ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 804 สตรีใจร้าย
ตอนที่ 804 สตรีใจร้าย
……………
หลิวจี้ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตนนอนหลับไปถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ
ยามเช้าตรู่เมื่อถูกแสงแดดอุ่นในฤดูหนาวแยงตาจนตื่น หิมะบางๆ ที่ตกลงมาเมื่อคืนวานซืนได้ละลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
เพราะนอนนานเกินไป สมองจึงยังมึนงงอยู่บ้าง
มองดูมุ้งเตียงที่แปลกตาเหนือศีรษะและข้าวของเครื่องใช้รอบกายที่ไม่คุ้นเคย หลิวจี้ก็เหม่อลอยไปครู่ใหญ่
ถึงเพิ่งจะได้สติขึ้นมาว่า ที่นี่คือห้องของฉินเหยาและเขา…กำลังนอนอยู่บนเตียงของฉินเหยา
อดใจไม่ไหว หลิวจี้จึงเผลอหัวเราะ “หึๆ” ออกมาเสียงดัง
มีความสุขจนหัวใจพองโตคับอก
เพียงแต่ภายในห้องกลับไม่เห็นเงาร่างของฉินเหยา
ในลานบ้านเองก็เงียบสงบ เงียบเสียจนหลิวจี้รู้สึกใจหายวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เขาสวมเสื้อผ้าลุกจากเตียง อดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจดูห้องที่ตัวเองต้องเดิมพันด้วยชีวิตกว่าจะได้เข้ามาอยู่นี้
เอาเป็นว่าขอแค่เป็นทุกอย่างที่เกี่ยวกับฉินเหยา เขาก็ล้วนสนใจทั้งสิ้น
หลิวจี้รู้สึกว่าในห้องขาดอะไรไปบางอย่าง
ชั้นวางอาวุธนั่น…ว่างเปล่า
เขาจำได้ว่าก่อนนอนยังเห็นพวกมันวางอยู่ชัดๆ
แต่เมียจ๋าขยันฝึกวรยุทธ์ เขาตื่นสายโด่งปานนี้ เมียจ๋าน่าจะถือดาบไปฝึกวรยุทธ์ที่เรือนส่วนหน้าแล้วกระมัง
หลิวจี้บิดขี้เกียจ เตรียมจะออกไปหาเมียจ๋า
ขณะเดินผ่านโต๊ะ หางตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง
เขาถอยหลังกลับมาสองก้าว มาหยุดที่หน้าโต๊ะ
บนนั้นมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ ทับไว้ด้วยเข็มขัดหยกจากชุดขุนนางของเขา
[หลิวจี้ ข้าทิ้งบ้านนี้ให้เจ้าเป็นคนดูแลแล้ว กุญแจคลังอยู่ในหีบเครื่องแป้ง ส่วนข้า…อยู่บนเส้นทางท่องโลกกว้างแล้ว]
ลงชื่อ ฉินเหยา
ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางวันแสกๆ!
หลิวจี้แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
เขาเห็นอะไรกัน?
เขาอ่านข้อความในจดหมายซ้ำอีกรอบอย่างไม่อยากจะเชื่อ
หลิวจี้ตบโต๊ะ “ปัง!” ด้วยความโกรธแล้วกัดฟันกรอด “ฉินเหยา ทางที่ดีเจ้าอย่าให้ข้าหาเจอเชียวนะ!”
วิ่งถลันออกจากประตูห้อง มาที่ลานบ้าน ตามหาทั่วทั้งสวนหน้าบ้านและหลังบ้านก็ไม่พบร่องรอยของฉินเหยา
สรุปว่า เขาถูกคน ‘กินจนเกลี้ยงแล้วเช็ดปาก’ ทอดทิ้งไปแล้วหรือนี่
“อ๊ากกก!”
หลิวจี้ที่ไม่อาจยอมรับความจริงนี้ได้ตะโกนก้อง วิ่งตรงไปยังโรงม้าที่สวนหลังบ้าน
ตอนนี้เขามีเพียงความคิดเดียว
ช่างหัวตำแหน่งลาภยศมารดามันเถอะ ช่างหัวครอบครัวมันด้วย!
ตอนนี้เขาจะไปตามเมียจ๋าใจดำคนนั้นกลับมา
นางต้องยังไปได้ไม่ไกลแน่ ขอแค่เขารีบเร่งหน่อยจะต้องตามทันแน่
ถึงตอนนั้นจะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว จะตามสตรีใจดำคนนี้ร่อนเร่ไปสุดหล้าฟ้าเขียว ไปท่องโลกบ้าบอคอแตกอะไรนั่นไปด้วยกัน!
ทว่า ในสมองพลันแว่วเสียงอันอ่อนโยนขึ้นมาว่า ‘หลิวจี้ ข้าทิ้งบ้านนี้ไว้ให้เจ้าดูแลแล้ว’
ฝีเท้าที่พุ่งทะยานของหลิวจี้ก็ชะงักกึกทันที
มนุษย์ตัวจิ๋วสองคนในใจกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
คนหนึ่งบอกว่า เป็นคนเห็นแก่ตัวหน่อยไม่เห็นเป็นไร อย่างไรเจ้าหลิวจี้ก็ไม่ใช่วิญญูชนคนดีอะไรอยู่แล้ว
ทำไมจากไปแล้วยังต้องมาปั่นป่วนสมองเขาอีก!
หลิวจี้โกรธจนปอดแทบจะระเบิด เตะระบายอารมณ์ใส่เสาในโรงม้าไปสามทีเน้นๆ
สุดท้าย…ก็ยังไม่ยื่นมือไปจูงม้าอยู่ดี
เขาดูคลุ้มคลั่งราวกับคนบ้า เกือบจะเตะโรงม้าจนพังถล่มลงมา ระบายอารมณ์ไปยกใหญ่ สุดท้ายก็ทำได้แค่เปลี่ยนคำเรียกสตรีที่ ‘กินแล้วทิ้ง’ คนนั้นว่า ‘สตรีใจร้าย’
หลิวจี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พักสงบสติอารมณ์อยู่นาน ถึงได้ค่อยๆ คลายความพลุ่งพล่านลง
ทว่าพอหันหลังกลับไปก็เห็นอาวั่ง อินเยว่ เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อเหนียง กำลังยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ที่ประตูวงพระจันทร์ มองดูเขาด้วยสายตาเรียบเฉย
วินาทีนั้น หลิวจี้ยังมีอะไรไม่เข้าใจอีกหรือ
สรุปว่าคนทั้งบ้าน มีแค่เขาคนเดียวที่รู้ข่าวว่าสตรีใจร้ายจะจากไปเป็นคนสุดท้ายสินะ!
หลิวจี้ “พวกเจ้ารู้กันหมดเลยหรือ”
เขายังคงหวังลึกๆ ลองหยั่งเชิงถามดูอีกครั้ง
ผู้ใหญ่สอง เด็กสามพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน
หลิวจี้จิตใจพังทลาย
ตอนกินข้าวเย็น ข้าวสวยพูนชามใหญ่ถูกเขาคว่ำลงบนโต๊ะอาหาร
“กินๆๆ กินบ้ากินบออะไร! บิดาไม่มีอารมณ์จะกิน!”
ขั้วปอดเขาเจ็บแปลบๆ
คนในบ้านต่างขยับถอยหลังไปนิดหน่อยอย่างเงียบๆ ลอบสบตากัน ‘น่ากลัวชะมัด’
แต่ตอนนี้ฉินเหยาก็ไม่อยู่ คนเดียวที่สามารถกำราบหลิวจี้ได้ไม่อยู่แล้ว
คนที่เหลืออยู่ในบ้าน ไม่มีใครกล้าเสียสละตัวเองเข้าไปปลอบประโลม ‘สามีผู้เคียดแค้น’ ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อคนนี้
พวกเขาทำได้เพียงก้มหน้าก้มตากินกับข้าวอันหอมฉุยให้เยอะเข้าไว้ทั้งแบบนั้น
เพียงแต่ยังไม่ทันที่หลิวจี้จะคิดตกและหายโกรธด้วยตัวเอง
พวกเขามาเชิญท่านผู้บัญชาการของพวกเขาไปรับตำแหน่งเริ่มงาน
คนที่มาหลิวจี้รู้จัก เขาเคยเจอและจำได้แม่นยำ อีกฝ่ายชื่อหลิวเชียนเป็นอดีตผู้บัญชาการหวงเฉิงซือ
หวนนึกถึงปีนั้น เขากับเมียจ๋าพาคนทั้งครอบครัวมาถึงเมืองหลวงเป็นครั้งแรกก็ได้เห็นฉากการยึดทรัพย์เนรเทศอันตื่นเต้นเร้าใจและพลิกผันไปมากับตาตัวเอง
ท่านผู้บัญชาการในตอนนั้นช่างน่าเกรงขามเสียเหลือเกิน แม้แต่หัวหน้ากองทหารองครักษ์ข้างกายขององค์หญิงใหญ่ก็ยังกล้าสั่งให้ลากตัวออกไป
น่าเสียดาย ที่ตอนนี้โลกหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปตามสัจธรรม
คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรเปลี่ยนไปแล้ว
องค์หญิงใหญ่ในวันวานก็ได้กลายเป็นรัชทายาทผู้อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น
หลิวเชียนผู้ที่เคยงัดข้อกับจวนองค์หญิงใหญ่ก็ถูกปลดจากตำแหน่งจนตัวเปล่าเล่าเปลือยตามคาด
หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ความชอบที่เคยทำคดีในอดีต เกรงว่าคงจะอยู่ในหวงเฉิงซือต่อไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
หลิวเชียนที่ยืนอยู่ต่อหน้าหลิวจี้ด้วยท่าทีไม่ต่ำต้อยและไม่ถือดีในตอนนี้ เป็นเพียงสายสืบระดับล่างสุดของหวงเฉิงซือ
พอเห็นเขา หลิวจี้ก็อดนึกถึงฉินเหยาสตรีใจร้ายใจดำคนนั้นขึ้นมาไม่ได้
ใบหน้าหล่อเหลาดำทะมึนราวกับก้นหม้อ ทั่วทั้งร่างแผ่รังสี ‘ข้าไม่สบอารมณ์’ ออกมา
ลูกน้องคนอื่นของหวงเฉิงซือที่มาพร้อมกับหลิวเชียนสัมผัสได้ถึงการเพ่งเล็งของท่านผู้บัญชาการคนใหม่ ต่างก็ลอบเหงื่อตกแทนหลิวเชียนอดีตผู้บัญชาการอยู่ในใจ
พวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้สูงศักดิ์เบื้องบนคิดอะไรอยู่ถึงได้จัดให้หลิวเชียนมาต้อนรับผู้บัญชาการคนใหม่ นี่มันจงใจก่อกวนจิตใจกันชัดๆ
บ่นก็ส่วนบ่น แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางพวกเขาจากการเชิญหลิวจี้ผู้บัญชาการคนใหม่ออกไปอย่างนอบน้อม
ดังนั้น หลิวจี้จึงจำต้องกดข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเพราะหวนนึกถึงสตรีใจร้ายเอาไว้และขึ้นรถม้าที่พวกหลิวเชียนนำมา มุ่งหน้าสู่หวงเฉิงซือเพื่อเริ่มต้นเส้นทางขุนนางกังฉินของเขา
เพราะรู้ซึ้งดีว่าตัวเองไต่เต้าขึ้นมาด้วยวิธีการใด
ดังนั้น…ฝ่าบาทให้เขาเล่นงานใครเขาก็เล่นงาน
แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า สาเหตุที่ยมบาลตัวเป็นๆ ทำเช่นนี้ก็เพียงเพราะค้นพบว่าการทำงานอย่างบ้าคลั่งช่วยให้เขาไม่ต้องนึกถึงสตรีใจร้ายที่ทำให้เขาโกรธจนปอดแทบระเบิดคนนั้นได้ก็เท่านั้นเอง
แต่พอยุ่งไปยุ่งมาก็ยังอดไม่ได้ที่จะใช้อำนาจหน้าที่ในมือ ระดมกำลังออกค้นหาร่องรอยของสตรีใจร้ายบางคน
ใช้ขุมกำลังข่าวกรองระดับแคว้นตามหาคนเพียงคนเดียว สำหรับหวงเฉิงซือแล้ว ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ดังนั้นในเดือนที่สามหลังจากฉินเหยาจากไปหลิวจี้ก็ได้รับจดหมายฉบับแรกที่เกี่ยวกับนาง
หลิวเชียนนำจดหมายเข้ามายื่นรายงาน ‘ยมบาลตัวเป็นๆ’ ที่เอะอะก็พูดว่า ‘สตรีใจร้าย’ ผู้นั้น มุมปากเขาฉีกยิ้มอย่างบ้าคลั่งจนแทบจะฉีกไปถึงใบหู
“เร็ว! รีบเอามาให้ข้าดู!”
หลิวจี้ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น อดไม่ได้ที่จะถูมือไปมาอย่างร้อนรน
พอได้จดหมายมาก็รีบมุดเข้าไปในห้องเล็กอันวิจิตรบรรจงที่เขาสร้างไว้ให้ตัวเองในหวงเฉิงซือ ห้ามใครมารบกวนแล้วตั้งใจเปิดอ่าน