ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 111 มิติวิเศษนี้มันจะเทพเกินไปแล้ว!
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 111 มิติวิเศษนี้มันจะเทพเกินไปแล้ว!
สองแม่ลูกหลี่อิงหลันที่เดินสวนทางมาก็เห็นทั้งสองเช่นกัน
หลี่อิงหลันเหลือบมองหมิงจูที่สวมชุดกระโปรงลายดอกไม้เล็กๆ โดยไม่รู้ตัว คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันทันที ผู้หญิงที่ดูอ่อนหวานบอบบางคนนี้คือสาวชาวบ้านจากชนบทหรือ?
เธอเหลือบตามองลูกสาวข้างกายที่แม้จะแต่งตัวดี แต่ผิวก็คล้ำหมอง เมื่อเทียบกันแล้ว… ทำไมลูกคนนี้ถึงดูเหมือนมาจากชนบทมากกว่าเล่า?
แต่เธอก็ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว พลางยิ้มแล้วเดินเข้าไปหา “เสี่ยวเจียง ดีจังที่เธอยังอยู่บ้าน เสี่ยวอวี้ลูกสาวฉันรู้ว่าเธอชอบกินขนมเปี๊ยะไส้หมู วันนี้เลยตื่นเช้าทำขนมเปี๊ยะมาส่งให้เธอถึงที่นี่เชียวนะ”
พูดพลางเธอก็ยื่นกระด้งกลมที่สานด้วยไม้ไผ่ในมือให้เจียงตั่ว…
เจียงตั่วพูดด้วยสีหน้าเย็นชา “ไม่ต้องหรอกครับคุณป้า ผมกินข้าวเช้าแล้ว”
หวงอวี้ยิ้ม “เจียงตั่ว นี่เป็นน้ำใจของฉันนะ อย่าปฏิเสธเลย ต่อไปพวกเราก็คือเพื่อนบ้านกัน เรายังต้องไปมาหาสู่กันอีกนาน”
แม่พร่ำสอนและวางแผนให้เธอ บอกว่าจะกุมหัวใจผู้ชายให้ได้ ต้องเริ่มจากกระเพาะอาหารเขาก่อน
สาวชาวบ้านที่มาจากชนบทห่างไกลคนนี้คงไม่เคยเห็นของดีอะไรนัก อย่างไรก็ทำอาหารเก่งสู้เธอไม่ได้หรอก!
เจียงตั่วกำลังจะปฏิเสธอีกครั้ง แต่หมิงจูกลับยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย พลางกวักมือเรียกเด็กๆ ที่กำลังเล่นดินเหนียวอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไกลนัก “เด็กๆ มาทางนี้!”
เด็กๆ หลายคนเห็นพี่สาวคนสวยเรียกพวกเขาแต่ไกล ก็พากันวิ่งกรูเข้ามา
หมิงจูรับกระด้งเล็กๆ จากมือหลี่อิงหลันมาอย่างเป็นกันเอง ยิ้มหวานแล้วพูดว่า “คุณป้า พี่สาว ผู้กองเจียงของฉันกินอิ่มแล้วจริงๆ ค่ะ ขนมเปี๊ยะพวกนี้ถ้าทิ้งไว้ก็เสียของเปล่าๆ พวกคุณใจดี มีเมตตาต่อเพื่อนบ้านขนาดนี้ คงไม่รังเกียจที่จะแบ่งปันขนมเปี๊ยะเหล่านี้ให้กับเด็กๆ ในละแวกบ้านใช่ไหมคะ”
มุมปากของเจียงตั่วโค้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หมิงจูเฉลียวฉลาดนัก…
เห็นสีหน้าของทั้งสองคนแข็งทื่อไป หมิงจูจึงแกล้งทำเป็นไร้เดียงสาแล้วพูดว่า “แน่นอนค่ะ ถ้าพวกคุณไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไรนะคะ ฉันจะให้เด็กๆ กลับไป”
สีหน้าของหวงอวี้เปลี่ยนไป เธอจวนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หลี่อิงหลันกลับพูดแทรกขึ้นมา “ไม่เต็มใจอะไรกันล่ะ ต่างคนต่างเป็นเพื่อนบ้านทั้งนั้น ให้ใครกินก็เหมือนกันนั่นแหละ”
เด็กวัยกำลังซนพวกนี้จะพูดจาอะไรก็จดจำจากผู้ใหญ่ไปเล่าต่อได้ ถ้าพวกเขากลับบ้านไปบอกคนในบ้านว่าเธอมีขนมเปี๊ยะแต่ไม่ยอมแบ่งให้พวกเขากิน เช่นนั้นชื่อเสียงของสกุลหวงจะไม่มัวหมองหรอกหรือ?
สาวชาวบ้านคนนี้ มีเล่ห์เหลี่ยมไม่เบาเลย!
หมิงจูยิ้มร่าแล้วเอ่ยปากชม “คุณป้าวางตัวได้สมกับเป็นภรรยาของผู้นำจริงๆ จิตใจกว้างขวางน่านับถือมากค่ะ”
พูดจบเธอก็ย่อตัวลงแล้วพูดกับเด็กๆ ว่า “มานี่เด็กๆ คุณป้าบ้านผู้นำให้พวกเธอกินขนมเปี๊ยะได้ ไม่ต้องเกรงใจนะ หยิบคนละชิ้นเลย ถ้ากินไม่หมดก็เอาใส่กระเป๋ากลับบ้านไป”
“โอ้ มีขนมเปี๊ยะกินแล้ว!”
เด็กน้อยสี่คนดีใจเข้ามารุมแย่งขนมเปี๊ยะชิ้นใหญ่ไปจนหมด คนตัวโตที่สุดหันมาพูดว่า “ขอบคุณครับคุณป้า” กับหลี่อิงหลัน แล้วพาน้องๆ อีกสามคนวิ่งตื๋อจากไป
หวงอวี้โกรธจนหน้าดำหน้าแดง
หลี่อิงหลันยังคงความอดทนไว้ได้เป็นอย่างดี เธอมองหมิงจูแล้วพูดว่า “เธอชื่อหมิงจูใช่ไหม?”
หมิงจูยิ้มกว้างกว่าเดิม “ใช่ค่ะคุณป้า”
“ในเมื่อเธอพูดว่าป้าเป็นคนที่มีจิตใจกว้างขวาง ป้าก็ขอพูดอะไรหน่อยแล้วกัน สามีของป้าบอกว่าเสี่ยวเจียงสามีของเธอเป็นคนหนุ่มไฟแรง แม้แต่คุณหนูตระกูลผู้นำก็ยังคู่ควรกับเขา การที่เขาได้แต่งงานกับเธอ… ช่างน่าเสียดายจริงๆ เธอเกิดในชนบท ตั้งแต่แรกก็ไม่เหมือนคนอื่นๆ ควรจะตั้งใจพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น อย่าเป็นตัวถ่วงเขา”
ดวงตาของเจียงตั่วฉายแววไม่พอใจ “คุณป้าพูดเกินไปนะครับ หมิงจูดีมากอยู่แล้ว”
หมิงจูยิ้มหวาน ดวงตาโค้งหยี เธอกระทุ้งข้อศอกสะกิดเขาเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ไอหยา ไม่ต้องชมฉันขนาดนั้นหรอกค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะหัวเราะเยาะเอา คุณป้าสบายใจได้เลยนะคะ ฉันจะเรียนรู้จากที่คุณป้าบอกอย่างดีที่สุดเลยค่ะ”
หลี่อิงหลันมองหมิงจู ผู้หญิงคนนี้… ไม่ใช่แค่หญิงชาวบ้านธรรมดาๆ
เธอพยักหน้า แล้วดึงลูกสาวหวงอวี้ที่กำลังอึดอัดใจกลับไปก่อน
หมิงจูมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสอง แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ
ว่ากันว่ายื่นมือออกไปไม่ควรตบหน้าคนยิ้มให้ แต่พวกเธอไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไงที่ยังวนเวียนอยู่ข้างกายเจียงตั่ว ทั้งที่รู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว?
งั้นเธอก็จะใช้ความนุ่มนวลเป็นอาวุธ เชือดเฉือนพวกเธอไปทีละน้อย ดูสิว่าใครจะโมโหตายกันไปก่อน!
เธอหันไปมองเจียงตั่ว เห็นเหมือนเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง หมิงจูเหลือบมองเขาอย่างไม่พอใจ ฮึดฮัดแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
เจียงตั่วประหลาดใจ เมื่อครู่นี้ยังดีๆ อยู่เลยนี่นา ทำไมถึงได้โมโหอีกแล้วล่ะ?
ผู้หญิงร่างเล็กคนนี้อารมณ์เปลี่ยนเร็วจริงๆ
ครุ่นคิดสักพัก เขาก็พูดกับแผ่นหลังของหมิงจูว่า “เที่ยงนี้ฉันจะกลับมากินข้าว”
หมิงจูไม่สนใจเขาเลย เธอเข้าไปจัดเก็บเสื้อผ้าในห่อให้เข้าที่เข้าทางแล้วคิดในใจว่าเจียงตั่วชอบกินขนมเปี๊ยะไส้เนื้อถึงขนาดต้องให้คนอื่นหิ้วมาส่งถึงที่เชียวหรือ?
ได้เลย งั้นเธอจะให้เขากินขนมเปี๊ยะนี่แหละ!
เธอดึงลิ้นชักตู้เก็บของชั้นล่างออกมา นวดแป้งพร้อมกับความแง่งอน จากนั้นก็หั่นหมูสามชั้นที่เจียงตั่วซื้อกลับมาเมื่อวานอย่างรวดเร็ว
เพิ่งกลับมาก็มีดอกท้อเน่ามาหาถึงที่แล้ว ต่อไปจะรับมือได้อย่างไร? ถ้าวันหนึ่งดอกท้อตัวจริงของเขาปรากฏตัวขึ้นจริงๆ ล่ะ?
หมิงจูใจลอย ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด เธอเผลอไผลไปชั่วขณะ มีดทำครัวเฉือนเข้าที่นิ้วโป้งมือข้างซ้ายของเธอเข้า
ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บเข้าหัวใจจนเธอต้องรีบชักมือกลับทันที เลือดสดหยดลงบนพื้น เธอสูดปากเจ็บปวด มีดบาดตรงเส้นเลือดพอดี เลือดถึงได้ไหลไม่หยุดเช่นนี้
เธอรีบเข้าไปในมิติวิเศษ หยิบกระบวยขึ้นมา ตั้งใจจะตักน้ำล้างแผล
แต่ขณะที่ก้มลง เลือดก็หยดลงไปในน้ำพุวิเศษโดยไม่ตั้งใจ…
หมิงจูขมวดคิ้ว ของวิเศษเช่นนี้ อย่าได้ปนเปื้อนไปเลยนะ!
เธอกำลังจะใช้กระบวยตักรอยเลือดในน้ำออก แต่กลับพบว่าน้ำพุวิเศษที่เคยใสสะอาดนั้น แบ่งแยกออกเป็นเส้น เชื่อมกันเป็นผังแปดทิศอย่างชัดเจน
ด้านซ้ายยังใสสะอาดเหมือนเดิม แต่ด้านขวามีสีที่เข้มขึ้น ออกสีน้ำเงินเล็กน้อย ดูสวยงามมาก
หมิงจูมองด้วยความงุนงง เกิดอะไรขึ้น?
ก่อนหน้านี้มิติวิเศษเคยอัปเกรดไปแล้วครั้งหนึ่งโดยที่เธอไม่รู้ตัว แต่ตอนนั้นเป็นการอัปเกรดฟังก์ชันการเทเลพอร์ต
เมื่อไม่นานมานี้ มันเคยใช้งานไม่ได้ครั้งหนึ่ง หลังจากที่เธอศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็พบว่า มิติวิเศษมีข้อจำกัดการเข้าออกในแต่ละวัน
และครั้งนี้… น้ำพุวิเศษกลายเป็นแบบนี้ ถือว่าเป็นการอัปเกรดหรือเปล่านะ?
เมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่เธอเคยใช้เข็มจิ้มนิ้วแล้วเข้ามาในมิติวิเศษ หมายความว่าการกระตุ้นการอัปเกรดของมิตินี้ต้องใช้เลือดของเธออย่างนั้นหรือ?
เธอลองหยดเลือดลงไปในน้ำอีกสองสามหยด แต่ครั้งนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้นเลย
เธอจึงต้องลองชิมน้ำทั้งสองฝั่ง แล้วก็พบว่าฝั่งที่ใสสะอาดยังมีรสชาติเดิม แต่ฝั่งสีน้ำเงินนั้นเหมือนมี… กลิ่นสมุนไพรเล็กน้อย
น้ำมีการเปลี่ยนแปลง แต่หลังจากดื่มเข้าไปแล้วทำไมถึงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ?
หมิงจูรออยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร เข้าใจผิดไปงั้นหรือ?
เธอเลยล้างแผลก่อน แล้วออกจากมิติวิเศษ ตั้งใจว่าจะค่อยๆ มาศึกษาในภายหลัง
น้ำนี้ยังไม่มีความสามารถในการรักษาบาดแผลให้หายได้ทันที หลังจากออกจากมิติวิเศษ หมิงจูจึงไปที่ห้องนอน เพื่อหาผ้าสะอาดมาพันแผล
ขณะที่เธอดึงลิ้นชักข้างโต๊ะหนังสือออกเพื่อค้นหาของ เธอก็เผลอเงยหน้ามองกระจกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
เมื่อสายตาเหลือบผ่านไปโดยไม่ตั้งใจ เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนสายตากลับมามองอีกครั้ง…
วินาทีต่อมา เธอก็คว้ากระจกขึ้น มองตัวเองในกระจก แล้วก็ต้องตกตะลึงไปชั่วขณะ!
แม่เจ้า… มิติวิเศษนี้มันจะเทพเกินไปแล้ว!