ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 5 คุณอาเอาใจใส่เก่งกว่าเยอะ
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 5 คุณอาเอาใจใส่เก่งกว่าเยอะ
พอเจียงตั่วจ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบ หมิงจูพลันใจเต้นแรง
ท่าที ‘แสร้งทำเป็นมารยาทดี’ ของเธอนั้นแตกต่างจากเจ้าของร่างเดิมมากเกินไปหรือ?
เธอรีบหุบยิ้ม ขมวดคิ้วมองเจียงตั่วที่กำลังสำรวจเธออยู่ด้วยความไม่พอใจ “มองอะไรนักหนา? เมื่อกี้คุณกลับไปแล้วนี่? วกกลับมาหาแบบนี้ มีเรื่องอะไรหรือ?”
เจียงตั่ว “…”
ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วจริงๆ
เขาเก็บงำความคิดนั้น ก่อนจะพูดว่า “พรุ่งนี้บ่ายฉันจะหาเวลาพาเธอเข้าเมืองไปซื้อของจำเป็นสำหรับงานแต่ง”
เมื่อได้ยินว่าจะเข้าเมือง ดวงตาของหมิงจูก็เป็นประกาย ตอบกลับอย่างกระตือรือร้นว่า “ได้ค่ะ!”
เธอจะพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไปได้อย่างไร ยุค 70 เป็นช่วงที่เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจเชียวนะ
ทว่าเมื่อเจียงตั่วได้ยินเช่นนั้น เขาก็ขมวดคิ้วมองเธออีกครั้ง หมิงจูอยากจะตบปากตัวเองจริงๆ
เลิกคุยดีกว่า ยิ่งพูดยิ่งพลาด
“ฉันกะว่าจะไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ คุณมีอะไรจะคุยอีกไหมคะ?”
“ไม่มีแล้ว ขอตัวก่อน” เจียงตั่วพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
หมิงจูมองตามแผ่นหลังของเขา แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยว่า “อ้อ จริงสิ ถ้าคุณไม่รังเกียจละก็ เย็นนี้มาทานข้าวด้วยกันที่บ้านสิคะ คุณน่าจะรู้สถานการณ์ของฉันนะ ฉันอยู่กับป้า คุณป้าของฉัน… อืม สติไม่ค่อยดี คุณมาดูด้วยตัวเองเถอะค่ะ ถ้าคุณรับไม่ได้ เราก็ยกเลิกการแต่งงาน แล้วฉันจะคืนเงินสินสอดให้”
พอได้ยินว่าจะยกเลิกการแต่งงาน เจียงตั่วก็หันกลับมามองหมิงจูด้วยความประหลาดใจ
คนอื่นบอกว่าเธอเอาแต่ใจและไร้เหตุผล แต่คำพูดที่เธอพูดออกมา… ออกจะปกติและมีเหตุผลพอสมควร
“ได้ ฉันรับทราบแล้ว เธอไม่ได้จะไปที่ริมแม่น้ำเหรอ? ฉันผ่านไปทางนั้นพอดี ไปด้วยกันเลยก็ได้”
ตอนแรกหมิงจูตั้งใจว่าจะกลับไปศึกษาดูว่าตัวเองมีพลังวิเศษอะไรบ้างไหม แต่ในเมื่อเจียงตั่วพูดมาแบบนี้ เธอก็ปฏิเสธไม่ได้
หมิงจูสะพายตะกร้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าสกปรก แล้วเดินเคียงข้างไปกับเจียงตั่ว
เจียงตั่วหันไปมองเธอแล้วเห็นว่าท่าสะพายตะกร้าดูแปลกๆ หูตะกร้าไหลลงมาจากไหล่ของเธอ หมิงจูต้องคอยยกตะกร้าขึ้นเป็นพักๆ สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนแทน…
เขาทนดูต่อไปไม่ไหว หยิบตะกร้าจากอ้อมแขนเธอมาสะพายขึ้นไหล่ แล้วเดินต่อไปโดยไม่พูดอะไร
หมิงจูตาเป็นประกาย!
ตายจริง พ่อหนุ่มคนนี้ก็น่ารักอยู่เหมือนกันนี่!
เธอจงใจเดินช้าลงไปหนึ่งก้าว แล้วแอบเหลียวมองเจียงตั่วจากด้านข้าง ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ
แต่ดูจากอายุของเขาแล้ว…
“จริงสิ ผู้กองเจียง คุณอายุเท่าไหร่คะ?”
เจียงตั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตามตรง “ฉันเกิดวันชาติ อีกสองเดือนก็จะอายุครบยี่สิบเจ็ดปีแล้ว”
อ่อนกว่าเธอตั้งสามปี แบบนี้… เรียกว่า ‘วัวแก่กินหญ้าอ่อน’ หรือเปล่าเนี่ย?
เจียงตั่วเห็นหมิงจูไม่พูดอะไร ก็คิดว่าเธอรังเกียจว่าเขาอายุมาก น้ำเสียงที่ตอบกลับไปจึงดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ “ฉันแก่กว่าเก้าปี นับไปนับมา อายุไม่ค่อยเหมาะกันเท่าไหร่”
หมิงจูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้เธอไม่ใช่หมิงจู หมอหญิงอายุสามสิบอีกแล้ว แต่เป็นสาววัยรุ่นอายุสิบแปดปีแห่งหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง
เธอตอบกลับอย่างเร็ว “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่รังเกียจคุณหรอก คุณอาน่ะเอาใจเก่งนี่นา”
คิ้วของเจียงตั่วขมวดเข้าหากัน นี่เขาแก่ถึงขนาดที่เป็นอาของเธอได้เลยหรือ?
ทั้งสองคนเดินเงียบๆ ไปตามถนนลูกรังที่เป็นเส้นทางสู่ริมแม่น้ำ ลมร้อนของเดือนแปดพัดเอาเสียงจักจั่นมาด้วย ช่างน่ารำคาญเสียจริง
แต่เมื่อมองรอยยิ้มที่สดใสราวกับแสงอาทิตย์ของหมิงจู หัวใจของเจียงตั่วก็รู้สึกสงบลงอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้
เขาพาหมิงจูไปส่งถึงริมแม่น้ำ ช่วยหาบริเวณที่มีร่มเงาของต้นหลิวให้เธอ จากนั้นย้ายหินสองก้อนมาให้ ก้อนหนึ่งสำหรับนั่ง อีกก้อนสำหรับขัดผ้า เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็จากไป
หมิงจูถอดรองเท้าแล้วนั่งลง ปล่อยเท้าจุ่มในน้ำ แล้วหยิบเสื้อผ้าสกปรกออกมาซักทีละชิ้น
ในยุค 70 นอกจากอากาศจะสดชื่นแล้ว ท้องฟ้าก็ยังเป็นสีครามสดใสด้วย
เธอจุ่มเท้าลงน้ำ ไม่นานก็มีปลาใหญ่สองตัวมาว่ายวนอยู่รอบตัว
หมิงจูเกิดความคิดบางอย่าง เธอหยิบตะกร้าสานว่างข้างตัว แล้วตักลงไปในน้ำ ปลาสองตัวนั้นก็ติดขึ้นมาในตะกร้าอย่างง่ายดาย
ยอมให้จับง่ายเกินไปแล้ว!
หมิงจูชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมีความสุขมาก ตอนนี้บ้านของเธอยากจน แม้แต่แป้งขาวก็ยังไม่มี
จนขนาดนี้ แต่เธอก็ยังกล้าชวนเจียงตั่วมาทานข้าวเย็นที่บ้าน!
ขณะที่ซักผ้า เธอยังคิดอยู่เลยว่าจะเลี้ยงอะไรแขกดี
ตอนนี้ดีเลย เอาปลามาทำอาหารด้วยฝีมืออันยอดเยี่ยมของเธอ รับรองอร่อยเหาะแน่!
หมิงจูใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่า ซักเสื้อผ้าที่ปะชุน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่มจนสะอาด
การแบกเสื้อผ้าที่เปียกกลับบ้านมันหนักเกินไป เธอจึงตากเสื้อผ้าที่สนามหญ้าริมแม่น้ำตรงนั้นเลย
ขณะที่เสื้อผ้ายังไม่แห้ง เธอก็ไปพลิกก้อนหินริมแม่น้ำ แล้วเจอกับหอยขมจำนวนมาก จึงเอาเสื้อผ้าที่มีรอยปะชุนเยอะที่สุดมาห่อ
แปลกจัง ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ชาวบ้านไม่เคยจับปลาตัวใหญ่ หรือหาหอยขมในแม่น้ำได้มากขนาดนี้เลย ทำไมวันนี้เธอถึงโชคดีเป็นพิเศษกันนะ?
เวลาผ่านไปจนถึงประมาณห้าโมงเย็น เสื้อผ้าก็แห้งดี เธอจึงแบกของที่เก็บมาได้กลับบ้านไปพร้อมกับฮัมเพลงเบาๆ
เพื่อที่จะกลับไปเตรียมกับข้าวที่บ้านให้เร็วที่สุด เธอใช้เส้นทางลัดจากความทรงจำเจ้าของร่างเดิม ผ่านทางเล็กๆ หน้าแปลงข้าวโพดไป
บังเอิญว่าวันนี้กลุ่มบัณฑิตกำลังทำงานกันอยู่แถวนั้นพอดี
ที่บริเวณคันดิน สวีข่ายกำลังนั่งพักคุยกับบัณฑิตหญิงคนหนึ่ง
เขาเห็นหมิงจูกำลังเดินมาแต่ไกล พร้อมกับถือปลาตัวใหญ่สองตัวห้อยด้วยเชือกสานจากหญ้าอยู่ในมือ ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาทันที!
แต่ก่อน ไม่ว่าหมิงจูจะทำอะไร ถ้าเขาเอ่ยปากขอ เธอก็จะแบ่งให้ทุกครั้ง
แม้หมิงจูในเช้านี้จะดูแปลกไป แต่ถ้าเขาพูดคำหวานกับเธอสักหน่อย หมิงจูต้องยอมอ่อนให้เขาอย่างแน่นอน!
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบลุกขึ้น ทิ้งบัณฑิตหญิงไว้ แล้วเดินตรงไปหาหมิงจูทันที…