ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 75 ภรรยาตัวน้อยที่เก่งไปหมดทุกอย่าง
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 75 ภรรยาตัวน้อยที่เก่งไปหมดทุกอย่าง
ทั้งคู่เดินคุยกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงทางแยกหลักของหมู่บ้าน
ไกลออกไป หมิงต้าเฉิงกำลังเดินมาพร้อมกับหมูสามชั้นเส้นยาว เขาเรียกหมิงจูอย่างมีความสุข “จูจู เย็นนี้ชวนป้ากับผู้กองเจียงมากินข้าวบ้านฉันนะ ดูสิ ฉันหั่นเนื้อหมูแล้ว เราจะกินเกี๊ยวไส้เนื้อผสมไข่กัน”
เจียงชุ่ยหลันเห็นสามีซื้อเนื้อมาฟุ่มเฟือย ตอนแรกก็อยากจะเอ็ดสักสองสามคำอยู่ แต่พอหมิงต้าเฉิงพูดแบบนี้ เธอก็ปรบมือเห็นด้วยทันที “ใช่ ใช่ ฉันทำเต้าหู้ตามเธอมาหลายวันแล้ว ได้เงินมาเยอะ ยังไม่ได้เลี้ยงข้าวพวกเธอบ้างเลย!”
หมิงจูโบกมือ “ไม่เป็นไรเลยค่ะ ผู้กองเจียงเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ยังไม่สะดวกเท่าไหร่ ลุงกับป้ากินกันเถอะค่ะ”
แม้หมิงต้าเฉิงจะซื่อสัตย์ แต่เขาก็มีความดื้อรั้นอยู่เช่นกัน “ไม่ได้หรอก ถ้าพวกเธอไม่มากินข้าว งั้นก็เอาเนื้อนี่กลับไปด้วย”
หมิงจูจะกล้ารับเนื้อของเขามาได้อย่างไร เมื่อทั้งคู่เชิญชวนอย่างอบอุ่น หมิงจูจึงปฏิเสธไม่ได้ ได้แต่ตอบว่า “งั้นก็ขอบคุณลุงกับป้าสะใภ้ใหญ่มากนะคะ”
หลังจากทั้งสามแยกย้ายกันไป หมิงจูก็เดินเรื่อยเปื่อยกลับบ้าน เห็นคุณป้ายังไม่กลับ และเจียงตั่วกำลังต้มน้ำในครัวอยู่คนเดียว
เธอเดินเข้าไปนั่งยองๆ ข้างเจียงตั่ว ขมวดคิ้วมองเขา “ผู้ชายบ้านไหนไม่เชื่อฟังแบบนี้ ลุกออกมาอีกแล้ว ไม่พักฟื้นเหรอคะ?”
“ไม่เป็นไร” เจียงตั่วดันฟืนในมือเข้าเตา “เรียนเป็นยังไงบ้าง?”
“ดีมากเลยค่ะ อาจารย์ชมฉันว่าฉลาดด้วย” หมิงจูพูดไปยิ้มไป “แต่ที่อาจารย์พูดมาก็จริงนะคะ ฉันฉลาดจริงๆ! อิจฉาคุณจะตายอยู่แล้ว ทำไมโชคดีขนาดนี้ ได้แต่งงานกับภรรยาตัวน้อยที่ทั้งฉลาด ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก ทั้งสดใส แถมมองไปก็มีแต่ข้อดีเต็มไปหมดแบบนี้”
เจียงตั่วมองแม่สาวหน้าไม่อายคนนี้ พร้อมกับหัวเราะเบาๆ แล้วพยักหน้าตอบรับเธอ “อืม ใช่แล้ว”
หมิงจูกอดแขนเขา แล้วเขย่าเบาๆ “ทำไมคุณตอบแบบส่งๆ แบบนี้ล่ะคะ นี่คุณคิดว่าเรื่องที่ฉันพูดมันไม่ถูกเหรอ?”
“ไม่เลย เธอพูดถูกทุกอย่าง”
“คุณนี่หัวไวนะ! อ้อ จริงสิ เมื่อกี้ฉันเจอลุงต้าเฉิงกับป้าชุ่ยหลันระหว่างทาง พวกเขาอยากจะขอบคุณเรา เลยตั้งใจจะชวนพวกเราสามคนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน ฉันปฏิเสธไปแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องตกลง คุณจะรังเกียจไหมคะ?”
“ไม่หรอก”
งั้นก็ดี หมิงจูแอบรู้สึกกังวลใจ “แต่ว่า… ฉันไม่เคยไปบ้านคนอื่นมาก่อน ไม่รู้ว่าไปกินข้าวบ้านคนอื่นในหมู่บ้านต้องเอาอะไรไปบ้าง ผู้กองเจียง ช่วยแนะนำหน่อยสิคะ”
“บ้านลุงใหญ่ฐานะไม่ค่อยดี เราไม่ควรไปกินอย่างเดียวโดยที่ไม่มีอะไรไปให้ บ้านเขามีลูกหลายคน งั้นเอาลูกกวาดที่เหลือจากงานแต่งของเราครั้งที่แล้วไปด้วยสิ”
หมิงจูพยักหน้า “ปลาที่ฉันกับเฉียวปินจับมาครั้งที่แล้วยังกินไม่หมด เอาไปสักสองตัวน่าจะดี เดี๋ยวฉันไปจัดการให้ค่ะ”
เธอพูดแล้วม้วนแขนเสื้อขึ้นพร้อมเดินออกไป
เจียงตั่วรั้งเธอไว้ “ฉันจะจัดการให้เอง บ้านเรามีเครื่องปรุงพร้อม เธอไปเตรียมส่วนผสมให้เรียบร้อย เราทำเสร็จแล้วจะได้เอาไปเลย”
หมิงจูคิดดูแล้ว เธอก็เห็นว่าทำได้ ทั้งคู่จึงแบ่งงานกัน
เธอเอาหัวปลาสองตัวนั้นมาทำซุปเต้าหู้หัวปลา และเอาตัวปลาสองตัวมาทำปลาอบซอสรสเข้มข้นจานใหญ่
พอหมิงชุนนีกลับมา ทั้งสามก็หิ้วกับข้าวพร้อมทานสองอย่างกับลูกกวาดหนึ่งห่อไปยังบ้านหมิงต้าเฉิง
เจียงชุ่ยหลันกำลังทำเกี๊ยวกับลูกสาวอยู่สองคน พอเห็นหมิงจูนำปลามาเอง เธอก็รีบรับไปอย่างเกรงใจ “โธ่เอ๊ย เราเป็นคนเชิญ ทำไมพวกเธอถึงต้องมาเปลืองเงินด้วย!”
“เปลืองอะไรกันคะ ปลานี่ก็จับมาจากแม่น้ำทั้งนั้น” หมิงจูพูดพลางล้างมือ เตรียมจะช่วยทำเกี๊ยว
หมิงชุนนีเห็นดังนั้นก็เตรียมตัวจะเข้าไปช่วยเช่นกัน เพราะอยากให้หมิงจูได้พัก
“คุณป้า ทำงานมาทั้งวันแล้ว คนที่ควรพักผ่อนต้องเป็นป้าสิคะ”
“ฉันไม่เหนื่อยเลย ช่วงนี้ฉันมีเรี่ยวแรงดี ใช้ไม่หมดเลยละ”
เจียงชุ่ยหลันเห็นสองป้าหลานคุยกัน เธอก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้ชุนนีดีขึ้นมาก ดูไม่เหมือนคนป่วยเลยสักนิด”
หมิงจูหันมอง สบตากับหมิงชุนนีพอดี “ใช่ค่ะ คุณป้าของฉันหายดีแล้ว ตอนนี้มีสติครบถ้วนเลย”
หมิงชุนนีเขินอายก้มหน้าลง มือก็กลิ้งแป้งไปแล้วพูดว่า “อืม เพราะจูจูช่วยด้วยการให้ฉันดื่มน้ำไท่สุ้ยทุกวัน”
เจียงชุ่ยหลันได้ยินก็รู้สึกเห็นด้วยกับถ้อยคำนั้น “จูจู เธอไม่ได้ช่วยแค่คุณป้าของเธอเท่านั้นนะ เธอยังเป็นผู้มีพระคุณของฉันด้วย! ดูสิ แต่ก่อนฉันเจ็บออดๆ แอดๆ แต่พอได้ดื่มน้ำเต้าหู้ไม่กี่วันก็ดีขึ้นมากเลย เช้านี้ฉันตื่นมา ไม่ต้องให้ต้าเสี่ยวกับเอ้อร์เสี่ยวช่วย ฉันก็บดเต้าหู้เองได้ทั้งหมด ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย!”
หมิงจูยิ้มละมุน “งั้นก็ดื่มต่อไปนะคะ การฟื้นฟูร่างกายสำคัญกว่าเรื่องไหนๆ ค่ะ”
ในวันข้างหน้า เธออาจจะจากไปพร้อมกับเจียงตั่ว จึงไม่สามารถให้น้ำพุวิเศษกับพวกหล่อนได้อีกแล้ว
แทนที่จะให้คนเหล่านี้พึ่งพาเธอเพียงชั่วคราวเพื่อให้มีรายได้ น่าจะดีกว่าถ้าช่วยให้พวกเขามีสุขภาพที่ดี หลังจากนโยบายเปิดกว้างในอนาคต พวกเขาก็สามารถทำมาหากินด้วยตัวเองได้แล้ว
ทั้งสามเพิ่งทำเกี๊ยวเสร็จ ก็ได้ยินเสียงหมิงต้าโหย่วดังขึ้นจากนอกบ้าน…
“ผู้กองเจียงก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ? นายบาดเจ็บอยู่ ทำไมไม่พักผ่อนอยู่บ้านให้มากกว่านี้หน่อยล่ะ?”
เจียงตั่วตอบกลับอย่างเฉยชา “มาเป็นแขกครับ”
หมิงต้าเฉิงที่อยู่ข้างๆ ก็ลุกขึ้นถามว่า “พี่มาที่นี่ทำไมเหรอ?”
จากในครัว เจียงชุ่ยหลันหันไปมองคนข้างนอก ดวงตาฉายแววขุ่นเคือง “ไม่ต้องถามหรอก ต้องมาใช้ให้ไปทำงานอีกแล้วแน่ๆ!”
เป็นไปตามคาด หมิงต้าโหย่วพูดตรงๆ อย่างไม่เกรงใจ “บ้านฉันจะสร้างกำแพงหลังบ้าน พรุ่งนี้พอนายทำงานที่เขตก่อสร้างเสร็จแล้ว มาช่วยสร้างให้ฉันหน่อยนะ”
ได้ยินดังนั้น เจียงชุ่ยหลันก็กลอกตา แล้วพูดกับหมิงจูว่า “เห็นไหม เขาชอบมาแบบนี้ตลอดแหละ ปกติไม่เคยสนใจเรา พอถึงเวลาต้องทำงาน ลุงใหญ่ของเธอก็กลายเป็นน้องชายของเขาไปเลย”
หมิงจูยิ้มแล้วลดเสียงลง “ถ้าไม่อยากทำก็ปฏิเสธไปสิคะ”
“ลุงใหญ่ของเธอเป็นคนซื่อ จะปฏิเสธคนอื่นเป็นได้ยังไง?”
หมิงจูเอาศอกสะกิดแขนเจียงชุ่ยหลันเบาๆ แล้วกระซิบ “ลุงใหญ่ทำไม่ได้ ก็ยังมีคุณอยู่นะคะ”
เธอจับแขนเจียงชุ่ยหลันให้มาด้วย “ไปค่ะ ออกไปดูกันเถอะ”
ทั้งสองเดินออกมาที่ลานบ้าน เมื่อหมิงต้าโหย่วเห็นหมิงจูอยู่ด้วย เขาก็ขมวดคิ้วทันที แล้วฝืนยิ้มอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “หมิงจูก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ”
“ใช่ค่ะ หัวหน้าหมู่บ้าน ลุงใหญ่เชิญพวกเราสามคนมากินข้าวเย็นด้วยกันค่ะ!”
เลี้ยงข้าวเหรอ?
สายตาหมิงต้าโหย่วเหลือบมองเข้าไปในครัว เห็นบนโต๊ะมีเกี๊ยวแป้งดำวางอยู่สองกระด้ง!
เขาคิดถึงเมื่อก่อนว่าบ้านหมิงต้าเฉิงยากจนขนาดไหน อย่าว่าแต่เกี๊ยวเลย แม้แต่อาหารก็ยังไม่พอจะกิน แต่ตอนนี้เพราะเจียงชุ่ยหลันทำเต้าหู้ตามหมิงจู ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นแล้ว
เขารู้สึกไม่พอใจเอาเสียเลย มุมปากเผยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ซ่อนไม่มิด “พวกเธอโชคดีจริงๆ เลยนะ ขนาดฉันที่เป็นลูกพี่ลูกน้องยังไม่เคยกินเกี๊ยวบ้านเขาเลย ปลานี่ไม่ต้องพูดถึงเลยมั้ง”
หมิงต้าเฉิงได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าเงียบ ส่วนเจียงชุ่ยหลันก็โกรธเป็นฟืนไฟ แต่เถียงไม่ออก
หมิงจูเห็นทั้งสองคนเป็นแบบนี้ไปเสียแล้วเธอก็อึดอัดแทนพวกเขา เธอเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มหวาน “หัวหน้าหมู่บ้าน คุณกับลุงต้าเฉิงก็มีการไปมาหาสู่กันบ่อยเหรอคะ?”
“เธอพูดอะไรออกมา เราเป็นญาติกันนะ!”
หมิงจูทำหน้าไร้เดียงสา และแสร้งทำเป็นสงสัย “งั้นหนูจำผิดไปหรือเปล่าคะ รู้สึกว่าหนูเคยเห็นลุงต้าเฉิงกับป้าสะใภ้เจอคุณบนถนนหลายครั้งแล้ว พวกเขาทักทาย แต่คุณก็ไม่สนใจพวกเขาเลยไม่ใช่เหรอคะ?”