ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 8 สรุปว่าคุณต้องการฉันไหม?
หมิงจูใจเต้นระรัว เธอใช้ชีวิตในยุคนี้แต่ดันตักน้ำจากบ่อไม่เป็น ดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้นจริงๆ
ถึงเรื่องนี้เธอจะทำไม่เป็น แต่ถ้าเป็นการกุเรื่องขึ้นมาเนี่ยของถนัดเธอเลยล่ะ!
เมื่อความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว หมิงจูก็อธิบายออกมาอย่างหน้าตาเฉย “ตอนที่ฉันเกิด มีคนบอกว่าฉันมีดวงไม่ถูกกับน้ำ จะเจอเรื่องร้ายเคราะห์ร้ายจากน้ำได้ง่าย ดังนั้นตอนปู่กับย่ายังมีชีวิตอยู่ พวกท่านจึงไม่เคยให้ฉันตักน้ำเลย งานพวกนี้ในบ้านปู่ ย่า และป้าจะเป็นคนจัดการเองหมดเลยค่ะ”
เป็นไปตามคาด หลังจากเจียงตั่วได้ยินคำอธิบาย เขาก็ละสายตาที่จ้องมองเธออยู่
เขาเดินเข้าไปหา รับเชือกจากมือของหมิงจู ร่างกายที่สูงใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น ทำให้หมิงจูที่อยู่ข้างๆ ดูตัวเล็กบอบบางลงไปอีก และยังช่วยบังแสงแดดยามเย็นที่กำลังแผดเผาให้เธอโดยไม่รู้ตัว
เจียงตั่วจับเชือกแล้วถอยมันลงไปในบ่อ ถังน้ำก็จมลงไปถึงก้นบ่ออย่างง่ายดาย
หมิงจู “…”
ตา: ดูแล้วน่าจะทำได้
มือ: ยังทำตามไม่ได้อยู่ดี!
แขนกำยำของเจียงตั่วดึงขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย เขายกน้ำขึ้นมาหนึ่งถัง จากนั้นก็ยกขึ้นมาอีกถัง
หลังจากตักน้ำทั้งสองถังเสร็จ หมิงจูก็หยิบคานหามขึ้นมาเอง คล้องถังทั้งสองไว้ จากนั้นก็ย่อตัวลง แล้วก็ยกไม้คานขึ้นบ่า แต่…
หนักมาก! ไหล่บอบบางของเธอ รับน้ำหนักนี้ไม่ไหว!
เมื่อเห็นใบหน้าหวานน่ารักของหญิงสาวบิดเบี้ยวจนแดงก่ำ เจียงตั่วขมวดคิ้วมุ่น ภรรยาตัวน้อยที่กำลังจะแต่งงานด้วยคนนี้ช่างอ่อนแอเสียจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จริงๆ
เจียงตั่วจึงเดินไปข้างตัวของหญิงสาวแล้วย่อตัวลงถือถังน้ำขึ้นมาข้างละถัง ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงกลับไปทางบ้านของหมิงจูโดยไม่พูดไม่จา
หมิงจูเห็นการกระทำนั้นก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้ เธอก็รีบถือไม้คานวิ่งตามไป แต่ก็เห็นเจียงตั่วที่ถือถังน้ำสองใบเดินลิ่วนำไปอย่างรวดเร็วซะจนเธอตามเขาไม่ทัน!
แหม่ คนหนุ่มแข็งแรงกำยำนี่มีเสน่ห์จริงๆ!
เมื่อถึงหน้าบ้านของหมิงจู เจียงตั่วก็เดินเข้าไปในลานบ้านทันที ลานบ้านที่ตอนกลางวันยังรกอยู่นั้น ในตอนนี้ได้ถูกปัดกวาดและทำความสะอาดจนหมดจดแล้ว
ดูเหมือนว่าบ่ายนี้เธอคงยุ่งมากทีเดียว
เขาเข้าไปในบ้าน แม้ห้องครัวจะเรียบง่าย แต่ก็จัดข้าวของอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเห็นตำแหน่งของโอ่งน้ำ เจียงตั่วก็เดินเข้าไปเทน้ำให้
โอ่งน้ำไม่ใช่ใบเล็กๆ อย่างน้อยก็น่าจะเติมน้ำได้อีกสี่ถัง
เขาหันกลับไปมองหมิงจูแล้วพูดว่า “เธอรออยู่ในบ้านเถอะ ฉันจะไปตักน้ำมาให้อีกสองรอบ”
หมิงจูพยักหน้า “งั้นก็ลำบากคุณแล้ว ขอบคุณนะคะ”
เจียงตั่วเพิ่งเดินออกไปสองก้าว พอได้ยินคำขอบคุณ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองหมิงจู…
ใครๆ ก็บอกว่าเธอเป็นคนไร้เหตุผล แต่ยิ่งมองเธอก็…เรียบร้อยน่ารักดีนี่นา?
เจียงตั่วหลุบตาลง จากนั้นก็ถือถังน้ำเดินจากไป
หมิงจูมองไปที่พระอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้า ถึงเวลาต้องเตรียมอาหารเย็นแล้ว!
แต่ที่บ้านไม่มีทั้งแป้ง ไม่มีทั้งข้าว อาหารหลักก็มีแต่หัวมันเทศ หรือไม่ก็ขนมปังแป้งข้าวโพด
เมื่อนึกถึงเคล็ดลับการทำขนมปังแป้งข้าวโพดที่ยายเคยสอน หมิงจูก็เลิกคิ้วขึ้น เธอตักถั่วเหลืองสองกำมือจากไหเล็กๆ แล้วนำไปแช่น้ำ
จากนั้น เธอก็ถือชามกระเบื้องสีขาวใบเล็กไปยังห้องใต้ดิน…
เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อเช้า ใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าว ตลอดทั้งบ่ายที่ยุ่งจนไม่มีเวลาเธอจึงลืมเรื่องนี้ไป แต่ขาทั้งสองข้างยังปวดเมื่อยอยู่เลยจนถึงตอนนี้!
มัวคิดมากไม่ได้ หมิงจูรีบหยิบมันฝรั่งสองสามหัวแล้วก็ออกมาอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่นาทีต่อมา มันฝรั่งก็ล้างและปอกเปลือกแล้วเรียบร้อย เธอหั่นเป็นเส้น แช่น้ำไว้ในชาม จากนั้นก็เริ่มจัดการปลาที่จับมาเมื่อบ่าย
ตอนที่เจียงตั่วกลับมาพร้อมกับถังน้ำเป็นครั้งที่สอง เขาก็เห็นหมิงจูนั่งยองๆ อยู่ที่มุมลานบ้าน มือถือมีดจ้องมองปลาในกะละมังอยู่นานโดยไม่ยอมลงมือเสียที
เขาคิดว่าหมิงจูคงไม่กล้าฆ่าปลาตัวนั้น
เจียงตั่ววางน้ำลงและเดินเข้าไปหา เขากำลังจะเอ่ยปากช่วยเธอขอดเกล็ด แต่ก็เห็นหญิงสาวจัดการกับปลาตัวนั้นอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว มีดกรีดครั้งเดียวก็ผ่าท้องปลาได้ทันที
ฝีเท้าของเจียงตั่วชะงักไป เขารู้สึกว่าวิธีการของหมิงจูนั้นดูชำนาญเสียจริง
หมิงจูไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างหลัง สองมือเรียวสวยยังคงตั้งใจทำความสะอาดเครื่องในปลาอย่างขะมักเขม้น เธอเป็นถึงแพทย์ฉุกเฉินที่เก่งกาจ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดจึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความสามารถของเธอ
เมื่อรู้สึกว่ามีเงาบดบังอยู่ข้างหลัง หมิงจูก็หันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นเจียงตั่วกลับมาแล้ว เธอก็เผยยิ้มหวานน่าเอ็นดูออกมา
“โอ่งน้ำเต็มแล้วหรือคะ คุณนี่เก่งจริงๆ เลย ถ้าให้ฉันตักน้ำเอง อย่างน้อยคงต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง!”
เจียงตั่ว “…”
พอยิ้มแบบนี้ก็ยิ่งดูเหมือนเด็กผู้หญิงอายุสิบห้าสิบหก
เขาเดินเข้าไปใกล้ กอ่นจะคุกเข่าข้างเดียวที่ขอบกะละมัง ตั้งใจจะยื่นมือออกไปช่วย
หมิงจูรีบดึงกะละมังมาไว้ข้างตัวแล้วพูดว่า “อย่าให้มือคุณเปื้อนเลย เรื่องนี้ฉันทำเองได้ค่ะ คุณเข้าไปนั่งพักในบ้านเถอะ ในกาต้มมีน้ำอยู่ ถ้าจะดื่มก็รินเองได้เลย ฉันไม่ถือหรอกค่ะ”
เจียงตั่วไม่ได้ขยับไปไหน เขาจ้องมองเธอนิ่งๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “ฉันมีเรื่องจะถามเธอสักข้อ ไม่ได้จะจับผิดอะไรนะ แต่ถ้าจะแต่งงานกัน มีขั้นตอนบางอย่างที่เราต้องทำ”
หมิงจูไม่ได้คิดมาก พยักหน้าตอบอย่างสบายๆ “คุณถามมาได้เลยค่ะ”
“ฉันได้ยินมาว่า…ย่าของเธอเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดีใช่ไหม?”
ได้ยินดังนั้น หมิงจูก็ขมวดคิ้ว ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ไม่น่าจะมีคนรู้มากนัก
“ใครบอกคุณคะ?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน เขาเพิ่งเรียกฉันไปคุย แล้วก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา”
หมิงจูคิดว่าคงไม่ใช่แค่การพูดคุยธรรมดาหรอก
หัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นกำลังพยายามสร้างความแตกแยกอยู่ชัดๆ!
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของหมิงจูที่แต่เดิมดูอ่อนหวานมีแววโกรธเล็กน้อย “ใช่ค่ะ คุณย่าของฉันเคยมีฐานะแบบนั้น แต่ทวดของฉันเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่อุทิศตนให้กับประเทศชาติ ตอนนั้นท่านเคยบริจาคทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อสนับสนุนประเทศเลยนะคะ คุณย่าก็เป็นพยาบาลสนามรบตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปี ไม่รู้ว่าช่วยชีวิตคนไปเท่าไหร่แล้ว! ส่วนปู่กับพ่อของฉัน…พวกท่านเสียสละชีวิตเพื่อชาติค่ะ จนวินาทีสุดท้ายพวกท่านก็ยังเป็นวีรชนผู้เสียสละ!”
พูดจบ เธอก็หันไปมองเจียงตั่ว “ถ้าคุณคิดว่าฐานะของฉันไม่คู่ควร งั้นงานแต่งงานนี้ของเราก็ยกเลิกกันไปเถอะค่ะ”
คำพูดหนักแน่นของเธอ ตอกย้ำลงไปในใจของเจียงตั่วทีละคำ
ทำไมครอบครัวของเธอจะไม่คู่ควรกับเขา?
เขาต่างหากที่ไม่เคยรู้สถานการณ์ของครอบครัวหมิงจู ทำให้เธอต้องคิดมากไปเอง
หมิงจูเห็นชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้พูดอะไร เธอก็รีบล้างเลือดปลาออกจากมือลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปเอาเงินสินสอดมาคืนให้คุณค่ะ”
เจียงตั่วเห็นดังนั้น เขาก็รีบยกมือจับข้อมือหมิงจูไว้ แม้จะไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่ก็สามารถฉุดรั้งเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย ทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้
สีหน้าของเขาบึ้งตึง ชายหนุ่มมองหญิงสาวใจร้อนตรงหน้า ขมวดคิ้วแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เธออย่าคิดมาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฐานะทางครอบครัวของเธอ”
หมิงจูเลิกคิ้วขึ้น เขาอยากจะบอกว่าเขาไม่ได้ดูถูกฐานะทางครอบครัวของเธอ หรือว่า…ไม่สนใจเรื่องพวกนี้กัน?
แต่ถ้าไม่สนใจแล้วจะถามขึ้นมาทำไมล่ะ?
หมิงจูจ้องมองเจียงตั่วที่ดูเคร่งขรึม แล้วจู่ๆ ก็เกิดความคิดอยากจะแกล้งเขาขึ้นมา เธอจึงเผยรอยยิ้มหวาน ดวงตาเริ่มเป็นประกายและถามอย่างน่ารักว่า “แล้วยังไงคะ? ผู้กองเจียง คุณพูดไม่ตรงประเด็นหรือเปล่า? สรุปว่าคุณต้องการฉันไหมคะ?”