ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 73 ร่างกายของผู้กองเจียงไม่อำนวย
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 73 ร่างกายของผู้กองเจียงไม่อำนวย
เจียงชุ่ยหลันหยุดดูเรื่องสนุกอยู่พอดี เมื่อหันไปเห็นสองคนที่ร่วมงานกับเธอมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ก็อดไม่ได้ที่จะถามอย่างหงุดหงิด “เมื่อกี้พวกเธอไม่ใช่ว่าจะยกเลิกความร่วมมือกับจูจูหรอกหรือ?”
“ไม่… ไม่ใช่!”
“ไม่ยกเลิก!”
ทั้งสองคนส่ายหน้าพร้อมกันราวกับกลองป๋องแป๋ง โชคดีที่เมื่อครู่หลิวเฉิงไฉมาทันเวลา พวกเธอจึงยังไม่ทันได้เปิดอกคุยกับหมิงจู
ไม่อย่างนั้น… ตอนนี้คงได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญ!
เจียงชุ่ยหลันถอนหายใจ “พวกเธอเอ๊ย อยู่กับหมิงจูไปเถอะ ยัยหนูนั่นเป็นคนใจกว้าง ไม่ให้พวกเธอเสียเปรียบหรอก”
“ป้าพูดถูกแล้วค่ะ พวกเราจะตั้งใจทำงานกับเธอให้ดี!”
ความผิดพลาดบางอย่างนั้นก่อแค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว โอกาสทำเงินดีๆ แบบนี้ พวกเธอจะทำผิดซ้ำอีกได้อย่างไร?
ส่วนหมิงจูนั้น เดินกลับบ้านด้วยอารมณ์ดี ห่างไปไม่ไกลก็เห็นเจียงตั่วยืนอยู่หน้าบ้าน
เธอเห็นก็วิ่งกระหืดกระหอบตรงไปหาเขา
เจียงตั่วเห็นหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังวิ่งมาหา หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน แล้วเอ่ยเตือน “ช้าลงหน่อย”
หมิงจูพุ่งเข้าไปสวมกอดเขาเต็มรัก “ออกมาทำไมคะ? ไม่เวียนหัวเหรอ?”
“ไม่เวียนหัว”
หมิงจูไม่ได้คลายอ้อมกอด เจียงตั่วก็ดูเหมือนจะชินแล้ว ไม่ได้เตือนให้เธอระวังเรื่องสายตาผู้คนในตอนนี้ เพียงแต่ก้มหน้ามองเธอ “เรื่องทางนั้นจบแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ”
หมิงจูเอาคางเกยหน้าอกเขา เงยหน้าขึ้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างออกรสออกชาติ
เจียงตั่วเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเต้าหู้ที่หมิงเยี่ยนทำถึงออกมาไม่ดี
แต่ไม่นานเขาก็ตระหนักได้ถึงบางเรื่อง จึงขมวดคิ้วถามย้ำ “ทำไมถึงเป็นเนื้อหมูสามชั้น? ที่เธอเอาไปไม่ใช่ไท่สุ้ยที่อยู่ในโอ่งหรอกหรือ?”
หลังจากหมิงจูกลับมาเมื่อวาน ความเคลื่อนไหวของเธอก็อยู่ในสายตาของเขาตลอด ที่เดียวที่เขาไม่ได้จับตาดู คือช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่เธอเข้าห้องน้ำเมื่อคืนนี้…
แต่เวลาแค่นั้น ไม่มีทางออกไปข้างนอกได้ทันแน่ และคงไม่มีทางทำอะไรได้ด้วย
แล้วทำไมไท่สุ้ยที่หมิงเยี่ยนขโมยไปถึงกลายเป็นเนื้อหมูสามชั้นไปได้ล่ะ?
มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด
หมิงจูรู้ว่าเจียงตั่วขี้สงสัยมาก เพื่อขจัดความระแวงของเขา เธออธิบายว่า “คุณไม่เอะใจเลยเหรอคะ สองวันก่อนฉันไม่ได้กลับบ้าน แต่ทุกวันก็ยังให้คุณดื่มน้ำไท่สุ้ยได้อยู่ไม่ใช่หรือ?”
เจียงตั่วลังเลครู่หนึ่ง “เธอเอาไท่สุ้ยไปโรงพยาบาลด้วยหรือ?”
“ใช่ค่ะ”
หมิงจูแกล้งตอบอย่างเป็นธรรมชาติ “วันนั้นเฉียวปินรีบร้อนมาเรียกฉันไปโรงพยาบาล บอกว่าเกิดเรื่องขึ้นกับคุณ ฉันเลยคิดว่าไท่สุ้ยน่าจะช่วยได้ เลยพกติดตัวไปด้วย”
“ส่วนเนื้อหมูสามชั้นน่ะ วันนั้นที่บ้านไม่เหลือน้ำมันหมูแล้ว ฉันเลยไปที่สหกรณ์แลกมาเล็กน้อยกะว่าจะเก็บไว้ใช้ชั่วคราว แต่คุณไม่กลับบ้านมาหลายวัน ฉันเลยไม่มีอารมณ์ทำกับข้าว แล้วก็ทิ้งไว้ในโอ่ง หมิงเยี่ยนก็ดันมาขโมยไปโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณว่าตลกไหมล่ะ? เนื้อที่แช่อยู่ในน้ำตั้งหลายวัน ป่านนี้คงเน่าเสียหมดแล้ว!”
เจียงตั่วมองดวงตาเจ้าเล่ห์ของเธอ คำพูดของเธอสมเหตุสมผล นั่นก็หมายความว่า… หมิงเยี่ยนขโมยเนื้อหมูสามชั้นไป แต่ทำไปทำไมกัน…
เขาก็ยังรู้สึกว่าทุกอย่างมันบังเอิญเกินไป และเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ
หมิงจูเห็นเขาขมวดคิ้วแน่น เธอก็คลายอ้อมกอด ทำปากจู๋ยื่นออกมา “ผู้กองเจียง ทำไมคุณทำหน้าแบบนี้ล่ะคะ? คุณกำลังสงสัยว่าฉันจงใจวางแผนใส่ร้ายหมิงเยี่ยนใช่ไหม?”
เธอพูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วจิ้มที่เอวเขา ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“คุณกำลังเป็นห่วงเธอใช่ไหมคะ? อะไรกัน วันนั้นคุณเปิดผ้าคลุมหน้าออกมาแล้ว วิญญาณของคุณถูกเธอช่วงชิงไปพร้อมกันแล้วเหรอ?”
เจียงตั่วได้ฟังคำตัดพ้อ ‘น้อยอกน้อยใจ’ ก็พูดขึ้นอย่างจนใจ “ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก”
หมิงจูยกมือขึ้นสูง ลูบไล้หน้าผากของเขาเบาๆ แล้วพูดอย่างอ่อนโยน “งั้นคุณก็อย่าขมวดคิ้วบ่อยนักสิคะ เมื่อกี้ฉันแค่ไปดูความสนุกเองค่ะ แถมยังช่วยทุกคนแยกแยะไท่สุ้ยปลอมด้วย ไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีอะไรเลย! คุณวางใจเถอะค่ะ ตราบใดที่คนอื่นไม่ทำร้ายฉันก่อน ฉันก็จะไม่ทำร้ายใครเด็ดขาด ในฐานะภรรยา ฉันจะไม่ทำให้คุณ ผู้กองหน่วยทหารอาสาต้องลำบากหรอกค่ะ!”
ได้ยินดังนั้น หัวใจของเจียงตั่วก็รู้สึกผ่อนคลายในทันที
จริงด้วยสินะ ตั้งแต่รู้จักหมิงจูมา เธอไม่เคยโจมตีใครก่อนเลย เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสงสัยเธอในเรื่องนี้
เจียงตั่วพยักหน้า “ฉันเชื่อเธอ”
หมิงจูยิ้มและกอดเขาอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นพร้อมกับยื่นปาก “งั้นจูบหน่อยสิคะ!”
เจียงตั่ว “ตรงนี้หน้าประตูบ้านนะ”
หมิงจูไม่ยอม กอดเขาแล้วแนบตัวถูไถอย่างออดอ้อน “โธ่ ผู้กองเจียง ไม่มีใครเห็นหรอกค่ะ แค่จูบเดียวเองนะ”
เสื้อผ้าของทั้งสองคนค่อนข้างบาง ความนุ่มนวลบริเวณหน้าอกของเธอแนบชิดกับหน้าอกของเขา ร่างกายของเจียงตั่วเกร็งขึ้นมาทันที
วินาทีต่อมา เขาโน้มตัวลงประทับริมฝีปากบนปากเล็กๆ ที่ยื่นรออยู่ของเธอ เดิมทีเป็นเพียงการสัมผัสเบาๆ แต่หมิงจูกลับอ้าปากและจูบตอบเขา
ปลายจมูกของเธอแตะปลายจมูกของเขาเบาๆ บรรยากาศอบอุ่นโรแมนติกไหลเวียนไปมาระหว่างทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว
จูบนี้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ในความเงียบ…
ผ่านไปเนิ่นนานพอสมควร หมิงจูเป็นฝ่ายยุติจูบเอง
เธอรู้สึกเหมือนหายใจติดขัดเล็กน้อย ซบหน้าผากกับแผงอกของเจียงตั่วเบาๆ ได้ยินเสียงหัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวราวกับกลอง ซึ่งคาดเดาได้ว่าเขาตื่นเต้นมากเพียงใดในตอนนี้
หมิงจูซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาและหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเงยหน้ามอง “ผู้กองเจียง คุณ…”
“อย่าพูดจาเหลวไหล”
หมิงจูเลิกคิ้ว “ไอหยา ผู้กองเจียงรู้ว่าฉันจะพูดอะไรหรือคะ?”
“ไม่ใช่คำพูดดีๆ”
หมิงจูหัวเราะร่าเริงยิ่งขึ้น “งั้นก็ได้ค่ะ ผู้กองเจียงก็อดทนเอาไว้แล้วกันนะ ยังไงซะตอนนี้สภาพร่างกายของคุณก็ไม่อำนวย ต่อให้ฉันยอมให้คุณ คุณก็ไม่ไหวอยู่ดี”
มุมปากของเจียงตั่วกระตุกอย่างแรง ผู้หญิงตัวน้อยคนนี้ช่าง…
ไร้ยางอายเหลือเกิน!
หมิงจูตบเอวเจียงตั่วเบาๆ แล้วคลายอ้อมกอดไปเอง “รีบกลับเข้าบ้านไปนอนพักเถอะค่ะ ต่อไปอย่ามาคอยฉันที่หน้าประตูแบบนี้อีก ฉันไม่ได้ซื่อบื้อซะหน่อย”
เจียงตั่วฟังคำพูดของหมิงจู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยตอบ “เมื่อสองสามวันก่อนเธอก็รอฉันเหมือนกัน รอนานมากด้วย”
หมิงจูชะงักไปครู่หนึ่ง หันขวับกลับไปมองเขา
“ป้าบอกว่าเธอรอฉันที่หน้าประตูบ้านตลอดทั้งคืน”
เขาเดินไปหาหมิงจู ก่อนหน้านี้เขาอยากจะลูบหัว แต่ก็ไม่ได้ทำ แต่ครั้งนี้เขากลับทำจริงๆ
เขายกมือขึ้นมาลูบหัวของหมิงจูเบาๆ “ต่อไปเธอเข้าไปรอในบ้านนะ ฉันจะกลับมาแน่นอน”
หมิงจูรู้สึกว่า… นี่เป็นคำบอกรักที่ลึกซึ้งมาก เป็นคำบอกรักที่เธอฟังแล้วรู้สึกหลงรักเขามากขึ้น
“งั้นต่อไปคุณก็อย่าออกมารอฉันโดยไม่คิดถึงสุขภาพแบบนี้อีกนะคะ ฉันไม่ใช่ภรรยาสติไม่ดีนะคะ เวลามีฝนตกฉันก็รู้ว่าต้องกลับบ้าน สามีของฉันอยู่ที่บ้าน ฉันก็ต้องกลับมาหาเขาอยู่แล้ว”
“อืม”
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน
หลังอาหารกลางวัน หมิงจูกำลังจะไปหาโจวชางหมิงเพื่อเรียนวิชาแพทย์ หมิงเหลยก็พาภรรยาเข้ามา
ทันทีที่เห็นหมิงจู ภรรยาของหมิงเหลยก็ยิ้มกว้างพร้อมกับยื่นตะกร้าไม้ไผ่สานที่ถืออยู่ในมือให้ “น้องสาว ฉันกับพี่ชายมาเยี่ยมผู้กองเจียง แล้วก็เอาไข่มาให้เขาบำรุงร่างกายด้วย”
หมิงจูก้มลงมองตะกร้าไข่ ในยุคนี้ไข่ถือเป็นของดี ประเมินดูแล้วอย่างน้อยก็น่าจะมีสิบฟอง นี่ลงทุนจริงจังเลยทีเดียว!
หมิงจูยิ้มอย่างสุภาพ “ไม่เป็นไรค่ะพี่สะใภ้ บ้านเราไม่ใช่ญาติสนิทกัน เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่ พวกพี่ไม่ต้องมาเยี่ยมผู้กองเจียงที่บ้านฉันเป็นพิเศษหรอกค่ะ ของขวัญนี้เราขอไม่รับ พวกพี่เอาไปให้ลูกๆ ที่บ้านกินเถอะนะ”
หมิงเหลยหันไปเหลือบมองภรรยา แล้วรับตะกร้าไข่กลับมามองหมิงจู “น้องสาว ที่จริงแล้ววันนี้พี่พาเมียมาขอโทษเธอน่ะ! เมื่อวานเมียพี่ทำเรื่องโง่ๆ ลงไป ไม่ควรยกเลิกความร่วมมือกับเธอเพียงเพราะผลประโยชน์เล็กน้อยเลย!”
หมิงจูยิ้มบางๆ หันไปมองภรรยาของหมิงเหลย “พี่สะใภ้ ไม่ได้มาขอโทษหรอกเหรอคะ? ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ?”