ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 566 ปิ้งย่างกลางแจ้ง
ตอนที่ 566 ปิ้งย่างกลางแจ้ง
ฉินเหยามองไปยังครอบครัวของซ่งจางที่กำลังรอรับคำสั่งอย่างคาดหวัง “ที่บ้านข้ามีมีดพร้า ไม่ทราบว่าจะให้พี่ใหญ่ผู้คุ้มกันทั้งสองท่านไปตัดไผ่ที่หลังเขาสักสองต้นได้หรือไม่เจ้าคะ”
ลูกชายทั้งสองของตระกูลซ่งรีบก้าวออกมายืนข้างหน้าแล้วกล่าว “ท่านผู้ใหญ่บ้านฉิน ให้พวกเราพาพวกเขาไปเถิดขอรับ!”
ฉินเหยาพยักหน้า ส่งมีดพร้าให้คนกลุ่มนั้นแล้วชี้บอกตำแหน่ง ให้พวกเขาไปตัดต้นไผ่กลับมา “อย่าลืมเล็มกิ่งก้านออกด้วย เอาแค่ลำต้นไผ่ก็พอ”
สองพี่น้องตระกูลซ่งก็ขานรับ ตอนอยู่ในเมืองไม่มีโอกาสได้ซุกซนเช่นนี้จึงหยิบมีดพร้าแล้วมุ่งหน้าไปยังป่าไผ่อย่างกระตือรือร้น
“แล้วพวกเราเล่า” ซ่งฮูหยินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ฉินเหยาจึงเชิญทั้งสองคนและคุณหนูซ่งเข้าไปในห้องโถง “พวกเรานั่งดื่มชากันก่อน รอให้พวกเขาจัดการกับไม้ไผ่และเนื้อแกะให้เรียบร้อยแล้วถึงจะถึงตาพวกเราเจ้าค่ะ”
นางพูดพลางก็ขยิบตาให้คุณหนูซ่งที่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “อีกสักครู่ งานที่พวกเราจะทำเป็นงานที่ละเอียดอ่อน ต้องฟื้นฟูพละกำลังให้กลับสู่สภาพที่ดีที่สุดเสียก่อน”
คุณหนูซ่งเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนยินดี เมื่อได้รับรอยยิ้มยืนยันจากฉินเหยา ความผิดหวังในแววตาก็หายไปทันที ในใจพลันเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังต่องานละเอียดอ่อนที่ตนกำลังจะได้ทำ
“ข้าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ!” นางรับปากกับฉินเหยาอย่างจริงจัง
ชั่วเวลาหนึ่งถ้วยชา คุณชายทั้งสองแห่งตระกูลซ่งก็นำเหล่าผู้คุ้มกันแบกไม้ไผ่กลับมาแล้ว
ความเร็วของอาวั่งก็ไม่ใช่เล่นๆ เพียงชั่วครู่เดียว แพะก็ถูกชำแหละเรียบร้อยแล้ว
ต้าหลางและซื่อเหนียงก็กลับมาจากเรือนปทุมแล้วเช่นกัน พวกเขากล่าวว่ากงเหลียงเหลียวและฉีเซียนกวนอนุญาตให้ใช้ลานชมทิวทัศน์ของเรือนปทุมแล้ว ทั้งยังตั้งตารอที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงปิ้งย่างในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อวัตถุดิบและสถานที่พร้อมแล้ว ฉินเหยาก็ให้ต้าหลางกับซื่อเหนียงกลับไปที่เรือนปทุมอีกครั้ง เพื่อให้สือโถวและพวกเตรียมเตาถ่านกับโต๊ะเก้าอี้ให้พร้อม งานเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้จะจัดขึ้นที่หน้าประตูเรือนปทุม
แดดดีเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นปิ้งย่างกลางแจ้งอยู่แล้ว
ฉินเหยาส่งสัญญาณให้สองสามีภรรยาตระกูลซ่งและคุณหนูซ่งที่กำลังดื่มชาว่าได้เวลาเริ่มทำงานแล้ว นางเดินออกมาที่ลานบ้านและส่งสัญญาณให้ทุกคนถือแพะและไม้ไผ่ตามนางไปที่เรือนปทุม
ซ่งจางคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้รับผลพลอยได้เช่นนี้ ตอนที่เขามายังปรึกษากับพี่สาวอยู่เลยว่าจะหาทางไปเยี่ยมคารวะมหาบัณฑิตกงเหลียงเหลียวได้อย่างไร แต่ตอนนี้กำลังจะได้เจอตัวจริงแล้ว
ซ่งจางอดที่จะตื่นเต้นในใจไม่ได้ พลันก็นึกขึ้นได้ว่าหลิวจี้ก็เป็นศิษย์ของมหาบัณฑิตเช่นกัน เขาจึงพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินเข้ามาอยู่ข้างๆ อาวั่งกับหลิวจี้ด้วยตนเอง เข้าร่วมกลุ่มแบกแพะเพื่อจะได้สอบถามถึงความชอบของมหาบัณฑิตจากศิษย์ของเขาก่อน
ทุกคนต่างก็ถือของอยู่ในมือ พวกเด็กๆ ถือเก้าอี้และม้านั่ง ฉินเหยาแบกโต๊ะยาวตัวใหญ่จากในบ้านของตน เตรียมจะนำมาใช้เป็นโต๊ะสำหรับเตรียมของ
หลิวจี้ อาวั่ง และซ่งจางสามคนก็ช่วยกันแบกแพะที่ชำแหละแล้ว หลี่ซื่อเองก็ยกหม้อใหญ่ที่เต็มไปด้วยกระดูกแพะตามมาข้างหลัง ตั้งใจว่าอีกสักครู่จะไปตุ๋นน้ำแกงแพะให้ทุกคนในห้องครัวของเรือนปทุม
ซ่งฮูหยินและคุณหนูซ่งกลัวว่าตนเองจะดูไม่เข้าพวกจึงถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยผักสดๆ ไว้ในมือด้วย
คนกลุ่มใหญ่เดินทางมาถึงเรือนปทุมอย่างเอิกเกริก ภายใต้การควบคุมของฉินเหยา เพียงไม่นานก็จัดเตรียมสถานที่สำหรับปิ้งย่างเสร็จสรรพ
สือโถวและอากู่นำโต๊ะเก้าอี้และม้านั่งที่เคลื่อนย้ายได้ในลานบ้านออกมาทั้งหมด รวมกับที่ฉินเหยาขนมาจากบ้านก็ตั้งโต๊ะเก้าอี้ได้สามชุด
หน้าโต๊ะแต่ละตัวมีเตาถ่านวางอยู่หนึ่งเตา ด้านบนวางตะแกรงเหล็กที่นำมาจากเตาอบในบ้านของฉินเหยา
เหล่าสาวใช้ของตระกูลฉีชงชาหอมออกมาให้โต๊ะละหนึ่งกา อีกทั้งยังนำผลไม้มาเพิ่มให้อีกไม่น้อย มองแวบแรกก็เหมือนกับงานเลี้ยงที่จัดขึ้นข้างนอกไม่มีผิด
แต่แตกต่างจากงานเลี้ยงปกติ อาหารในวันนี้ต้องลงมือทำด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ได้มีคนรับใช้คอยบริการส่งถึงปาก
ด้านหน้าโต๊ะเตรียมของตัวใหญ่ ทุกคนก็ต่างพับแขนเสื้อขึ้น และภายใต้การจัดการของฉินเหยา ทุกคนก็แบ่งงานกันทำ เริ่มเสียบเนื้อแพะ
อาวั่งสับเนื้อ หลิวจี้หมักเนื้อ ฉินเหยาและพวกสือโถวซึ่งเป็นผู้คุ้มกันรับผิดชอบเหลาไม้เสียบไม้ไผ่ สองสามีภรรยาตระกูลซ่งและลูกสาวคนโตก็รับผิดชอบเสียบเนื้อ
ส่วนพวกต้าหลางสี่พี่น้องนั้นชวนฉีเซียนกวนและลูกชายทั้งสองของตระกูลซ่งออกไปวิ่งเล่นซุกซนในป่าเขาเสียนานแล้ว
กงเหลียงเหลียวในฐานะผู้ที่อาวุโสที่สุดจึงไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งอยู่บนรถเข็น ดื่มชาร้อนๆ อาบแดดแล้วมองดูผู้คนที่กำลังง่วนอยู่ตรงหน้า
ความสบายใจเช่นนี้ยากจะบรรยายเป็นคำพูดได้ กงเหลียงเหลียวเพียงรู้สึกว่าหากในชีวิตนี้จะมีสักวันที่คนใกล้ชิดที่สุดทุกคนอยู่เคียงข้างกาย ตนเฝ้ามองพวกเขาส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว เช่นนั้นต่อให้ตายก็ไม่เสียดายแล้ว
เตาถ่านทั้งสามเตาถูกจุดขึ้น ฉินเหยาก็มอบหมายงานเหลาไม้เสียบให้กับพวกสือโถว จากนั้นใช้น้ำที่ตักมาจากริมแม่น้ำล้างมือให้สะอาดแล้วหยิบเนื้อที่เสียบไม้แล้วขึ้นมา เริ่มสาธิตให้ทุกคนดู
ที่บ้านมีเครื่องปรุงรสอย่างพริก พริกไทยและยี่หร่าเตรียมไว้เสมอ ฉินเหยายังนำน้ำผึ้งสองกระปุกที่เก็บไว้ที่บ้านมาด้วย มีทั้งรสหวาน รสเผ็ดและรสเผ็ดชา ทุกคนชอบรสชาติแบบไหนก็สามารถตอบสนองได้หมด
แพะภูเขาสีดำที่ซ่งจางนำมาค่อนข้างอ้วน หลังจากหมักเนื้อแล้ว กลิ่นสาบก็หายไปกว่าครึ่ง
ตามคำสั่งของฉินเหยา คนตระกูลซ่งเสียบเนื้อแดงสลับกับมันหมู ฉินเหยาหยิบขึ้นมาจำนวนหนึ่งวางบนตะแกรงเหล็ก มือหนึ่งพัดไฟ อีกมือหนึ่งก็พลิกกลับไปมา ภายใต้ไฟที่ลุกโชน เนื้อแพะเสียบไม้ก็ส่งเสียงน้ำมันแตกดังฉ่าๆ กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยขึ้นมา ทำให้ทุกคนต่างพากันกลืนน้ำลาย
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเนื้อย่างกึ่งสุก ฉินเหยาก็ทาด้วยน้ำผึ้งหนึ่งชั้น จากนั้นจึงย่างต่อจนสุกเจ็ดส่วนแล้วโรยด้วยเครื่องปรุงรส โรยต้นหอมซอยหนึ่งกำมือ เมื่อสุกแปดส่วนก็นำไปวางในจานกระเบื้องที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
“ทุกคนมาชิมกันเร็ว!” ฉินเหยากวักมือเรียกทุกคนให้เข้ามา นางไม่ได้ทำปิ้งย่างมานานมากแล้ว แต่เมื่อได้กลิ่นที่ย่างออกมาในวันนี้ รสชาติก็ไม่น่าจะแย่
“ของที่เมียจ๋าลงมือย่างเอง ย่อมต้องไม่เลวแน่!” หลิวจี้ยังไม่ได้กิน แต่คำพูดเยินยอก็หลุดออกมาแล้ว เขาหยิบขึ้นมาก่อนหนึ่งไม้ สูดดมเข้าไปลึกๆ
กลิ่นหอมที่แตกต่างจากเนื้อสัตว์ทั่วไปลอยเข้าจมูก กระตุ้นความอยากอาหารของผู้คนได้อย่างง่ายดาย
หลิวจี้อ้าปากอย่างคาดหวัง กัดเข้าไปคำใหญ่ เนื้อเสียบไม้ที่สลับกันระหว่างเนื้อแดงกับมันหมูให้รสสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งหวาน หอม เผ็ดชา หลายรสชาติระเบิดขึ้นในปากพร้อมกัน กระตุ้นต่อมรับรส ทำให้คนกินไปคำหนึ่งแล้วก็ยังอยากกินจะคำที่สอง
“เป็นอย่างไรบ้าง” ซ่งจางเอ่ยถาม
แต่หลิวจี้กลับไม่มีเวลารับคำเขา เขากัดเนื้อเสียบไม้อีกคำใหญ่ ขณะเดียวกันมือที่ว่างอยู่ก็เอื้อมไปหยิบไม้ที่ย่างเสร็จแล้วในจาน
แม้ว่านี่เป็นการกินเนื้อย่างเสียบไม้เช่นนี้เป็นครั้งแรก แต่หลิวจี้ก็ได้ปลดล็อกท่วงท่าการกินที่ดีที่สุดของมันโดยอัตโนมัติ มือซ้ายขวาทำงานพร้อมกัน กินคำแล้วคำเล่า เสียงเคี้ยวที่แสดงถึงความพึงพอใจดังออกมาจากปาก ทำให้บรรดาผู้ชมที่อยู่ข้างๆ ต่างมองดูแล้วกลืนน้ำลายไปด้วย
พูดจบ เขาก็หยิบมาอีกสองไม้ ไม้หนึ่งยื่นให้ฉินเหยาพลางเลิกคิ้วให้ด้วยความภาคภูมิใจ “เมียจ๋า เจ้าลองชิมฝีมือตัวเองเร็วเข้า ข้าประหลาดใจจริงๆ ในโลกนี้จะมีสตรีมหัศจรรย์ที่ทั้งออกงานสังคมได้และเข้าครัวเป็นเช่นเจ้าได้อย่างไร!”
ส่วนอีกไม้หนึ่ง เขาก็ยื่นไปตรงหน้ากงเหลียงเหลียวราวกับถวายของวิเศษ “ท่านอาจารย์ ท่านรีบกินตอนร้อนๆ เถอะขอรับ ยิ่งร้อนยิ่งอร่อย! เนื้อเสียบไม้นี่สุดยอดจริงๆ!”
กงเหลียงเหลียวแสร้งทำเป็นสงวนท่าที พยักหน้าเบาๆ ทั้งยังต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจับไม้เสียบก่อน จากนั้นจึงอ้าปากกิน
แต่พอคำแรกลงท้องไป ดวงตาของผู้เฒ่าก็พลันสว่างวาบขึ้น
หลิวจี้เพียงแค่หันไปมองปฏิกิริยาของสองสามีภรรยาตระกูลซ่งที่ได้กินเนื้อแพะเสียบไม้ พอหันกลับมาอีกที เนื้อแพะเสียบไม้ในมือของผู้เฒ่าก็เหลือเพียงไม้เปล่าๆ แล้ว
“ท่านอาจารย์ เนื้อเล่าขอรับ” หลิวจี้เอ่ยถามอย่างตกตะลึง
กงเหลียงเหลียวเลียคราบมันที่หลงเหลืออยู่ตรงมุมปาก ยื่นไม้เปล่าๆ คืนให้เขา “ไปเอามาอีกห้าไม้…ไม่ สิบไม้ เอามาอีกสิบไม้!”
ฉินเหยาที่แอบสังเกตปฏิกิริยาของทุกคนอยู่ มุมปากก็ยกสูงขึ้น นางรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถปฏิเสธปิ้งย่างได้