ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที 78 หมิงจูโมโหขาดสติจนอยากจะฆ่าคน
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที 78 หมิงจูโมโหขาดสติจนอยากจะฆ่าคน
หมิงจูคว้ามีดทำครัวพุ่งออกไป รวดเร็วราวกับบินได้
พอไปถึงลานตากข้าวก็เห็นผู้คนมารวมตัวกัน
เธอเบียดแทรกเข้าไปและเห็นหมิงชุนนีกำลังก้มหน้า ตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลังเจียงชุ่ยหลัน
ส่วนซ่งเป่ากั๋วที่อยู่ตรงข้ามกำลังชี้หน้าด่าเจียงชุ่ยหลันไม่หยุดปาก บอกว่าหล่อนอย่าจุ้นจ้านแล้วไสหัวไปซะ ไม่อย่างนั้นจะโดนอัดไปพร้อมกัน!
ซ่งเป่ากั๋วมีหญิงสาวสองคนตามหลังมา หมิงจูจำได้ทันทีจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมว่า นั่นคือลูกสาวทั้งสองคนของป้า อายุสิบหกปีและสิบสี่ปี ชื่อซ่งเคอและซ่งเสวี่ย
ทั้งที่เห็นพ่อกำลังจะตีแม่อยู่แท้ๆ พวกเธอกลับเอาแต่ก้มหน้า ไม่มีใครเข้าไปห้าม
หมิงจูเป็นคนใจร้อนเก็บอาการไม่อยู่ เธอเดินพรวดพราดเข้าไปแล้วเตะที่เอวด้านหลังของซ่งเป่ากั๋วอย่างรวดเร็ว
ซ่งเป่ากั๋วไม่ทันตั้งตัว เซไปข้างหน้าหลายก้าวแล้วล้มก้นจ้ำเบ้า ก่อนจะลุกขึ้นมาสบถว่า “ไอ้เวร! ใครวะ อยากหาเรื่องตายรึไง?!”
เขาหันกลับมาก็เห็นใบหน้าของหมิงจูที่เต็มไปด้วยความดุดัน
ซ่งเป่ากั๋วยันตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วแล้วตะคอกใส่ “หมิงจู? แกดูให้ดี ฉันเป็นลุงเขยแก ใครใช้ให้แกกล้าลงไม้ลงมือกับผู้ใหญ่แบบนี้!”
“เฮ้อ” หมิงจูเลิกคิ้วหัวเราะเยาะ “เมื่อกี้ฉันเดินมาจากข้างหลัง เห็นแต่สัตว์เดรัจฉานกำลังรังแกป้าของฉันอยู่ เมื่อกี้ยังสงสัยว่าได้ยินเสียงหมาเห่าจากไหน ที่แท้ก็เป็นยอดฝีมือด้านการตีเมียชื่อดังจากหมู่บ้านสกุลซ่งนี่เอง!”
ซ่งเป่ากั๋วหน้าทะมึน ชี้ไม้ชี้มือเป็นผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก “แกยังกล้าด่าคนอีกเหรอ ป้าแกโดนตีก็เพราะป้าแกสมควรโดนแล้ว ป้าแกมัน…”
หมิงจูเดินเข้าไป ตบหน้าเขาดังฉาด!
ซ่งเป่ากั๋วหน้าชาไปครู่หนึ่ง เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหญิงสาวตัวเล็กๆ ตบเข้าแล้ว เขาก็โกรธจนคว้าคอเสื้อหมิงจูไว้ ใบหน้าดุดัน “แกไอ้เด็กเวรนี่กล้าตบฉันเหรอ เชื่อไหมว่าฉันจะฆ่าแกให้ตาย!”
เจียงชุ่ยหลันเห็นดังนั้นก็จะเข้าไปช่วย แต่หมิงจูลงมือไปก่อนแล้ว
เธอไม่กลัวเลยสักนิด ยกเท้าถีบเข้าที่หัวเข่าของอีกฝ่าย!
อย่ามองว่าเธอตัวเล็กและแรงน้อยเชียว เพราะเธอรู้ดีว่าเตะตรงไหนจะทำให้เจ็บที่สุด!
แน่นอนว่าซ่งเป่ากั๋วร้องด้วยความเจ็บปวด งอตัวกอดหัวเข่า กระโดดหย็องแหย็ง!
หมิงจูอาศัยจังหวะที่เขากำลังกุมหัวเข่า จิกผมไว้แล้วดึงมีดทำครัวที่เขาเหน็บไว้ด้านหลังออกมา จ่อที่คอของซ่งเป่ากั๋ว น้ำเสียงที่เคยหวานหูในอดีตตอนนี้กลับเหลือเพียงความโหดเหี้ยม
“แกจะฆ่าฉันได้ไหม ฉันไม่รู้ แต่ฉันรู้ว่าถ้าวันนี้แกกล้าแตะต้องป้าฉันอีกแม้แต่เส้นขน ฉันจะฆ่าแกให้ตาย! ป้าฉันหย่ากับแกแล้ว แกยังกล้าบุกมาที่บ้านเพื่อรังแกคนอีกเหรอ? แกคิดว่าคนในครอบครัวฉันตายหมดแล้วรึไง!”
เธอพูดพร้อมกับกดมีดลงบนคอเขาอีกนิด
ซ่งเป่ากั๋วแต่เดิมไม่ได้ใส่ใจหมิงจูเลย แม้กระทั่งตอนที่โดนมีดจ่อคอ เขาก็ยังคิดว่าสาวน้อยตัวเล็กๆ คนนี้ไม่กล้าทำอะไรเขาจริงหรอก
แต่ตอนนี้… ความเย็นของคมมีดที่กดลงบนคอลึกลงเรื่อยๆ ทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“แก… แก… แกอย่าทำบ้าๆ พวกเราคุยกันดีๆ ก่อนได้!”
มุมปากหมิงจูแสยะยิ้มเย้ยหยัน “ตอนนี้เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะคุยกันดีๆ งั้นเหรอ? ตอนที่ครอบครัวสัตว์เดรัจฉานของพวกแกตีป้าฉัน ใครเคยพูดจาดีๆ ด้วยบ้าง? ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว! พูดมาสิว่าแกมาทำอะไร!”
ซ่งเป่ากั๋วกระสับกระส่ายด้วยความหวาดกลัว “คือ… คือว่าญาติผู้น้องของแกสองคน ได้ยินว่าป้าของแกหายป่วยแล้ว พวกเธอคิดถึงแม่ ก็เลยขอให้ฉันพามาเยี่ยมป้าของแก…”
หมิงจูเหลือบมองญาติผู้น้องทั้งสองคนที่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
การเผลอใจไปชั่วขณะนี้ทำให้ซ่งเป่ากั๋วสบโอกาส เขากำข้อมือของหมิงจูที่กำลังถือมีดไว้ อาศัยจังหวะนั้นยืดตัวขึ้น ใบหน้าดุดันเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วยกมือขึ้นจะตบตีเต็มแรง
เจียงชุ่ยหลันตะโกนออกมาว่า “หยุดนะ!”
แต่เธอยังไม่ทันเข้าใกล้หมิงจู ก็รู้สึกว่ามีร่างหนึ่งพุ่งผ่านไปข้างหน้า ป้องกันหมัดของซ่งเป่ากั๋วที่กำลังจะซัดลงมา
เมื่อเห็นว่าใครมาถึง เจียงชุ่ยหลันก็หยุดเท้าลง แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก…
หมิงจูเห็นเจียงตั่วที่ยืนขวางหน้าเธอ ก็ยิ้มอย่างสดใส
ระหว่างทางมาที่ลานตากข้าว เธอฝากให้หมิงสี่ช่วยไปเรียกเจียงตั่วที่หน่วยแล้ว และรู้ว่าเขาจะมาถึงทันเวลาแน่นอน
เมื่อยืนอยู่ข้างหลังชายคนนี้ ความรู้สึกปลอดภัยก็มากขึ้นทันควัน!
เจียงตั่วก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง เขาใช้แรงแขนอันแข็งแกร่งกระชากคอหิ้วซ่งเป่ากั๋วขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกไก่ แล้วต่อยที่หน้าอก!
ซ่งเป่ากั๋วร้องด้วยความเจ็บปวดขณะกุมหน้าอก “คุณเป็นใคร? หมิงจูจะเอามีดมาฆ่าฉันก่อน ฉันเป็นเหยื่อ ทำไมคุณถึงต่อยคนโดยไม่ถามไถ่เหตุผล!”
หมิงจูเท้าเอว กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องหยุดเมื่อได้ยินเจียงตั่วพูดด้วยเสียงหนักแน่นว่า “ฉันคือสามีของหมิงจู! ถ้าแกกล้าแตะต้องเธอ เตรียมตัวตายได้เลย!”
หมิงจูเหลือบมอง ผู้ชายของเธอนี่เท่จังเลย!
ซ่งเป่ากั๋วโกรธมาก เขาไม่เคยโดนดูหมิ่นขนาดนี้มาก่อน เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วพุ่งเข้าใส่เจียงตั่ว…
เจียงตั่วก็ไม่ยอมปล่อยผ่านนิสัยเสียของอีกฝ่าย เขาสั่งหมิงจูว่า “ถอยไป” จากนั้นก็รัวหมัดและลูกถีบสวนกลับไป ทำเอาอีกฝ่ายโอดโอยด้วยความเจ็บปวด!
หมิงจูถอยไปตามนั้น และยืนอยู่ข้างๆ เจียงชุ่ยหลันอย่างเชื่อฟัง
เจียงชุ่ยหลันสะกิดแขนเธอ แล้วกระซิบว่า “เมื่อกี้เธอทำให้ฉันตกใจแทบตาย นึกว่าเธอจะบ้าเลือดฆ่าคน แล้วก็กลัวว่าเธอจะโดนตบตีด้วย”
หมิงจูไม่ได้กลัวเลยสักนิด ถ้าเจียงตั่วมาช่วยไม่ทัน เธอก็ยังหลบหมัดของซ่งเป่ากั๋วได้ แล้วตั้งใจจะชิงโจมตีจุดตายของอีกฝ่ายก่อน
“ป้าของฉันถูกตีเหรอคะ?”
เจียงชุ่ยหลันพยักหน้า “ตอนที่ฉันมาถึง ก็เห็นเขาตบป้าของเธอไปทีหนึ่ง หลังจากนั้นฉันก็เข้าไปดึงหล่อนออกมา”
คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกล่าวว่า “ชุ่ยหลัน เธอมาช้าไปหน่อย ไม่ทันเห็นเขาตบหลายครั้ง! ที่ลานตากข้าวมีแต่พวกเราที่เป็นผู้หญิง พอจะเข้าไปห้ามก็ถูกผลัก เลยไม่กล้าเข้าไปอีก…”
หมิงจูขบฟัน มองหมิงชุนนีที่สภาพจิตใจย่ำแย่อย่างปวดใจ แล้วหันไปจ้องซ่งเป่ากั๋วอย่างอาฆาต “เจียงตั่ว จับเขาไว้!”
เจียงตั่วได้ยินดังนั้น เขาก็กดซ่งเป่ากั๋วลงได้อย่างง่ายดายด้วยความได้เปรียบอย่างสมบูรณ์
หมิงจูเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าซ่งเป่ากั๋ว แล้วเงื้อมือขึ้นตบหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
ใบหน้าดำคล้ำของซ่งเป่ากั๋วเริ่มมีรอยเลือด เขาเห็นว่าหมิงจูไม่เหมือนหมิงชุนนีที่ยอมให้รังแกง่ายๆ และเขาก็ตีสามีของหมิงจูไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่ร้องขอชีวิต “อย่า… อย่าตีเลยจูจู เห็นแก่ญาติผู้น้องของแกสองคน อย่าตีอีกเลย เดี๋ยวได้มีคนตายกันจริงๆ หรอก!”
หมิงจูตีจนมือเจ็บ จึงหยุดการกระทำนั้นลง แล้วยกเท้าถีบขาเขาอย่างแรงอีกครั้ง…