ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 502 ขอเพียงให้เงิน นางก็ไม่ใช่คนของตระกูลเซี่ยอีก
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 502 ขอเพียงให้เงิน นางก็ไม่ใช่คนของตระกูลเซี่ยอีก
บทที่ 502 ขอเพียงให้เงิน นางก็ไม่ใช่คนของตระกูลเซี่ยอีก
เซี่ยยวี่หลัวรูปร่างเล็กและบอบบาง ส่วนหลู่เจินนั้นรูปร่างใหญ่เกือบจะเป็นสองเท่าของเซี่ยยวี่หลัว แต่เซี่ยยวี่หลัวกลับยกตัวหลู่เจินขึ้นได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้น…
ยังใช้เพียงมือเดียว!
เซี่ยยวี่หลัวบีบคอของหลู่เจิน ยกตัวนางขึ้น บนต้นไม้เต็มไปด้วยรอยขรุขระ เซี่ยยวี่หลัวออกแรงบีบหลู่เจินจนแผ่นหลังของนางถูไปกับต้นไม้ ผิวตรงหลังแทบถลอก
“ปล่อย ปล่อยมือ! ” หลู่เจินที่เมื่อครู่ยังท้าทายอย่างโอหังให้กัดนาง บัดนี้กลับไม่อาจกล่าววาจาให้ชัดเจนได้แม้แต่ประโยคเดียว
หลู่เจินคิดอยากดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการของเซี่ยยวี่หลัว แต่เซี่ยยวี่หลัวแรงเยอะเกินไป นางจึงไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลย
เซี่ยจู่ฟาเห็นภรรยาของตัวเองตาเหลือกแล้ว จึงตะโกนเสียดัง “นางเด็กบ้า เจ้ายังไม่รีบปล่อยมารดาของเจ้าอีก! ”
เขารูปร่างใหญ่ เดินขึ้นหน้าสองก้าวกำลังจะปัดเซี่ยยวี่หลัวออก ที่ไหนได้ เซี่ยยวี่หลัวหันตัวกลับมา เพียงเตะออกไป ก็เตะเซี่ยจู่ฟาจนล้มก้นกระแทกพื้น ลุกขึ้นยืนไม่ได้อีก
เซี่ยคุนและเซี่ยเมี่ยวคิดจะเข้าไปกัดเซี่ยยวี่หลัว ทว่าต่างก็โดนเซี่ยยวี่หลัวจัดการด้วยมือเดียว
เพียงได้ยินเซี่ยยวี่หลัวกล่าวด้วยท่าทางดุร้าย “ว่าข้าได้ ท่านเป็นบิดาข้า ข้าไม่อยากถือสาท่าน แต่เซียวยวี่เป็นสามีของข้า พวกท่านคิดจะหมิ่นหยามเขา ถามข้าที่เป็นภรรยาเสียก่อนว่ายินยอมหรือไม่! ”
นางออกแรงที่มือมากขึ้น หลู่เจินเตะขาพร้อมเหลือกตาอยู่หลายหน เซียวยวี่เดินขึ้นหน้า ปลอบโยนเซี่ยยวี่หลัว เซี่ยยวี่หลัวจึงปล่อยนางลงมา เพียงผ่อนมือออก หลู่เจินจึงร่วงลงมาก้นกระแทกพื้นทันที
ทุกคนมองด้วยอาการนิ่งอึ้ง
พวกนางไม่เคยเห็นฝีมือของเซี่ยยวี่หลัวมาก่อน จึงตกใจจนอ้าปากตาค้าง
หวนนึกถึงตอนที่โหยวเจิ้งเฉิงมามอบรางวัลในการจับหัวขโมยให้ พวกเขาต่างคิดว่าเซี่ยยวี่หลัวจับได้โดยบังเอิญเท่านั้น แต่ดูจากความสามารถด้านการต่อสู้ของนาง จับหัวขโมยเล็กๆ ถือว่าเกินพอแล้ว!
ช่างมีฝีมือดีจนน่าตกใจ!
เซียวยวี่โอบกอดเซี่ยยวี่หลัวไว้แน่น ภายในใจเต็มไปด้วยความยินดีและตื้นตันใจ
ก่อนหน้านี้คนตระกูลเซี่ยก็เคยมาหนหนึ่ง
วันที่สองหลังพวกเขาแต่งงาน
คราวนั้น เซี่ยยวี่หลัวไม่เคยช่วยพูดแทนเขาแม้แต่ประโยคเดียว นางปล่อยให้คนตระกูลเซี่ยดูถูกหมิ่นหยาม ครั้งนั้นหากไม่มีท่านตาคอยช่วยอยู่ข้างๆ เกรงว่าคงอาละวาดจนผู้คนรู้กันทั่ว!
ภายในใจนาง มีเพียงเขาแล้ว!
เซียวยวี่ทั้งยินดีทั้งเศร้าใจ เขาเศร้าใจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่า ภรรยาผู้บอบบางของเขา ยามอยู่ที่บ้านเดิม นางไม่ได้มีชีวิตอย่างมีความสุข หรือเรียกได้ว่าอัปยศเป็นอย่างยิ่ง
คนตระกูลเซี่ยทั้งสี่คนต่างล้มนั่งอยู่บนพื้น เซี่ยเมี่ยวและเซี่ยคุนรีบลุกขึ้นเพื่อไปพยุงอีกสองคน
หลู่เจินหายใจหอบอยู่พักใหญ่ จึงเรียกสติคืนกลับมาได้ ส่วนเซี่ยจู่ฟา เพราะอ้วนเกินไป เซี่ยคุนดึงไม่ไหว เมื่อถูกบิดาของตัวเองออกแรงดึง จึงล้มนั่งลงไปอีกครั้ง
“ฮ่าฮ่าฮ่า…” ชาวบ้านที่มุงล้อมหัวเราะกันครืนใหญ่ “เช่นนี้ถึงเรียกว่าไร้ความสามารถกระมัง! ”
“ข้าคิดว่าคนตระกูลเซี่ยนี่ใช้ไม่ได้เลย มิน่าล่ะตอนเซี่ยยวี่หลัวเพิ่งแต่งมา ถึงไม่สนิทกับผู้ใดเลย ที่แท้ก็มีบิดามารดาเช่นนี้เอง เจ้ากล่าวว่านางเป็นลูกแท้ๆ แต่เหตุใดถึงข่มเหงรังแกลูกสาวตัวเองเช่นนี้! ”
“มารดาผู้ให้กำเนิดเซี่ยยวี่หลัวจากโลกนี้ไปนานแล้ว คนนี้เป็นแม่เลี้ยงของนาง! มารดาของนางจากไปไม่ถึงหนึ่งปี บิดานางก็แต่งภรรยาใหม่ เพียงไม่กี่เดือนก็คลอดบุตรสาวแล้ว! ”
“สวรรค์ทรงโปรด เหตุใดถึงมีคนเช่นนี้ด้วย! ”
“เจ้าไม่เห็นหรือว่าเซี่ยยวี่หลัวหน้าตางดงาม คนบ้านนางคิดจะให้เซี่ยยวี่หลัวแต่งเข้าตระกูลใหญ่ไปเป็นอนุเพื่อหาเงิน ทว่าท่านตาของเซี่ยยวี่หลัวไม่เห็นด้วย จึงให้เซี่ยยวี่หลัวแต่งกับเซียวยวี่ คนเหล่านี้จึงไม่สมดั่งที่ปรารถนาไว้! ”
เมื่อเห็นท่าทีของคนตระกูลเซี่ยที่ปฏิบัติต่อเซี่ยยวี่หลัวอย่างเลวทรามถึงขีดสุด ก็รู้ได้ไม่ยาก ว่าเพื่อเงินแล้ว คนตระกูลเซี่ยเหล่านี้จะให้เซี่ยยวี่หลัวแต่งงานกับคนประเภทใด!
เซี่ยยวี่หลัวหันกลับไปกอดเซียวยวี่ ศีรษะพักพิงอยู่ในอ้อมอกของเขา
กล่าวตามจริง นางร้องไห้แล้ว
ร้องไห้ให้กับเจ้าของร่างเดิม!
ตอนนางอ่านนิยาย ยังด่าเซี่ยยวี่หลัวตลอดว่าชอบอาละวาดโวยวาย ตายไปก็สมควรแล้ว แต่ตอนนี้นางไม่คิดเช่นนั้นอีก ต้นเหตุอุปนิสัยของเจ้าของร่างเดิม เกิดจากช่วงวัยเยาว์อันน่าเวทนาและอัปยศอดสูของนาง!
ที่แท้ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา นางมีชีวิตเช่นนี้เองหรือ!
คนเหล่านี้กล่าวเพียงเรื่องที่ขังเซี่ยยวี่หลัวไว้ในกรงประหนึ่งสุนัข ให้นางเลียนเสียงเห่าสุนัข สะบัดหางเช่นสุนัข แล้วสิ่งที่พวกเขายังไม่ได้กล่าวเล่า? เซี่ยยวี่หลัวไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ทุกสิ่งที่ผ่านมา นางไม่รู้แม้แต่น้อย
เซียวยวี่เห็นคนตัวเล็กในอ้อมกอดร่ำไห้จนไหล่สั่น ภายในใจก็รู้สึกเจ็บปวดราวกับมีโลหิตหลั่งออกมาอย่างไรอย่างนั้น
เขาเพ่งมองสี่คนที่ยังก่นด่าโวยวายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ภายในใจแค้นจนแทบอยากเลาะกระดูกคนเหล่านี้เผาให้มอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน!
พวกเขาทำเรื่องอะไรที่เป็นการข่มเหงรังแกอาหลัวอีก
เพียงคิดว่าพวกเขาเห็นเซี่ยยวี่หลัวเป็นสุนัข เซียวยวี่ก็รู้สึกสั่นไปทั้งตัว!
อาหลัวของเขา อาหลัวที่เขาเฝ้าทะนุถนอม ดูแลอย่างดี กลับถูกผู้อื่นข่มเหงรังแกเช่นนี้!
“นางคณิกาบ้าตีคนแล้ว ฆ่าคนแล้ว! ” หลู่เจินที่เรียกสติคืนกลับมาได้ แผดเสียงตะโกนดังลั่นทันที “เซี่ยยวี่หลัว นางคณิกาบ้า นางลูกไม่มีพ่อ เจ้ากล้าตีบิดาของเจ้า เจ้าไม่ได้ตายดี…”
เซียวยวี่ปราดตามองด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม หลู่เจินที่กำลังโวยวายพลันเงียบเสียงในทันที
หลู่เจินยังไม่เคยเห็นแววตาที่น่ากลัวเพียงนี้มาก่อน ราวกับจะแร่เนื้อเถือหนังนางจนตายอย่างไรอย่างนั้น นางตกใจจนสั่นไปทั้งตัว “เจ้า เจ้าจะทำอะไร? ”
“ไสหัวไป นับแต่นี้เป็นต้นไป อาหลัวไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลเซี่ยของพวกเจ้าอีก! ” เซียวยวี่กอดเซี่ยยวี่หลัวไว้ กดศีรษะของนางไว้ในอ้อมอกตัวเองแน่น ไม่ให้เซี่ยยวี่หลัวเห็นท่าทางสกปรกโสมมของคนกลุ่มนี้!
“เจ้าบอกไม่เกี่ยวข้องก็ไม่เกี่ยวข้องรึ? แซ่ของนางยังเป็นแซ่เซี่ยของตระกูลข้า! ” เซี่ยจู่ฟาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก โมโหแทบตาย บุตรสาวไม่เชื่อฟัง ลูกเขยก็ไม่เชื่อฟัง ทำเขาโมโหแทบตาย!
“นอกจากมอบชื่อและแซ่ให้นาง ท่านเคยมอบสิ่งใดให้นางอีก? ” เซียวยวี่เอ่ยถามเซี่ยจู่ฟา “ท่านเคยทำหน้าที่บิดาหรือไม่? ”
เขาไม่เคยรู้มาก่อน ไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้อาหลัวจะมีชีวิตเช่นนั้น หากเขารู้ หากเขารู้…
เซียวยวี่คงไม่รู้สึกรังเกียจและกีดกันนางเพราะอุปนิสัยอันเลวร้ายของนาง
ต่อให้เขาไม่รักนาง เขาก็จะปกป้องนางให้ดี ไม่ใช่ปล่อยให้นางเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง ที่บ้านเดิมต้องอยู่ตัวคนเดียว ภายหลังแต่งกับเขา นางก็ยังมีเพียงตัวคนเดียว!
เซียวยวี่รู้สึกว่าตัวเองผิดไปแล้ว ผิดมหันต์ทีเดียว!
เซี่ยจู่ฟาก่นด่าโวยวาย “ข้าให้กำเนิดนางไม่ใช่รึ? หากไม่มีข้า จะมีนางได้อย่างไร! คิดจะตัดขาดความสัมพันธ์กับข้า ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ หากเจ้าให้เงิน ให้เงินแล้วนางเด็กบ้านี่ก็ถือว่าขายให้เจ้า! ”
เซียวยวี่กล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ท่านต้องการเท่าใด? ”
หลู่เจินทำตาล่อกแล่ก รีบวิ่งไปกระซิบข้างหูเซี่ยจู่ฟา สองสามีภรรยาราวกับเป็นหนูที่แอบขโมยน้ำมันอย่างไรอย่างนั้น กำลังวางแผนหารือเรื่องที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ไม่ได้!