ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 74 เพราะความรับผิดชอบหรือเพราะความรักกันนะ
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 74 เพราะความรับผิดชอบหรือเพราะความรักกันนะ
ภรรยาของหมิงเหลยส่งยิ้มแหยให้หมิงจู “จูจู เมื่อวานนี้… ฉันมันโง่เขลาเพราะผลประโยชน์เล็กน้อยนั่น ฉันรู้สึกผิดกับเธอจริงๆ เธอจะยอมให้อภัยฉัน และรับฉันกลับมาทำเต้าหู้ด้วยกันอีกครั้งได้ไหม?”
หมิงจูเม้มปาก “พี่คะ เมื่อวานฉันบอกไปแล้วว่ามีคนอีกเยอะที่อยากร่วมงานกับฉัน คนที่ออกไปแล้วกลับมาไม่ได้หรอกนะ ยังจำได้ไหมว่าพี่เคยพูดว่าอะไรไว้บ้าง?”
ภรรยาของหมิงเหลยหน้าตึงเครียดอยู่ครู่หนึ่ง
หมิงจูทวนคำพูดก่อนหน้านี้ “พี่พูดว่าร่วมงานกับฉันแล้วฉันหักส่วนแบ่งเยอะเกินไป แถมยังต้องทำตามข้อกำหนดของฉันอีก พี่ไม่พอใจมากเลยไม่อยากร่วมงานกับฉันต่อแล้ว”
“ฉัน… ฉันแค่สับสนไปเท่านั้น”
“ไม่ค่ะ” หมิงจูไม่เหลือเยื่อใยแม้แต่น้อย ตอบไปตรงๆ ว่า “ถ้าไท่สุ้ยในมือหมิงเยี่ยนไม่ใช่ของปลอม พี่ก็คงไม่มาที่นี่ด้วยซ้ำ แล้วก็คงไม่รู้สึกผิดกับการที่พี่จะเอาแต่พูดจาให้ร้ายฉันไปทั่วหมู่บ้าน! พี่กินข้าวของฉันแล้วยังทุบหม้อของฉันอีก คำขอโทษนี้ฉันไม่รับค่ะ และการร่วมงานกันอีกก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นแล้ว!”
หมิงเหลยได้ยินคำพูดของหมิงจู เขาก็ฟาดมือตบหน้าภรรยาตัวเองทันที…
“สมน้ำหน้าแกนักที่ปากเสีย งานเงินดีแกก็ทำพังหมด! วันนี้ถ้าแกขอให้หมิงจูให้อภัยไม่ได้นะ คอยดูเถอะว่าฉันจะจัดการแกยังไง!”
ภรรยาของเขาถูกตบจนล้มลงไปทรุดนั่งกับพื้น เอามือกุมใบหน้าแล้วร้องไห้โฮ
หมิงเหลยจะยกมือขึ้นตีอีก แต่หมิงจูรีบเดินเข้าไปดึงมือเขาไว้ แล้วพูดด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “หมิงเหลย ที่นี่บ้านฉัน ไม่ใช่บ้านคุณ อย่ามาตีคนต่อหน้าฉัน!”
พอได้ยินเช่นนั้น หมิงเหลยก็หยุดมือ แล้วยิ้มแห้ง “ได้ ได้ ได้ ไม่ตีแล้วไม่ตีแล้ว น้องสาวอย่าโกรธเลย เดี๋ยวฉันจะให้หล่อนก้มกราบขอโทษเลย”
พูดจบก็เตะภรรยาอีกครั้ง ทางนั้นรีบลุกขึ้นแล้วคุกเข่าลงทันที พร้อมกับกอดขาหมิงจูไว้ ร้องไห้สะอึกสะอื้น “น้องสาว ครั้งนี้ฉันผิดไปแล้วจริงๆ นะ! คิดดูสิ ลูกฉันเพิ่งเกิด และฉันก็ทำงานหนักไม่ไหวแล้ว เธอช่วยเห็นใจฉันหน่อยนะ ให้โอกาสฉันอีกครั้ง…”
“พี่คะ” หมิงจูมองเธอด้วยแววตาหนักใจ “พี่คุกเข่าไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ที่ว่างนั่น ฉันยกให้ลูกสาวคนรองของบ้านชุนเฉิงไปแล้วเมื่อบ่ายวานนี้ ถึงทางนั้นจะรู้ว่าบ้านหมิงฉางเหอมีน้ำราคาถูก แต่ก็ยังเลือกที่จะร่วมงาน ฉันผิดสัญญาไม่ได้ค่ะ! ขอโทษนะ ฉันไม่เหลือที่ว่างให้แล้ว”
หมิงเหลยรู้สึกหงุดหงิดพอสมควร “หมิงจู พี่สะใภ้ของเธอเพิ่งยกเลิกความร่วมมือเมื่อวาน เธอก็หาคนใหม่ได้แล้วเหรอ? เธอตั้งใจทำแบบนี้ใช่ไหม!”
หมิงจูยิ้ม “จงใจอะไรกันล่ะคะ? พี่สะใภ้เป็นคนยกเลิกความร่วมมือเอง แล้วก็เป็นคนด่าฉันข้างนอกเอง พี่สะใภ้ไม่ดีกับฉัน และฉันก็ไม่สามารถปล่อยให้คนจากสหกรณ์ร้านค้าเสียโอกาส ความผิดอยู่ที่พวกคุณ ไม่ได้อยู่ที่ฉัน ฉันไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องชดใช้ให้กับความผิดพลาดของพวกคุณ ตอนนี้เชิญพวกคุณกลับไปได้แล้วค่ะ!”
หมิงเหลยเห็นหมิงจูไม่ยอมอ่อนข้อให้เลยแม้แต่น้อย เขานึกถึงเนื้อตรงหน้าที่หลุดลอยไปเพราะผู้หญิงไร้ประโยชน์ของตัวเอง แล้วก็รู้สึกโกรธเคืองอย่างมาก เขาดึงหูภรรยาแล้วลากออกไปพร้อมกับดุด่า “นังตัวปัญหา วันนี้กลับไป ฉันจะตีแกให้ตาย!”
กระทั่งเสียงร้องไห้ของภรรยาหมิงเหลยห่างไกลออกไป หมิงจูก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วหันกลับไปก็เห็นว่าหน้าต่างห้องนอนเปิดออกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และเจียงตั่วกำลังนั่งมองเธอจากตรงนั้นอยู่
หมิงจูกลัวว่าเขาจะคิดว่าการกระทำของเธอเมื่อครู่นี้ใจร้าย จึงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจียงตั่วก็พูดขึ้นมาก่อน “เรื่องของบ้านคนอื่นเธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากไม่ได้หรอก ไปเรียนกับเหล่าโจวได้แล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น คิ้วของหมิงจูโค้งรับกับรอยยิ้ม “งั้นคุณก็พักผ่อนได้แล้ว ฉันไปก่อนนะคะ!”
การมีคนเข้าใจเธอในทุกสถานการณ์ มันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ
รูปแบบการสอนของโจวชางหมิงยอดเยี่ยมมาก ชั่วโมงแรกจะสอนเนื้อหา ส่วนชั่วโมงที่เหลือ ครึ่งหนึ่งเขาจะตอบคำถามและข้อสงสัยของหมิงจู อีกครึ่งหนึ่งจะทำการถามสารพัดคำถามเพื่อทดสอบหมิงจู
พูดว่าเป็นข้อสอบก็ไม่เชิง น่าจะเรียกว่าเป็นการสนทนาเล็กๆ ของคนทั้งสองมากกว่า
โจวชางหมิงพอใจกับลูกศิษย์คนใหม่คนนี้มาก ไม่ใช่แค่มีความสามารถในการซึมซับความรู้ที่รวดเร็ว แต่ยังสามารถคิดพลิกแพลงและค้นพบปัญหาได้อย่างแม่นยำด้วย
หากในอนาคตไม่ได้เป็นหมอ คงน่าเสียดายมาก
หลังเลิกเรียน หมิงจูกลับบ้านโดยใช้ทางลัด แล้วก็เจอเจียงชุ่ยหลันกำลังเดินกลับจากการซักผ้าที่ริมแม่น้ำพอดี
พอเห็นหมิงจู แววตาของเจียงชุ่ยหลันก็เป็นประกายขึ้น เธอสะพายตะกร้าแล้ววิ่งเข้าไปหา
“จูจู วันนี้เธอกลับช้าไปหน่อยนะ เลยพลาดเรื่องสนุกที่บ้านหมิงฉางเหอเลย!”
หมิงจูทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็นแล้วถาม “ถ้างั้น คุณป้าเล่าให้ฟังหน่อยสิคะ”
เจียงชุ่ยหลันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเที่ยงวันนี้อย่างกระตือรือร้น…
เรื่องไท่สุ้ยที่บ้านหมิงเยี่ยนเป็นของปลอมแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
สิบกว่าครอบครัวที่วางเงินมัดจำค่าไท่สุ้ยก็พากันมาทวงเงินถึงบ้าน
ตอนเที่ยง หมิงฉางเหอกลับมาจากตัวเมืองหลังจากซื้อของมา พอรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขาไม่ยอมควักเงินออกมาเลยแม้แต่เฟินเดียว บอกว่าเงินนั้นหมิงเยี่ยนเป็นคนรับมา ให้หมิงเยี่ยนเป็นคนรับผิดชอบเองสิ ถ้าหมิงเยี่ยนไม่มีเงินก็ให้ไปทวงจากบ้านสามีของเธอ เพราะเธอแต่งงานออกไปแล้ว บ้านสกุลหมิงจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธออีก
หมิงเยี่ยนร้องไห้โฮแทบคลั่ง บอกว่าเธอรับเงินมาทั้งหมดหนึ่งร้อยสิบห้าหยวน เก็บไว้แค่สิบห้าหยวนเพื่อซื้อถั่ว ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็ให้หมิงฉางเหอไปแล้ว
แต่หมิงฉางเหอกลับไม่ยอมรับ!
คนกลุ่มหนึ่งล้อมหมิงฉางเหอไว้ แล้วค้นตัวและบ้านของเขาจนทั่ว แต่ก็เจอแค่เก้าหยวนเท่านั้น
หมิงจูเย้ยหยัน “เขาต้องซ่อนเงินไว้แน่!”
เจียงชุ่ยหลันหัวเราะแล้วตบแขนหมิงจู “ที่น่าสนใจกว่านั้นคือต่อจากนี้ต่างหาก ใต้เตียงดินของบ้านหมิงฉางเหอมีอิฐอยู่ก้อนหนึ่งที่ขยับได้ มีคนตาไวสังเกตเห็น พอเปิดดู ปรากฏว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างในเลย แต่หมิงฉางเหอกลับร้อนใจขึ้นมาทันที แล้วก็เป็นลมล้มพับไป!”
หมิงจูเลิกคิ้วขึ้น ทำไมล่ะ?
“ที่แท้เขาก็ซ่อนเงินไว้ที่นั่นทั้งหมดเลย แต่ผลก็คือหลานชายคนรองบ้านเขา หมิงฮ่าว แอบเอาเงินไปหมดตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แล้วพาบัณฑิตสาวไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ตัวเมือง! ตอนที่ฉันลงไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ เพิ่งได้ยินเสียงเขาตีหลานชายมาด้วย!”
หมิงจูได้ยิน ‘ความจริง’ แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน นี่คือกรรมตามสนองของจริง
หมิงฉางเหอนี่เลี้ยงโจรไว้เต็มบ้านเลย
“แล้วหมิงเยี่ยนล่ะคะ? คนในหมู่บ้านปล่อยเธอไปทั้งแบบนั้นเหรอ?”
“ใช่ที่ไหนกันเล่า! คิดดูสิ ผู้หญิงพวกนั้นที่เธอไปยุ่งเกี่ยวด้วยใช่คนรับมือง่ายเสียที่ไหน! พวกนั้นลากเธอไปที่หมู่บ้านต้าชวี เพื่อทวงเงินที่บ้านสามี ตลอดทางไอ้บ้าก็โบกกิ่งไม้เดินตามไปด้วยหัวเราะร่า ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตลกชะมัด”
หมิงจูมองเจียงชุ่ยหลันที่หัวเราะจนตัวงอ นึกภาพตามแล้วเธอก็หัวเราะไปด้วย
แต่ก่อนเธอเคยได้ยินเรื่องซุบซิบนินทาแบบนี้มาตลอด ตอนนั้นยังคิดว่าคนพวกนี้น่าเบื่อจัง มีเวลาดีๆ ตั้งเยอะทำไมไม่ไปทำเรื่องที่เป็นประโยชน์กันบ้างนะ?
ตอนนี้เธอได้มาอยู่ในสถานการณ์นั้นแล้ว กลับมีความสุขกับมันด้วย
เธอชักจะชอบยุคสมัยนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ และแน่นอนว่า… เธอยิ่งชอบชายหนุ่มที่ซื่อตรง ปากหนัก แต่จริงใจและอ่อนโยนคนนั้นที่สุด!
แต่ไม่รู้ว่าความดีต่อเธอที่ชายหนุ่มคนนั้นมีให้ เป็นเพราะความรับผิดชอบ หรือเพราะความรักกันแน่…