ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 501 เช่นนี้เท่ากับให้เซี่ยยวี่หลัวเลี้ยงคนบ้านตระกูลเซี่ย
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 501 เช่นนี้เท่ากับให้เซี่ยยวี่หลัวเลี้ยงคนบ้านตระกูลเซี่ย
บทที่ 501 เช่นนี้เท่ากับให้เซี่ยยวี่หลัวเลี้ยงคนบ้านตระกูลเซี่ย
หลู่เจินเห็นเซี่ยยวี่หลัวแสดงท่าทางไม่ยี่หระ เพลิงโทสะจึงลุกโชน อย่างไรเสียปกติพวกเขาก็หาความสุขจากการข่มเหงรังแกเซี่ยยวี่หลัว คิดว่าจับจุดอ่อนนางไว้ได้ จึงเรียกใช้นางตามอำเภอใจ เซี่ยยวี่หลัวกังวลว่าอดีตที่ไม่โสภาจะถูกเปิดเผยออกไป จึงได้แต่เชื่อฟังคนตระกูลเซี่ย
เซี่ยยวี่หลัวไม่ขยับเขยื้อน หลู่เจินจึงพาเด็กสองคนเดินออกไป
เซี่ยจู่ฟาเพ่งมองเซี่ยยวี่หลัวด้วยแววตาเย็นเยียบ เพียงกล่าวว่าเจ้ารอก่อนเถอะด้วยท่าทางดุดัน ก่อนออกไปเช่นกัน
ภายในเรือนเต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะ เซี่ยยวี่หลัวเก็บกวาดข้าวของในตำแหน่งที่คนเหล่านี้เคยรื้อค้นไว้ เช็ดถูทำความสะอาดข้าวของ เก้าอี้ โต๊ะตั่งที่พวกเซี่ยจู่ฟาเคยแตะต้องถึงสองรอบ เก้าอี้ที่เซียวยวี่นั่งโดนเซี่ยจู่ฟานั่งแล้ว เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกสะอิดสะเอียน จึงยกออกไป ก่อนจะใส่กุญแจประตู
สถานที่ที่มีผู้คนรวมตัวพูดคุยซุบซิบนินทา เซี่ยยวี่หลัวรู้ว่าเป็นสถานที่ใด!
ใต้ต้นหวายขนาดใหญ่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน ยามนี้มีชาวบ้านรวมตัวกันหลายสิบคน ทุกคนต่างนิ่งเงียบ มีเพียงเสียงของหลู่เจินรวมถึงเซี่ยคุนและเซี่ยเมี่ยวที่ดังมาจากในฝูงชน น้ำเสียงได้ใจ แฝงเร้นด้วยเจตนาร้าย
เจตนาร้ายถึงขีดสุด
“พวกท่านไม่รู้ แต่ก่อนเซี่ยยวี่หลัวเป็นสุนัขตัวหนึ่งที่พวกเราเลี้ยงไว้ นางอยากกินข้าวอยากดื่มน้ำ ก็ต้องสะบัดหางให้พวกเรา และเลียนเสียงเห่าของสุนัข! ” หลู่เจินกล่าวอย่างได้ใจ
เซี่ยคุนเองก็ได้ใจเสียยิ่งกว่าอะไร “นางยังต้องเป็นม้าใหญ่ให้ข้าขี่ ข้าให้นางเดินนางก็ต้องเดิน ข้าให้นางหยุดนางก็ต้องหยุด”
เซี่ยเมี่ยวกล่าวเสริม “ถึงแม้นางจะมีรูปโฉมงดงาม แต่พวกท่านคงไม่รู้กระมังว่าตอนเด็กนางเคยเป็นสุนัขตัวหนึ่งด้วย? นี่ยังไม่เท่าใด พวกเรายังให้นางเลียนแบบแมวจับหนู เมื่อนางจับหนูไม่ได้ เพื่อเป็นการลงโทษ พวกเราจึงให้นางย่อตัวอยู่หน้าประตูเฝ้าบ้านให้พวกเรา”
เมื่อหวนคิดถึงช่วงเวลาที่ได้รังแกเซี่ยยวี่หลัวในวัยเยาว์ ให้ทั้งสามเล่าสามวันสามคืนก็ยังเล่าไม่หมด
เมื่อเห็นเซี่ยยวี่หลัวเดินมา ทั้งสี่คนก็แสดงสีหน้าลำพองใจ หันไปตะโกนเรียกเซี่ยยวี่หลัว “อัยโย่ สุนัขตระกูลเซี่ยมาแล้ว! ”
เหล่าชาวบ้านที่มุงดูต่างหันมองไปทางเซี่ยยวี่หลัว นางยืนอยู่ในตำแหน่งที่ห่างออกไปไม่กี่หมี่ แววตานิ่งสงบ มองคนตระกูลเซี่ยเงียบๆ
ไม่มีผู้ใดกล่าวอะไร เพียงได้ยินคนตระกูลเซี่ยหัวเราะเสียงดัง
เซี่ยคุนจับใบหน้าพลางกล่าวด้วยท่าทีดุดัน “เจ้าเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่ตระกูลเซี่ยของเราเลี้ยงไว้ สุนัขถึงกับกล้าตีเจ้านาย ฮึ วันนี้ข้าจะเล่นงานเจ้าให้ตายเสีย”
หลู่เจินกล่าวเหน็บแนม “พ่อของลูก เซี่ยยวี่หลัวไม่กลับบ้านไปเยี่ยมเจ้านานถึงเพียงนี้ พวกเราเลี้ยงนางจนเติบใหญ่ เลี้ยงสุนัขตัวหนึ่งมันยังรู้จักสะบัดหางให้พวกเรา แต่ดูนางสิ เลี้ยงจนกลายเป็นหมาป่าเนรคุณไปแล้ว! ”
เซี่ยจู่ฟา “ข้าเลี้ยงดูเจ้าอย่างยากลำบากมาจนเติบใหญ่ เจ้าคิดว่าออกเรือนแล้ว จะหลุดพ้นได้หรือ? ข้าจะบอกให้ เจ้าต้องเป็นคนตระกูลเซี่ยไปชั่วชีวิต ตายก็เป็นผีตระกูลเซี่ย ข้าจะให้เจ้าเลี้ยงดูยามแก่ชรา ทั้งยังต้องส่งเซี่ยเมี่ยวออกเรือน และแต่งภรรยาให้เซี่ยคุน! นี่คือสิ่งที่เจ้าติดค้างตระกูลเซี่ยของพวกเรา! ”
ในกลุ่มคน ในที่สุดก็มีคนสูดลมหายใจเฮือก!
คนตระกูลเซี่ย คิดจะให้เซี่ยยวี่หลัวเลี้ยงดูพวกเขาสี่คนเช่นนั้นหรือ?
ตั้งแต่เมื่อครู่นี้ที่ได้ยินคนตระกูลเซี่ยเห็นเซี่ยยวี่หลัวเป็นสุนัข ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่อาจทนฟังต่อไปได้ “นี่พ่อยวี่หลัว อย่างไรเสียยวี่หลัวก็เป็นบุตรสาวของท่าน พวกท่านไม่เห็นนางเป็นมนุษย์ แต่กลับเห็นนางเป็นสุนัข ท่านยังเป็นคนอยู่หรือไม่? ”
“จริงด้วย ยวี่หลัวเป็นสตรีดีๆ กลับถูกท่านเหยียดหยามเช่นนี้ ท่านยังมีความเป็นบิดาอยู่หรือไม่? เซี่ยยวี่หลัวเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของท่านนะ! ” ถึงแม้รูปลักษณ์หน้าตาของบิดาและบุตรสาวจะต่างกันราวฟ้ากับดินก็ตาม!
คงไม่มีใครเชื่อกระมังว่าสองคนนี้เป็นพ่อลูกกัน!
ยามนี้ภายในสถานศึกษา เซียวยวี่กำลังสอนเด็กๆ เล่าเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจ เวลานี้เอง ด้านนอกก็มีเสียงเคาะประตูขึ้นดังสนั่น ทว่าเซียวยวี่ไม่ได้ให้ความสนใจแต่อย่างใด
ระหว่างคาบเรียน เขาจะไม่อนุญาตให้ผู้ใดมารบกวน
หากเพียงแต่เสียงเคาะประตูข้างนอกยังดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เคาะจนประตูแทบพังลงมา
“เซียวยวี่ เจ้ารีบออกมาดูเร็ว ภรรยาของเจ้าถูกคนรังแกแล้ว เจ้ารีบออกมาสิ! ” คนที่อยู่ด้านนอกตะโกนเสียงดังลั่น
มือของเซียวยวี่ที่ถือตำราอยู่พลันกระตุก ตำราร่วงลงพื้นดัง “ตุ้บ” จากนั้นเขาจึงวิ่งออกมาด้วยความเร็ว มองผู้มาส่งข่าวด้วยสีหน้าหวาดวิตก “ท่านว่าภรรยาของข้าเป็นอะไร? ”
คนที่มาส่งข่าววิ่งจนหายใจหอบ “เจ้ารีบไปดูเถิด คน คนตระกูลเซี่ยมา กำลังรังแกภรรยาของเจ้าอยู่! อยู่… อยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าหมู่บ้าน! ”
เซียวยวี่สาวเท้าวิ่งไปทางใต้ต้นไม้ใหญ่ทันที!
เซียวจื่อเซวียนและเซียวจื่อเมิ่งก็ตกใจเช่นกัน ต่างวิ่งตามไป ทุกคนในสถานศึกษาได้ยินว่าอาจารย์หญิงถูกรังแก จึงวิ่งไปทางใต้ต้นไม้ใหญ่ทั้งหมด
เซียวยวี่เห็นเซี่ยยวี่หลัวยืนอยู่นอกกลุ่มคนเพียงลำพังมาแต่ไกล ส่วนคนตระกูลเซี่ยที่ถูกทุกคนรุมล้อมกำลังหัวเราะอย่างได้ใจ แววตาเต็มไปด้วยประกายเย้ยหยันดูแคลน ในเสี้ยววินาทีนั้น เซียวยวี่รู้สึกวู่วามจนแทบอยากสังหารคน!
“ท่านพ่อ ท่านรีบดูเร็ว พี่เขยสุนัขมาแล้ว! ” เซี่ยคุนตะโกนเสียงดังอย่างลำพองใจ
เซี่ยยวี่หลัวกำหมัดแน่น เพ่งมองเซี่ยคุนที่มีท่าทางดีอกดีใจ
นางแทบอยากเดินเข้าไปหา แล้วถอนฟันของเจ้าเด็กไร้มารยาทผู้นี้ออกมาทีละซี่!
คนในหมู่บ้านหันขวับ ก็เห็นเซียวยวี่กำลังวิ่งมา
หลู่เจินกล่าวเสียดสี “ช่างเป็นคนไร้ความสามารถที่ใช้ไม่ได้จริงๆ! ตอนนั้นไม่รู้ว่าตาแก่นั่นยกเซี่ยยวี่หลัวให้แต่งกับเขาได้อย่างไร ทำให้รูปโฉมดีๆ เช่นนี้ต้องเสียเปล่า! ”
เดิมที ด้วยรูปลักษณ์หน้าตาของเซี่ยยวี่หลัว คิดจะแต่งเข้าตระกูลเช่นไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลใหญ่หรือสูงศักดิ์ ขอเพียงให้เงิน จะแต่งกับใครก็ได้!
เซียวยวี่พุ่งพรวดมา โอบเซี่ยยวี่หลัวไว้ หวาดกลัวจนน้ำเสียงสั่นเครือ “อาหลัว เจ้าเป็นอะไรหรือไม่! ”
“พี่เขยสุนัข พี่เขยสุนัข! ” เซี่ยคุนตะโกนเสียงดัง!
“เซียวยวี่ เจ้ามาเสียที เจ้าใช้ได้นี่ แต่งกับหมาป่าเนรคุณ ไม่สนใจใยดีกระทั่งบิดาและน้องชายน้องสาวของตัวเอง! ดูเจ้าสิ เป็นแค่คนไร้ความสามารถ เจ้าหลอกลวงเซี่ยยวี่หลัวอย่างไรกัน! ” หลู่เจินวางอำนาจบาตรใหญ่ที่บ้านจนเคยตัว สิบกว่าปีที่ผ่านมาข่มเหงรังแกเซี่ยยวี่หลัว ด่าอย่างสาดเสียเทเสีย นางไม่สนใจว่าวาจาของตนเองจะทำร้ายผู้อื่นเพียงใด อย่างไรเสียยิ่งทำร้ายผู้อื่น เห็นผู้อื่นทรมานใจ นางก็ยิ่งมีความสุข
เซี่ยยวี่หลัวตวัดมุมปากเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ จ้องมองหลู่เจินด้วยแววตาดุร้าย
หลู่เจินหดคอทีหนึ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น มองเซี่ยยวี่หลัวด้วยแววตาท้าทาย “มองอะไรของเจ้า? เจ้าเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งของบ้านตระกูลเซี่ย เจ้าคิดจะกัดข้าหรืออย่างไร! ”
เพียงเห็นเซี่ยยวี่หลัวพุ่งพรวดขึ้นหน้าอย่างฉับพลัน ในจังหวะที่ทุกคนยังไม่ทันตอบสนอง มือของนางก็บีบลำคอของหลู่เจินไว้แล้ว
จากนั้นจึงดันไปด้านหลัง ชนเข้ากับต้นไม้ บีบคอหลู่เจินยกตัวขึ้นสูงจากพื้น
ทุกคนเห็นแล้วก็ถึงกับสูดลมหายใจเฮือกด้วยความตกใจ!