ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 86 จะไม่ช่วยเธออีกแล้ว
“ซ่งเสวี่ย เธออายุสิบสี่ปี ไม่ใช่เด็กอีกแล้วนะ เมื่อกี้เธอโดนวางยา แม่กับพี่สาวของเธอตั้งใจจะช่วย แต่พ่อกับแม่ม่ายแก่คนนี้กลับขัดขวางเต็มที่ พวกเขาต้องการเอาชีวิตของเธอมารีดไถเงินฉัน ถ้าเธอโกหก ต่อให้ครั้งนี้พวกเขาไม่วางยาพิษเธอจนตาย ก็ไม่แน่ว่าจะไม่มีครั้งหน้า ถึงตอนนั้นฉันคงไม่ช่วยเธออีกแล้ว!”
เมื่อเห็นซ่งเสวี่ยมีท่าทีลังเล แม่ม่ายแก่ก็พูดขึ้นทันทีว่า “เสี่ยวเสวี่ย พ่อของแกน่ะดีกับแกมากกว่าพี่สาวเยอะ แกคงไม่ไร้หัวใจถึงขั้นไปช่วยผู้หญิงบ้าคนนี้ทำร้ายพ่อใช่ไหม ถ้างั้นของที่พ่อเคยสัญญาว่าจะให้ก็ไม่ได้เลยสักอย่าง พ่อแกฟื้นขึ้นมา ไม่ฆ่าแกให้ตายก็แปลกแล้ว”
ซ่งเสวี่ยกลัว เธอไม่กล้าสบตาแม่ม่ายแก่ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองหมิงจู “พ่อกับแม่ไม่ได้ให้อะไรกินเลย พวกเขาแค่คุยด้วยเท่านั้นเอง”
แม่ม่ายแก่ดีใจ นังเด็กนี่ยังฉลาด เธอเงยหน้ามองหมิงจูอย่างทะนง “ได้ยินแล้วใช่ไหม? พวกเราไม่ได้ทำร้ายเสี่ยวเสวี่ย เด็กคนนี้ติดพิษในบ้านของแก ชดใช้เงินมา! ไม่งั้นฉันจะส่งแกเข้าคุก!”
หมิงจูมองซ่งเสวี่ยอย่างผิดหวัง เธออุตส่าห์มอบโอกาสให้แล้ว แต่ซ่งเสวี่ยก็ยังไร้ประโยชน์!
เธอเยาะเย้ย แล้วหันไปมองแม่ม่ายแก่ พูดอย่างใจเย็นว่า “ได้สิ งั้นพวกคุณก็ส่งฉันเข้าคุกเลย”
หมิงชุนนีได้ยินดังนั้นก็รีบเดินไปขวางหน้าหมิงจู แล้วตะโกนใส่แม่ม่ายแก่ว่า “ไม่ได้! พวกแกโกหก! จูจูของฉันไม่ได้วางยาเลย เช้าวันนี้เธอไม่ได้อยู่บ้านด้วยซ้ำ กับข้าวฉันเป็นคนทำ!”
แม่ม่ายแก่แค่นเสียง “งั้นแกก็เป็นแม่ที่ชั่วสุดๆ ไปเลย เพื่อหลานสาวคนหนึ่ง ถึงขั้นทำร้ายลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองได้ลงคอ โหดเหี้ยม!”
“ฉันไม่ได้วางยา…”
หมิงจูจับแขนหมิงชุนนีที่โกรธจนตัวสั่น “คุณป้า จะโกรธไปทำไมคะ? ป้าอาจจะยังไม่รู้ คนของสถานีตำรวจสามารถเอาอาหารของเราไปตรวจสอบได้ มีพิษไม่มีพิษ ตรวจปุ๊บก็รู้ปั๊บ ป้ากับซ่งเคอไม่เป็นไร นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าอาหารบ้านเราสะอาดแน่นอน ในเมื่อไม่มีหลักฐาน ตำรวจก็ไม่มีทางรังแกพวกเราได้หรอก วันนี้คนสกุลซ่งสารเลวกับแม่ม่ายแก่จะต้องเสียเวลาเปล่าแล้วล่ะ”
แม่ม่ายแก่ได้ยินดังนั้นก็ร้อนรน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจพบพิษในอาหารของพวกเขา
แต่สมองของเธอก็ฉับไว ยกมือชี้ไปทางซ่งเป่ากั๋วที่อยู่บนพื้น “ใครว่าพวกเรามาเสียเวลาเปล่า ถึงเรื่องพิษจะไม่มีผลอะไร แต่แกก็ทำร้ายซ่งเป่ากั๋ว พวกเรายังฟ้องเอาผิดได้อยู่ดี”
“คนสกุลซ่งสารเลวนี่ที่ถูกฉันทำร้ายเหรอ? ขอดูหน่อย” หมิงจูพูดแล้วเดินไปใกล้ซ่งเป่ากั๋ว ย่อตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะแทงเข็มที่ร่องจมูกของเขาอย่างแรง
ซ่งเป่ากั๋วที่สลบอยู่รู้สึกเจ็บจี๊ดทั่วร่างกาย เบิกตาโพลงขึ้นมาทันที
หมิงจูยืดตัวตรง เหลือบหน้ามองแม่ม่ายแก่ “เขาก็สบายดีนี่นา?”
แม่ม่ายแก่ตกตะลึง ยัยหมิงจูเก่งขนาดนี้เลยหรือ?
ซ่งเป่ากั๋วยันตัวลุกขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่สลบไป แต่ก็รู้ตัวดีว่าโดนหมิงจูทุบ
เขาลูบต้นคอที่ยังเจ็บปวดพร้อมกับชี้ไปที่หมิงจูและด่าว่า “หมิงจู แกกล้าดักทำร้ายฉันข้างหลังรึ คิดว่ามีเจียงตั่วปกป้องแล้วฉันจะทำอะไรไม่ได้งั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว ฉันอาศัยบารมีของเจียงตั่ว แกทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” เธอพูดแล้วชี้ไปทางซ่งเสวี่ยที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา “พาลูกสาวไม่รู้จักบุญคุณของแกออกไปจากหน้าบ้านฉันซะ”
ซ่งเป่ากั๋วหันไปมองซ่งเสวี่ยที่มีท่าทางน้อยใจ แล้วขมวดคิ้ว นังเด็กนี่ตื่นได้ยังไงกัน?
แล้วอย่างนี้เขาจะจัดการนังสารเลวหมิงจูได้อย่างไร?
หมิงจูเดินเข้าไปหาหมิงชุนนีที่กอดซ่งเสวี่ยไว้ไม่ยอมปล่อย
หมิงชุนนีเงยหน้ามองหมิงจูด้วยสายตาอ้อนวอน เธอไม่อยากให้ซ่งเสวี่ยไปกับสองคนนั้น กลัวว่าพวกเขาจะวางยาซ่งเสวี่ยอีก
แต่หมิงจูพูดว่า “คุณป้า ซ่งเสวี่ยไม่ใช่เด็กแล้ว เธออายุสิบสี่ปี เมื่อกี้เธอก็เลือกแล้วนี่คะ เธอเลือกที่จะอยู่ข้างพ่อที่วางยาตัวเอง ไม่ได้เลือกพวกเรา ฉะนั้นคุณป้าก็ควรเคารพการตัดสินใจของเธอด้วย”
เธอว่าพลางมองซ่งเคอ “มาช่วยพยุงแม่ของเธอกลับเข้าไปพักผ่อน”
ซ่งเคอพยักหน้า แล้วเดินไปประคองหมิงชุนนี
แม่ม่ายแก่เห็นดังนั้น คิดว่าไม่ได้การแล้ว เธอเดินไปผลักซ่งเป่ากั๋วหนึ่งครั้ง ลูบหน้าท้อง แล้วพูดอย่างเกรี้ยวกราด “ซ่งเป่ากั๋ว แกเป็นใบ้ไปแล้วหรือไง! ยังอยากให้ฉันกลับไปคลอดลูกชายอีกไหม? ไม่มีเงินก็ต้องพาลูกสาวกลับไปสักคนสิ แต่ฉันไม่เอาซ่งเสวี่ยนะ อายุยังน้อย ใช้การก็ไม่ได้ แถมเพิ่งโดนยาพิษมาอีก ร่างกายไม่แข็งแรงแบบนี้ยังต้องเลี้ยงดูอีกหรือไง เราเอาซ่งเคอกลับไปดีกว่า ตอนนี้เธอกำลังทำงานได้ อีกไม่กี่เดือนก็จะแต่งงานได้แล้วด้วย”
ซ่งเป่ากั๋วคิดว่าคำพูดของแม่ม่ายแก่มีเหตุผล “ซ่งเสวี่ย ต่อไปแกต้องอยู่กับแม่ ส่วนซ่งเคอ ตามฉันกลับบ้าน”
ซ่งเสวี่ยได้ยินดังนั้นก็เบะปากร้องไห้ทันที
หมิงจูมองอย่างรังเกียจ ไม่คิดจะสนใจเธอเลย ส่วนซ่งเคอที่กำลังประคองหมิงชุนนีอยู่ก็หันไปส่ายหน้าแรงๆ ให้ซ่งเป่ากั๋ว “หนูไม่กลับค่ะ หนูจะอยู่กับแม่!”
วันนี้ซ่งเป่ากั๋วล้มเหลวไม่เป็นท่า เดิมทีก็โกรธมากพอแล้ว ยังต้องมาเห็นลูกสาวสารเลวคนนี้กล้าขัดขืนอีก
เขาโมโหจัด เดินเข้าไปจะตบหน้าซ่งเคอทันที…
ซ่งเคอกลัวจนรีบหลับตาและหดคอ แต่ความเจ็บปวดที่คาดไว้ก็ไม่ได้มาถึง
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วเห็นญาติผู้พี่ที่สูงพอกันกับเธอยืนอยู่ข้างหน้า
หมิงจูปัดมือของซ่งเป่ากั๋วออกไป แล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า “ซ่งเป่ากั๋ว ถ้าอยากจะตบตีก็กลับไปตบตีแม่แกโน่น แกไม่มีสิทธิ์ลงไม้ลงมือกับเธอ!”
“นี่ลูกสาวของฉัน!”
“แล้วไง? ต่อหน้าฉัน แกจะแตะต้องแม่ลูกคู่นี้ไม่ได้อีกแม้แต่ปลายนิ้ว!”
“แก…” ซ่งเป่ากั๋วกัดฟันแน่น เขาเอาชนะหมิงจูไม่ได้ไม่เป็นไร กลับไปได้ค่อยจัดการซ่งเคอ
เขาจ้องมองซ่งเคอแล้วตะคอก “ไสหัวออกมา! กลับไปถึงบ้านเมื่อไหร่ ดูซิว่าฉันจะตีไม่ให้ตายได้ไหม!”
ซ่งเคอมองซ่งเป่ากั๋วอย่างหวาดกลัว แล้วนึกถึงสองวันที่ผ่านมาที่หมิงจูตอบโต้เขาอย่างแข็งกร้าว
เธอกัดฟันแน่น ดึงแขนหมิงจูแล้วคุกเข่าลงต่อหน้า เงยหน้ามองขอบตาแดงก่ำ น้ำตาไหลเป็นสายไม่หยุด อ้อนวอนด้วยความน้อยใจ “พี่สาว ช่วยหนูด้วยค่ะ! หนูกลับไปกับพวกเขาไม่ได้ ลูกชายของแม่เลี้ยงเป็นคนไม่ได้เรื่อง หาภรรยาไม่ได้ เธออยากจะจับหนูแต่งงานกับลูกชายของเธอ หนูไม่เต็มใจเลย ลูกชายคนนั้นน่ะ เขามันสารเลว!”
แม่ม่ายแก่ได้ยินดังนั้นก็โมโหด่าว่า “นังตัวดี! แกว่าใครสารเลว!”
ซ่งเคอมองแม่ม่ายแก่อย่างไม่กลัวตาย วันนี้ถ้าถูกพาตัวกลับไป สู้ตายเสียตรงนี้เลยดีกว่า!
“เขาสารเลวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พ่อคะ พ่อเองก็รู้ว่าตอนหนูอายุสิบห้า ซุนเต๋อไฉเคยไปที่ห้องของหนูกับน้องสาวตอนกลางคืน แต่แม่เลี้ยงไม่ยอมให้พ่อจัดการเขา พ่อก็เลยไม่เคยยื่นมือมาช่วยสักครั้ง ทำให้สองปีมานี้ไม่ว่าจะร้อนแค่ไหนหนูก็ต้องปิดประตูห้องนอนตลอด ปีนี้เขายิ่งไม่เกรงใจ ตอนที่พ่อกับแม่ไม่อยู่ก็เข้ามาโอบไหล่ หนูกลัวเขาค่ะ!”
หมิงชุนนีได้ยินเรื่องราวเหล่านี้แล้วก็แทบใจสลาย เธอเข้าไปกอดซ่งเคอ คนที่เคยกลัวซ่งเป่ากั๋วอย่างสุดซึ้งอย่างเธอ ตอนนี้เงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างแค้นเคือง “ซ่งเป่ากั๋ว แกมันไม่ใช่คน! รังแกฉันแค่คนเดียวก็พอแล้ว ปล่อยให้คนอื่นมารังแกลูกสาวของแกแบบนี้ได้ยังไง!”
แม่ม่ายแก่แค่นเสียง “ลูกชายฉันไม่ได้ทำอะไรลูกสาวแกจริงๆ สักหน่อย แค่จับนิดจับหน่อยจะเป็นอะไรไป? ดูพวกแกสิว่าวิเศษวิโสแค่ไหน ลูกชายฉันหน้าตาดี เขามาชอบลูกสาวของแกน่ะเป็นโชคดีของเธอแล้วต่างหาก!”
กล้าพูดออกมาได้นะ หมิงจูระเบิดหัวเราะออกมาทันที กิริยาถากถางจนคนเห็นหน้าร้อนผ่าว…