ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 473 การสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
- ตอนที่ 473 การสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์
ตอนที่ 473 การสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์
ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วยามกว่าจะถึงเวลานัดหมาย ฉินเหยาและซ่งอวี้ไม่ได้กลับไปที่โรงเตี๊ยม แต่เลือกที่จะสอบถามข่าวคราวเกี่ยวกับห้างการค้าฟู่หลงตามท้องถนน
ผ่านไปครึ่งปี ด้วยการสนับสนุนจากองค์หญิงใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้ตอนนี้ห้างการค้าฟู่หลงแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก
ปัจจุบันผู้จัดจำหน่ายยาทั้งหมดในเมืองหลวงของมณฑลได้เปลี่ยนเป็นห้างการค้าฟู่หลงแล้ว ผ้าแพรพรรณในร้านผ้าต่างๆ ก็มาจากห้างการค้าฟู่หลงเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าใบชาและสินค้าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
แม้จะยังไม่สามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดจื่อจิงได้ แต่ก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของกรมการขนส่งทางน้ำในปัจจุบัน
แขกในโรงน้ำชากล่าวกันว่า ตอนนี้ห้างการค้าฟู่หลงกำลังเตรียมที่จะเหมาเรือทุกลำของท่าเรือในสังกัดกรมการขนส่งทางน้ำของจังหวัดจื่อจิง เพื่อกอบโกยเงินจากการขนส่งทางน้ำ
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ร้านค้าทั่วไปจะทำได้ ต้องมีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังจึงจะมีความหวังที่จะเข้าไปแทรกแซงกิจการของทางการได้
และเป็นเพราะการวางตัวอย่างอวดโอ่ของห้างการค้าฟู่หลงในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ถึงกับมีคนในแวดวงการค้าคาดเดากันว่า เป็นชิวเยี่ยนที่จ้างวานฆ่าเถ้าแก่กัวหลินแห่งห้างการค้าจิ่งหยุนและตอนนี้ก็เตรียมที่จะเข้ามาแทนที่
เมื่อซ่งอวี้ไปสืบข่าวนี้มาได้ ฉินเหยากำลังจะยกชาเย็นขึ้นดื่มพอดี นางเกือบจะพ่นน้ำชาออกมา
แน่นอนว่านางเป็นมืออาชีพจึงไม่ได้พ่นชาออกมาจริงๆ
แต่เพราะซ่งอวี้ยืนอยู่ใกล้มาก เขาจึงสังเกตเห็นอะไรบางอย่างได้และเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ฮูหยิน ท่านไม่เป็นไรนะขอรับ”
ฉินเหยาโบกมือ แต่สุดท้ายก็ยังดื่มชาเย็นในถ้วยจนหมดแล้วพูดให้ความยุติธรรมกับชิวเยี่ยนประโยคหนึ่ง
นางกล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่ชิวเยี่ยนจะฆ่ากัวหลิน”
คนที่กำลังถกเถียงกันอย่างออกรสหลายคนหันมามองฉินเหยาทันทีแล้วถามอย่างไม่ยอม “เจ้าอาศัยอะไรมายืนยันเช่นนั้น!”
ฉินเหยาคิดในใจ ‘คนที่มารดาผู้นี้ฆ่าเองกับมือ มารดาผู้นี้จะไม่รู้ได้อย่างไร’
แต่บนใบหน้ากลับสงบนิ่งแล้วกล่าวว่า “คนสองคนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย อีกทั้งขอบข่ายการทำการค้าก็ต่างกัน นายท่านชิวไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น”
อย่างไรเสียนางก็ได้ชี้แจงแล้ว จะเชื่อหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับนางแล้ว
“ไปกันเถอะ” ฉินเหยาบอกให้ซ่งอวี้หยิบกล่องเครื่องใช้สตรีขึ้นมา ได้เวลาแล้วจึงมุ่งหน้าไปยังหอเติงอวิ๋นตามนัด
ชิวเยี่ยนและเจี่ยงเหวินมาถึงก่อนแล้ว เมื่อพบหน้ากันก็ล้วนเป็นคนคุ้นเคย ฉินเหยาจึงแนะนำซ่งอวี้ให้รู้จักแล้วทั้งสี่ต่างก็นั่งลงประจำที่
อาหารถูกยกขึ้นโต๊ะอย่างรวดเร็ว หลังจากกินไปได้ไม่กี่คำ ทุกคนก็เริ่มเข้าเรื่องสำคัญ
สำหรับการชำระเงินงวดสุดท้ายนั้น ครั้งนี้ไม่ต้องรอให้ฉินเหยาเอ่ยปาก เจี่ยงเหวินก็เป็นฝ่ายยื่นตั๋วเงินมาให้ด้วยตนเอง
ยอดสั่งซื้อครั้งก่อนคือหีบหนังสือห้าพันใบซึ่งได้จ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งพันตำลึง ตอนนี้จึงเหลือเงินงวดสุดท้ายที่ต้องชำระอีกหนึ่งพันตำลึง
ซ่งอวี้รับตั๋วเงินมาตรวจสอบดูว่าถูกต้องจึงพยักหน้าให้ฉินเหยา
ชิวเยี่ยนเอ่ยขึ้นว่า “ครั้งนี้ยังต้องการอีกห้าพันใบ ขอให้ส่งของก่อนกลางเดือนสิบสองก็พอ”
ฉินเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ปริมาณการสั่งซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าหีบหนังสือพลังเซียนจะพ้นช่วงที่ขายดีที่สุดไปแล้ว
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่ายอดสั่งซื้อตลอดทั้งปีหน้าอาจจะไม่ถึงหนึ่งหมื่นใบด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินเหยาก็ขยิบตาให้ซ่งอวี้เป็นสัญญาณ ให้เขานำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาให้ทั้งสองคนดู
อันที่จริง ชิวเยี่ยนและเจี่ยงเหวินเห็นหีบใบนั้นที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีเทาตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว เพียงแต่ฉินเหยาไม่เอ่ย พวกเขาจึงไม่กล้าเอ่ยปากถามไปก่อน
ครั้นเห็นซ่งอวี้ดึงผ้าคลุมออก เผยให้เห็นกระเป๋าถือใบกะทัดรัดที่อยู่ข้างใน ภาพแกะสลักนูนต่ำรูปดอกท้อบนฝากล่องก็ทำให้ทั้งสองดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
ชิวเยี่ยนมองไปยังฉินเหยาด้วยแววตาสนใจใคร่รู้อย่างยิ่ง “นี่คือ”
“กล่องเครื่องใช้สตรีเจ้าค่ะ” ฉินเหยาพยักหน้า ซ่งอวี้เข้าใจความหมายจึงลุกขึ้นเก็บถ้วยชามบนโต๊ะเพื่อจัดเตรียมพื้นที่แล้วจึงสาธิตวิธีการใช้งานและอธิบายแนวคิดการออกแบบของกล่องเครื่องใช้สตรีให้ชิวเยี่ยนและเจี่ยงเหวินฟังอย่างละเอียดรอบด้าน
เพียงแค่ประโยคว่า “ออกแบบมาเพื่อสตรีสูงศักดิ์โดยเฉพาะ” ก็ทำให้เจี่ยงเหวินถึงกับตาเป็นประกาย
โดยเฉพาะกระจกทองแดงบานเล็กที่ฝังอยู่ด้านในนั้น ดูแปลกใหม่และน่าสนใจเป็นพิเศษ
แน่นอนว่าเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ต่างก็มีหีบเครื่องแป้งของตนเองซึ่งย่อมมีกระจกทองแดงไว้เพื่อความสะดวกในการแต่งหน้าอยู่แล้ว
แต่กระจกเหล่านั้นไม่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ทั้งยังไม่เล็กน่ารักเหมือนกระจกบานนี้
สรุปคือ แม้แต่เจี่ยงเหวินที่เป็นบุรุษเพศ เมื่อเห็นกล่องเครื่องใช้สตรีใบนี้ก็ยังรู้สึกว่าหากซื้อกลับไปฝากภรรยาและลูกสาว พวกนางจะต้องถูกใจเป็นแน่
ฉินเหยาค่อยๆ ตักน้ำแกงชั้นเลิศที่พ่อครัวใหญ่ของหอเติงอวิ๋นบรรจงเคี่ยวนานถึงเก้าชั่วยามขึ้นมาละเลียดชิมพลางกล่าวว่า
“ครั้งนี้ ข้าตั้งใจจะเจาะตลาดระดับกลางถึงบน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือครอบครัวของขุนนางและคหบดีผู้มั่งคั่ง สตรีในกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงที่สุดและมีต้นทุนมากพอที่จะใช้กล่องเครื่องใช้สตรีเช่นนี้ได้”
“ถ้าผู้ดูแลและเถ้าแก่เห็นว่าน่าสนใจ เราก็มาลองร่วมมือกันอีกสักครั้ง เราเป็นผู้ผลิต ส่วนพวกท่านรับผิดชอบด้านการตลาดและการจัดจำหน่าย”
ชิวเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาได้ยินคำศัพท์ใหม่คำหนึ่ง “การตลาด?”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ฉินเหยายิ้ม “ถ้าข้าบอกว่านี่คือหีบที่ใช้ใส่ของได้ มันก็เทียบไม่ได้เลยกับหีบไม้ใบใหญ่อื่นๆ และจะไม่มีใครยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อมัน”
“แต่ถ้าข้าบอกว่านี่คือกระเป๋าถือที่ออกแบบมาเพื่อสตรีสูงศักดิ์โดยเฉพาะ เป็นสัญลักษณ์ของสถานะ ความมั่งคั่งและอำนาจ มันก็จะไม่ใช่แค่หีบไม้ที่ดูไร้ประโยชน์อีกต่อไป แต่เป็นกล่องเครื่องใช้สตรีสำหรับสตรีสูงศักดิ์โดยเฉพาะ”
คำอธิบายนี้เรียบง่ายและเข้าใจง่าย ชิวเยี่ยนพยักหน้า เขาเข้าใจความหมายของนางแล้ว…ก็คือการโม้ โม้ให้ยิ่งใหญ่เข้าไว้!
เจี่ยงเหวินลองถาม “ถ้าเช่นนั้น กล่องเครื่องใช้สตรีนี้ ที่โรงงานสามารถผลิตได้ปีละกี่ใบ”
“อืม…” ฉินเหยาทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง แต่น้ำเสียงที่พูดออกมากลับดูเหมือนไม่ใส่ใจเท่าใดนัก “กำหนดไว้คร่าวๆ สักสองพันใบก่อนแล้วกัน อย่างไรเสียก็เป็นงานฝีมือล้วนๆ เป็นรุ่นจำกัดที่เหล่าคนงานบรรจงแกะสลักอย่างประณีต”
เจี่ยงเหวินแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่
ชิวเยี่ยนก็เช่นกัน เขาเตือนฉินเหยาอย่างจนใจเล็กน้อย “ทั่วใต้หล้ามีช่างฝีมือเก่งๆ อยู่มากมาย หากช่วงแรกสินค้ามีไม่พอ ต่อให้พวกเราจะมีฝีมือสูงล้ำเพียงใดก็ไม่สามารถขวางการปรากฏตัวของสินค้าลอกเลียนแบบได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าสตรีผู้สูงศักดิ์อาจจะไม่สนใจของๆ เราด้วยซ้ำ!”
เมื่อซ่งอวี้ได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เขาก็ตกใจ ใช่แล้ว เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลย
จะขัดขวางผู้ลอกเลียนแบบได้อย่างไร
จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือ จะทำอย่างไรให้กล่องเครื่องใช้สตรีของพวกเขากลายเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่มีใครเหมือน
ซ่งอวี้กลัวว่าแม้แต่ฉินเหยาเองก็อาจจะยังคิดไม่ถึงจุดนี้ เพราะตลอดทางที่มาด้วยกัน ฉินเหยาไม่ได้พูดถึงเรื่องวิธีการเสนอขายกล่องนี่เลย
ความกังวลน่ะหรือ
สำหรับนางแล้วมันไม่มีอยู่หรอก
สายตาสามคู่จับจ้องมา ฉินเหยายังคงดื่มน้ำแกงอย่างใจเย็นกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่รีบร้อนว่า
“เราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้ การที่จะทำให้กล่องเครื่องใช้สตรีของห้างการค้าฟู่หลงกลายเป็นหนึ่งเดียวนั้น ความจริงแล้วง่ายมากก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนใช้มันและใช้แต่ของห้างการค้าฟู่หลงของเราเท่านั้น”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฉินเหยาก็เลิกคิ้วให้ชิวเยี่ยนและเจี่ยงเหวิน คำใบ้ของนางไม่ต่างอะไรกับการบอกตรงๆ แล้ว ทั้งสองคนน่าจะเข้าใจว่านางหมายถึงใคร
“แล้วก็…” ฉินเหยาหยิบกล่องเครื่องใช้สตรีบนโต๊ะขึ้นมา ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ นางกล่าวขึ้นทันที
“ในเมื่อเจาะตลาดระดับกลางถึงบน วัตถุดิบของกล่องนี้ก็ต้องยกระดับขึ้นอย่างน้อยสองขั้น ตัวกล่องต้องใช้ไม้ที่ดีที่สุด ซับในต้องใช้ผ้าไหม กลไกปริศนาตัวเลื่อนต้องทำจากหยก ที่หูหิ้วก็ต้องพันด้วยแถบผ้าไหม”
“ไม่เพียงเท่านั้น ยังต้องทำเครื่องหมายป้องกันการปลอมแปลง เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถแยกความแตกต่างจากสินค้าลอกเลียนแบบอื่นๆ ได้”
“เอาล่ะ ตอนนี้ข้าคิดออกเพียงแค่นี้ อาหารจะเย็นหมดแล้ว พวกท่านไม่กินอะไรเพิ่มอีกหน่อยหรือ” ฉินเหยาเอ่ยถามอย่างจริงใจ
ซ่งอวี้ ชิวเยี่ยนและเจี่ยงเหวิน ต่างมองนางอย่างเหม่อลอย นี่เพิ่งจะพูดจนคนอื่นตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีดแล้วใครจะยังมีแก่ใจกินลงอีก!
ฉินเหยา “ถ้าอย่างนั้นข้ากินหมดเลยนะ”
ทั้งสามคนยังคงจมอยู่กับแนวคิดทางการตลาดที่แปลกใหม่นี้จนยังดึงสติกลับมาไม่ได้ ไม่ได้สนใจเลยว่านางจะกินจนหมดหรือไม่