ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 6 แต่งงานแล้วห้ามหย่า!
หมิงจูเห็นสีหน้าสุขุมของสวีข่ายที่ยืนขวางทางอยู่ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอพลันบึ้งตึงขึ้นมาทันควัน
สวีข่ายจ้องมองปลาในมือของเธออย่างไม่ปิดบัง แล้วถามขึ้นว่า “หมิงจู นี่เธอเพิ่งไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำมาหรือ?”
หากเป็นเมื่อก่อน หมิงจูคงจะตอบกลับเขาไปในทันที
‘บัณฑิตสวี ฉันเพิ่งจับปลามาได้ตัวหนึ่ง นายรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันทำเสร็จจะเอาไปให้นายกินเป็นมื้อเย็น!’
แต่ตอนนี้ หมิงจูกลับชายตามองเขาอย่างเย็นชา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ตาบอดเหรอ? รู้ดีอยู่แล้วยังจะถามอีก!”
พูดจบ เธอก็เดินอ้อมเขาออกไป
สวีข่ายยังคงหน้าหนาเช่นเคย เขาถอยหลังกลับไปก้าวหนึ่ง แล้วขวางทางหมิงจูไว้อีกครั้ง ขยับรอยยิ้มบนใบหน้าให้กว้างขึ้นเล็กน้อย
“หมิงจู เธอยังโกรธเรื่องเมื่อเช้านี้อยู่หรือ? นั่นมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉันก็แค่โกรธมากเกินไป เพราะเธอเพิ่งมาสารภาพรักกับฉัน แต่หลังจากนั้นเธอกลับไปอ้อร้อกับเจียงตั่ว ฉันก็เลย…”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่พอคิดถึงผลลัพธ์ของเรื่องนี้ กลับกลายเป็นว่าหมิงจูจะต้องแต่งงานกับเจียงตั่ว สวีข่ายจึงรู้สึกไม่พอใจอยู่มาก เขารู้สึกว่าหมิงจูทรยศเขา และไม่ซื่อสัตย์กับเขา ใจง่ายจริงๆ!
สวีข่ายซ่อนความไม่พอใจที่ฉายชัดบนใบหน้าไว้ไม่มิด และพูดออกไปตรงๆ ว่า “หมิงจู เธอไม่ได้จะแต่งงานกับเจียงตั่วจริงๆ ใช่ไหม? ฉันจะบอกอะไรให้นะ เจียงตั่วเป็นคนนอกที่ถูกส่งมา เธอไม่รู้พื้นเพของเขาเลย อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามสิ! เงินค่าสินสอดนั่นที่เขาให้เธอ เขายอมให้มาเอง ถ้าเธอไม่อยากคืนให้เขา ฉันก็พอมีวิธีช่วยให้เธอเก็บเงินนั่นไว้ได้นะ…”
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยแผนการของสวีข่าย หมิงจูพยายามระงับความรังเกียจในใจอย่างถึงที่สุด เธออยากจะเห็นว่าผู้ชายคนนี้ยังมีแผนการชั่วร้ายอะไรอีก!
“จริงเหรอ? มีวิธีอะไรล่ะ บอกให้ฉันรู้หน่อยสิ”
สวีข่ายเห็นเธอสนใจจริงๆ ก็คิดว่าเธอคงใจอ่อนแล้ว เขาจึงมองไปรอบๆ แล้วขยับเข้ามาใกล้
แต่หมิงจูกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ยืนพูดตรงนั้นแหละ ฉันไม่ได้หูหนวก”
สวีข่ายเองก็ไม่ได้พยายามฝืนใจหมิงจู เขาลดเสียงลงแล้วพูดว่า “แค่ไปบอกกับทุกคนว่าเมื่อเช้านี้เจียงตั่วบังคับขืนใจเธอ แล้วให้เงินสินสอดห้าร้อยหยวนเพื่อสู่ขอ แค่นั้นเจียงตั่วก็จะถูกจับข้อหาข่มขืน การแต่งงานของพวกเธอก็จะล่มไปเอง แล้วเงินนั่นก็จะเป็นของเธอ ง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะ?”
หัวคิ้วของหมิงจูขมวดมุ่น ต้องรู้ว่าโทษของการขืนใจผู้หญิงโดยที่ไม่ได้รับการยินยอมในยุคนี้ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ถึงขั้นถูกประหารชีวิต!
ไอ้หมาบ้าตัวนี้จะยืมมือเธอฆ่าเจียงตั่ว!
สวีข่ายพูดจบก็ยิ้มมุมปาก ดวงตาเป็นประกายสดใส “เป็นไง วิธีนี้ไม่เลวเลยใช่ไหม?”
ตราบใดที่หมิงจูทำตามที่เขาบอก เขาก็ไม่รังเกียจฐานะสาวบ้านนอกของเธอ แล้วจะยอมแต่งงานด้วย สุดท้ายเงินห้าร้อยหยวนนั่นก็จะเป็นของเขา!
หมิงจูเงยหน้าขึ้น ถ่มน้ำลายใส่ใบหน้าขาวๆ ของเขาทันที
สวีข่ายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึ่งรู้ตัวว่าตนเองโดนถ่มน้ำลายใส่หน้า!
เขาเช็ดหน้าอย่างขยะแขยง ตะโกนด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “หมิงจู ทำอะไรของเธอน่ะ!”
หมิงจูหันไปทางกลุ่มบัณฑิตที่กำลังทำงานอยู่ไม่ไกล แล้วตะโกนเสียงดังว่า “ฉันทำอะไร? ฉันต่างหากที่ต้องถามว่า นายคิดจะทำอะไรกันแน่! บัณฑิตสวี ตอนที่นายพาคนมาใส่ร้ายฉันถึงที่บ้านในวันนี้ ฉันก็บอกไปแล้วว่า เมื่อก่อนที่ฉันเอาข้าวเอาน้ำไปส่งให้นาย ไม่ใช่เพราะฉันชอบนายเลยสักนิด แต่เพราะฉันเห็นว่านายยากจนเลยรู้สึกสงสาร! ฉันกำลังให้ทานอยู่ต่างหาก!”
“ฉันพูดไปชัดเจนแล้วนะ แต่นายยังหน้าด้านมาขอปลาฉันกินอีกเหรอ? ตอนที่นายเกิดมา แม่ให้หน้านายมาสองชั้นหรือไง? หน้าหนาขนาดนี้ นายนี่มันเป็นความอับอายของกลุ่มบัณฑิตจริงๆ! หมาดีไม่ขวางทางคน หลบไปให้พ้นเลยนะ!”
ขณะที่พูด เธอผลักสวีข่ายออกไปอย่างแรง จากนั้นจึงเดินอ้อมเขาออกไป เชิดหน้ายืดหลังตรงและจากไปอย่างเย่อหยิ่ง
พวกบัณฑิตชื่นชอบการดูเรื่องสนุกแบบนี้อยู่แล้ว พวกเขาแต่ละคนมองสวีข่าย แล้วก้มหน้ากระซิบกระซาบกันเอง
สวีข่ายถูกผลักจนโซเซ พอทรงตัวได้ก็หันไปเห็นทุกคนกำลังนินทาเรื่องเขาอยู่ เขากัดฟันอย่างเคียดแค้น เมื่อหันกลับไปมองทิศทางที่หมิงจูจากไป สายตาของเขาก็เย็นชาลงทันที
ผู้หญิงคนนี้ต้องผีเข้าแน่ๆ!
ทว่าพอคิดถึงเงินห้าร้อยหยวนของเธอ และใบหน้าขาวผ่องกว่าหมิงเสี่ยวเจี๋ย สวีข่ายก็รู้สึกโมโหเสียเหลือเกิน!
……
ในตอนนี้ที่บริเวณริมเขื่อน เจียงตั่วกำลังใส่เสื้อกล้ามขุดคลองอยู่กับชาวบ้าน ไม่นานก็มีชายร่างผอมสูงเหงื่อท่วมตัวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา
ชายคนนั้นยื่นกระติกน้ำให้เจียงตั่ว แล้วโน้มตัวกระซิบถามว่า “หัวหน้า เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ? เมื่อกี้ผมทำงานอยู่ตรงนั้น ได้ยินพวกเขาพูดกันว่าคุณจะแต่งงานกับหมิงจู แม่ผู้หญิงปากจัดที่ขึ้นชื่อลือชาในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง! พวกเขาพูดกันเหมือนเป็นเรื่องจริงจังเลย แล้วก็มีเรื่องที่พูดๆ กันว่า… จับได้คาหนังคาเขาด้วย?”
เจียงตั่วปักจอบลงดิน แล้วหันไปจ้องอีกฝ่าย ใบหน้าของเจียงตั่วที่เดิมทีดำคล้ำอยู่แล้วก็ยิ่งมืดครึ้มลงอีกหลายส่วน เขาถามอีกฝ่ายกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เฉียวปิน นายรู้จักหมิงจูมาก่อนเหรอ?”
เฉียวปินรีบปฏิเสธทันที “ผมจะไปรู้จักได้ยังไง? แค่ได้ยินว่าเธอนิสัยไม่ดี แล้วชื่อเสียงก็ไม่ค่อยดีนัก ผมไม่มีทางไปยุ่งกับตัวปัญหาแบบนั้นหรอก เวลาเห็นเธออยู่ไกลๆ ผมก็เดินเลี่ยงไปอีกทางตลอดครับ”
“ไม่รู้จัก แล้วเอาแต่พูดตามคนอื่น ใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้น่ะเหรอ?”
เฉียวปิน “…”
นี่มันเรื่องอะไรกัน? สายตาของหัวหน้าที่มองมามันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
หรือว่าข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริง?
“หัวหน้า คุณกับหมิงจู…”
เจียงตั่วรับกระติกน้ำที่เขายื่นมา บิดฝาออก ก่อนจะเงยหน้ากระดกน้ำสองอึกใหญ่ จากนั้นก็เช็ดปากอย่างลวกๆ แล้วพูดเสียงเรียบว่า “ฉันกับหล่อนจะแต่งงานกันแล้ว อีกสามวันหลังจากนี้”
คราวนี้เฉียวปินถึงกับตาค้าง!
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน เขาถึงได้สติกลับมา แล้วพูดตะกุกตะกักว่า “ทำไม… ทำไมถึงกะทันหันแบบนี้ล่ะครับ? คุณไปรู้จักเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เรื่องมันพัฒนาไปถึงขั้นนั้นได้ยังไง ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ?”
มันเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ และไม่สามารถโทษหมิงจูฝ่ายเดียวได้ เพราะ… เขาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกัน
เมื่อคิดถึงรอยแดงที่ทิ้งไว้บนพื้นห้องใต้ดิน เจียงตั่วก็เก็บความคิดนั้นไว้ในใจ ไม่ได้บอกอะไรกับเฉียวปินมากนัก “เรื่องของฉันนายไม่ต้องยุ่ง ไปทำงานเถอะ”
เฉียวปินกลับต้องลดเสียงลงแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้ “หัวหน้า อย่าลืมฐานะของคุณนะครับ การแต่งงานของคุณมีข้อจำกัด แต่งแล้วห้ามหย่าเด็ดขาด…”