ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 522 เก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
- ตอนที่ 522 เก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์
ตอนที่ 522 เก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์
พอผ่านพ้นเทศกาลจงหยวนไป ชาวนาทั่วทั้งอำเภอไคหยางก็เริ่มยุ่งวุ่นวาย
ทุ่งนาสีทองเหลืองอร่ามอันน่าชื่นชมนั้นคอยย้ำเตือนเหล่าชาวนาผู้ขยันขันแข็งว่า ฤดูเก็บเกี่ยวได้มาถึงอีกครั้งแล้ว
คนงานเจ็ดในสิบส่วนของโรงงานเครื่องเขียนทั้งหมดได้ลาหยุดเพื่อกลับบ้านไปเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูใบไม้ร่วง
คนงานที่เหลืออีกสามส่วนซึ่งได้รับค่าจ้างรายเดือนเป็นสองเท่าก็ยังคงทำหน้าที่ของตนต่อไปอย่างแข็งขัน
ในฐานะผู้ดูแลหลักของโครงการผลิตกล่องเครื่องใช้สตรี ช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้อวิ๋นเหนียงจึงยังคงอยู่ที่โรงงานเพื่อรับผิดชอบงานด้านการส่งมอบผลิตภัณฑ์ใหม่และเพื่อให้มั่นใจว่ากล่องเครื่องใช้สตรีชุดแรกจำนวนหนึ่งร้อยกล่องจะสามารถผลิตเสร็จและส่งมอบได้ตามกำหนด
มีซ่งอวี้รับผิดชอบเรื่องกิจการในโรงงาน ปีนี้ฉินเหยาจึงหาข้ออ้างที่จะไม่ลงนาไม่ได้แล้ว
ทว่าเมื่อตนเองลำบากแล้วก็อย่าหวังว่าคนทั้งครอบครัวจะหนีรอดไปได้
นอกจากหลี่ซื่อที่ต้องซักผ้าทำอาหารให้ทุกคนและเสี่ยวไหลฝูที่ต้องเลี้ยงวัวเลี้ยงม้าแล้ว คนที่เหลืออย่างอินเยว่และพวกต้าหลางสี่พี่น้องล้วนต้องลงนาทั้งหมด
ในขณะนี้ ภายใต้การทำลายล้างอย่างโหดเหี้ยมของดวงตะวันอันแผดจ้า สี่พี่น้องที่ถือเคียวเก็บเกี่ยวซ้ำไปซ้ำมาก็เริ่มคิดถึงบิดาแก่ๆ ผู้ ‘เปี่ยมเมตตา’ อย่างหาที่สุดมิได้ของพวกเขาขึ้นมา
หากท่านพ่ออยู่ที่บ้าน การเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกในนาปีนี้ก็คงไม่ถึงตาของพวกเขา
สี่พี่น้องแอบสบตากัน ในวันที่สี่สิบห้าที่ท่านพ่อจากบ้านไป พวกเขาคิดถึงเขา…อยากให้เขากลับมาทำงาน
หลี่ซื่อหิ้วอาหารกลางวันที่เตรียมเสร็จแล้วมาที่นา อินเยว่ซึ่งถูกแดดเผาจนหนังศีรษะแทบจะปริก็รีบโยนเคียวทิ้งแล้ววิ่งเข้าไปหาทันที
นางอ้างอย่างสวยหรูว่าของมันหนัก จะช่วยถือให้
ทันทีที่ผ้าโปร่งบนตะกร้าถูกเปิดออก อินเยว่ก็ตะโกนอย่างดีใจว่า “ท่านอาจารย์ มีน้ำแตงเย็นด้วย!”
“อะไรนะ อะไรนะ” ซานหลางรีบเบียดตัวเข้ามา “ว้าว! น้ำแตงเย็นนี่เอง!”
หลี่ซื่อเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของซานหลางออกด้วยความสงสารพร้อมกับเรียกให้ต้าหลาง เอ้อร์หลางและซื่อเหนียงมาพักสักครู่
“ฮูหยิน ท่านก็มาพัก…” ยังไม่ทันที่หลี่ซื่อจะพูดจบ ฉินเหยาก็ผลุบมาอยู่ตรงหน้า คว้าน้ำแตงโมที่อินเยว่รินไว้ขึ้นมาดื่มอย่างบ้าคลั่งก่อนใคร
หลี่ซื่อหัวเราะอย่างจนใจ นางนั่งยองๆ ลง ปูผ้าโปร่งออกแล้วจัดวางอาหาร
การเกี่ยวข้าวเป็นงานที่ต้องใช้แรง สองวันนี้จึงมีเนื้อสัตว์ทั้งสามมื้อ อาหารกลางวันวันนี้คือหมูตุ๋นน้ำแดงและไข่ผัดพริกหยวกพร้อมด้วยแกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้อีกหนึ่งหม้อ
ทั้งเนื้อและไข่ล้วนให้มาในปริมาณที่เยอะมาก รับรองว่าอิ่มแน่นอน
แกงจืดเต้าหู้ถูกทิ้งไว้ให้เย็นล่วงหน้าครึ่งชั่วยามแล้ว ตอนนี้ความร้อนได้คลายลงจนหมดสิ้น ดื่มแล้วเย็นกำลังดี สดชื่นอย่างยิ่ง
หลี่ซื่อจัดวางอาหารเรียบร้อยดีแล้ว ฉินเหยาและลูกๆ ก็ก้มหน้าก้มตากินราวกับภูตผีที่หิวโหยมาเกิด
พวกเขากินอย่างรวดเร็วจนข้าวหมดไปกว่าครึ่งชาม เมื่อความว่างเปล่าในท้องได้รับการเติมเต็มแล้วจึงค่อยๆ ช้าลง อาศัยร่มเงาจากเพิงหญ้าและสายลมที่พัดมาจากริมแม่น้ำ กินข้าวไปพลางชื่นชมผลงานจากแรงกายของตนเองในช่วงสองวันที่ผ่านมา
ที่นาห้าหมู่ของบ้านเก็บเกี่ยวไปแล้วกว่าครึ่ง ทำงานอีกครึ่งวันในช่วงบ่ายวันนี้ก็จะเสร็จสิ้นทั้งหมด
นี่ยังถือว่าเป็นความเร็วที่แม่ลูกไม่กี่คนทำงานครึ่งชั่วยามก็พักหนึ่งเค่อ หากเป็นบ้านอื่น ป่านนี้คงเก็บเกี่ยวที่นาเจ็ดแปดหมู่เสร็จไปแล้ว
หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จและพักผ่อนครู่หนึ่ง ดื่มน้ำแตงโมจนหมดเกลี้ยง ฉินเหยาจึงเรียกให้ลูกๆ และศิษย์ของนางลงไปทำงานในนาต่อ
อินเยว่ ต้าหลางและเอ้อร์หลางรับหน้าที่เกี่ยวข้าว ซานหลางและซื่อเหนียงรับหน้าที่มัดรวงข้าวด้วยฟางข้าวเป็นกำๆ ส่วนฉินเหยาก็จะนวดข้าวเปลือกเหล่านี้ออกจากรวงด้วยถังนวดข้าวตรงนั้นเลย
หากนางทำงานได้เร็วก็จะหยิบเคียวขึ้นมาร่วมวงเก็บเกี่ยวด้วย
วุ่นวายอยู่เช่นนี้จนถึงพลบค่ำ ใช้เวลาไปสองวัน ในที่สุดข้าวในนาห้าหมู่ของบ้านก็เก็บเกี่ยวจนเสร็จสิ้น
ขั้นตอนต่อไปคือการตากข้าวเปลือก
การขยายสวนหลังบ้านเสร็จสมบูรณ์แล้ว ครอบครัวของซ่งอวี้ทั้งสามคนก็ย้ายเข้ามาอยู่ก่อนเทศกาลจงหยวนแล้วเช่นกัน
ตอนนี้พื้นบ้านถูกปูด้วยหินสีเขียว ห้องนอนหลักหลายห้องก็ปูด้วยแผ่นไม้ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดสะอ้าน เด็กๆ ทุกคนรู้สึกว่าบ้านดูกว้างขวางขึ้น
เมื่อที่บ้านมีสวนหลังบ้านที่กว้างขวาง ก่อนถึงช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ฉินเหยาจึงเข้าเมืองไปซื้อเสื่อสำหรับตากข้าวกลับมารวดเดียวหกผืน ตอนนี้เมื่อกางออกทั้งหมดก็สามารถตากข้าวเปลือกที่เพิ่งนวดมาใหม่ของปีนี้ได้จนหมด
ภายใต้กลยุทธ์การเพาะปลูก ‘ที่นาดีสามส่วนทำนาแบบพิถีพิถัน ที่นาปานกลางเจ็ดส่วนทำนาแบบหยาบ’ ผลผลิตโดยรวมของหมู่บ้านตระกูลหลิวในปีนี้จึงเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วหนึ่งส่วน
ที่นาที่ทำนาแบบพิถีพิถันเหล่านั้น ให้ผลผลิตต่อหมู่อย่างน้อยสี่ร้อยสามสิบจิน
ที่ได้มากกว่านั้นก็มี เช่นบ้านของหลิวต้าฝู ที่นาเขาดีบวกกับการทำนาแบบพิถีพิถัน ในจำนวนนั้นมีแปดหมู่ที่ให้ผลผลิตสูงถึงห้าร้อยสามสิบจิน ทำลายสถิติผลผลิตต่อหมู่ที่บ้านสกุลฉินเหยาเคยทำไว้ในปีนั้น
กลับกันคือบ้านของฉินเหยา ปีนี้ผลผลิตต่อหมู่ลดลงไปกว่าปีที่แล้วมาก ยังไม่ถึงห้าร้อยจิน ที่ดินห้าหมู่ได้ผลผลิตรวมเพียงสองพันสามร้อยจิน
แน่นอนว่าสาเหตุก็ง่ายมาก ก็ใครใช้ให้นางนำที่ดินห้าหมู่ของบ้านไปให้หลี่เจิ้งและผู้ใหญ่บ้านของแต่ละหมู่บ้านและตำบลใช้เป็นนาทดลองเล่า
ทิ้งข้าวเปลือกที่บ้านไว้ให้อินเยว่และพวกเด็กๆ ดูแล ฉินเหยาก็รีบรุดเข้าไปในเมืองอย่างไม่หยุดพัก
หลังจากช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงก็คือการเก็บภาษี สำหรับทั้งแคว้นเซิ่งแล้ว ไม่มีเรื่องใดสำคัญไปกว่าเรื่องนี้อีก
เพื่อให้แน่ใจว่าภาษีข้าวจากทุกที่จะถูกเก็บได้อย่างครบถ้วน แคว้นเซิ่งจึงได้กำหนดขั้นตอนการจัดเก็บภาษีที่ละเอียดมาก
เจ้าพนักงานคลังผู้รับผิดชอบการเก็บภาษีในแต่ละพื้นที่ได้เริ่มมอบหมายภารกิจการเก็บภาษีให้กับเมืองและอำเภอต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองตั้งแต่ก่อนที่ช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ฉินเหยาซึ่งเป็นเพียงผู้ใหญ่บ้านตัวเล็กๆ จะต้องรับบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในฐานะผู้ประสานงานระดับรากหญ้าในงานเก็บภาษีครั้งนี้
การเก็บภาษีจะดำเนินการจากล่างขึ้นบน ส่งต่อไปทีละขั้นและหมู่บ้านแต่ละแห่งก็คือจุดเริ่มต้นของการเก็บภาษี
ฉินเหยาพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านอื่นๆ อีกหลายแห่งในเมืองจินสือได้เดินทางมาที่บ้านของหลี่เจิ้ง เพื่อรายงานสถานการณ์การเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงของหมู่บ้านตนในปีนี้และรับมอบภารกิจการเก็บภาษีจากหลี่เจิ้ง
เนื่องจากวิธีการทำนาแบบพิถีพิถันได้เผยแพร่ออกไปจากหมู่บ้านตระกูลหลิว ทางอำเภอจึงให้ความสนใจกับผลผลิตของหมู่บ้านตระกูลหลิวในปีนี้เป็นพิเศษ
งานรวบรวมข้อมูลสถิติการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงของหมู่บ้าน ฉินเหยามอบหมายให้หลิวหยางและหลิวฉีเป็นผู้รับผิดชอบ
แต่ข้าวเปลือกนั้นมีทั้งพันธุ์ที่สุกเร็วและสุกช้า ตอนนี้เพิ่งจะต้นเดือนแปด ยังต้องรออีกครึ่งเดือนจึงจะสามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมดได้เสร็จสิ้น
แต่เพียงแค่ข้อมูลการเก็บเกี่ยวครึ่งหนึ่งที่ฉินเหยานำมาในตอนนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านอื่นอิจฉาแล้ว
“ปีนี้ผลผลิตต่อหมู่ที่สูงที่สุดของหมู่บ้านตระกูลหลิวคือของบ้านหลิวต้าฝูซึ่งได้ถึงห้าร้อยสามสิบสองจินต่อหนึ่งหมู่”
“ผลผลิตต่อหมู่ที่ต่ำที่สุดจากการทำนาแบบพิถีพิถันก็ยังคงสูงถึงสี่ร้อยสามสิบจิน ส่วนที่นาชั้นรองที่ทำนาแบบหยาบ เนื่องจากได้คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีเยี่ยมตั้งแต่แรก ปีนี้ผลผลิตจึงยังคงอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย”
ฉินเหยาเก็บต้นฉบับของนาง เงยหน้าขึ้นมองผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านต่างๆ แล้วกล่าวสรุปด้วยรอยยิ้ม
“โดยสรุปแล้ว แผนการเพาะปลูก ‘ที่นาดีสามส่วนทำนาแบบพิถีพิถัน ที่นาชั้นรองเจ็ดส่วนทำนาแบบหยาบ’ ของหมู่บ้านตระกูลหลิวในปีนี้ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น! ทำให้ผลผลิตโดยรวมของหมู่บ้านตระกูลหลิวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงหนึ่งส่วน!”
หลี่เจิ้งมองฉินเหยาอย่างพึงพอใจ เป็นหญิงสาวผู้นี้เองที่นำความประหลาดใจครั้งใหญ่มาสู่เมืองจินสือของพวกเขา
เพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน นี่เป็นเรื่องที่เมื่อก่อนไม่เคยกล้าคิดฝันถึงมาก่อน
หากนำวิธีการเพาะปลูกของหมู่บ้านตระกูลหลิวไปใช้กับหมู่บ้านอื่นๆ ภายใต้การปกครองของเมืองจินสือ เช่นนั้นแล้วในปีหน้าผลผลิตของทั้งเมืองจินสือก็จะเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วนเช่นกัน
ถ้าเทียบกับผลผลิตต่อหมู่ที่หนึ่งร้อยจิน การเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วนก็คือหนึ่งร้อยสิบจิน
เมื่อรวมที่นาหลายหมื่นหมู่ทั่วทั้งเมืองเข้าด้วยกันก็จะได้ข้าวเปลือกเพิ่มขึ้นหลายแสนจิน!
แค่เพียงคิด หลี่เจิ้งก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นจนน้ำตาแทบไหล
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตื่นเต้นจนพอใจ ฉินเหยาก็เป็นตัวแทนของชาวบ้านทุกคนถามคำถามที่ทุกคนกังวลใจมากที่สุดออกมา
“ท่านหลี่เจิ้ง ปีนี้ภาษีข้าวยังคงเป็นสิบห้าส่วนเอาหนึ่งส่วนอยู่หรือไม่”