ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 500 เจ้าไม่กลัวจะโดนผู้อื่นนินทาว่าเป็นสุนัขหรือ
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 500 เจ้าไม่กลัวจะโดนผู้อื่นนินทาว่าเป็นสุนัขหรือ
บทที่ 500 เจ้าไม่กลัวจะโดนผู้อื่นนินทาว่าเป็นสุนัขหรือ
ในนิยายไม่เคยกล่าวถึงว่าตอนเจ้าของร่างเดิมอยู่ในครอบครัว มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ทั้งยังไม่มีใครสืบสาวว่าในอดีตเซี่ยยวี่หลัวใช้ชีวิตอย่างไร
และไม่มีผู้ใดคิดจะสนใจ
ทว่า เซี่ยยวี่หลัวไม่เคยคาดคิดมาก่อน ว่าระหว่างที่อาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเซี่ย เจ้าของร่างเดิมจะมีชีวิตความเป็นอยู่เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เลี้ยงเสียอีก!
นางคิดมาตลอดว่าเจ้าของร่างเดิมได้รับผลจากการกระทำของตัวเอง แต่ตอนนี้ นางไม่คิดเช่นนั้นอีกต่อไป
คนบางคน ต้องคอยรักษาบาดแผลที่ได้รับมาในช่วงวัยเยาว์ไปชั่วชีวิต
ถึงแม้เซี่ยยวี่หลัวจะยโสโอหัง แต่จากในนิยายก็พอจะดูออก ว่านางเพียงแค่ไม่ชอบเซียวยวี่ จึงไปจากเซียวยวี่ ส่วนเซียวจื่อเมิ่งและเซียวจื่อเซวียน เด็กสองคนนั้นไม่ได้ตายเพราะนางมีจิตใจชั่วร้าย แต่ตายเพราะนางเป็นสาเหตุทางอ้อม!
จวบจนตอนท้ายที่เจ้าของร่างเดิมสิ้นใจอย่างน่าเวทนา นางก็ไม่เคยทำร้ายใครก่อน เพียงแต่อุปนิสัยของนางเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก ค่อนข้างหยิ่งผยอง และไม่สนใจผลที่จะตามมา นางไม่เคยมีใจคิดร้าย คิดจะทำร้ายผู้ใดให้ตาย!
จู่ๆ เซี่ยยวี่หลัวก็เข้าใจเจ้าของร่างเดิมขึ้นมา
“พวกเจ้า ปฏิบัติต่อข้าเช่นนั้นหรือ? ” จู่ๆ เซี่ยยวี่หลัวก็ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น หัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด
“เจ้าเป็นสุนัขตัวหนึ่งที่ตระกูลเซี่ยของเราเลี้ยงไว้ พวกเราพูดอะไรเจ้าก็ต้องทำตาม เจ้ายังไม่รีบนำเงินออกมาอีก เร็วเข้า! ” เซี่ยคุนตะคอกอย่างเหลืออด
ปกติขอเพียงพวกเขาเอ่ยถึงเรื่องนี้ เซี่ยยวี่หลัวก็จะไปหยิบเงินมาให้แล้ว ทว่าตอนนี้ เซี่ยยวี่หลัวกลับไม่ขยับเขยื้อน ทั้งยังไม่มีท่าทีว่าจะไปนำเงินมาเลยแม้แต่น้อย
“เจ้ารีบเอาเงินมา หากเจ้าไม่ให้เงิน พวกเราจะประจานเรื่องที่เจ้าเคยเป็นสุนัข! ” เซี่ยคุนกล่าวอย่างได้ใจ เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่ายังสามารถใช้เรื่องนี้ข่มขู่เซี่ยยวี่หลัวได้
เซี่ยยวี่หลัวหันมองไปทางคนอื่นๆ เซี่ยจู่ฟาและหลู่เจินพูดคุยยิ้มแย้ม ดูท่า พวกเขาจะรู้เรื่องนี้แต่แรกแล้ว เซี่ยเมี่ยวเองก็แสดงสีหน้าได้ใจเต็มประดา
ใจมนุษย์ ทั้งยังเป็นจิตใจของคนหนึ่งครอบครัว เหตุใดถึงเลวร้ายจนทำให้รู้สึกขนลุกได้!
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกหนาวเล็กน้อย นั่นเป็นความหนาวเย็นในหัวใจ
นางเพ่งมองปากของเซี่ยคุนที่เปิดปิดไม่หยุด ในสายตาของเซี่ยคุน บิดามารดาของเขาพร่ำบอกเขาตั้งแต่เล็ก ว่าเซี่ยยวี่หลัวเป็นสุนัขตัวหนึ่งที่บ้านเขาเลี้ยงไว้ ต้องคอยรับใช้ตระกูลเซี่ยไปชั่วชีวิต
เซี่ยยวี่หลัวไม่มีความผูกพันใดๆ ต่อคนตระกูลเซี่ย แต่ตอนนี้ ภายในใจนางกลับรู้สึกเศร้าโศก
ความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจที่นางอธิบายไม่ถูกประดังเข้ากลางใจ นั่นเป็นความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิม
นางน่าจะรู้สึกผูกพันกับคนครอบครัวนี้ แต่คนในครอบครัวนี้เล่า? ไม่ได้เห็นนางเป็นมนุษย์ เพียงเห็นนางเป็นสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น
บัดนี้เซี่ยยวี่หลัวเข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านตาถึงต้องอ้อนวอนให้เซียวยวี่แต่งกับเจ้าของร่างเดิม ต่อให้ต้องแต่งกับคนพิการ ก็ยังดีกว่ากลับไปตระกูลเซี่ยแล้วถูกคนตระกูลเซี่ยกระทำตามอำเภอใจ!
“เจ้าว่าข้าเป็นสุนัขหรือ? เช่นนั้นเจ้าเป็นอะไรเล่า? ” เซี่ยยวี่หลัวเดินไปช้าๆ ในจังหวะที่ทุกคนยังไม่ทันเห็นอย่างชัดเจน นางก็ตบฝ่ามือไป ตบจนใบหน้าของเซี่ยคุนหันไปอีกด้านหนึ่ง
ฝ่ามือนั้นไม่หนักและไม่เบา เซี่ยคุนส่งเสียงร้องไห้โฮออกมาทันที “นางแพศยา เจ้ากล้าตีข้า ท่านแม่ นางแพศยานี่ตีข้า! ”
หลู่เจินตกใจจนแสดงสีหน้าตื่นตกใจ “ลูกแม่! ”
“นางเดรัจฉาน! ” เซี่ยจู่ฟาโยกตัวที่มีรูปร่างอ้วน ยกเท้าขึ้นหมายจะเตะไปทางเซี่ยยวี่หลัว แต่ไม่อาจเข้าใกล้ตัวนางได้เลย นางถอยหลังไปสองก้าวอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เซี่ยจู่ฟาเตะไม่โดน แต่เพราะออกแรงมากเกินไป ขาข้างหนึ่งจึงเกิดเสียงดังฉึก ร่างกายที่ทั้งอวบทั้งอ้วนพลันล้มนั่งลงบนพื้น กดทับขาสองข้าง ไม่อาจเก็บขากลับมาได้
เซี่ยเมี่ยวช่วยดึงเซี่ยจู่ฟาไปพลาง ปลอบโยนเซี่ยคุนไปพลาง กัดฟันพร้อมกล่าว “เซี่ยยวี่หลัว เจ้าไม่ให้เงินไม่เท่าใด แต่เจ้ากลับกล้าตีน้องชายของข้า เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะประจานเรื่องที่เจ้าเคยเป็นสุนัขหรืออย่างไร? ”
เซี่ยยวี่หลัว เพราะอดีตที่ชอกช้ำ จึงทำให้เจ้ายอมปล่อยให้คนตระกูลเซี่ยกระทำตามอำเภอใจกระมัง?
นางเป็นคนรักศักดิ์ศรี บางทีเบื้องลึกจิตใจของนางคงมีความหยิ่งทะนงไม่ยอมจำนนและความเชื่อมั่นในตัวเอง อดีตที่ไม่โสภานั่น จะปล่อยให้คนนอกล่วงรู้ได้อย่างไร!
แต่เซี่ยยวี่หลัวในตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้น นางรู้ว่า หากไม่ก้าวข้ามเรื่องนี้ไป คนตระกูลเซี่ยต้องใช้เรื่องนี้ข่มขู่ ตามราวีไม่เลิกไปชั่วชีวิตเป็นแน่!
นางหัวเราะอย่างเย็นเยียบ เชิดคางประณีตได้รูปขึ้นสูง ทำท่าทางประหนึ่งบอกว่าเชิญไปพูดได้เลย “เจ้าไปพูดสิ! ”
เซี่ยเมี่ยว “เจ้า… เจ้ามันหน้าไม่อาย! ไม่กลัวว่าคนอื่นจะนินทาเรื่องที่เจ้าเป็นสุนัขหรือ”
หลู่เจินเห็นรอยนิ้วมือห้านิ้วบนใบหน้าขาวเนียนของบุตรชายอย่างแจ่มชัด ทั้งโมโหทั้งปวดใจ “พ่อของลูก เจ้าดูบนหน้าคุนคุน คุนคุนโตถึงเพียงนี้ ข้ายังไม่อาจตัดใจกล่าววาจาหนักกับเขาได้แม้แต่ประโยคเดียว แต่ตอนนี้กลับถูกเซี่ยยวี่หลัวตบ เจ้าต้องทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกชายของเราด้วย! ”
เซี่ยคุนเปรียบเสมือนชีวิตของเซี่ยจู่ฟา เขาเองก็ไม่เคยตัดใจตีบุตรชายของตนเองได้แม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้เมื่อเห็นว่าเซี่ยยวี่หลัวตบไปหนึ่งฉาด จึงแค้นจนแทบอยากปล่อยหมัดออกไปชกนางให้ตายในหมัดเดียว!
“เซี่ยยวี่หลัว เจ้าคุกเข่าลง ขอขมาคุนคุน ตบหน้าตัวเองหนึ่งร้อยครั้ง ขาดแม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่ได้! ” เซี่ยจู่ฟายังดูไม่ออก ว่าเซี่ยยวี่หลัวในยามนี้ ไม่ใช่เซี่ยยวี่หลัวที่จะปล่อยให้พวกเขาข่มเหงรังแกแล้ว เขากลับยังคงออกคำสั่งกับนาง ให้นางทำในเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้!
เซี่ยยวี่หลัวเอ่ยขึ้น “พวกท่านไม่เห็นข้าเป็นมนุษย์ ข้าตบเพียงฝ่ามือเดียว ถือว่ามีเมตตามากแล้ว”
เซี่ยคุนใช้มือประคบใบหน้า ร่ำไห้อย่างหนัก “ท่านพ่อ ท่านตีนางให้ตาย ท่านตีนางแพศยานี่ให้ตาย! ”
เซี่ยเมี่ยวก็โวยวายอยู่ข้างๆ เช่นกัน “ท่านพ่อ คุนคุนเป็นแก้วตาดวงใจของท่าน ตีคุนคุนก็เท่ากับตีท่านไม่ใช่หรือเจ้าคะ! ”
หลู่เจินก่นด่า “พ่อของลูก นางเด็กบ้านี่ไม่ฟังคำพูดพวกเรา เจ้าตีเลย ตีให้มากหน่อยนางก็เชื่อฟังเอง! ”
เซี่ยจู่ฟามีหรือจะไม่อยากตี แต่เมื่อครู่นี้เขาลงมือแล้ว กลับแตะต้องตัวเซี่ยยวี่หลัวไม่ได้เลย!
“ถ้ากล้าก็ลองตีข้าได้! ” เซี่ยยวี่หลัวหัวเราะอย่างเย็นเยียบ
หลู่เจินหวงแหนบุตรชายเป็นอย่างมาก “พ่อของลูก ข้าไม่สนแล้ว ลูกชายถูกรังแกหนักถึงเพียงนี้ วันนี้ข้าจะสู้กับนางจนตายไปข้าง! ”
เซี่ยเมี่ยวดึงหลู่เจินไว้ “ท่านแม่ ท่านอย่าไปเจ้าค่ะ นางไม่สนใจเรื่องที่เคยเป็นสุนัข เคยเลียนเสียงสุนัข เคยสะบัดหางเช่นสุนัขไม่ใช่หรือเจ้าคะ? เช่นนั้นพวกเราก็ประจานเรื่องนี้ ให้ทุกคนในหมู่บ้านสกุลเซียวได้รู้ ดูว่านางยังจะโงหัวขึ้นอีกหรือไม่! ”
เซี่ยคุน “พูดเลยพูดเลย ข้าจะไปพูดเอง! นางแพศยา สุนัขแพศยา! ”
หลู่เจินจูงมือข้างละหนึ่งคน ก่อนข่มขู่เซี่ยยวี่หลัวเป็นครั้งสุดท้าย “เจ้าจะขอขมาคุนคุนหรือไม่? จะให้เงินหรือไม่? ”
เซี่ยจู่ฟาไม่กล่าวอะไรแม้แต่คำเดียว ปล่อยให้หลู่เจินและเด็กสองคนข่มเหงเซี่ยยวี่หลัว
เซี่ยยวี่หลัวจ้องมองเซี่ยจู่ฟาด้วยแววตาเย็นเยียบ เขาไม่ห้ามปราม อีกทั้งยังสนับสนุน!
เซี่ยยวี่หลัวนะเซี่ยยวี่หลัว ช่วงวัยเยาว์ของเจ้า ผ่านมาได้อย่างไรกันแน่?