ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 650 ผู่เยวี่ยน
ตอนที่ 650 ผู่เยวี่ยน
หลิวจี้แสดงสีหน้าประหลาดใจและเสียดายอย่างยิ่งออกมา จากนั้นก็ถามว่าเมื่อใดจึงจะได้พบราชครู ราชครูเป็นคนคนแบบไหนกันแน่ ท่าทางราวกับชื่นชมบูชาผู้เป็นต้นแบบอย่างยิ่ง
เหล่าสหายคุณชายข้างกายหลูเสี่ยวเฟิ่งจึงแย่งกันพูดคุยกับเขา ตั้งแต่วิธีการอันลึกลับของราชครูไปจนถึงปรัชญาชีวิตและจากปรัชญาชีวิตไปจนถึงข่าวลือเรื่องซุบซิบวงใน
เพียงแค่รู้สึกว่าคนอย่างหลิวจี้นี้ ไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไรกับเขา เขาก็สามารถตอบสนองในเชิงบวกได้อย่างเหมาะสม คุยด้วยแล้วช่างรู้สึกสบายใจอย่างแท้จริง
รอจนกระทั่งฉินเหยาหลบหลีกเหล่าองครักษ์หน้าประตูใหญ่ของจวนราชครู แอบย่องเข้าไปในตรอกด้านหลังอันคับแคบและไร้ผู้คนได้ พวกหลูเสี่ยวเฟิ่งก็กำลังตั้งแท่นพิธีเตรียมสาบานตนเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับหลิวจี้แล้ว
เพื่อไม่ให้การเก็บตัวสวดขอพรของราชครูถูกรบกวน ฮ่องเต้จึงส่งองครักษ์วังหลวงกองหนึ่งมาเฝ้าระวังที่จวนราชครู เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การสวดขอพรถูกทำลายหรือขัดจังหวะ
ฉินเหยาเพียงแค่รู้สึกประหลาดใจ นางไม่ได้อาศัยอยู่ที่แคว้นเซิ่งมานาน แต่คนดีๆ บ้านไหนเขาจะมาสวดขอพรในจวนราชครูกัน?
มิใช่ว่าต้องจัดเตรียมสถานที่อย่างหอสักการะฟ้าดินหรือตำหนักขอพร อะไรทำนองนั้น ถึงจะดูเคร่งขรึมไม่ใช่หรือ
อีกทั้งยังเพิ่มองครักษ์วังหลวงมากมายขนาดนี้ ไม่เหมือนการป้องกันไม่ให้การสวดขอพรหยุดชะงัก แต่กลับเหมือนกลัวว่าราชครูจะถูกคนฆ่าเสียมากกว่า
เรือนพักอาศัยหลังหนึ่ง เหตุใดจึงคุ้มกันแน่นหนาถึงเพียงนี้ แปลกประหลาดอย่างแท้จริง
ฉินเหยาอดนึกถึงเหตุการณ์ยึดทรัพย์ที่เห็นเมื่อเช้าวานนี้ไม่ได้ ตอนนั้นองค์หญิงใหญ่ดูเหมือนจะยังใส่ใจอยู่บ้างว่าจับนักฆ่าที่ลอบสังหารรัชทายาทได้แล้วหรือไม่
ไป๋เฮ่อตอบว่าจับได้แล้ว…จริงหรือ
พอมองเหล่าองครักษ์หลวงที่จวนราชครูแห่งนี้ ฉินเหยาชักจะไม่ค่อยเชื่อเสียแล้ว
อีกอย่าง คืนนั้นที่โรงเตี๊ยมอวิ๋นไหล คนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงของนางไม่คล้ายว่าเป็นยอดฝีมือด้านวรยุทธ์สักเท่าใดนัก อย่างมากก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ค่อนข้างคล่องแคล่วว่องไวเท่านั้น
หากคนเช่นนี้ยังสามารถถูกส่งออกมาเป็นมือสังหารได้ นั่นก็นับว่าเป็นความอัปยศของวงการโดยแท้
แล้วนักฆ่าที่ไป๋เฮ่อจับได้นั้นคืออะไรกันแน่
และผู้ใดกันที่ต้องการสังหารรัชทายาทแห่งตำหนักบูรพา
ดูเหมือนทุกคนจะพุ่งเป้าไปที่องค์หญิงใหญ่ ทว่าฉินเหยาคิดว่าหากนางเป็นองค์หญิงใหญ่ก็คงจะไม่ลงมือทำเรื่องที่เปิดโปงตนเองได้ง่ายเช่นนี้ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายรุนแรงถึงเพียงนี้
ยังมีอีกจุดหนึ่งจนถึงตอนนี้ฉินเหยายังคงจำคำเตือนด้วยเจตนาดีของกงเหลียงเหลียวเมื่อครั้งอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลหลิวได้ พวกเขาที่ใช้แซ่ไป๋หลี่นี้อย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน คนนอกที่เข้าไปพัวพันด้วยนับว่าโชคร้ายที่สุด
ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่พี่น้องจะฆ่าแกงกันเองจึงไม่สูงนัก
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นักฆ่าที่พวกไป๋เฮ่อจับมาได้นั้นเป็นนักฆ่าประเภทใดกันแล้วในจวนราชครูแห่งนี้กำลังสวดขอพรอะไรอยู่กันแน่
เหล่ายอดฝีมือซึ่งเป็นองครักษ์หลวงที่อยู่หน้าประตูเหล่านี้ ตกลงแล้วมาเพื่อคุ้มครองราชครู หรือเพื่อป้องกันผู้ใด
ฉินเหยาไม่เคยหาเรื่องปวดหัวให้ตัวเอง ขอนางดูหน่อยเถอะว่าในจวนราชครูแห่งนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่!
ใบหูเงี่ยฟังเสียงรอบทิศ ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปจากในกำแพง นางก็ทะยานร่างขึ้นทันที ร่อนลงบนกำแพงสูงอย่างเงียบกริบราวกับแมว หมอบร่างต่ำ นิ่งไม่ไหวติง
จวนราชครูแห่งนี้มีผู้คุ้มกันมากมายเสียจริง ไม่เพียงแต่ประตูหน้าหลังหลายชั้นจะมีคนเฝ้า แม้แต่ในลานเรือนก็ยังจัดให้มีผู้คุ้มกันเดินลาดตระเวนสลับกันไปมา
อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าตอนกลางวันไม่มีอะไรต้องป้องกันมากนัก บรรยากาศที่เคร่งขรึมจึงแฝงไปด้วยความเกียจคร้านแบบคนงานที่อู้งานอยู่บ้าง
พื้นที่ของจวนราชครูนั้นกว้างขวางอย่างยิ่ง ด้านในมีเรือนเรียงรายเป็นแถวๆ มีลานเรือนแยกอิสระถึงเจ็ดแปดหลัง กระจายอยู่ทั้งสามทิศตะวันออก ตะวันตก และทิศเหนือ
นอกจากจะมีเรือนหลายหลังแล้ว ด้านในยังมีห้องใต้หลังคา ศาลาและทิวทัศน์ที่สร้างขึ้นมากมาย ในจวนมีสระน้ำ มีน้ำพุธรรมชาติ ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ ในจวนยังมีทะเลสาบเทียม ในทะเลสาบยังสามารถล่องเรือได้ด้วย!
ฉินเหยาเพียงแค่มองผ่านๆ ก็รู้สึกราวกับตนเองลอบเข้าชมอุทยานสวนป่าระดับ 5A สักแห่งโดยไม่ซื้อตั๋ว
เมื่อมองเหล่าสาวใช้และบ่าวรับใช้ที่เดินขวักไขว่ดูยุ่งวุ่นวายในจวน ในใจของฉินเหยาก็ควบคุมความคิดด้านมืดไว้ไม่อยู่แวบหนึ่ง…มารดาผู้นี้จะขอสู้ตายกับพวกคนรวยอย่างพวกเจ้า!
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองท้องฟ้าสีคราม มองผู้คนธรรมดาที่กำลังดิ้นรนทำงานหนักเพื่อความอยู่รอดบนถนนซึ่งอยู่ไกลออกไป ในที่สุดความมืดมิดในใจนี้ก็ถูกกดข่มลงไปได้
เรือนใหญ่โตเกินไป ฉินเหยาแอบซุ่มอยู่ครึ่งค่อนวันก็ยังไม่สามารถกำหนดทิศทางที่จะสำรวจได้ ได้แต่คอยหลบเลี่ยงเหล่าผู้คุ้มกันที่อู้งานเหล่านี้ในจวนราชครูไปพลางชื่นชมทิวทัศน์ทั้งหมดในจวนราชครูไปตลอดทาง
ครั้นเที่ยงวันแดดก็แรง นางลงมาจากกำแพงแล้วซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด
เมื่อพบเหล่าสาวใช้หน้าตาสะสวยที่ถือของเซ่นไหว้รสเลิศเดินผ่านก็ถือโอกาสหยิบขนมเซ่นไหว้มากินหนึ่งชิ้น
กินจนคอแห้งก็หยิบสาลี่หอมออกมาลูกหนึ่ง ชื่นชมนกยูงทองใน ‘สวนสัตว์’ ที่สวนหลังบ้านของจวนราชครู พลางปัดปอยผมบนหน้าผากที่ถูกสายลมพัดมาจนเกะกะน่ารำคาญ ลอบถอนใจ ที่แท้การไร้เทียมทานมันก็ช่างเงียบเหงาเช่นนี้
ณ ระเบียงทางเดินด้านหลังกำแพงชมทิวทัศน์พลันมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
ฉินเหยาที่กำลังมองนกยูงทองฝั่งตรงข้ามรำแพนหางใส่ตนเองอย่างช้าๆก็รีบถอยจากใต้ร่มไม้ร่มรื่นไปยังโคนกำแพง
สาวใช้สองคนเดินผ่านมา
คนหนึ่งพูดว่า “เฮ้อ มื้อเช้าท่านอาจารย์ก็ไม่ยอมกิน เป็นเช่นนี้ต่อไปจะทำอย่างไรดี”
อีกคนกล่าวด้วยความกังวล “หากท่านราชครูตำหนิลงมา พวกเราต้องตายแน่”
คนที่พูดก่อนหน้านี้กล่าวอีกว่า “นำมื้อเที่ยงไปส่งให้ก่อนเถิด นี่เปลี่ยนพ่อครัวเป็นคนที่แปดแล้ว หวังว่าจะถูกปากท่านอาจารย์”
ส่วนอีกคนสภาพจิตใจย่ำแย่มาก บ่นอุบอิบเสียงเบา “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าอาหารชนบทนี่มีอะไรอร่อย อาหารชั้นเลิศทั่วเมืองหลวงท่านอาจารย์ไม่ต้องการ กลับพอใจรสชาตินี้”
ผู้คุ้มกันที่อู้งานกลุ่มหนึ่งเดินลาดตระเวนผ่านไป
“ชู่ว์ ไม่ต้องพูดแล้ว”
สาวใช้ทั้งสองรีบหุบปากแล้วเดินสวนกับเหล่าผู้คุ้มกัน มุ่งหน้าไปยังลานเรือนเล็กอันเงียบสงบแห่งหนึ่งเบื้องหน้า
จาก ‘สวนสัตว์’ เดินผ่านระเบียงทางเดินหนึ่งสาย ผ่านประตูวงพระจันทร์สองบาน ลานเรือนที่ชื่อ “ผู่เยวี่ยน” ก็ปรากฏแก่สายตา
สาวใช้สองคนถือกล่องอาหาร พอคนเพิ่งจะเข้าใกล้ลานเรือน องครักษ์ชุดดำสองนายก็โผล่ออกมาจากที่ใดมิทราบทางซ้ายและขวา ยกมือขึ้นขวางคนทั้งสองไว้
“องครักษ์ลวี่” สาวใช้ทั้งสองพยักหน้าให้องครักษ์ด้านซ้ายมือพร้อมกัน
ฉินเหยาซ่อนตัวอยู่นอกประตูวงพระจันทร์ พบว่าองครักษ์ที่ถูกเรียกว่าองครักษ์ลวี่ผู้นี้ดูคุ้นตาเล็กน้อย พอมองชุดเกราะอ่อนสีดำสนิทที่เคยเห็นมาแล้วสามครั้ง ในสมองก็พลันปรากฏใบหน้าหนึ่งขึ้นมา
นี่คือทหารม้าเกราะดำที่ชักดาบออกมาคนนั้นซึ่งถูกนางใช้ลูกแก้วยิงใส่มือเมื่อครั้งอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลหลิว
ที่แท้เขาก็แซ่ลวี่นี่เอง
แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือ มีความเป็นไปได้สูงว่านางจะหาตาเฒ่ากงเหลียงเหลียวพบแล้ว
สาวใช้ทั้งสองคนเปิดกล่องอาหารให้พวกเขาตรวจสอบตามคำสั่งของลวี่เหลียง ลวี่เหลียงตรวจสอบจนแน่ใจว่าในกล่องอาหารมีเพียงอาหาร ไม่มีสิ่งของต้องห้ามอื่นใดจึงเปิดประตูให้ทั้งสองเข้าไป
เหลือไว้คนหนึ่งเฝ้าประตูต่อ ลวี่เหลียงนำสาวใช้ทั้งสองเข้าไปในลานเรือนด้วยตนเอง
ที่หน้าประตูไม่เพียงแต่มีทหารม้าเกราะดำที่เฝ้าอย่างเปิดเผยคนนั้น แต่ในที่ลับยังมียอดฝีมือซึ่งมีพลังปราณซ่อนอยู่อีกสามคน รายล้อมลานเรือนผู่เยวี่ยนแห่งนี้ ทั้งยังมีผู้คุ้มกันของจวนราชครูอีกสองกลุ่มลาดตระเวนสลับกันไปมา
ฉินเหยาไม่มีทางตามเข้าไปได้ ทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ที่มุมประตูวงพระจันทร์ต่อไป
โชคดีที่ประตูเรือนเปิดแล้วไม่ได้ปิดลง นางยังสามารถมองลอดผ่านช่องประตู แอบดูมุมหนึ่งของลานเรือนด้านในได้
ฉินเหยาประหลาดใจมากเมื่อพบว่า การตกแต่งภายในลานเรือนผู่เยวี่ยนนั้นเหมือนกับเรือนส่วนหน้าของเรือนปทุมทุกประการ มีสระบัวที่ฉีเซียนกวนสร้างขึ้นเอง มีแปลงผักและกระถางบอนไซที่กงเหลียงเหลียวปลูกด้วยตนเองและยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการต่างๆ
เพียงแต่แม้ว่าจะเป็นการตกแต่งที่เหมือนกันทุกประการ แต่เพราะสภาพแวดล้อมโดยรอบแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เรือนปทุมฉบับเลียนแบบนี้จึงให้ความรู้สึกที่อึดอัดอย่างยิ่ง
ราชครูถึงกับลงทุนลงแรงสร้างเรือนปทุมฉบับลอกเลียนแบบให้กงเหลียงเหลียว ฉินเหยาไม่รู้เลยว่าควรจะกล่าวว่าเขาดีหรือไม่ดีกันแน่
แต่นางมั่นใจแล้วว่า กงเหลียงเหลียวต้องอยู่ข้างในนี้