ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 87 จะคลอดอีกคนแล้วหรือ?
“นี่ ยัยแม่ม่าย ถ้าไม่เห็นว่ามีหน้ามีตาเหมือนคนอยู่ นึกว่าโผล่มาจากส้วมหลุมไหนซะอีก อ้าปากพูดได้สักทีก็พ่นแต่เรื่องน่ารังเกียจออกมาไม่หยุดหย่อน ลูกชายสุดหล่อเก่งกาจบ้านแกที่อายุสามสิบกว่าแล้วยังไม่มีใครเอานั่นน่ะ น้องสาวของฉันไม่มีวาสนาพอที่จะรับไว้หรอก แกเองก็ชอบเล่นกับผู้ชายอายุน้อยคราวลูกอยู่แล้วไม่ใช่หรือ งั้นก็เก็บไว้ใช้เองเลยสิ”
ทันทีที่แม่ม่ายได้ยิน พลันโมโหสุดขีด ใบหน้าบึ้งตึง ด่ากราดกลับไปว่า “สารเลวไร้มารยาท แกอยากหาเรื่องตายเรอะ!”
“สารเลวนี่ว่าใครนะ?”
“ว่าแกนั่นแหละ!”
หมิงจูหัวเราะ
แม่ม่ายแก่เริ่มตั้งสตินึกขึ้นได้ว่าสถานการณ์ชักจะไม่ดี เธอชี้หน้าหมิงจูแล้วกัดฟัน พูดด้วยความเกลียดชัง “แกไม่จำเป็นต้องมาปากกล้าแถกับฉันอยู่ตรงนี้หรอก ฉันจะบอกให้ว่าซ่งเป่ากั๋วต่างหากที่เป็นพ่อของซ่งเคอ เรื่องของหล่อนยังไม่ถึงคราวที่แกจะมาตัดสินใจ”
“ซ่งเคอไม่ได้มีแค่พ่อ ยังมีแม่ด้วยนะ” เธอหันมาหาหมิงชุนนี “คุณป้า ลูกสาวของป้าไม่อยากไปแล้ว อยากอยู่กับป้าแบบนี้ จะรับไว้ไหมคะ?”
หมิงชุนนีพยักหน้าแรงๆ “ฉันรับ! ลูกสาวคนนี้ใครก็เอาไปไม่ได้ ฉันจะรับไว้!”
ซ่งเป่ากั๋วชี้หน้าหมิงชุนนี “ลูกสาวฉันเป็นคนเลี้ยงมา แกมีสิทธิ์อะไรถึงจะมาเอาไป!”
“แกพูดว่าฉันมีสิทธิ์อะไรเนี่ยนะ!” หมิงจูมองซ่งเป่ากั๋วอย่างเย็นชา “ซ่งเคอเป็นลูกสาวของคุณป้าฉันไงล่ะ ตอนนี้ซ่งเคอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธออยากจะอยู่กับใครก็เป็นอิสระของเธอ แม้แต่ตำรวจมาก็ยังต้องเคารพความคิดของซ่งเคอเลย”
ซ่งเป่ากั๋วโกรธจัด ซ่งเคอไม่ยอมไป หมิงจูไม่เปิดทาง เขาก็ไม่กล้าฉุดคนกลับบ้านด้วย
เพราะหมัดของเจียงตั่ว… รุนแรงมาก!
หรือว่าวันนี้ที่หมิงจูเข้ามาป่วน จะทำให้เขาสูญเสียทั้งเมียและทหารไปหมดเลยหรือนี่?
แม่ม่ายแก่เป็นคนเจ้าเล่ห์กว่าอยู่แล้ว จึงรีบพูดแทรกขึ้นว่า “ซ่งเคออยากอยู่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ แต่หลายปีมานี้ที่หล่อนกินดื่มอยู่ที่บ้านสกุลซ่ง ฉันก็มีส่วนร่วมเลี้ยงดูด้วย พวกแกต้องชดเชยเงินมา!”
ซ่งเป่ากั๋วรีบพูดเสริม “ถูกต้องแล้ว จ่ายเงินมา!”
แม่ม่ายแก่ดันเขาไปทีหนึ่ง “แค่เงินไม่พอหรอก ต้องแบ่งไท่สุ้ยให้เราครึ่งหนึ่งด้วย!”
“อ๋อ…” หมิงจูทำท่าทางเหมือนเพิ่งเข้าใจ “ตั้งใจจะขายลูกสาวของคุณป้าคืนให้คุณป้าเหรอคะ คิดคำนวณมาดีจริงๆ เลยนะ!”
ซ่งเคอไม่คิดว่าพ่อจะเอาตัวเธอมาแลกกับไท่สุ้ยเช่นนี้ หัวใจของเธอเหมือนพังทลายลงในทันที จบสิ้นแล้ว!
ของสำคัญอย่างไท่สุ้ย ญาติผู้พี่จะยกให้…
“ได้!”
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีทางสำเร็จแน่ หมิงจูกลับตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ทุกคนถึงกับตะลึง!
บรรยากาศรอบข้างเงียบไปเกือบครึ่งนาที จู่ๆ แม่ม่ายแก่ก็พูดด้วยความตื่นเต้นว่า “แกตกลงแล้วเหรอ งั้นก็ห้ามกลับคำนะ!”
“ฉันจะกลับคำทำไม? ไท่สุ้ยก็ดี เงินก็ดี เป็นของนอกกายทั้งนั้น เทียบไม่ได้กับความสุขของคุณป้าฉัน และไม่สำคัญเท่าอนาคตและความบริสุทธิ์ของน้องสาวฉันเลย”
ขอบตาของซ่งเคอแดงก่ำน้ำตาไหลพราก เธอกุมมือหมิงชุนนีแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
พ่อแท้ๆ เอาเธอไปขายเหมือนสิ่งของ แต่ญาติผู้พี่ที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกันกลับยกของสำคัญขนาดนั้นให้ไปเพื่อช่วยเหลือเธอ!
หมิงจูพูดต่อ “ซ่งเป่ากั๋ว เรื่องเงินน่ะ เมื่อวานเราคำนวณกันไปแล้ว เดิมทีบ้านพวกแกทำร้ายคุณป้าฉัน ยังต้องจ่ายเงินชดเชยให้เราอีก แต่… ช่างเถอะ เพื่อที่ต่อไปจะได้ไม่ต้องเห็นแมลงสาบสกปรกน่ารังเกียจสองตัวอย่างพวกแกอีก เรื่องเงินฉันก็ไม่เอาแล้วก็ได้ ไท่สุ้ยฉันจะแบ่งให้ครึ่งหนึ่งแล้วกัน แต่ในเมื่อรับของไปแล้ว ก็ต้องเขียนหนังสือสัญญาไว้กับฉันด้วย”
ซ่งเป่ากั๋วลากแม่ม่ายแก่ไปที่มุมหนึ่ง ทั้งสองกระซิบกระซาบกันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกลับมา ซ่งเป่ากั๋วยืนยัน “ไม่มีปัญหา!”
หมิงจูพยักหน้า มองไปที่หมิงชุนนีข้างกาย “คุณป้า เจียงตั่วอยู่ที่กองผลิต ป้าไปหาเขา บอกสถานการณ์ที่นี่ให้เขาฟัง แล้วก็ไปหาคนมาเป็นพยานให้เราอีกสักสองสามคนทีนะคะ ดีที่สุดคือให้หัวหน้าหมู่บ้านมาเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้”
เรื่องเช่นนี้จะขาดตัวละครสำคัญไปได้อย่างไร?
แล้วสองคนที่อยู่ตรงข้าม พอได้ยินว่าหมิงจูให้ไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน พวกเขาก็แอบสบตากันด้วยความยินดี
หมิงชุนนีพยักหน้าตอบรับ เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็หันกลับมามองซ่งเสวี่ย “เสี่ยวเสวี่ย ลูกอยากอยู่กับแม่ต่อไปไหม?”
ลูกสาวทั้งสองเป็นเลือดเนื้อของเธอทั้งคู่ การให้ทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไป เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน
เพราะซ่งเสวี่ยก็อายุสิบสี่แล้ว แถมลูกชายของแม่ม่ายแก่ก็ไม่ใช่คนดีนัก…
ซ่งเสวี่ยหันไปมองซ่งเป่ากั๋วอย่างลังเล ที่จริงแล้วเธอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่ แล้วก็กลัวว่าพ่อจะพาเธอกลับบ้าน
แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร แม่ม่ายแก่ก็เปิดปากเรียกค่าไถ่อย่างหน้าไม่อาย “ลูกสาวหนึ่งคนแลกกับไท่สุ้ยครึ่งหนึ่ง”
ซ่งเสวี่ยขมวดคิ้ว หมิงจูเกลียดเธออยู่แล้ว แถมเธอก็ดื้อรั้น หมิงจูคงไม่ยอมแลกเธอกลับไปหรอก
แน่นอนว่าหมิงจูตอบกลับอย่างเย็นชา “คนที่ไม่รู้จักบุญคุณแบบนี้ ไม่คู่ควรกับไท่สุ้ยครึ่งหนึ่งของฉันหรอก”
ซ่งเสวี่ยก้มหน้าลง ไม่พูดอะไร
หมิงจูชำเลืองตามอง ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าคุณป้า เธอคงไม่สงสารยัยโง่นี่หรอก!
เธอหันกลับมามองซ่งเป่ากั๋ว กอดอกด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง และพูดอย่างไม่ยอมว่า “ในเมื่อพวกแกไม่รู้จักชั่วดีขนาดนี้ งั้นไท่สุ้ยนั่นฉันก็ไม่ให้แล้ว ส่วนซ่งเคอกับซ่งเสวี่ยพวกแกอย่าหวังจะพาไปได้ ถ้าพวกแกกล้าแตะต้องพวกเธอแม้แต่นิดเดียว ฉันจะเรียกตำรวจมา! พวกแกสองคนไสหัวไปได้แล้ว”
ซ่งเสวี่ยเงยหน้าขึ้นทันที หมิงจู…เก็บฉันไว้เหรอ?
ซ่งเป่ากั๋วหันไปสบตาแม่ม่ายแก่…
แม่ม่ายแก่ก็รู้ว่าหมิงจูเป็นคนหัวรั้น ไม่ใช่คนที่ควรไปยุ่งด้วย เธอจึงคิดถึงประโยชน์ส่วนตนก่อน และบ่นกับซ่งเป่ากั๋วว่า “พอแล้ว พอแล้ว บ้านก็มีคนเยอะอยู่แล้ว ฉันก็กำลังจะคลอดอีกคน เลี้ยงคนว่างงานไว้เยอะขนาดนี้ แกไม่เหนื่อย ฉันก็ไม่อยากดูแลแล้ว ให้พวกหล่อนไปเถอะ”
ซ่งเป่ากั๋วครุ่นคิด แล้วก็พบว่ามันเป็นความจริง ประกอบกับเมื่อครู่เขาได้ใช้ซ่งเสวี่ยเป็นข้ออ้าง จึงรับประกันไม่ได้ว่าเธอจะไม่น้อยใจในภายหลัง
เขากระแอมไอเล็กน้อย “เสี่ยวเสวี่ย แกก็ไปอยู่กับแม่เถอะ พอถึงเวลาที่น้องชายเกิดมา บ้านเราก็ไม่มีที่ให้นอนแล้ว”
หมิงชุนนีดีใจมาก โชคดีที่มีหมิงจูอยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีทางได้ลูกทั้งสองคนกลับคืนมา
ซ่งเสวี่ยก็ถอนหายใจโล่งอกอยู่ลึกๆ เธอชำเลืองสายตาแอบมองหมิงจูห่างๆ แต่หมิงจูก็จ้องตาขุ่นใส่
หมิงจูให้สองพี่น้องรออยู่ในบ้าน ส่วนเธอกลับไปที่ห้องเพื่อนำไท่สุ้ยออกมา แล้วก็เดินไปที่กองผลิต
เจียงตั่วที่ได้รับข่าวจากคุณป้าของเธอก็ยืนรออยู่หน้าประตูแล้ว
เธอยิ้มกว้างและเดินเข้าไปหา “ผู้กองเจียง ทำไมคุณออกมาข้างนอกล่ะคะ?”
“รอเธออยู่” เจียงตั่วซึ่งเดิมคิดว่าการที่ต้องแบ่งไท่สุ้ยให้คนอื่น หมิงจูจะต้องไม่พอใจเป็นแน่ แต่ไม่คาดคิดว่าเธอกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“ไท่สุ้ยนี่…”
หมิงจูยักไหล่ “ไม่เป็นไรค่ะ เงินทองเป็นของนอกกายอยู่แล้ว”
เธอพูดอย่างนั้น แต่ในใจมีการคำนวณไว้แล้วถึงสองชั้น
หนึ่ง เธอคิดจะไปจากที่นี่กับเจียงตั่วในภายหลัง หากจู่ๆ ก็ตัดน้ำไท่สุ้ยจากทุกคน เธอก็เกรงว่าจะเกิดความไม่พอใจขึ้นได้ สู้ใช้โอกาสนี้ให้คนอื่นรู้ว่าของในมือเธอหายไปครึ่งหนึ่ง และประสิทธิภาพก็ค่อยๆ ลดลง หากตัดไปช้าๆ เช่นนี้ ผู้คนก็คงยอมกันไปเอง
สอง นั่นเพราะว่าหมิงต้าโหย่ว ในเมื่อเขาจงใจหาเรื่องก่อน โยนหินลงในทะเลสาบที่สงบเงียบ นำพาพวกคนเลวจากตระกูลซ่งมาทำเรื่องน่ารังเกียจถึงที่นี่ คิดว่าเธอจะปล่อยเขาไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
แน่นอนว่าต้องจัดการเขา!
เธอขยิบตาให้เจียงตั่วแล้วยิ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
เจียงตั่วเห็นสีหน้าเช่นนี้ เขาก็รู้ทันทีว่าเธอไม่ยอมเสียเปรียบแน่นอน…