ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 595 หลิวเฝยกลับมาแล้ว
ตอนที่ 595 หลิวเฝยกลับมาแล้ว
สามีภรรยาอยู่ด้วยกัน มีหรือจะไม่รู้ใจกัน
หลิวจี้เห็นสายตาที่ฉายแววมีเลศนัยของฉินเหยาก็รู้ได้ทันทีว่านางต้องหมายตาผลประโยชน์ที่ใหญ่กว่านี้ไว้แน่
ทั้งที่เห็นได้ชัดว่าเป็นเขาที่ไปสืบข่าวที่อำเภอจนทำให้นางมีโอกาสสร้างบุญคุณครั้งนี้ขึ้นมา แต่สุดท้ายนางกลับไม่คิดจะแบ่งผลประโยชน์ให้เขาเลยสักนิด!
เกินไปแล้ว!
หลิวจี้ยิ่งคิดยิ่งโมโห กัดฟันจนเกิดเสียงดังกรอดๆ เมื่อเห็นฉินเหยาหันหลังเดินก้าวฉับๆ ไปข้างหน้าก็รีบกำหมัดชกไปข้างหลังนางอย่างดุเดือดหลายครั้ง
จะให้ชกจริงๆ ก็ไม่กล้า ต่อให้ชกก็คงไม่โดน หากชกโดนจริงๆ วันนี้ในปีหน้าก็คงเป็นวันครบรอบวันตายของเขา ดังนั้นจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นชกลมเพื่อระบายอารมณ์เท่านั้น
แต่หลังจากที่ทั้งสองกลับมาถึงห้องโถงด้านหลังของจวนที่ว่าการอำเภอและได้รับเงินรางวัลสิบตำลึงจากรองนายอำเภอแล้ว ความอัดอั้นในใจของหลิวจี้ก็สลายไปในทันที หัวใจพลันเบิกบานอย่างยิ่ง ไม่มีเหตุผลอะไรอื่น เพียงเพราะเมียจ๋าโยนเงินสิบตำลึงนี้ใส่อกของเขาโดยตรง
นี่หมายความว่าอะไร
นี่หมายความว่าเงินสิบตำลึงนี้เป็นของเขาแล้ว!
หากไม่กลัวว่าจะโดนซ้อม หลิวจี้คงอยากจะแหงนหน้าหัวเราะดังๆ สามครั้ง
ตอนที่สองสามีภรรยาเดินออกมาจากที่ว่าการอำเภอ ท้องฟ้าก็เริ่มมีฝนตกปรอยๆ โชคดีที่ยังมีรถม้าบังอยู่จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง
ฉินเหยาสั่ง “ไปที่แผงขายเนื้อซื้อหมูสามชั้นสดๆ กลับไปสักสองสามจินก่อนแล้วไปที่ร้านขนมซื้อขนมผลไม้สักสองสามกล่อง เมื่อครู่ข้าเห็นคนเดินถนนถือขนมผลไม้สีเขียวชนิดหนึ่ง ข้าไม่เคยกิน ซื้อกลับไปลองชิมดู”
สุดท้ายก็เสริมขึ้นมาว่า “เจ้าจ่ายเงินนะ”
หลิวจี้ได้ยินแล้วถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ เงินสิบตำลึงที่เขาเพิ่งจะได้มา ยังไม่ทันจะอุ่นมือก็ถูกสตรีใจร้ายคนนี้ผลาญไปเสียแล้ว
แม้ในใจจะบ่นว่าไม่พอใจเพียงใด แต่บนใบหน้าเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเต็มใจ พานางไปที่แผงขายเนื้อเพื่อซื้อเนื้อแล้วเข้าไปในร้านขนมเพื่อซื้อขนมผลไม้สีเขียวที่ว่านั่น
ทั้งกินทั้งหิ้ว ยังต้องห่อกลับไปให้ผู้อาวุโสสองคนที่เรือนเก่าอีกชุดหนึ่ง ใช้เงินของเขาไปถึงสามตำลึง
หลิวจี้เจ็บใจจนหายใจไม่ออก ทำได้เพียงขับรถกลับหมู่บ้านไปพลาง หยิบขนมชิงถวนที่ทำจากใบอ้ายเคี้ยวราวกับเคี้ยวเลือดเนื้อของศัตรูเพื่อเป็นการปลอบใจ
เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ฉินเหยาจึงงีบหลับไปบนรถ เมื่อฝนปรอยๆ เริ่มหยุด รถม้าก็มาถึงหมู่บ้านตระกูลหลิวพอดี นางเลิกม่านรถขึ้น สูดอากาศบริสุทธิ์ของหุบเขาเข้าไปเต็มปอดจนรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
รถม้าจอดที่หน้าประตูใหญ่ของเรือนเก่า ฉินเหยายื่นห่อขนมผลไม้กับเนื้อหมูห้าจินที่แบ่งไว้ออกมาให้หลิวจี้ ส่งสัญญาณให้เขาเอาเข้าไป ส่วนนางรออยู่ข้างนอก
หลิวจี้รับของมาอย่างไม่เต็มใจ กำลังจะเข้าประตู ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกอย่างประหลาดใจดังขึ้นจากข้างหลัง “พี่สะใภ้สาม!”
สองสามีภรรยาหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมกันก็เห็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีเขียวกำลังนำเด็กๆ ในบ้านกลุ่มหนึ่งวิ่งลงมาจากลานหน้าบ้านของตน
เขาวิ่งไปพลางโบกมือตะโกนอย่างตื่นเต้น “พี่สะใภ้สาม! พี่สะใภ้สาม ข้ากลับมาแล้ว!”
หลิวจี้ประหลาดใจ สบตากับฉินเหยา “นั่นไม่ใช่เจ้าสี่หรอกหรือ”
ฉินเหยาพยักหน้า คือหลิวเฝยไม่ผิดแน่
เจ้าเด็กนี่กลับมาจากเมืองหลวงโดยไม่บอกไม่กล่าวเลย
หลิวเฝยกลับถึงบ้านเมื่อตอนพลบค่ำของเมื่อวานนี้พร้อมกับของที่นำกลับมาเต็มคันรถใหญ่ ยังไม่ทันจะได้พักเท้าก็ตรงไปที่บ้านของพี่สะใภ้สามทันที
ไม่คิดว่าจะไปเก้อ พี่สะใภ้สามกับพี่สามออกไปข้างนอกทั้งคู่จึงทำได้เพียงรออย่างอดทน เล่นกับเด็กๆ ในบ้านไปก่อน
การเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้ หลิวเฝยได้เปิดหูเปิดตาขึ้นมาก ทั้งยังทำธุระสำเร็จไปหลายอย่าง ทำให้ท่าทางดูสุขุมขึ้นมาก
หลิวจี้มองแวบแรก ยังแทบไม่เชื่อว่าชายที่สวมชุดคลุมและหมวกตรงหน้าจะเป็นน้องชายปากเสียกวนโอ๊ยของตนเอง
วันนี้เด็กๆ ที่บ้านไม่ได้ไปสำนักศึกษาสักคนเดียว ทุกคนต่างเดินตามก้นอาสี่แจ แสดงท่าทีสนิทสนม เรียกอาเล็กคำแล้วคำเล่าอย่างหวานชื่น
หลิวจี้ถามอย่างแปลกใจ “ปากแต่ละคนนี่อมน้ำผึ้งไว้หรือไง เห็นอาสามอย่างข้ายังไม่เรียก สนใจแต่อาเล็กของพวกเจ้า ได้ของดีอะไรจากเขาล่ะสิ”
จินเป่ากับจินฮวาหัวเราะร่าแล้วพูดพร้อมกัน “ท่านอาสาม ท่านทายถูกแล้ว อาเล็กเอาของขวัญมาให้พวกเราทุกคนเลยนะ เอามาจากเมืองหลวงเชียวล่ะ~”
ไม่ใช่จากในอำเภอหรือเมืองหลวงของมณฑล แต่เป็นเมืองหลวงที่อยู่ใต้เบื้องพระบาทของโอรสสวรรค์
พวกต้าหลางสี่พี่น้องก็พยักหน้าให้ท่านแม่อย่างตื่นเต้นเช่นกัน เป็นเชิงว่าตนเองก็ได้รับของขวัญแล้ว เมื่อดูจากท่าทางดีใจแล้วก็รู้ได้ว่าไม่น่าจะใช่ของเล่นธรรมดา
หลิวจี้เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ รีบจับหลิวเฝยที่กำลังจะเดินไปหาฉินเหยาไว้แล้วถาม “เจ้าสี่ ปกติพี่สามก็ดีกับเจ้าไม่น้อยใช่ไหม เจ้าได้เอาของขวัญอะไรกลับมาฝากพี่ชายบ้างหรือเปล่า”
“เอามาๆ” หลิวเฝยอยากรีบไปหาฉินเหยาจึงตอบส่งๆ สองสามคำแล้วผลักพี่สามออกไป เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉินเหยา “พี่สะใภ้สาม ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว”
ในดวงตาของหนุ่มน้อยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นราวกับมีเรื่องมากมายอยากจะพูดกับนาง
คนที่อยู่ในเรือนเก่าได้ยินเสียงเอะอะที่หน้าประตูก็พากันเดินออกมา ทุกคนอออยู่ที่หน้าประตูส่งเสียงจอแจ คนที่ไม่รู้เรื่องคงคิดว่าที่บ้านเกิดเรื่องอะไรขึ้นจึงรีบให้ฉินเหยาและคนอื่นๆ เข้าไปคุยกันในบ้าน
ดังนั้น ทุกคนจึงจอดรถม้าไว้ข้างประตูแล้วย้ายกันเข้าไปในลานบ้านของเรือนเก่าทั้งหมด
หลิวเฝยถูกหลิวจี้เกณฑ์ไปขนของ พอฉินเหยาว่างลงก็ถูกเด็กๆ หลายคนรุมล้อมทันที แต่ละคนต่างเข้ามาใกล้ๆ เพื่อบอกนางว่าตนเองได้รับของขวัญอะไรบ้าง
จินฮวาเขย่าข้อมือของตนเองอย่างมีความสุข “อาสะใภ้สาม ท่านดูสิเจ้าคะ อาเล็กซื้อกำไลข้อมือมีกระดิ่งจากร้านเครื่องเงินในเมืองหลวงมาให้ข้า เขย่าแล้วจะมีเสียงดัง ไพเราะมากเลย~”
ซื่อเหนียงไม่ยอมน้อยหน้าจึงพูดขึ้นมาบ้าง “ท่านแม่ อาเล็กซื้อฉินเจ็ดสายให้ข้า บอกว่าเด็กผู้หญิงในเมืองหลวงกำลังฝึกเล่นกันอยู่ ให้ข้าลองเรียนดูด้วย ทั้งยังเอาตำราเพลงมาให้ข้าด้วย”
ฉินเหยามองไปที่ด้านหลังนางอย่างประหลาดใจ ฉินตัวหนึ่ง นี่ไม่ใช่ของขวัญเล็กๆ เลย แต่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ทีเดียว
หลิวเฝยเกาหัวยิ้มอย่างซื่อๆ “พี่สะใภ้สาม ท่านอย่ามองข้าอย่างนั้นสิ ไม่ได้ใช้เงินเยอะอะไร แค่ของเล่นสนุกๆ เท่านั้น ไม่ได้จะให้ซื่อเหนียงเรียนฉินจริงๆ แค่ซื้อของเล่นแก้เบื่อให้เด็กๆ”
หลิวจี้เข้ามาทีหลังจึงไม่เข้าใจ “ของอะไร ใครซื้อฉินกัน ครอบครัวชาวนาอย่างพวกเรามีแค่ข้าคนเดียวที่เรียนหนังสือยังเล่นเพลงได้ไม่กี่เพลงเลยแล้วใครจะเล่นฉินเป็น”
ซื่อเหนียงรีบกระโดดพลางยกมือ “ข้าเอง ท่านพ่อ อาเล็กซื้อฉินเจ็ดสายให้ข้า!”
“อะไรนะ” หลิวจี้ประหลาดใจพลางโอบไหล่หลิวเฝยไว้ “แสดงว่าเจ้าเด็กนี่ไปเมืองหลวงเที่ยวนี้ ทำเงินมาไม่น้อยเลยสินะ!”
หลิวเฝยเอามือของพี่สามออก อยากจะถ่อมตัวสักหน่อย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น “ก็พอใช้ได้ ไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่พี่สามพูดหรอก”
ต้าหลาง เอ้อร์หลาง ซานหลาง และจินเป่าก็พากันเข้ามาอวดสมบัติกับฉินเหยา
ต้าหลางได้กระบี่เหล็กเล็กๆ อันหนึ่ง พอได้มาก็รักมันมาก พอเหน็บไว้ที่เอวแล้วดูองอาจมากทีเดียว
เอ้อร์หลางได้ชุดหนังสือภาพชุดหนึ่ง ข้างในวาดรูปภูตผีปีศาจตามตำราโบราณพร้อมด้วยเรื่องเล่าประกอบ น่าสนใจมาก เขาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อกะว่าจะพกติดตัวไว้สักพัก ว่างๆ ก็ค่อยเอาออกมาดู
ซานหลางได้ปริศนาเก้าห่วงหนึ่งชุด เจ้าตัวเล็กหมายตาหยกหลากสีของมัน ไม่ได้สนใจการแก้ปริศนาเก้าห่วงเลย เอาแต่ตามหลังซื่อเหนียงถามว่าแลกขนมผลไม้กินได้เท่าไหร่
จินเป่าได้หุ่นไม้ตัวหนึ่ง หุ่นนั้นทำอย่างประณีต เต็มไปด้วยกลไกเล็กๆ น้อยๆ สามารถเปลี่ยนเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ เมื่อดึงเชือกที่ใต้ฝ่าเท้าก็ยังสามารถหมุนบนพื้นเรียบได้ ต้าเหมานั้นชอบมันมากจนโยนกุญแจเงินที่อาเล็กให้ทิ้งไปแล้วไล่ตามจินเป่าเพื่อขอดูหุ่นหมุน
จินเป่าไม่ยอมให้น้องชายมาทำพัง เขาหลงใหลกลไกบนหุ่นนี้มาก หากเล่นพังไปก็ไม่มีแล้ว
หลังจากดูของขวัญของเด็กๆ เสร็จ หลิวจี้ก็ยื่นมือไปหาหลิวเฝยอย่างคาดหวัง “ของข้าเล่า”
หลิวเฝยเหลือบมองเขาอย่างรังเกียจแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องของตนเองหยิบลูกคิดไม้ขนาดเท่าฝ่ามือออกมาโยนใส่อ้อมแขนของหลิวจี้ ท่ามกลางเสียงร้องอย่างดีใจของอีกฝ่าย “น้องสี่ เจ้าคือน้องชายของข้าตลอดไป!” หลิวเฝยยกมือไพล่หลัง อดกลั้นความรู้สึกภาคภูมิใจไว้แล้วนำฉินเหยาเข้าห้องไป
พวกเด็กๆ กับเจ้าหลิวสามจำต้องถอยไป เพราะถึงเวลาที่ผู้ใหญ่จะคุยธุระกันแล้ว