ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 7 ช่วงชิงความบริสุทธิ์ของเธอไป
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 7 ช่วงชิงความบริสุทธิ์ของเธอไป
เมื่อเห็นเจียงตั่วเงียบ เฉียวปินก็พูดเสริมขึ้นมาว่า “อย่าลืมสิครับว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร พอทำเรื่องที่ควรทำเสร็จแล้ว เราก็ต้องกลับไป ถ้าคุณจะ… จะแต่งงานที่นี่ ตามกฏแล้ว คุณต้องยื่นรายงานล่วงหน้าไม่ใช่เหรอครับ?”
“อืม พรุ่งนี้ช่วงบ่ายฉันจะเข้าเมืองไปจัดการเอง”
เอาเถอะ เขาตัดสินใจจริงจังแล้ว!
เฉียวปินกำลังรู้สึกเสียดายที่คนอย่างเจียงตั่วจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงปากร้ายที่ร่ำลือกัน แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันนั้น เสมียนบัญชีของหมู่บ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบมาตามคันนาท่ามกลางแดดร้อนจ้า
เขาพูดกับเจียงตั่วว่า “ผู้กองเจียง รีบเก็บอุปกรณ์การเกษตรแล้วไปกับผมเถอะ หัวหน้าหมู่บ้านมีเรื่องด่วนจะคุยด้วยครับ!”
เจียงตั่วทำงานอย่างจริงจังเสมอ เขาเก็บอุปกรณ์การเกษตรทันที แล้วบอกเฉียวปินว่า “เย็นนี้ฉันไม่กลับไปกินข้าวที่จุดพักนะ” จากนั้นเขาก็เดินตามเสมียนบัญชีหมู่บ้านออกไป
เมื่อมาถึงที่ทำการหมู่บ้าน เสมียนบัญชีให้เจียงตั่วเข้าไปเองคนเดียว
เมื่อเดินเข้าไปแล้ว เจียงตั่วก็เห็นหมิงต้าโหย่วหัวหน้าหมู่บ้าน กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานเก่าๆ สองที่นั่ง ในมือยังคงถือกล้องสูบยา และกำลังพลิกสมุดคะแนนแรงงานไปด้วย
เมื่อได้ยินเสียง ใบหน้าดำคล้ำก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้น แล้วพูดอย่างอบอุ่นว่า “เสี่ยวเจียงมาแล้วหรือ เร็วเข้า เร็วเข้า นั่งก่อนสิ”
เจียงตั่วดึงเก้าอี้ไม้หนาหนักๆ มานั่งลงอย่างไม่ถือตัว แล้วถามว่า “หัวหน้าหมู่บ้านมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?”
“เสี่ยวเจียงเอ๊ย นายมาอยู่ที่หมู่บ้านเราครึ่งปีแล้ว คงจะพอเข้าใจสถานการณ์ของหมู่บ้านเราอยู่บ้าง โดยเฉพาะครอบครัวฉัน ลูกสาวฉัน เสี่ยวเจี๋ย ปีนี้ก็อายุยี่สิบแล้ว ถึงวัยที่ควรจะหมั้นหมายกับใครสักคน ในละแวกนี้มีคนมาสู่ขอที่บ้านฉันเยอะแยะไปหมด แต่ฉันกลับไม่ถูกใจใครเลย แต่ฉันรู้สึกว่านายเป็นคนหนุ่มที่ใช้ได้ ดังนั้น…”
เจียงตั่วเข้าใจแล้ว เขาจึงพูดขัดจังหวะหัวหน้าหมู่บ้านขึ้นมาทันที “หัวหน้าหมู่บ้านยังไม่ทราบอีกหรือครับ? ตอนนี้ผมได้หมั้นหมายกับหมิงจูที่อยู่ท้ายหมู่บ้านไปแล้วเมื่อเช้านี้ สามวันข้างหน้าก็จะจัดงานแต่งกันแล้วครับ”
เรื่องนี้หมิงต้าโหย่วรู้ดีอยู่แล้ว เมื่อตอนเที่ยงลูกสาวก็เพิ่งมาหาเขา เธอเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายแทบเป็นแทบตาย เอาแต่พูดว่าจะแต่งงานกับเจียงตั่วให้ได้ แถมยังยืนกรานให้เขาช่วยพูดคุยเรื่องหมั้นหมายให้เร็วที่สุดด้วย ไม่อย่างนั้นเธอจะไปกระโดดบ่อน้ำฆ่าตัวตาย!
หมิงต้าโหย่วไม่สามารถขัดใจลูกสาวได้ อีกทั้งเขาก็คิดว่า… เจียงตั่วเป็นคนที่มาจากเมืองใหญ่ นอกจากจะเป็นคนแข็งแรงและขยันขันแข็งแล้ว เขายังสามารถนำเงินสินสอดมาได้มากมายในคราวเดียว คาดว่าฐานะทางบ้านของคนหนุ่มคนนี้คงดีไม่น้อย ได้เขามาเป็นเขยก็ถือว่าเหมาะสม!
“นั่นมันแค่การตกลงกันปากเปล่า ฉันช่วยนายยกเลิกการแต่งงานนั้นให้ได้นะ เงินค่าสินสอดฉันก็จะช่วยตามคืนมาให้ด้วย”
เจียงตั่วที่ปกติมักจะเย็นชาและไม่สนใจใคร ทว่าตอนนี้คำพูดตอบกลับของเขากลับหนักแน่นขึ้นหลายส่วน “เรื่องการแต่งงานของผม คนที่ไม่เกี่ยวข้องจะมาช่วยยกเลิกให้ผมทำไมล่ะครับ?”
หมิงต้าโหย่วอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาสูดกล้องยาสูบเข้าไปเฮือกใหญ่แล้วขมวดคิ้ว ปล่อยควันออกมาจากปาก ก่อนจะพูดด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มว่า “เสี่ยวเจียง ฉันจะบอกความจริงให้นายฟังนะ ลูกสาวฉันหลงรักนายหมดหัวใจ ถึงกับยอมตายได้เพื่อนายเลยนะ! ฉันที่เป็นพ่อจะทนดูเธอไปตายได้ยังไง? อีกอย่าง ฐานะทางบ้านของฉันดีกว่าบ้านของหมิงจูเยอะเลย ยัยหมิงจูเป็นแค่เด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ แถมอารมณ์ยังร้าย นิสัยแย่ ต่างจากเสี่ยวเจี๋ยลูกสาวฉันเยอะ!”
“ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านดีจริงครับ แต่ผมไม่คู่ควรกับเเธอหรอก การแต่งงานของผมกับหมิงจูได้ตัดสินใจไปแล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนได้หรอกครับ”
“เสี่ยวเจียง นายต้องเข้าใจนะ ฉันคือหัวหน้าหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง นายอยู่ที่นี่ก็ต้องฟังคำสั่งและการจัดสรรของฉัน ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้านายแต่งงานกับหมิงจู ฉันจะไม่ยอมออกหนังสือรับรองให้!”
ได้ยินคำขู่นั้น เจียงตั่วก็ตอบกลับอย่างไม่แยแส “เอกสารส่วนตัวของผมไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ต้องรบกวนหัวหน้าหมู่บ้านหรอกครับ”
“นะ…นี่…นาย!” หมิงต้าโหย่วโกรธจัดจริงๆ แล้ว เขาสะบัดด้ามกล้องยาสูบ เคาะลงบนโต๊ะอย่างแรงแล้วพูดอย่างฉุนเฉียวว่า “นายรู้ไหมว่าพื้นฐานครอบครัวของหมิงจูไม่ดี ย่าของเธอเคยเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดีมาก่อน ฉันได้ยินมาว่าพวกนายมาจากเมืองใหญ่ด้วย น่าจะรู้ว่าการตรวจสอบเข้มงวดมากไม่ใช่หรือ?”
คำพูดนี้ทำให้เจียงตั่วประหลาดใจ
หากย่าของหมิงจูมีภูมิหลังเช่นนั้น การตรวจสอบในภายหลัง… ก็อาจจะยากขึ้นเล็กน้อย
แต่ตอนนี้เขาได้ช่วงชิงความบริสุทธิ์ของเธอไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องรับผิดชอบ และไม่ควรหลีกเลี่ยง
เจียงตั่วหน้าบึ้งตึงแล้วยืนขึ้นเตรียมจะเดินออกไป หมิงต้าโหย่วเห็นดังนั้นก็คิดว่าเขาเข้าใจเรื่องที่พูดแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วอย่างลำพอง “ผู้กองเจียงเป็นคนฉลาด คิดได้แล้วก็กลับมาหาฉันนะ ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน การช่วยตามเงินค่าสินสอดกลับมาไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย”
“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ เรื่องของผม ผมจัดการเองได้”
พูดจบ เจียงตั่วก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
ทันทีที่เขาจากไป หมิงเสี่ยวเจี๋ยที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องข้างๆ ก็รีบวิ่งเข้ามา แล้วถามอย่างร้อนรนว่า “พ่อคะ เรื่องนี้จะสำเร็จไหม? ไม่ว่าจะทำยังไงหนูก็ไม่สนใจหรอกค่ะ หนูต้องแต่งงานกับเจียงตั่วให้ได้ ไม่อย่างนั้นหนูจะไปตายจริงๆ นะ!”
“พอได้แล้ว อย่ามาโวยวาย! ถ้าเขาเป็นคนฉลาด เขาจะไม่แต่งงานกับยัยเด็กต่ำต้อยคนนั้นหรอก เรามารอดูเถอะ!”
เมื่อได้ยินคำยืนยันเช่นนั้น หมิงเสี่ยวเจี๋ยก็โล่งใจขึ้นมาในที่สุด!
……
เมื่อหมิงจูกลับมาถึงบ้าน เธอก็หยิบไม้มาฟาดฟูกที่ตากอยู่ในลานบ้านอย่างรุนแรง จนฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ
เธอสำลักจนไอออกมาสองสามครั้ง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ป้าหลานคู่นี้ปอดทนทานดีจริงๆ สกปรกขนาดนี้ก็ยังทนอยู่กันได้!
หลังจากฟาดฟูกเสร็จ เธอก็ตักน้ำใส่กะละมังทองเหลืองที่สีลอกแล้ว บิดผ้าขี้ริ้วแล้วเช็ดโต๊ะ หน้าต่าง ทั้งในและนอกบ้านซ้ำสองสามรอบ จากนั้นก็มัดฟืนในครัวให้เรียบร้อย วางซ้อนกันไว้ข้างเตาอย่างเป็นระเบียบ กวาดพื้นให้สะอาด ปูผ้าคลุมเตียงบนฟูกให้เรียบร้อย จนในที่สุดบ้านดินเล็กๆ นี้ก็พอจะดูดีขึ้นมาบ้าง
สุดท้ายเธอก็จัดเตรียมพื้นที่สำหรับทำอาหาร แล้วหมิงจูก็มองไปที่โอ่งน้ำว่างเปล่าด้วยความกังวล…
ยุคนี้ยังไม่มีน้ำประปา หากต้องการใช้น้ำต้องไปตักเอาจากบ่อน้ำกลางหมู่บ้าน
จากความทรงจำของร่างเดิมทำให้หมิงจูรู้ว่าต้องใช้เส้นทางไหน เธอจึงหยิบไม้คานและถังเหล็กสองใบขึ้นมา จากนั้นก็เดินไปยังกลางหมู่บ้าน…
ไม่นาน หมิงจูก็มายืนอยู่ข้างบ่อน้ำ ก้มมองน้ำในบ่อด้วยสีหน้ามั่นใจ
อย่างไรเสีย เธอก็เคยดูละครมาบ้าง ไม่เคยเห็นเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูมาแล้วไม่ใช่หรือ?
เธอเริ่มลงมือเกี่ยวถังกับเชือกข้างบ่อน้ำเข้าด้วยกัน จากนั้นหย่อนมันลงไปในบ่อ แล้วก็เริ่มถอยเชือกทีละน้อย
แต่ขยับเชือกอยู่ตั้งห้านาทีแล้ว ถังน้ำก็ยังลอยอยู่บนผิวน้ำไม่ยอมจมลงไปเสียที ตอนนี้เธอร้อนจะตายอยู่แล้ว การตักน้ำทำไมมันถึงได้ยากเย็นนัก!
เธอถอนหายใจอย่างหงุดหงิด กำลังลังเลว่าจะโยนก้อนหินลงไปในถังดีไหม ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำไพเราะดังมาจากข้างหลัง “เธอตักน้ำไม่เป็นเหรอ?”
เสียงนั้นทำให้หมิงจูสะดุ้งโหยง!
เธอหันกลับไปมอง ก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ห่างออกไปสองสามเมตร
เจียงตั่วใต้แสงอาทิตย์ในยามเย็น มีผิวคล้ำ รูปร่างสูงใหญ่ กำลังมองหมิงจูด้วยสายตาสำรวจและพิจารณา…