ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 808 ตอนพิเศษ 3
ตอนที่ 808 ตอนพิเศษ 3
……………
หลิวจี้ยังอยากจะพูดถึงเรื่องลับในมุ้งของสองสามีภรรยาต่ออีกสักหน่อย
ฉินเหยาที่ฟังจนขนลุกขนพองไปทั้งตัวรีบยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เขาหยุดพูด
หลิวจี้ไม่ยอม
มีเพียงต้องพรรณนารายละเอียดยามที่คนทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันออกมาไม่หยุดเท่านั้น ถึงจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเรื่องทั้งหมดนั้นไม่ใช่ความฝันและไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดไปเองฝ่ายเดียว
และคนคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่คนที่เขาฝันเห็น
นางคือตัวจริง
จริงแท้ยิ่งกว่าไข่มุกเสียอีก!
แต่น่าเสียดาย ความทรงจำของคนทั้งสองไม่ตรงกัน
ฉินเหยาจึงตบศีรษะหลิวจี้ฉาดใหญ่
เขาถูกตบจนหน้าหัน สูดปากร้องซี๊ดออกมาคำหนึ่ง
เมื่อหันกลับมามองอีกครั้ง ในดวงตาก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “เมียจ๋า เป็นเจ้านั่นเอง ข้ารู้แล้วว่าเป็นเจ้า!”
“สัมผัสที่คุ้นเคยนี้ แรงที่พอเหมาะพอดีนี้ นอกจากเมียจ๋าเจ้าแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นที่ตบได้แบบนี้อีก”
ฉินเหยาลุกขึ้นยืน “นายคอยอยู่ในห้องสักครู่”
เธอต้องการออกไปสงบสติอารมณ์เงียบๆ
“เมียจ๋าช้าก่อน!” หลิวจี้รีบถาม “มีของกินหรือไม่”
เขาลูบท้อง หิวข้าว หิวข้าว
ฉินเหยาแค่นเสียงทีหนึ่ง “ไม่มี”
แม้หลิวจี้จะผิดหวัง แต่ก็รู้งานไม่เอ่ยถึงอีก
เพราะสภาพแวดล้อมโดยรอบนี้ เพียงแค่มองปราดเดียวก็จินตนาการได้ถึงความยากลำบากในการเอาชีวิตรอดในที่แห่งนี้
เมื่อรู้ว่าฉินเหยาต้องการปรับตัว หลิวจี้จึงรู้งานไม่ตามออกไป
เพราะเขาก็ต้องการคิดทบทวนตามลำพังเช่นกัน…ลองถามดูเถิดว่า บุรุษบอบบางอย่างเขา จะมีชีวิตรอดต่อไปในนรกบนดินแห่งนี้ได้อย่างไร
คำตอบคือ ฆ่าตัวตายคงจะสบายกว่า
ไม่แน่ว่าตายแล้ว อาจจะได้กลับไปก็ได้
แต่ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาก็ถูกหลิวจี้ปฏิเสธทันควัน
เขาจะทิ้งเมียจ๋าให้ตกระกำลำบากอยู่ที่นี่เพียงลำพังได้อย่างไร
ถึงแม้นางจะจำเขาไม่ได้ แต่นางก็เป็นเมียจ๋าของเขานะ
ลูกผู้ชายอกสามศอกจะทนดูภรรยาของตนดิ้นรนอย่างยากลำบากในนรกบนดินแห่งนี้โดยไม่สนใจไยดีได้หรือ
ตัวเขาในตอนนี้ ไม่ใช่ตัวเขาในอดีตอีกแล้ว!
หลิวจี้รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที เขากำลังจะออกไปหาฉินเหยาเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อนางพลันได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากโถงบันไดด้านนอก
หลิวจี้สะดุ้งโหยง หดศีรษะที่ยื่นออกไปกลับเข้ามาทันควันแล้วเอียงหูตั้งใจฟัง
จนกระทั่งเสียงต่อสู้เงียบลง เขาถึงได้พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายชัดเจน ตรงดิ่งไปยังศพสองศพที่ศีรษะถูกทุบจนเละเทะเบื้องหน้าฉินเหยา
เขาจัดการรูดทรัพย์สินทั่วร่างของคนทั้งสองจนเกลี้ยงอย่างชำนาญ ทั้งยังจัดวางอย่างเป็นระเบียบแล้วรีบนำส่งให้อย่างคล่องแคล่ว
มองดูหลิวจี้ที่เคลื่อนไหวเก็บกวาดอย่างชำนาญเช่นนี้ ในแววตาของฉินเหยาก็ปรากฏความงุนงงขึ้นมาวูบหนึ่ง
เหตุใดท่าทางตอนเขาส่งของให้ถึงได้ชำนาญปานนั้น?
“นายไม่กลัวเหรอ” เธอชี้ไปยังศพสองศพบนพื้นที่ถูกตนเองทุบจนเละเทะ
หลิวจี้ “เมียจ๋า เจ้าฆ่าพวกเขา ย่อมมีเหตุผลของเจ้า”
หลิวจี้ไม่ต้องคิดก็เดาได้ว่า พวกเขาสองสามีภรรยาคงถูกคนชั่วหมายหัวไว้นานแล้วแน่ๆ
ความจริงก็ใกล้เคียงกับที่หลิวจี้คาดเดา
เพียงแต่เป็นฉินเหยาที่พบผู้มีพลังพิเศษธาตุดินที่ซ่อนตัวอยู่สองคนนี้ก่อน อาศัยจังหวะทีเผลอเลยลงมือฆ่าพวกเขาเสียก่อน
ฉินเหยาส่งสัญญาณให้หลิวจี้ถือ ‘สินสงคราม’ ที่ยึดมาได้ไว้ก่อนชั่วคราว
ชี้ไปที่เจ้าสองคนบนพื้นที่ศีรษะแหลกละเอียดแล้วถามเขาว่า “รู้ไหมว่าทำไมต้องทุบหัวพวกเขาจนแบน?”
หลิวจี้ส่ายหน้าอย่างงุนงง แต่ทว่า!
“เมียจ๋า เจ้าทำเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลของเจ้า”
เขาทำท่ารูดซิปปาก แสดงว่าตนเองเข้าใจ อะไรที่ไม่ควรถามก็จะไม่ถามเด็ดขาด
ฉินเหยา “…”
เธออดสงสัยอีกครั้งไม่ได้จริงๆ ว่า ตนเองจะเลือกใช้ชีวิตฉันสามีภรรยากับ ‘ดอกไม้ขาวในเรือนกระจก’ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยแบบนี้ร่วมสิบปีจริงๆ หรือ
แต่พอคิดดูอีกที เขาอ้างว่าทะลุมิติมาจากสังคมศักดินาที่คล้ายกับยุคโบราณ
การจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวันสิ้นโลกเลยก็ดูสมเหตุสมผล…สมเหตุสมผลกับผีน่ะสิ!
เจ้าหลิวจี้คนนี้คงไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษสายพลังจิตอะไรเทือกนั้น ที่สามารถควบคุมสมองคนทำให้คนเชื่อคำพูดของเขาโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้หรอกนะ?
เรื่องราวเกี่ยวกับเธอที่เขาพูดมาก่อนหน้านี้ ดีไม่ดีอาจเป็นเพราะอ่านใจได้
จะโทษฉินเหยาว่าระแวงไม่ได้ เพราะในวันสิ้นโลกนี้ จิตใจคนคือสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้ที่สุด
หากเธอเชื่อคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันมั่วซั่ว ป่านนี้คงตายไปเป็นร้อยรอบแล้ว
“ในอากาศมีเชื้อไวรัสลอยอยู่ มนุษย์ที่ตายไปหากไม่รีบตัดหัวพวกเขาหรือทำลายสมองของพวกเขา ภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็จะเกิดการกลายพันธุ์ กลายเป็นซอมบี้ที่ไล่โจมตีคนเป็น เหมือนพวกที่เราเห็นก่อนหน้านี้”
ฉินเหยาอธิบายจบก็กลับเข้าห้องไป
หลิวจี้พยักหน้าแสดงว่าได้ความรู้ใหม่แล้ว
เขาไม่กล้าอยู่กับศพสองศพนั้น รีบตามฉินเหยาเข้าห้องไปทันที
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อ ยังมีอีกมาก
ต้องขอบคุณโจรสองคนที่คิดจะปล้น เสบียงในมือของฉินเหยาจึงเพิ่มพูนขึ้นทันตา
ชุดป้องกันสองชุด รองเท้าพื้นหนาสองคู่ เนื้อวัวกระป๋องหมดอายุหนึ่งกล่อง มันฝรั่งบดสดใหม่สองหลอด มีดสปาร์ตาหนึ่งเล่ม พลั่วหนึ่งอัน ไฟแช็กน้ำมันเต็มสองอันและน้ำดื่มที่เหลือครึ่งหนึ่งอีกสองกระติก
กวาดตามองหลิวจี้ที่นั่งยองๆ เหมือนหมาปั๊กอยู่ตรงหน้า จ้องมองเสบียงตาละห้อย นึกถึงความคล่องแคล่วในการเก็บศพของเขาที่นับว่าพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
ฉินเหยาจึงมอบชุดป้องกันให้เขาหนึ่งชุด รองเท้าหนึ่งคู่ มันฝรั่งบดสดใหม่หนึ่งหลอดและน้ำครึ่งกระติก
หลิวจี้ไม่ได้หิวมากนักจึงวางอาหารและน้ำไว้ข้างๆ ก่อนและกลับหันมาสำรวจเจ้าชุดป้องกันบางๆ นั่นแทน
ฉินเหยาค่อนขอดในใจ แกล้งทำเป็นคนโบราณได้เหมือนจริงเชียวนะ
เอ่ยเตือนเสียงเย็นว่า “ถอดเศษผ้าบนตัวนายออกแล้วใส่ชุดป้องกันไว้ข้างในให้แนบเนื้อ”
“เห็นถุงเก็บปัสสาวะด้านหลังชุดป้องกันไหม จำไว้ว่าต้องเก็บปัสสาวะเอาไว้ สามารถใช้เครื่องกรองเปลี่ยนเป็นน้ำดื่มได้”
“หา” หลิวจี้หน้าถอดสี “เจ้าจะให้ข้ากินฉี่หรือ”
ชาติก่อนเขายังไม่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน!
ฉินเหยาพูดไม่ออก
นี่เป็นเรื่องแปลกประหลาดตรงไหนกัน
มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคนก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น
หากเธอยังใช้ชีวิตอยู่ในฐานทัพ เช่นนั้นทุกวันยังต้องส่งมอบปัสสาวะที่เก็บรวบรวมไว้ให้กับทหารที่รับผิดชอบเก็บรวบรวมปัสสาวะโดยเฉพาะ
ตั้งชื่อให้ดูดีว่า เป็นส่วนหนึ่งของค่าคุ้มครอง
เห็นฉินเหยาไม่สนใจตนเองแล้ว หลิวจี้ก็เผยแววตาน่าสงสารแบบนั้นออกมาอีก
เขาปวดใจ อยากร้องไห้ แต่ร้องไม่ออก
ภายใต้แสงไฟ เผยให้เห็นก้นขาวผ่องสองลูก
เมื่อฉินเหยาเงยหน้าขึ้นก็เกือบจะถูกความขาวกระแทกตาจนบอด
มองดูเรือนร่างของชายหนุ่มที่ไม่เคยผ่านการเคี่ยวกรำจากยุคสิ้นโลก จิตใจของฉินเหยาก็สั่นไหวอีกครั้ง
เขามาจากต่างโลกจริงๆ หรือ
ถ้าใช่ แล้วเธอไปรู้จักกับเขาได้อย่างไร
หรือว่าหลังจากนี้เธอจะทะลุมิติไปแคว้นเซิ่ง
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด ฝั่งหลิวจี้ก็ส่งเสียงร้องโวยวายอย่างหงุดหงิดขึ้นมา
ฉินเหยารีบตวาดห้ามพฤติกรรมรนหาที่ตายของเขา
ตะโกนโวยวายตอนกลางคืน กลัวพืชกลายพันธุ์จะไม่มาหาหรือไง
หลิวจี้ที่ถูกดุก็หิ้วชุดป้องกันรัดรูปที่ติดคาอยู่ตรงเป้า ก้มหน้าหุบปากอย่างว่าง่าย
ดวงตาดอกท้อกะพริบปริบๆ ชัดเจนว่าเป็นลุงคนหนึ่งแล้ว แต่ใบหน้านั้นกลับหล่อเหลาจริงๆ ดูน่าสงสารจับใจ
ฉินเหยากระแอมไอสองที เธอค้นพบด้วยความตกตะลึงว่า ตัวเองดันแพ้ทางคนแบบนี้เข้าให้แล้ว!