ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 502 รับอาวุธ
ตอนที่ 502 รับอาวุธ
เมื่ออินเยว่กินลูกอมฟักทองหมดถุงก็มาถึงหมู่บ้านเซี่ยเหอพอดี
ช่างตีเหล็กกำลังตีจอบให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน เมื่อเห็นฉินเหยามาถึง เขาก็ชี้ไปที่ข้างประตูบ้านแล้วก้มหน้าทำงานของตนต่อไป
ฉินเหยาเดินไปที่ข้างประตูบ้านด้วยความคาดหวังเล็กน้อย กระบองเหล็กที่นางสั่งทำตั้งอยู่อย่างโดดเด่นท่ามกลางเครื่องมือการเกษตรมากมาย โลหะสีเงินเข้มแผ่ไอเย็นออกมา ในฤดูที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้ให้ความรู้สึกราวกับได้ดื่มน้ำแข็งเข้าไปอึกใหญ่ สบายไปทั่วทั้งร่าง
ฉินเหยาเอื้อมมือไปหยิบกระบองยาวขึ้นมา ความรู้สึกหนักอึ้งในมือช่างถูกใจนางยิ่งนัก ถึงขั้นที่ว่าเพราะไม่ได้ใช้อาวุธหนักขนาดนี้มานานแล้ว พอหยิบขึ้นมากะทันหันจึงรู้สึกหนักมือไปบ้าง ทำให้ปวดข้อมือเล็กน้อย
ฉินเหยาชั่งน้ำหนักเพื่อปรับตัวให้เข้ากับน้ำหนักของกระบองเหล็ก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกพอใจ พอเกิดครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาก็โบกมือไล่ลูกศิษย์อินเยว่ที่อยู่ข้างๆ แล้วร่ายรำกระบองตรงนั้นทันที
เสียงลมหวีดหวิวที่ดังขึ้นทำให้ช่างตีเหล็กที่กำลังตั้งใจทำงานตกใจเป็นอย่างมาก เขาหันไปมองตามเสียงก็เห็นกระบองเหล็กสีเงินเข้มแทงเข้าใส่ต้นอวี๋เก่าแก่หน้าประตูบ้านของตนอย่างรวดเร็ว เสียงดัง “ปัง” สนั่นหวั่นไหว ต้นอวี๋ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งก็ถูกแทงจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
ฉินเหยาอยู่ด้านหนึ่งของรูโหว่ ช่างตีเหล็กอยู่อีกด้านหนึ่ง ตาทั้งสี่สบประสาน ความหยิ่งผยองในดวงตาสีดำคู่นั้น ทำให้ช่างตีเหล็กกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ถ่านหินในเตาหลอมลุกโชนรุนแรง ประกายไฟสีแดงที่กระเด็นออกมาภายใต้อุณหภูมิสูงลอยวนอยู่เหนือเตาหลอม สะเก็ดไฟสองสามดวงบังเอิญกระเด็นออกมาตกลงบนขอบไม้ของแท่นตีเหล็กทำให้เกิดเสียงดังฉ่าๆ ขึ้น ช่างตีเหล็กจึงได้สูดลมหายใจเข้าลึกและได้สติกลับคืนมา
“ผู้จัดการใหญ่ฉินพอ…พอใจหรือไม่ขอรับ” ช่างตีเหล็กเสียงสั่น ทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวเล็กน้อย
ฉินเหยาตบเศษไม้ที่ติดอยู่บนกระบองเหล็กเบาๆ แล้วแบกขึ้นบ่าพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม “ข้าพอใจมาก! ลำบากท่านแล้ว”
ช่างตีเหล็กรีบโบกมือ “พอใจก็ดีแล้วขอรับ ไม่ลำบาก ไม่ลำบากเลย”
เพราะผลกำไรที่กระบองเหล็กท่อนนี้นำมาให้เขานั้นสูงกว่าเครื่องมือการเกษตรที่เขาตีอยู่เป็นประจำมากนัก
แต่ช่างตีเหล็กยังคงต้องเตือนฉินเหยา “งานแบบนี้ ข้าไม่กล้ารับอีกแล้วจริงๆ ผู้จัดการใหญ่ฉินวันหน้าไปหาช่างตีเหล็กคนอื่นในเมืองเถิดขอรับ”
“ทำไมเล่า” ฉินเหยาถามอย่างไม่เข้าใจ วันนี้ที่นางพาอินเยว่มาด้วยก็เพื่อให้นางได้ลองอาวุธต่างๆ ที่ช่างตีเหล็กคนนี้มีอยู่แล้วถือโอกาสสั่งทำชุดที่ถนัดมือกลับไปด้วย
ช่างตีเหล็กทำหน้าขมขื่น กวักมือเรียกฉินเหยาให้เข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบบอกนางว่า ตนเองอายุมากแล้ว ไม่กล้าไปหาพ่อค้าที่ลักลอบขายเหล็กอีก
ส่วนกระบองเหล็กของนาง หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงิน ช่างตีเหล็กก็ไม่อยากจะเสี่ยงอีกเลยแม้แต่น้อย
เกลือและเหล็กเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของราชสำนัก การควบคุมเป็นไปอย่างเข้มงวด ช่างตีเหล็กและพ่อค้าเกลือทุกคนจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากทางการก่อนจึงจะสามารถเปิดร้านขายเกลือและร้านตีเหล็กได้
และเกลือกับเหล็กก็ต้องสั่งซื้อจากเหมืองของทางการ ปริมาณการซื้อโดยพื้นฐานมีกำหนดไว้ จะซื้อเพิ่มย่อมเป็นไปไม่ได้
อุปทานไม่เพียงพอต่ออุปสงค์จึงเกิดเป็นห่วงโซ่อุปทานใต้ดินขึ้นมาโดยธรรมชาติ
แต่เรื่องที่ผิดกฎหมายของทางการเช่นนี้ ชาวบ้านทั่วไปทำครั้งสองครั้งก็ยังพอได้ หากทำเป็นประจำความเสี่ยงจะสูงเกินไป
พวกที่ลักลอบค้าเกลือและเหล็กล้วนเป็นคนใจเหี้ยมอำมหิต การติดต่อกับพวกเขาแต่ละครั้ง ช่างตีเหล็กรู้สึกเหมือนตนเองได้เดินผ่านประตูผีมาแล้วครั้งหนึ่ง
ฉินเหยาถอนหายใจ “เช่นนั้นท่านยังมีของดีอะไรที่ทำเสร็จแล้วบ้างหรือไม่”
ฉินเหยาเหลือบมองไปนอกประตู “นี่คือศิษย์คนใหม่ที่ข้ารับมา เดิมทีวันนี้ยังคิดจะให้นางสั่งทำอาวุธที่ถนัดมือสักชุดหนึ่ง”
ช่างตีเหล็กเหลือบมองไปทางอินเยว่ เมื่อหญิงสาวเห็นเขามองมาก็ยิ้มให้อย่างสุภาพ
อินเยว่ไม่สวมผ้าปิดหน้าอีกต่อไปแล้ว อากาศร้อนก็เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือนางสามารถยอมรับสภาพของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
หากคนที่เดินผ่านไปมาถูกทำให้ตกใจ นางก็ไม่สนใจอีกต่อไป
พวกเขาคิดมากกันไปเองแล้วเกี่ยวอะไรกับนางเล่า นางไม่จำเป็นต้องไปอธิบายอะไรให้กับคนที่ไม่เกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย
ในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ หากมีเรื่องราวใหม่ๆ เกิดขึ้นในแต่ละหมู่บ้าน ไม่เกินสามวันก็จะแพร่กระจายไปทั่วแล้ว เรื่องที่หมู่บ้านตระกูลหลิวมีหญิงสาวที่ใบหน้ามีแผลเป็นมาอยู่ ช่างตีเหล็กก็ได้ยินมาบ้าง
แต่ไม่คิดว่าจะเป็นศิษย์ของฉินเหยา
ช่างตีเหล็กพยายามระงับความอยากรู้ในใจลงแล้วกวักมือเรียกอินเยว่เข้ามา
ตอนนี้ช่างตีเหล็กไม่คิดจะรับการค้าแบบนี้อีกแล้ว รอให้จัดการของที่มีอยู่หมดในเดือนนี้ ที่เหลือเขาก็ตั้งใจจะหลอมทิ้งทั้งหมดแล้วทำแต่เครื่องมือการเกษตรโดยเฉพาะ
“จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเพราะผู้จัดการใหญ่ฉินท่านนั่นแหละ” ช่างตีเหล็กกล่าวโทษ
ฉินเหยารู้สึกงุนงง “ข้าไม่ได้ไปแจ้งความจับท่านนะ ข้ายังช่วยท่านปิดบังด้วยซ้ำ”
ช่างตีเหล็กดึงม่านที่ประตูลงมาพลางหยิบสินค้าคงคลังออกมาแล้วกล่าว
“หมู่บ้านของพวกท่านจัดทำโครงการท่องเที่ยวอะไรขึ้นมา ถึงกับเชิญใต้เท้านายอำเภอไป ตอนนี้บนถนนสายนี้ของเรา สองสามวันก็มีเจ้าหน้าที่ของทางการมาตรวจตราทำเอาข้าตกใจแทบแย่ ไม่กล้าทำการค้าแบบนี้กับพวกท่านอีกแล้ว”
แต่เมื่อเห็นว่าตอนนี้มีคนเดินทางมากขึ้น การค้าที่ถูกกฎหมายก็ดีกว่าเมื่อก่อน เขาก็จะไม่ถือสากับคนหมู่บ้านตระกูลหลิวก็แล้วกัน
ฉินเหยาหัวเราะอย่างจนใจ เมื่อเห็นช่างตีเหล็กนำสินค้าคงคลังออกมาวางทั้งหมดก็ส่งสัญญาณให้อินเยว่เข้าไปเลือก
“เจ้าลองดูก่อนว่าอันไหนถนัดมือ”
อินเยว่พยักหน้ารับคำแล้วเดินเข้าไปอย่างตื่นเต้นเล็กน้อย ที่เห็นอยู่คืออาวุธเจ็ดแปดชิ้น มีทั้งมีดบิน มีดสั้น ดาบใหญ่และกระบองหนาม เป็นต้น
คันธนูก็มีอยู่ชุดหนึ่งและยังมีอาวุธรูปร่างแปลกตาอย่างโซ่ดาวคู่
ในสมัยนี้ไม่มีการควบคุมอาวุธแต่อย่างใด ยกเว้นแต่เมืองบางแห่งหรือสถานที่พิเศษบางแห่งจึงจะมีการจำกัด โดยกำหนดให้ผู้ที่เข้าไปต้องส่งมอบอาวุธ
ดังนั้น บนท้องถนนจึงมักจะเห็นผู้คุ้มกันภัยในกองคาราวานหรือผู้ติดตามและผู้คุ้มกันของขุนนางผู้ดีมีตระกูลพกพาอาวุธอย่างดาบเป็นต้น
เมื่อเห็นอาวุธธรรมดาๆ มามากแล้ว พอเห็นโซ่ดาวคู่เข้า อินเยว่ก็สนใจขึ้นมา
แต่พอหยิบขึ้นมาดูอย่างกระตือรือร้นจึงพบว่าของสิ่งนี้ไม่เพียงแต่ใช้งานยาก ทั้งยังทำให้ตนเองบาดเจ็บได้ง่ายจึงล้มเลิกความคิดนี้ไปทันที
ส่วนกระบองหนามนั้นหนักอึ้งจนนางเหวี่ยงไม่ไหวก็ต้องยอมแพ้
มีดสั้นอินเยว่ไม่สนใจ นางรู้สึกว่ามันไม่ใช่อาวุธ เป็นเพียงเครื่องป้องกันตัวเท่านั้น
แต่คันธนูและดาบนั้น เพราะเห็นฉินเหยาใช้บ่อยๆ จึงรู้สึกสนใจอยู่บ้าง
ทว่าความเป็นจริงกลับทำให้อินเยว่ต้องผิดหวังอย่างแรง
รูปร่างของดาบใหญ่เกินไป เกะกะขวางทาง เหวี่ยงไปไม่กี่ทีก็ล้มก้นกระแทกพื้น เกือบจะโดนดาบฟันเอา
ส่วนคันธนูลองเอาออกไปยิงดูก็เกิดเสียงดัง ‘เปรี๊ยะ’ ตัวคันธนูแตกออก
อินเยว่ตกใจเล็กน้อย นี่นางเพิ่งจะฝึกฝนขั้นพื้นฐานกับอาจารย์ได้ไม่กี่วัน พลังก็เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้เลยหรือ
เห็นได้ชัดว่านางคิดมากไป
ฉินเหยาขมวดคิ้ว “ช่างตีเหล็ก สินค้าของท่านนี่มันชุ่ยเกินไปหน่อยหรือไม่”
ช่างตีเหล็กกระแอมไอแห้งๆ อย่างเขินอายแล้วรีบอธิบายว่า “คงวางไว้นานเกินไปแล้ว เรายังลองมีดบินได้นี่นา”
รีบเอาคันธนูชุดนี้ไปเก็บเสีย เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นแล้วจะเสียชื่อเปล่าๆ
ไม่มีทางเลือก เหลือเพียงมีดบินที่อินเยว่ไม่คิดจะพิจารณาตั้งแต่แรกแล้ว
ฉินเหยาให้กำลังใจนาง “เจ้าลองดูก่อน”
“เจ้าค่ะ”
อินเยว่กดอคติในใจลง นางรู้สึกว่าถ้าตัวเองใช้มีดบินก็จะไม่เหมือนศิษย์ของอาจารย์เลยแม้แต่น้อย
ดาบกับคันธนูดูมีสง่าราศีกว่าตั้งเยอะ!