ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 71 ซื้อเต้าหู้จากใครอร่อยกว่ากันก็ซื้อคนนั้น
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 71 ซื้อเต้าหู้จากใครอร่อยกว่ากันก็ซื้อคนนั้น
ช่วงบ่ายของวันถัดมา เจียงชุ่ยหลันและชาวบ้านอีกสองครอบครัวที่ร่วมงานกันอยู่ พากันขนเต้าหู้มาถึงหน้าบ้านของหมิงจู
พอเห็นว่าหลิวเฉิงไฉยังไม่มา ทุกคนก็ยืนพูดคุยกัน เจียงชุ่ยหลันถามหมิงจูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ฉันได้ยินมาว่าเมียของหมิงเหลยไปหาเธอเมื่อวานนี้ แถมยังทะเลาะกันจนแตกหัก บอกว่าจะไม่ร่วมงานกับเธออีกแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ เธอไม่พอใจที่ฉันคิดค่าส่วนแบ่งแพง แล้วก็ไปซื้อน้ำจากบ้านหมิงฉางเหอ น้ำบ้านหมิงฉางเหอก็แค่ถังละหนึ่งหยวนเองนี่คะ”
เจียงชุ่ยหลันฟังแล้วก็อดรู้สึกโกรธไม่ได้ “นั่นมันไม่เหมือนกันนะ เธอเป็นคนแรกที่ริเริ่มทำธุรกิจนี้ ตอนนั้นมีคนมากมายมาหาเธอ เพราะเห็นว่าหล่อนเพิ่งคลอดลูก เป็นแม่บ้านไม่ได้คะแนนแรงงานก็เลยเลือกที่จะร่วมงานด้วย ทำไมหล่อนถึงกลับมาแว้งกัดแบบนี้ล่ะ!”
หมิงจูแค่ยิ้มแล้วพูดว่า “ป้าอย่าเพิ่งโมโหเลยค่ะ การที่เธอจะเลือกแบบไหนเป็นสิทธิ์ของเธอ รวมถึงพวกป้าด้วย ราคาของฉันก็ตั้งไว้แล้วจะไม่เปลี่ยน ถ้าพวกป้ารู้สึกว่าแพง ก็ไปได้เสมอค่ะ”
อีกสองคนข้างหน้าไม่พูดอะไร พอเห็นสายตาหลุกหลิกของพวกเธอ เจียงชุ่ยหลันก็ยิ่งไม่พอใจ
“พวกเธอคิดจะชิ่งหนีเหมือนกันใช่ไหม? ถ้าเป็นแบบนั้นจริง พวกเธอคงเป็นคนไม่มีน้ำใจสินะ อย่าลืมสิว่าตอนนี้เราไม่ได้ใช้แค่น้ำของหมิงจูเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์กับสหกรณ์ร้านค้าก็เป็นหมิงจูที่เป็นคนสร้างขึ้นมา พวกเธอ…”
“ป้าคะ” หมิงจูตบไหล่เจียงชุ่ยหลันและพูดปลอบใจ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
เธอหันไปมองทั้งสองคน “ถ้าพี่ทั้งสองอยากจะไป ฉันไม่รั้งไว้หรอกค่ะ ฉันมีข้อแม้แค่อย่างเดียว คือพวกพี่อย่าเลียนแบบเมียของหมิงเหลยที่เห็นแก่ได้ พอหมดประโยชน์ก็เตะทิ้ง แล้วเอาไปพูดทั่วหมู่บ้านว่าฉันเป็นคนโลภ ถ้าฉันช่วยพวกพี่แล้วพวกพี่ยังด่าฉันอีก ฉันก็จะไม่ทนเหมือนกันนะ!”
ทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกัน ยังไม่ทันได้พูดอะไร หลิวเฉิงไฉก็ขับรถม้าเข้ามาแต่ไกล
หมิงจูถอนสายตาออกมา หลิวเฉิงไฉมองพวกเธอแล้วยิ้ม “ต้องขอโทษด้วยนะทุกคน วันนี้ผมเสียเวลาอยู่ที่หมู่บ้านข้างๆ นานไปหน่อย เลยมาสาย”
หลิวเฉิงไฉจอดรถม้าอย่างมั่นคง แล้วกระโดดลงจากรถเพื่อตรวจสอบสินค้า
ขณะกำลังจะควักเงินจ่าย จู่ๆ หมิงเยี่ยนก็เดินนำคนอีกหลายคนเข็นรถเข็นไม้เล็กๆ มาจากที่ไม่ไกลนัก
รถเข็นของแต่ละคนมีเต้าหู้ผูกอยู่สองมัด
หมิงเยี่ยนยิ้มให้หลิวเฉิงไฉแล้วพูดว่า “สวัสดีค่ะ เราก็มีเต้าหู้น้ำไท่สุ้ยเหมือนกัน ราคาถูกกว่าของหมิงจูด้วย หนึ่งชั่งราคาหนึ่งเหมาสองเฟิน คุณซื้อไหมคะ?”
เจียงชุ่ยหลันเห็นท่าทีเช่นนี้ เธอรีบออกมายืนข้างหมิงจูทันที “หมิงเยี่ยน เธอมาตัดหน้าพวกเราแบบนี้หมายความว่าไง?”
หมิงเยี่ยนมองหมิงจูด้วยสายตาท้าทาย แล้วเบะปากอย่างดูถูก “ตัดหน้าอะไรกันคะ เต้าหู้มันก็ราคาถูกอยู่แล้ว พวกคุณต่างหากที่ตาบอด ไปซื้อน้ำไท่สุ้ยราคาแพงจากหมิงจู ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล เต้าหู้น่ะใครๆ ก็ทำได้ ทำไมยัยนั่นขายได้ แต่พวกเราขายไม่ได้ล่ะ?”
เธอพูดไปพลางเดินไปหาหลิวเฉิงไฉ “เอาอย่างนี้ไหมคะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าคุณไม่รับซื้อเต้าหู้ของพวกเธอ แต่รับซื้อแค่ของพวกเรา ฉันจะขายให้คุณแค่ชั่งละหนึ่งเหมา”
หลิวเฉิงไฉไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้เข้า เลยแสดงสีหน้าลำบากใจ
พี่ทั้งสองคนที่ทำงานกับหมิงจูร้อนรน กลัวว่าหลิวเฉิงไฉจะไม่รับซื้อสินค้าของพวกเธอ งั้นถั่วที่พวกเธอใช้ไปในวันนี้ก็เสียเปล่าใช่ไหม?
หนึ่งในนั้นเดินมากระซิบข้างหมิงจู “หมิงจู แบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าเราขายเต้าหู้พวกนี้ไม่หมดก็ต้องทิ้งไป อากาศร้อนขนาดนี้ วันนี้ขายไม่หมดพรุ่งนี้ก็เสียแล้ว หรือว่าเราจะลดราคาลงหน่อยดี?”
หมิงจูยิ้มเล็กน้อย แต่เสียงที่เปล่งออกมาไม่แผ่วเบา “พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าพี่หลิวไม่รับซื้อเต้าหู้ของพวกพี่ ฉันจะเหมาทั้งหมดเอง ไม่ยอมให้พวกพี่เสียเปรียบแน่นอน แต่เต้าหู้ของฉันมีคุณภาพดีแบบนี้ จะไม่มีการลดราคาค่ะ”
หลิวเฉิงไฉรับรู้ถึงความตั้งใจของหมิงจู เขากระแอมไอแล้วรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
หมิงเยี่ยนเห็นดังนั้นก็พูดอีกว่า “พี่หลิวใช่ไหมคะ? ทั้งที่เป็นเต้าหู้น้ำไท่สุ้ยเหมือนกัน คุณยอมรับราคาหนึ่งเหมาห้าเฟิน แทนที่จะรับซื้อในราคาหนึ่งเหมาหรือคะ? ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินคนพูดกันว่า มีคนสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับหมิงจู ถ้าคุณไม่รับซื้อเต้าหู้ของเราล่ะก็ ฉันจะไปร้องเรียนที่สหกรณ์ร้านค้า! เพราะยังไงเงินที่คุณกำลังใช้ก็เป็นของสหกรณ์ร้านค้านะคะ!”
หลิวเฉิงไฉไม่คิดว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าจะยังไม่จบสิ้น เขาขมวดคิ้วกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หมิงจูก็พูดขึ้นมาก่อน…
“พี่หลิว ในเมื่อพี่เป็นตัวแทนของสหกรณ์ร้านค้า งั้นช่วยตรวจสอบคุณภาพเต้าหู้ของทั้งสองฝ่ายให้ละเอียดหน่อยนะคะ ใครทำได้ดีกว่า พี่ก็รับซื้อของคนนั้นไปเลยค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”
พอได้ยินคำพูดนี้ หลิวเฉิงไฉก็รู้สึกไม่ลำบากใจแล้ว
เขามองหมิงเยี่ยน “ก่อนหน้านี้ผมรับซื้อเต้าหู้ของหมิงจูหลังจากที่ได้ชิมแล้ว ถ้าคุณภาพของพวกคุณดีกว่าของเธอ ผมก็จะรับซื้อของพวกคุณ”
หมิงเยี่ยนแอบภูมิใจในตัวเอง เธอเปิดผ้าคลุมบนรถเข็น แล้วหั่นเต้าหู้ชิ้นหนึ่งยื่นให้หลิวเฉิงไฉ ระหว่างนั้นก็ไม่ลืมที่จะหันมามองจิกหมิงจูอย่างดุร้าย
หลิวเฉิงไฉใส่เข้าปาก ไม่นานก็ขมวดคิ้ว
หลังจากนั้น เขาก็ชิมเต้าหู้ของคนอื่นๆ ทีละคน
สุดท้ายเขาก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ รู้สึกเหมือนโดนหลอก!
“นี่พวกคุณมาเล่นตลกอะไรกันนี่? มันใช่เต้าหู้น้ำไท่สุ้ยที่ไหนกัน นี่มันก็แค่เต้าหู้ธรรมดาๆ นี่นา?”
หมิงเยี่ยนได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป เธอตะโกนโต้กลับ “เป็นไปไม่ได้! นี่คือเต้าหู้ที่ทำจากน้ำไท่สุ้ย!”
คนอื่นๆ ที่มากับหมิงเยี่ยนก็ร่วมวงโวยวายด้วย “ฉันว่าแกคงอยากเอาเงินหลวงไปซื้อเต้าหู้แพงๆ ของหมิงจูมากกว่าใช่ไหม? พวกแกสองคนกำลังยักยอกเงินหลวงอยู่!”
หลิวเฉิงไฉพูดไม่ออกจริงๆ เขาไม่อยากจะเสียเวลาเถียงกับคนพวกนี้
เขาเลยหั่นเต้าหู้จากห่อของเจียงชุ่ยหลันแล้วแบ่งให้พวกเธอคนละนิดอย่างหัวเสีย “มานี่ ลองชิมดูสิว่าเต้าหู้ของพวกเธอมันจะเทียบกับของคนอื่นได้ไหม?”
หลายคนไม่เชื่อ ต่างคนต่างหยิบไปชิม พอได้ลิ้มรสเท่านั้น…
ทุกคนเงียบเสียงลง
หลิวเฉิงไฉขี้เกียจสนใจคนพวกนี้ หันไปพูดกับเจียงชุ่ยหลันและพี่สองคนนั้นว่า “เอาเต้าหู้ของพวกคุณขึ้นรถเถอะ ผมจะรับซื้อของพวกคุณ”
พี่สะใภ้สองคนนั้นดีใจจนเนื้อเต้น ไม่คาดคิดเลยว่าเต้าหู้น้ำไท่สุ้ยของหมิงเยี่ยนและคนอื่นๆ ที่ราคาแค่หนึ่งเหมาต่อชั่ง จะแพ้เต้าหู้ของพวกเธอ
พวกเธอรีบไปขนเต้าหู้ขึ้นรถและรับเงินอย่างกระตือรือร้น!
ส่วนหนึ่งเข้ากระเป๋าตัวเอง อีกส่วนก็แบ่งให้หมิงจู
พวกเธอคิดในใจว่า ยังไงก็ต้องร่วมงานกับหมิงจูถึงจะดีที่สุด!
เมื่อเห็นรถม้าของหลิวเฉิงไฉกำลังจะแล่นออกไป ชาวบ้านหลายคนที่ขายเต้าหู้ไม่ได้ก็ร้อนใจ หนึ่งในนั้นผลักหมิงเยี่ยนอย่างแรงแล้วตำหนิว่า “หมิงเยี่ยน เธอไม่ได้บอกว่าถ้าเราทำเต้าหู้กับเธอจะต้องได้เงินแน่นอนหรือไง? รถม้าของสหกรณ์ร้านค้ากำลังจะไปแล้ว เธอก็พูดอะไรหน่อยสิ!”
หมิงเยี่ยนยังไม่เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พอกำลังจะไป เธอก็รีบก้าวไปขวางรถม้าแล้วกางแขนออก
“คุณจะไปไม่ได้นะ! คุณต้องรับซื้อเต้าหู้ของเราด้วย!”
คราวนี้หลิวเฉิงไฉถึงกับโมโหจนควันออกหูจริงๆ กับคนที่ไม่รู้จักเหตุผลพวกนี้!
หมิงจูที่กำลังดูละครตรงหน้าอยู่ อดไม่ได้ที่จะเย้ยหยัน “หมิงเยี่ยน เธอแต่งงานกับคนโง่ นอนกับเขาไม่กี่วัน เลยติดความโง่มาเยอะเลยนี่นา?”
คำว่า ‘แต่งงานกับคนโง่’ เป็นเรื่องต้องห้ามในใจของหมิงเยี่ยน!
เธอหันขวับมาจ้องเขม็งในทันที แล้วพุ่งเป้าไปที่หมิงจู
“แกกล้าด่าฉันเหรอ!”
“ไม่ใช่แค่ตำหนิหรอกนะ เธอเอาเต้าหู้น้ำไท่สุ้ยปลอมมาขวางรถหลวงไม่ให้ไป ถ้าพี่หลิวแจ้งความที่สถานีตำรวจ เราทุกคนก็สามารถเป็นพยานได้ว่าเธอโกง!”
หมิงจูกอดอกแล้วหัวเราะเบาๆ “ถึงตอนนั้น บ้านเธอก็จะมีคนติดคุกคนที่สองแล้วนะ ครอบครัวของเธอถือว่าการติดคุกเป็นเกียรติสูงส่งหรือไง?”