ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 788 ของวิเศษสามอย่าง
ตอนที่ 788 ของวิเศษสามอย่าง
……………
ก่อนการสอบชุนเหวยจะมาถึงอย่างเป็นทางการ ในที่สุดคำสั่งห้ามฆ่าสัตว์ช่วงสี่สิบเก้าวันก็ถูกยกเลิก
เหล่าผู้เข้าสอบจะได้กินอาหารคาวสักมื้อก่อนเข้าสู่สนามสอบเสียที
ฉินเหยาโบกมือสั่งการ “อาวั่ง ไปซื้อหมูมาทั้งตัวเลย!”
“กินไม่หมดกระมังเจ้าคะท่านอาจารย์” อินเยว่ถามด้วยความตื่นตะลึง
อาวั่งไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ฮูหยินบอกไปทิศตะวันออกเขาไม่มีทางไปทิศตะวันตก
เขาลากตัวสือโถวที่นอนตากแดดอยู่ในลานบ้านไปเป็นแรงงานและบังคับรถม้ามุ่งหน้าออกนอกเมืองทันที
แผงขายเนื้อในเมืองพอตั้งแผงปุ๊บก็ถูกบรรดาท่านป้าสะใภ้น้อยใหญ่รุมแย่งชิงกันเกลี้ยง หากจะเอาหมูทั้งตัว ช่วงนี้อย่าได้หวังว่าจะหาได้ในเมืองเลย
ดังนั้นจึงทำได้เพียงวิ่งไปนอกเมือง หาซื้อจากพ่อค้าที่เลี้ยงหมูโดยเฉพาะ
แถมยังต้องวัดดวงด้วย ไม่แน่ว่าจะหาซื้อได้เสมอไป
ไม่ได้กินของคาวมาสองเดือน ชาวบ้านในเมืองเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตก็ตาลุกวาวเป็นแสงสีเขียวกันหมดแล้ว
ฉีเซียนกวนนึกถึงพะโล้ หมูน้ำแดง ปลานึ่ง ไก่ย่าง ไก่ต้มที่อาวั่งทำ…ห้ามคิด ยิ่งคิดน้ำลายจะไหลแล้ว!
หันไปมองฉินเหยาที่นอนอยู่บนเสื่อไม้ไผ่ใต้ร่มไม้ ใช้หลอดฟางดูดชานมแล้วเอ่ยถามว่า
“ฮูหยินเตรียมจะส่งเนื้อไปให้เหล่าผู้เข้าสอบที่เรือนตระกูลฉินหรือขอรับ”
ฉินเหยาส่งสายตาชื่นชมประมาณว่า ‘เจ้าหนูนี่ยังคงฉลาดเฉลียว’ ให้เขาพลางพยักหน้าเบาๆ
“มะรืนนี้ก็ต้องเข้าสนามสอบแล้ว สอบติดต่อกันสามวันห้ามออกจากสนามสอบ ไม่กินเนื้อรองท้องเสียหน่อยจะทนไหวได้อย่างไร”
“อาเยว่ อีกเดี๋ยวหม่าหยางกลับมา เจ้าอย่าลืมกำชับเขาว่าให้รอพวกอาวั่งกลับมาก่อน เอาเนื้อแล้วค่อยกลับไป”
นับตั้งแต่หลิวจี้เก็บตัวเงียบ หม่าหยางดูเหมือนจะรู้สึกถึงวิกฤตจึงเสนอตัวย้ายไปพักที่ตรอกหย่งทงเพื่อจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา
อีกทั้งทางฝั่งนั้นหลังปีใหม่ก็มีผู้เข้าสอบเดินทางมาเพิ่มอีกระลอก บรรยากาศการเรียนดีเยี่ยม เขาเองก็เตรียมจะทุ่มเทเฮือกสุดท้ายเช่นกัน
นับตั้งแต่ต้าหลางจากไป หลิวจี้จอมโวยวายผู้นี้ก็ขังตัวเองอยู่ในห้องหนังสือทุกวันไม่ออกมา
โชคดีที่ยังมีอินเยว่ หลิวเฝย ฉีเซียนกวนพวกนี้พอจะตั้งวงเล่นไพ่จิ่วได้ ไม่อย่างนั้นชีวิตคงน่าเบื่อแย่
แต่ตอนนี้ร้านรวงส่วนใหญ่เริ่มกลับมาเปิดทำการแล้ว รอหลังจบการสอบชุนเหวย คนที่อยู่บ้านก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก
เอ้อร์หลางนับวันนิสัยยิ่งเคร่งขรึมราวกับว่านอกจากอ่านตำราแล้วก็ไม่มีสิ่งใดดึงดูดความสนใจของเขาได้อีก
ซานหลางกับซื่อเหนียงยังคงร่าเริงน่ารักเช่นเดิม
ทว่าเด็กๆ ตอนนี้มีเพื่อนเล่นกลุ่มใหม่จึงไม่มาเกาะแกะวุ่นวายกับท่านพ่อท่านแม่อีกแล้ว
มองดูเมฆขาวลอยผ่านท้องฟ้า ฉินเหยาดูดชานมแพะเย็นๆ คำหนึ่ง จู่ๆ ก็เกิดภาพลวงตาว่าตนเองในวัยยี่สิบสามปีกำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตวัยเกษียณก่อนกำหนด
จริงดังคาด เป็นคนจะว่างเกินไปไม่ได้
ฉินเหยากวาดสายตามองไปรอบๆ
ฉีเซียนกวนกำลังหมกมุ่นกับการเดินหมากกับตัวเอง
อินเยว่ออกไปหาฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหวังเพื่อพูดคุยสัพเพเหระ
หลิวเฝยออกไปจัดแจงที่ร้านแต่เช้าเตรียมจะเปิดกิจการอีกครั้งหลังจบการสอบชุนเหวย
สรุปว่า มีแค่นางที่ว่างงานหรือ
ฉินเหยาลุกพรวดขึ้นจากเสื่อ เดินผ่านฉีเซียนกวนที่กำลังเพลิดเพลินกับการเดินหมากคนเดียวมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องหนังสือ
ประตูห้องปิดสนิท แต่หน้าต่างเปิดกว้าง
ฉินเหยาเดินทอดน่องช้าๆ มาที่หน้าต่าง เพียงเงยหน้าก็มองเห็นหลิวจี้ที่กำลัง ‘เอาผมผูกขื่อ เอาเข็มจิ้มขา’ อยู่ภายใน
ใครกันที่ว่าเขาไม่ได้เรื่อง?
นี่ก็ขยันขันแข็งดีไม่ใช่หรือ
คนในห้องดูเหมือนจะทุ่มเทจิตใจทั้งหมดเข้าสู่โลกแห่งหนังสือ ฉินเหยายืนอยู่ที่หน้าต่างนานถึงหนึ่งเค่อ คนบางคนก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ
จนกระทั่งฉินเหยาทนไม่ไหวเสียเอง แสร้งกระแอมเบาๆ สองที คนในหน้าต่างถึงได้สะดุ้งโหยงเงยหน้าขึ้นมา
ฉินเหยาจึงได้แต่มองตาปริบๆ ดูเข็มปลายแหลมที่เขาปักไว้บนเก้าอี้พุ่งเข้าหาเจ้าตัวอย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ~” ฉินเหยาถอนหายใจอย่างระอา ยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าตัวหลิวจี้ที่กำลังจะทิ้งตัวลงใส่เข็มแหลมให้ลุกขึ้น
ทั้งสองยืนจ้องตากันโดยมีโต๊ะหนังสือคั่นกลาง
ฉินเหยากวาดตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน
ขอบตาดำคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แก้มตอบ หนวดเคราเฟิ้ม…เห็นแล้วรู้สึกปวดตานัก
ฉินเหยาปล่อยมือ เอนกายพิงขอบหน้าต่าง ยื่นมือไปเขี่ยตำราบนโต๊ะเล่น
ไม่น่าอ่าน ไม่น่าสนใจ
นางชักมือกลับอย่างเซ็งๆ เอ่ยถามว่า “ยังไม่คิดจะออกจากเก็บตัวอีกหรือ”
หลิวจี้หัวเราะแหะๆ “ในเมื่อเมียจ๋ามาเรียกหา ย่อมต้องออกอยู่แล้ว”
มุมปากฉินเหยายกขึ้นอย่างพึงพอใจ ชี้ไปในห้องรวมถึงหนวดเคราและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของเขา “ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย คืนนี้จะเลี้ยงเจ้ามื้อใหญ่”
หลิวจี้ “รับทราบ!”
ฉินเหยากวาดตามองเขาอีกครั้ง จุ๊ปากส่ายหน้า ไม่เจอกันหนึ่งเดือน วิวัฒนาการกลายเป็นคนป่าไปเสียแล้ว
หลิวจี้เอ่ยอย่างกระตือรือร้น “เมียจ๋า ให้ข้าไปส่งเจ้านะ!”
เพิ่งก้าวเท้าก็ถูกเชือกป่านที่ผูกไว้บนหัวดึงหนังศีรษะ
ฉับพลันนั้น ภายในห้องก็มีเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังลั่นออกมา
ฉินเหยากุมขมับ
กลัวว่าหูตัวเองจะหนวกจึงผลักประตูเดินเข้าไป ช่วยกู้ผมของคนบางคนออกมาจากเชือกป่าน
“เก็บตัวคราวนี้ขยันขันแข็งมาก แต่คราวหน้าอย่าเก็บตัวแบบนี้อีกเลย”
ฉินเหยากล่าวด้วยความหวังดีจบก็เดินไปที่ห้องครัว
สือโถวกับอาวั่งชายฉกรรจ์สองคนช่วยกันกดหมูไว้บนบานประตู ฉินเหยาถือมีด มีดขาวเข้าไปมีดแดงออกมา เจ้าหมูอ้วนก็จากไปอย่างสงบ
รองเลือดหมูได้กะละมังใหญ่ ฉินเหยาแบ่งออกมาครึ่งหนึ่งพร้อมกับเนื้อหมูอีกครึ่งซีกให้หม่าหยางนำไปที่ตรอกหย่งทง
ส่วนที่เหลือก็จัดการชำแหละ คัดเลือกเนื้อส่วนที่ดีที่สุด มาทำเมนูฉลองเชือดหมูกินกันในครอบครัว
หลิวจี้ที่กินมังสวิรัติบวกกับเก็บตัว อดกลั้นความอยากอาหารมานานหนึ่งเดือนเต็ม พอจัดการตัวเองจนดูเป็นผู้เป็นคนเดินมาถึงห้องครัว เพียงแค่เห็นเนื้อหมูดิบดวงตาก็ลุกวาวเป็นสีเขียว
พอหม้อต้มเนื้อหมูเปื่อยนุ่มถูกยกมาวางบนโต๊ะ เขาก็แทบอยากจะมุดหัวลงไปในหม้อ
วัตถุดิบชั้นเลิศ มักต้องการเพียงวิธีการปรุงที่เรียบง่ายที่สุด
น้ำแกงที่เคี่ยวจากกระดูกหมู ใส่เนื้อขาหมูที่หั่นชิ้นหนาพอดีคำติดมันนิดๆ ต้มด้วยไฟแรง ใส่เต้าหู้ ผักใบเขียว กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ฉินเหยากินรวดเดียวได้ถึงห้าชาม
บนโต๊ะอาหารแทบไม่มีใครพูดจา
ทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างก้มหน้าก้มตากินอย่างเอาเป็นเอาตาย
ไม่ได้กินเนื้อเต็มคราบมานาน น้ำตาแห่งความสุขของซานหลางถึงกับไหลพรากออกมาทางมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่
หลังจบมื้ออาหารฉลองเชือดหมูก็ยกเก้าอี้มานั่งตากลมในลานบ้าน ย่อยอาหาร ไม่จำเป็นต้องพูดคุย ไม่ต้องคิดเรื่องใด ปล่อยกายปล่อยใจให้ว่างเปล่า ช่างสุขสบายเหลือเกิน
บรรยากาศตึงเครียดของการสอบเคอจวี่โดยรอบ ไม่อาจส่งผลกระทบต่อหลิวจี้ได้เลยแม้แต่น้อย
กินอิ่มนอนหลับสบายตลอดคืน ตื่นขึ้นมาก็เริ่มจัดเตรียมข้าวของที่จะนำเข้าสนามสอบ
เรื่องพรรค์นี้ไม่ต้องถึงมือฉินเหยา หลิวเฝยได้ไปสืบหา ‘กลยุทธ์การอยู่อาศัยในสนามสอบสามวันอย่างสุขสบาย’ มาเรียบร้อยแล้ว
ของวิเศษมีสามอย่าง
อย่างแรก ถังอุจจาระขนาดใหญ่ที่ปิดผนึกได้มิดชิดดีเยี่ยมและกระดาษชำระที่หนานุ่มสบายผิวปึกหนึ่ง
ช่วยให้ผู้เข้าสอบอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดสดชื่นตลอดการสอบสามวัน เพิ่มโอกาสในการแสดงศักยภาพเหนือขีดจำกัด
อย่างที่สอง เสบียงแห้งที่รสเลิศและเก็บรักษาง่าย ไม่เพียงช่วยให้ผู้เข้าสอบอิ่มท้องอย่างมีความสุข แต่ยังช่วยประหยัดเวลาทำอาหารเพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำข้อสอบ
อย่างที่สาม เสื้อคลุมตัวโคร่งที่สวมใส่สบาย ใช้สวมใส่ก็ได้ ใช้ห่มต่างผ้าห่มก็ดี เป็นตัวกำหนดสภาพจิตใจที่ยอดเยี่ยมของผู้เข้าสอบตลอดสามวันนี้
“มีของวิเศษสามอย่างนี้ พี่สามก็แค่ตั้งใจทำข้อสอบอย่างเดียวก็พอขอรับ!”
ปลายยามอิ๋น (ราวตีสี่สี่สิบนาที) ก่อนเข้าสู่สนามสอบ
หลิวเฝยมอบของวิเศษที่เตรียมไว้ใส่มือหลิวจี้ด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง