ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 616 ล้วนเป็นตั๋วเงิน
ตอนที่ 616 ล้วนเป็นตั๋วเงิน
หญิงชราคิดว่าก็จริง นางมองดูคนกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาข้างหลังแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่โบกมือเป็นสัญญาณให้พวกเขาเข้าไปจับคน
งานครั้งนี้ถือว่าสำเร็จอย่างงดงาม บุรุษผู้นั้นหล่อเหลาผิดธรรมดา เด็กทั้งสี่คนก็น่ารักน่าเอ็นดู แม้แต่สตรีหน้าเย็นชาคนนั้นยังมีรูปโฉมงดงามอยู่หลายส่วน
มีเพียงสตรีใบหน้ามีแผลเป็นที่น่าเกลียดไปหน่อย
แต่ขอเพียงเป็นสตรีก็สามารถให้กำเนิดบุตรได้ น่าเกลียดหน่อยก็ขายในราคาที่ถูกลง มีชายชรามากมายที่หาภรรยาไม่ได้ต้องการตัวนาง
อีกทั้งของบนรถม้าและตัวม้า เพียงแค่คิด หญิงชราก็ยิ้มจนหุบปากไม่ลง เกรงว่าคงจะทำกำไรได้ก้อนใหญ่!
เมื่อเห็นกลุ่มนักเลงท่าทางดุร้ายกรูกันเข้ามา ครอบครัวของฉินเหยาก็เข้าใจในที่สุดว่าพวกเขาได้พบกับกลุ่มค้ามนุษย์มืออาชีพเข้าแล้ว
เริ่มจากใช้โรงน้ำชาเพื่อสืบเรื่องราว จากนั้นก็ส่งชายฉกรรจ์ผู้นั้นและโก่วหวามาเป็นเหยื่อล่อ สุดท้ายก็ลวงพวกเขามายังรังโจรเพื่อเตรียมจับให้หมดในคราวเดียว
“โก่วหวาเจ้าคนหลอกลวง!” ซื่อเหนียงแทบไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองและพวกพี่ชายจะถูกคนหลอกจนหัวหมุน
ความใจดีของตนเองกลับกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะ ทั้งยังไม่เชื่อฟังคำของท่านแม่ มีความเมตตาสงสารจนเกินงาม ดึงดันที่จะส่งเจ้าคนหลอกลวงโก่วหวากลับบ้านให้ได้
นี่ใช่หมู่บ้านแมวป่าเสียที่ไหนกัน ที่นี่มันคือหมู่บ้านเถื่อนที่เป็นแหล่งรวมตัวของผู้ค้ามนุษย์ต่างหาก!
“ท่านแม่ ขออภัยเจ้าค่ะ/ขอรับ” สี่พี่น้องกล่าวอย่างรู้สึกผิด
ฉินเหยาแค่นเสียงเบาๆ “รู้ว่าผิดก็จงแก้ไข กลับไปแล้วพวกเจ้าแต่ละคนจงเขียนบทความสำนึกผิดความยาวสองพันตัวอักษรมาส่งข้า”
“ขอรับ!/เจ้าค่ะ!” สี่พี่น้องตอบรับอย่างตื่นเต้น ดีเหลือเกิน! ท่านแม่ยังยอมให้อภัยพวกเขา เช่นนั้นพวกเขาจะตั้งใจเขียนบทความสำนึกผิดเป็นอย่างดี
เมื่อเห็นว่าแม่ลูกหลายคนนี้ ภัยใกล้จะถึงตัวอยู่รอมร่อ แต่กลับยังมีแก่ใจมานั่งพูดคุยกัน ซุนอี๋เหนียงและชายหัวโล้นต่างก็รู้สึกไร้คำจะพูด
ทั้งสองคนหลีกทางเพื่อให้พวกนักเลงเข้ามา พวกตนยังไม่ลืมที่โก่วหวาบอกว่าสตรีสองคนนี้เป็นวรยุทธ์ หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจะได้ไม่ถูกลูกหลงจนบาดเจ็บเอาได้
ฉินเหยาส่งสายตาให้ต้าหลางและอินเยว่
ทั้งสองคนก็เข้าใจในทันที
ต้าหลางผลักน้องๆ ให้ไปอยู่ข้างหลังตน จากนั้นชักมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในรองเท้าออกมาเตรียมพร้อมที่จะปกป้องน้องๆ
ส่วนอินเยว่ก็แบกร่างที่สลบไสลไม่ได้สติของหลิวจี้ขึ้นมา ยืนอยู่ด้านหลังฉินเหยาครึ่งก้าว เตรียมพร้อมที่จะฝ่าวงล้อมทุกเมื่อ
ฉินเหยาหยิบมีดสั้นออกมา ควงเล่นที่ปลายนิ้วอย่างสบายอารมณ์พลันแสยะยิ้มอย่างอำมหิต
วินาทีถัดมา!
ปลอกมีดก็พุ่งออกไป…กระแทกเข้าที่สันจมูกของชายฉกรรจ์ท่าทางดุร้ายที่ยื่นมืออันชั่วร้ายเข้ามาหาตนเป็นคนแรกอย่างแรง
เสียง “กร๊อบ” ดังขึ้น สันจมูกของเขาหัก ชายฉกรรจ์ผู้นั้นตาพร่าลาย เจ็บปวดจนโซซัดโซเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะล้มลงกับพื้นแล้วสลบไปด้วยความเจ็บปวด
นี่ยังไม่ได้ใช้อาวุธจริงจังด้วยซ้ำ แค่ปลอกมีดที่พุ่งมาก็สามารถล้มชายฉกรรจ์คนหนึ่งได้ในพริบตา สิ่งนี้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่กลุ่มผู้ค้ามนุษย์อย่างมาก ทุกคนต่างก็รู้สึกว่ามันเหลือเชื่อ
เวลานี้ พวกเขายังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ เมื่อเห็นชายฉกรรจ์คนแรกล้มลง เสียงร้องตกใจ “พี่สาม! พี่สาม!” ก็ดังระงม เมื่อเห็นว่าคนผู้นั้นสลบไปไม่ได้สติจริงๆ สายตาที่พวกเขามองไปยังพวกฉินเหยาก็พลันดุดันขึ้นมาทันที
เมื่อครู่นี้ยังคิดว่าเป็นเพียงสตรีและเด็กไม่กี่คน คิดจะหยอกล้อเล่นสนุกเสียหน่อย ใครจะคาดคิดว่าอีกฝ่ายจะดุร้ายถึงเพียงนี้
“บัดซบ! จับมันมัดไว้!” มีคนออกคำสั่ง พวกนักเลงจึงเริ่มเคลื่อนไหวทันที คนสิบกว่าคนแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม เตรียมแยกย้ายกันลงมือ
ใครจะคิดว่าจะมีมีดบินสองเล่มพุ่งเข้ามา ชายฉกรรจ์สองคนล้มลงแทบเท้าของหญิงสาวหน้าตาน่าเกลียดผู้นั้น ทั้งยังถูกนางเตะเข้าที่คางอย่างแรงคนละทีจนตาเหลือก
แม้แต่เด็กไม่กี่คนนั้น พวกเขายังเข้าใกล้ไม่ได้เลย
เด็กหนุ่มที่อายุมากที่สุด ถึงจะอายุยังน้อย แต่ทุกกระบวนท่าที่ใช้ออกมาล้วนเป็นท่าสังหารทั้งสิ้น เพียงแค่ไม่กล้าฆ่าคนเท่านั้น แต่มีดสั้นในมือก็ได้เฉือนเนื้อและเลือดออกไปจากร่างกายของพวกเขาไม่น้อย ทำให้นักเลงหลายคนที่ล้อมพวกเขาอยู่เจ็บปวดจนต้องตะโกนด่าทอว่าไอ้เด็กสารเลว
อย่างไรก็ตาม การจะเพิ่มคนมาที่สองฝั่งนี้อีกกลับทำไม่ได้เพราะฉินเหยาจงใจปล่อยสองสามคนเข้าไปเพื่อให้ลูกศิษย์และลูกชายได้ฝึกฝีมือ ส่วนที่เหลือล้วนถูกนางสกัดกั้นไว้ทั้งหมด มือหนึ่งของนางถือฝักมีด อีกมือหนึ่งถือมีดสั้น สองมือตวัดว่องไวเสียจนลมไม่อาจลอดผ่าน รวดเร็วอย่างยิ่ง คนธรรมดายากจะจับภาพการเคลื่อนไหวของนางได้ทัน
เพียงชั่วพริบตา ความรู้สึกเย็นเยียบจากการถูกแทงที่ใดที่หนึ่งบนร่างกายก็แผ่ซ่านไปทั่ว ครั้นคิดจะขยับตัวต่อ ร่างกายก็ล้มลงอย่างควบคุมไม่ได้แล้ว
นางไม่ได้ฆ่าคนราวกับมั่นใจในฝีมือของตนเองอย่างยิ่งจึงคิดที่จะจับเป็นพวกเขาทั้งหมด การลงมือของนางหากไม่ตัดเส้นเอ็นที่ขาก็ตัดเส้นเอ็นที่มือ หรือไม่ก็ใช้ปลอกมีดกระแทกจนคนสลบไปในคราวเดียว
ไม่รู้ว่าสตรีนางนั้นไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน แค่ปลอกมีดเปล่าๆ ก็สามารถทุบหน้าผากคนจนยุบเป็นรอยบุ๋มได้ ลูกตาถลนออกมาในทันที คนที่โดนเข้าไปร้องโหยหวนเสียงดังราวกับถูกทรมานอย่างแสนสาหัส ช่างน่ากลัวจนแทบสิ้นสติ
ฉินเหยารู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด ในหัวของนางปรากฏแต่ภาพใบประกาศจับที่เห็นในเมืองหลักอวี๋โจว ผู้ค้ามนุษย์เหล่านี้ในสายตาของนางได้แปรเปลี่ยนเป็นแท่งเงินสุกสกาวโดยอัตโนมัติ ในใจของนางคิดเพียงแต่ว่า…ตั๋วเงิน ตั๋วเงิน ทั้งหมดนี้คือตั๋วเงิน!
ชายหัวล้านและซุนอี๋เหนียงสองคนได้แต่เบิกตากว้างมองดูพี่น้องของตนล้มลงทีละคนเหมือนต้นกุยช่ายในฤดูใบไม้ผลิ พวกเขาถูกซัดจนล้มลงคนแล้วคนเล่าอย่างน่าใจหาย
“ไหนว่าคนเป็นวรยุทธ์มีเพียงสตรีสองคนนี้ไง?” ชายหัวโล้นถามหญิงชราที่อ้าปากค้างอย่างกราดเกรี้ยว
หญิงชราไม่คิดว่าจะถูกย้อนถามเช่นนี้ นึกโกรธที่สองคนนี้ทำงานไม่ได้เรื่อง วางยาคนก็ยังทำไม่ได้เรื่องจึงตวาดลั่นว่า “รีบเอายาสลบที่เหลือทั้งหมดสาดออกไป!”
สำหรับคนที่ทำงานสายนี้อย่างพวกนาง วิธีการที่ใช้บ่อยที่สุดไม่ใช่กำลัง แต่เป็นยาสลบฤทธิ์รุนแรงชนิดต่างๆ
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นยอดฝีมือในยุทธภพหรือไม่ ตราบเท่าที่โดนยาสลบเข้าไปหนึ่งหลอดก็ต้องยอมจำนนอย่างว่าง่าย
ทว่า มือที่ถือห่อยาของซุนอี๋เหนียงเพิ่งจะยกขึ้น มีดสั้นแหลมคมเล่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามากรีดที่ข้อมือทีหนึ่ง ทิ้งรอยเลือดบางๆ ไว้บนข้อมือข้างที่ถือยาของนาง
บางครั้งสมองก็ไม่อาจรับรู้ได้ทันทีว่าร่างกายได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นท่าทีการโปรยยาของนางจึงยังคงดำเนินต่อไป แต่เพียงชั่วครู่ต่อมาความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็แล่นปราดเข้ามา ห่อยาพลันร่วงลงกับพื้น ซุนอี๋เหนียงเพิ่งจะรู้สึกตัว เมื่อก้มลงมองที่มือ ข้อมือขวาก็พลันบิดพับลงไปอย่างกะทันหัน…
“กรี๊ดดด!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนสุดหวาดผวาของหญิงสาว ชายหัวล้านไม่สนใจพวกพ้องอีกต่อไป เขาหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปทันที
หญิงชราชะงักไป นางเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ในห้องโถง บรรดาพี่น้องของนางล้มลงกับพื้นจนหมดสิ้น ไม่มีผู้ใดเหลือรอด มีเพียงสตรีราวกับสูรร้ายผู้นั้นกำลังเหยียบข้อมือที่ขาดของซุนอี๋เหนียงเอาไว้พร้อมกับส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมมาให้นาง
ทันใดนั้นนางก็ยกมือขึ้น นิ้วทั้งสองพลันขยับ ร่างของชายหัวล้านที่กำลังจะวิ่งออกจากประตูพลันชะงักกึก เมื่อหันกลับไปมองที่ขาด้านหลังของตนเองก็เห็นมีดบินสีเงินผูกแถบผ้าสีแดงเล่มหนึ่งปักลึกเข้าไปในเนื้อน่องของเขา
เงาดำสายหนึ่งทาบทับลงมาจากเบื้องบน สตรีใบหน้าน่าเกลียดผู้นั้นไม่รู้ว่ามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อใดราวกับภูตผี
อินเยว่ชกหมัดหนึ่งเข้าที่ศีรษะของชายหัวโล้นทำให้เขาสลบไปในทันที จากนั้นก็ลากอีกฝ่ายเข้ามาในเรือน ปิดประตูอย่างคล่องแคล่วว่องไวแล้วลงกลอนไม้
ส่วนสามีท่านอาจารย์นั้นถูกนางอุ้มไปวางไว้ในตัวรถม้าเรียบร้อยแล้ว เขายังคงนอนหลับใหลไม่รู้คืนรู้วันต่อไป
“ฟิ้ว!” เสียงหวีดแหวกอากาศดังขึ้นเหนือลานบ้าน พลุดอกไม้ไฟสีน้ำเงินดอกหนึ่งก็พลันระเบิดออกอย่างงดงาม
หญิงชราผู้ยิงสัญญาณพลันเผยรอยยิ้มของผู้ชนะออกมา…อินเยว่ซัดนางเข้าไปหมัดหนึ่ง รอยยิ้มนั้นจึงหยุดชะงักลงเพียงเท่านั้น