว่า “แบบนี้ก็จะมีสองส่วนไว้สำหรับใส่ของที่แตกต่างกันได้ ด้านหนึ่งข้าใช้กระดาษเคลือบน้ำมันกันน้ำรองพื้น อีกด้านหนึ่งเป็นพื้นไม้ธรรมดา ทั้งกล่องทาด้วยน้ำมันเคลือบกันน้ำ ถึงไม่มีกระดาษเคลือบน้ำมันก็ไม่ทำให้ของข้างในเปียกง่ายๆ”
“ตัวกลอนตรงฝาปิด ข้าใช้กลไกชนิดหนึ่ง เมื่อปิดฝาลงแล้วจะต้องเลื่อนปริศนาตัวเลื่อนบนฝากล่องจึงจะลงกลอนแน่นสนิท หากมิใช่เจ้าของ ย่อมไม่มีผู้ใดรู้วิธีไขกลไกนี้ได้ หากภายในเก็บของมีค่าก็ไม่ต้องหวั่นว่าจะถูกขโมยไปโดยง่าย…”
ยิ่งพูดอวิ๋นเหนียงก็ยิ่งตื่นเต้น นางยังแสดงให้ฉินเหยาดูถุงแบ่งช่องหลายชั้นที่นางไปให้ช่างฝีมือสตรีเย็บให้เป็นพิเศษ ถุงนี้สามารถติดไว้ในหีบไม้ ใช้สำหรับใส่ของที่บอบบางได้หลายอย่าง เช่น ชุดน้ำชา ชุดถ้วยชามและชาดกับแป้งผัดหน้าที่คุณหนูและฮูหยินอาจต้องใช้บ่อยๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ ในกล่องนี้ยังมีกระจกทองแดงทรงกลมขนาดเท่าฝ่ามือฝังอยู่ด้วย!
ฉินเหยาคิดในใจ นี่มันคือการผสมผสานระหว่างหีบเดินทางใส่รหัสผ่านสมัยใหม่กับกระเป๋าเครื่องสำอางแบบหิ้วของผู้หญิงชัดๆ!
พอมองดูลวดลายดอกท้อแกะสลักบนหีบเดินทางแบบหิ้วใบนี้อีกครั้ง บวกกับน้ำมันเคลือบสีชมพูขาวที่ลงไว้อย่างปราณีตก็ช่างงดงามจนชวนให้หวั่นไหว
อวิ๋นเหนียงลูบไล้ดอกท้อสีชมพูขาวนั้น แววตาอ่อนโยน รอยยิ้มหวานละมุน “เหล่าสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงขี่ม้าท่องไปตามท้องถนน ช่างอิสระเสรีชวนให้คนอิจฉาจริงๆ”
“ข้าก็เลยคิดว่า ในเมื่อบุรุษมีหีบหนังสือพลังเซียนได้แล้วสตรีจะมีหีบเดินทางที่ทั้งเบาและไว้สำหรับใส่ของใช้ส่วนตัวที่ชื่นชอบบ้างไม่ได้หรือ”
อวิ๋นเหนียงเงยหน้าขึ้นมองฉินเหยา แววตาสาดประกายร้อนแรง “ข้าตั้งชื่อให้มันว่า กล่องเครื่องใช้สตรี”
ฉินเหยาอดไม่ได้ที่จะถาม “ต้นทุนคงแพงมากเลยสินะ”
อวิ๋นเหนียงพยักหน้า แพงจริง แต่ก็ถูกกว่าหีบหนังสือพลังเซียน เพราะใช้ไม้น้อยกว่าและกระจกทองแดงด้านในสามารถถอดออกได้ นางจะเว้นช่องไว้ให้สตรีที่พอจะซื้อกระจกทองแดงได้ไปติดตั้งเอง
ฉินเหยาหยิบกล่องเครื่องใช้สตรีใบนี้ขึ้นมาแล้วลองเดินไปมาในลานด้านนอก แต่เพราะนางแรงเยอะจึงไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
นางจึงกวักมือเรียกหยางฟาง ลูกศิษย์ของอวิ๋นเหนียงให้มาลองดู
“ใส่ของใช้ที่ใช้บ่อยๆ เข้าไปแล้วลองยกดูว่าเดินได้นานแค่ไหน สะดวกต่อการเคลื่อนไหวหรือไม่” ฉินเหยากำชับ
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมนางถึงสั่งเช่นนี้ แต่หยางฟางก็เลือกที่จะทำตามโดยไม่คิดอะไร ผู้จัดการใหญ่ฉินสั่งแบบนี้ย่อมต้องมีเหตุผลของนาง
อวิ๋นเหนียงและหยางฟางหาของมาใส่เข้าไปหลายอย่าง อวิ๋นเหนียงเคยทดสอบความจุด้วยตัวเองแล้ว ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นพื้นฐานสามารถใส่ได้หมด ยังสามารถใส่เสื้อผ้าและรองเท้าถุงเท้าที่ใช้ประจำได้อีกสองชุด
เมื่อยัดของใส่กล่องจนเต็มแล้วก็เลื่อนฝาปิดแล้วใช้กลไกรหัสลงกลอนให้แน่น หยางฟางลองยกขึ้นอีกครั้ง
นางเรียนรู้การล่าสัตว์กับครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก แรงจึงเยอะกว่าสตรีทั่วไป พอยกหีบไม้ขึ้น ไหล่ก็ทรุดลงเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ทรงตัวได้แล้วเดินไปมาในลานได้อย่างคล่องแคล่ว
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉินเหยาก็เรียกช่างฝีมือสตรีที่รูปร่างค่อนข้างเล็กมาอีกสองสามคน กล่องเครื่องใช้สตรีที่ใส่ของจนเต็ม พวกนางก็สามารถยกขึ้นได้ แม้จะหนักไปหน่อย แต่การถือเดินนานกว่าครึ่งชั่วยามก็ไม่ใช่ปัญหา
และนี่คือน้ำหนักในกรณีขีดสุด ชุดน้ำชาหรือถ้วยชามทั่วไปหรือกล่องชาดกับแป้งฝุ่นล้วนไม่ได้หนักขนาดนี้
ดังนั้น ฉินเหยาจึงรีบให้อวิ๋นเหนียงเขียนรายละเอียดต้นทุนลงในใบเสร็จแล้วส่งให้นางทันที พรุ่งนี้นางจะนำกล่องเครื่องใช้สตรีใบนี้เดินทางไปยังเมืองหลวงของมณฑลด้วย
ไม่แน่ว่ากลับมาครั้งนี้อาจจะได้คำสั่งซื้อใหม่กลับมาด้วย