ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 490 จัดให้ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ
ตอนที่ 490 จัดให้ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ
หลังจากพักที่โรงเตี๊ยมในอำเภอหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นฉินเหยาและหลิวจี้ก็แยกกันเป็นสองทาง
ฉินเหยาและซ่งอวี้ไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันและขนมขบเคี้ยวกลับบ้านเพื่อให้เด็กๆ ได้ดีใจ
ส่วนหลิวจี้นำเอกสารประจำตัวของตนไปที่ที่ว่าการอำเภอเพื่อดำเนินการเรื่องทะเบียนบ้าน เพิ่มตำแหน่งบัณฑิตเข้าไปและถือโอกาสยื่นคำร้องขอเอกสารที่จำเป็นสำหรับการสอบระดับย่วนซื่อไว้ล่วงหน้า
เวลาค่อนข้างกระชั้นชิดเพื่อไม่ให้กระทบกำหนดการเดินทางไปสอบระดับย่วนซื่อหลิวจี้จึงมีเวลาเพียงห้าวันเท่านั้น
อย่างช้าที่สุดคือในอีกห้าวัน เขาจะต้องนำเอกสารรับรองทั้งหมดเดินทางไปยังเมืองหลวงของมณฑลเพื่อสมทบกับฉีเซียนกวน
ตามความเห็นของฉินเหยา ในเมื่อเวลามีจำกัด เรื่องเอกสารรับรองจากหมู่บ้านและอื่นๆ นางสามารถกลับไปเตรียมที่หมู่บ้านแทนเขาแล้วนำมาส่งให้ที่อำเภอโดยตรงได้เลย เพื่อให้หลิวจี้อยู่จัดการเรื่องราวต่างๆ ในอำเภอให้เสร็จสิ้นไป
น่าเสียดายที่บางคนทำตัวเป็นกอเอี๊ยะหนังหมาตามติดแจ บอกว่าจะกลับหมู่บ้านไปกับนางให้ได้
เหตุผลก็คือ บรรดาเด็กๆ ไม่ได้เจอหน้าพ่อแท้ๆ มานานแล้ว ควรให้พวกเขาได้พบกันบ้าง
อีกอย่างเผื่อว่ามีเรื่องการบ้านที่ฉินเหยาจัดการไม่ได้ก็ยังต้องพึ่งเขาอยู่ดี
“เจ้าเคยพูดว่าอย่างไรนะ ไม่ว่าจะอย่างไรก็จะปล่อยให้เรื่องสำคัญอย่างการเรียนของลูกต้องล่าช้าไม่ได้” หลิวจี้กล่าวอย่างจริงจัง
ซ่งอวี้เตือนจากข้างๆ “ฮูหยินพูดว่าต่อให้จนก็จนการศึกษาไม่ได้ ต่อให้ลำบากก็ลำบากลูกไม่ได้ขอรับ”
หลิวจี้พยักหน้าหงึกๆ “ใช่ ข้าก็หมายความเช่นนั้นแหละ ดังนั้นฮูหยิน เจ้าต้องรอข้ากลับมานะ พวกเราจะได้ออกจากเมืองไปพร้อมกัน!”
เพราะกลัวว่าฉินเหยาจะรอไม่ไหว หลิวจี้จึงรีบสะพายหีบหนังสือแสนโดดเด่นของตนแล้วมุ่งหน้าไปยังจวนที่ว่าการอำเภอทันที
ฉินเหยายักไหล่ บอกให้ซ่งอวี้ไปเตรียมรถม้าให้พร้อมแล้วออกไปซื้อของ
ข้าวสาร แป้ง น้ำมัน และธัญพืชที่บ้านตอนนี้ไม่ขาดแคลน ส่วนผักสดนั้นนับตั้งแต่อาวั่งบุกเบิกสวนผักก็ไม่เคยขาดอีกเลย
แต่ที่เป็นปัญหาคือเนื้อสดและเครื่องปรุงรส ด้วยคนที่บ้านมีมากจึงไม่เคยพอกิน
วันนี้ฉินเหยาตื่นแต่เช้า พอดีกับที่เขียงหมูมีเนื้อสดมาลง นางจึงซื้อกลับไปถึงครึ่งซีก
ข่าวที่หลิวจี้สอบผ่านการสอบระดับฝู่ซื่อครั้งนี้คงจะแพร่มาถึงอำเภอแล้ว ถึงแม้พวกนางไม่อยากจะจัดงานเลี้ยง แต่คนในหมู่บ้านก็คงจะมาแสดงความยินดี ในฐานะเจ้าบ้านก็ต้องเลี้ยงอาหารดีๆ สักมื้อ
ระหว่างทางผ่านร้านขายของชำก็ได้ซื้อของแห้งอย่างถั่วลิสง เห็ดหูหนู และเห็ดอื่นๆ อีกไม่น้อย
ส่วนของอย่างอื่น แค่เพิ่มเมล็ดแตงโมและลูกกวาดอีกหน่อยก็พอแล้ว ที่หมู่บ้านมีทั้งไก่ เป็ด ปลา เนื้อสัตว์ครบครัน ถึงเวลาค่อยหาซื้อสดๆ ก็ได้
ฉินเหยาจัดการธุระจนถึงช่วงสายก็กลับมาที่โรงเตี๊ยม
หลิวจี้กลับมาถึงตอนเที่ยงพอดี ร้อนจนเหงื่อท่วมหัว
ฉินเหยาสั่งอาหารง่ายๆ ทั้งสามคนหลังจากที่กินที่โรงเตี๊ยมจนอิ่มท้องแล้วก็ออกเดินทางกลับบ้าน
นับดูแล้ว ครั้งนี้พวกเขาจากบ้านไปนานกว่าที่คาดไว้ เดิมทีฉินเหยาตั้งใจว่าจะใช้เวลาแค่เจ็ดแปดวัน ไม่คิดว่าพอมีเรื่องติดขัดก็กลายเป็นว่าจากไปถึงครึ่งเดือน
ไม่รู้ว่าเมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ซานหลางซื่อเหนียงจะโกรธนางหรือไม่
แต่ว่า…เมื่อหันไปมองผลไม้แห้งที่ห่อด้วยกระดาษเคลือบน้ำมันจนเต็มอยู่ในตัวรถม้า ฉินเหยาก็รู้สึกว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
สองสามวันนี้อากาศร้อนเกินไป ทางสำนักศึกษากลัวว่านักเรียนจะเป็นไข้แดดจึงได้อนุมัติวันหยุดเป็นพิเศษห้าวัน ให้นักเรียนกลับบ้านไปพักผ่อนหลบร้อน
วันนี้เป็นวันหยุดวันแรกพอดี รถม้าค่อยๆ แล่นผ่านถนนหลวง เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางเล็กๆ ในชนบท ริมฝั่งแม่น้ำตลอดเส้นทาง มักจะเห็นกลุ่มเด็กซนเล่นน้ำอยู่ริมแม่น้ำเป็นครั้งคราว
แม่น้ำแถบนี้ไม่ลึก พวกผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยจะจัดการดูแลเท่าไหร่กลับเป็นคนเดินทางผ่านอย่างฉินเหยาทั้งสามคนที่มองดูแล้วใจหายใจคว่ำ
พอเห็นเด็กคนไหนจะลงน้ำ ซ่งอวี้ก็จะตะโกนเสียงดังขึ้นมาทันที
เด็กเหล่านั้นพอถูกเขาตะคอกใส่ก็ตกใจจนแตกฮือไปคนละทิศละทาง
“อย่าเห็นว่าน้ำตื้นเชียว มันก็ทำให้คนจมน้ำตายได้เหมือนกันนะ” ซ่งอวี้ส่ายหน้าถอนหายใจอย่างจนใจ
ตอนที่เด็กในหมู่บ้านตระกูลหลิวตกน้ำ หลิวจี้ไม่อยู่บ้าน มารู้เรื่องทีหลังก็ตอนที่ซ่งอวี้เล่าให้ฟัง
ขณะนี้มองดูเด็กๆ ที่ตกใจวิ่งหนีไปไกล เขาก็แอบคิดในใจว่า หากกลับหมู่บ้านไปแล้วเจอว่าต้าหลางพาน้องชายน้องสาวไปเล่นน้ำในแม่น้ำ จะต้องจับมาสั่งสอนให้หนักสักยก
ในขณะนี้ ทั้งสามคนที่เพิ่งขับรถผ่านหมู่บ้านเซี่ยเหอยังไม่รู้เลยว่าชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้เตรียมเรื่องน่าประหลาดใจครั้งใหญ่ไว้ให้พวกเขาแล้ว
สองวันก่อน เมื่อรายชื่อผู้สอบผ่านการสอบระดับฝู่ซื่อของจังหวัดจื่อจิงได้ถูกนำมาติดไว้บนกระดานประกาศนอกที่ว่าการอำเภอไคหยาง
หลิวเฝยซึ่งอยู่ที่สำนักศึกษาเมื่อได้ข่าวก็รีบไปดูทันที เขากวาดตามองรายชื่อตั้งแต่ต้นจนจบ เดิมทีก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่เมื่อเห็นชื่อหลิวจี้สองคำนี้อยู่ที่อันดับท้ายสุดก็ไม่อาจควบคุมตนเองได้อีกต่อไปแล้วระเบิดร้องเสียงแหลมออกมาอย่างบ้าคลั่ง!
“สอบได้แล้ว! สอบได้แล้ว!” เขาตื่นเต้นจนหมุนตัวอยู่กับที่ราวกับว่าคนที่สอบได้เป็นตนเองเสียอย่างนั้น
คนอื่นๆ เมื่อเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาถามว่าใครกันที่สอบได้
หลิวเฝยที่ปกติเวลาอยู่ข้างนอกมักจะเรียกชื่อหลิวจี้ตรงๆ ตอนนี้กลับชี้ไปที่ชื่อบนกระดานประกาศแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า
“พี่ชายข้าเอง พี่สามของข้าสอบได้แล้ว!”
คนอื่นๆ ต่างก็ยิ้มและร่วมแสดงความยินดีกับเขา
หลิวเฝยรีบขอบคุณในความหวังดีของทุกคน เขามองดูชื่อบนกระดานประกาศอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้ตาฝาดไปแล้วรีบวิ่งกลับไปที่สำนักศึกษาเพื่อเก็บสัมภาระ รีบรุดเดินทางกลับหมู่บ้านตระกูลหลิวเพื่อแจ้งข่าวดีนี้ให้แก่คนทั้งหมู่บ้านโดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย
หลิวเหล่าฮั่นพยายามข่มใจที่ตื่นเต้นและมือที่สั่นเทาเอาไว้แล้วหัวเราะฮ่าๆ “บรรพบุรุษคุ้มครองจริงๆ!”
จากนั้นก็ถามหลิวไป่ว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหยาเหนียงจะกลับบ้านวันไหน”
ในเมื่อเจ้าสามสอบได้แล้วก็ต้องกลับมาพร้อมกับเหยาเหนียงเพื่อมาพบปะกับพ่อแม่พี่น้องในหมู่บ้านอย่างแน่นอน!
หลิวไป่คำนวณวันดูแล้วกล่าวว่า “อย่างเร็วที่สุดก็พรุ่งนี้ ช้าที่สุดก็มะรืนนี้ก็น่าจะถึงแล้ว”
หลิวเหล่าฮั่นลูบศีรษะที่กำลังงุนงงของต้าหลาง เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อเหนียงทั้งสี่พี่น้องแล้วโบกมือ “จัดงาน! ต้องจัดให้ยิ่งใหญ่!”
เห็นบ้านหลิวต้าฝูรุ่งเรืองมานานหลายปี จะบอกว่าไม่อิจฉาก็คงเป็นไปไม่ได้ ในที่สุดคราวนี้ก็ถึงคราวที่เรือนเก่าตระกูลหลิวของพวกเขาจะได้รุ่งเรืองบ้างแล้ว
นางจางก็ดีใจเช่นกัน แต่ก็ลังเลอยู่บ้าง “รอให้เหยาเหนียงกลับมาก่อนแล้วค่อยปรึกษากันดีหรือไม่”
“ไม่ต้อง!” หลิวเหล่าฮั่นมั่นใจเต็มเปี่ยม “ต่อให้เหยาเหนียงรู้ นางก็ต้องเห็นด้วยที่จะจัดงานใหญ่ เจ้าวางใจไปจัดการเถอะ”
พูดพลางก็ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนเป็นครั้งแรก เขาบอกนางจางและบรรดาลูกสะใภ้ว่าถ้าต้องการใช้เงินก็ให้มาขอจากเขาได้เลย หลายปีมานี้เขาแอบเก็บเงินส่วนตัวไว้บ้าง คราวนี้ดีใจ จะใช้ทั้งหมดก็ไม่เป็นไร
หลิวเหล่าฮั่นที่กำลังมีความสุข รับคำยินดีจากชาวบ้าน ไม่ได้สังเกตเห็นสายตาที่ราวกับจะกินคนของนางจางเลย
นอนเตียงเดียวกันมาหลายปี นางกลับไม่เคยรู้เลยว่าตาเฒ่าบ้านี่แอบซ่อนเงินเก็บส่วนตัวไว้!
นางเหอและนางชิวที่สังเกตเห็นว่าท่าทีของแม่สามีไม่ปกติก็ลอบสบตากัน ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับสายตาอิจฉาของเหล่าหญิงสาวในหมู่บ้านก็รีบหลบฉากไป
พ่อสามีบอกว่าจะจัดงานใหญ่ พวกนางย่อมไม่ลืมที่จะแจ้งข่าวให้บ้านเดิมของตนทราบ
เมื่อคิดว่าในอนาคตตนเองจะได้เป็นถึงพี่สะใภ้แท้ๆ ของซิ่วไฉกง นางเหอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มจนแก้มปริ
อาศัยบารมีของอาสามของเขา คราวนี้พ่อแม่พี่น้องที่บ้านเดิมจะไม่เอาใจนางผู้นี้ได้อย่างไร
นางชิวเป็นคนคิดมากโดยธรรมชาติ หลังจากดีใจแล้วก็เริ่มครุ่นคิดถึงแผนการจัดงานใหญ่ ทั้งรู้สึกดีใจและกังวล
พวกต้าหลางสี่พี่น้องเบียดเสียดฝูงชนออกมาจากประตูหลังของเรือนเก่าได้อย่างยากลำบาก มองดูท้องฟ้าสีครามแล้วมองดูพื้นดินสีเทาอมเหลือง สุดท้ายก็สบตากันแล้วยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
ซื่อเหนียงกำหมัดแล้วพูดอย่างดีใจ “ในที่สุดท่านพ่อก็ทำให้พวกเราได้เชิดหน้าชูตาสักครั้ง”
ต้าหลางและเอ้อร์หลางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกแทนท่านพ่อของตนเช่นกัน ต่อไปท่านพ่อน่าจะโดนตีน้อยลงแล้วสินะ ครอบครัวจะได้ปรองดองกันมากขึ้น~
ซานหลางเป็นคนประเภทลงมือทำทันทีจึงตะโกนเรียกเสี่ยวไหลฝูที่ยังหัวเราะเล่นอยู่กับเด็กในหมู่บ้านแถบเรือนเก่า ว่า “ไปกัน! พวกเราไปรอท่านพ่อท่านแม่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน!”
ท่านแม่บอกว่าตอนกลับมาจะเอาของอร่อยมาฝากเขา พอนึกถึงถังหูลู่รสเปรี้ยวอมหวานและผลไม้แห้งที่ช่วยเรียกน้ำย่อย ซานหลางก็อยากกินจนกลืนน้ำลายดังเอื๊อก