ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 18 บทที่ 519 ไม่อยากให้ผู้อื่นเห็นรูปโฉมอันงดงามของนาง
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 18 บทที่ 519 ไม่อยากให้ผู้อื่นเห็นรูปโฉมอันงดงามของนาง
ตอนเช้าก่อนออกจากโรงเตี๊ยม เขาลิ้มลองริมฝีปากแดงนี้จนทั่ว แต่นี่เพิ่งผ่านไปเพียงไม่นาน เขาก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว หลังจากครั้งนี้ยังต้องอยู่ในสนามสอบนานถึงเพียงนั้น
จะไม่ได้พบกันนาน หากเขาคะนึงหาจนคลุ้มคลั่ง จะทำเช่นไรดี!
เซี่ยยวี่หลัวถูกรั้งตัวไว้อย่างแน่นหนา คอยตอบรับการจู่โจมของเซียวยวี่ไม่หยุด
จะไม่ได้พบกันอีกนาน ก่อนจะถึงเวลานั้น เซี่ยยวี่หลัวเพียงอยากจับตัวเซียวยวี่ไว้ไม่ปล่อย
นี่คือเซียวยวี่ของนาง
จวบจนเซี่ยยวี่หลัวหายใจติดขัด เซียวยวี่จึงปล่อยนางออก ลูบริมฝีปากของนางที่จุมพิตจนบวมแดงเล็กน้อย ลูบไล้ไปตามรูปปากของนาง ทั้งสองคนอยู่ชิดใกล้ ทั้งยังหลบอยู่ภายใต้เสื้ อคลุมผืนเดียวกัน น้ำเสียงของเซียวยวี่แหบพร่า ราวกับสามารถบดกระดูกนางจนแหลก “อาหลัว รอข้ากลับมา คราวนี้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่!”
เซี่ยยวี่หลัวพิงตัวอยู่บนกายเซียวยวี่ นางได้ฟังวาจาของเซียวยวี่ ก็เขย่งปลายเท้า จุมพิตริมฝีปากของเซียวยวี่เบาๆสองครั้ง น้ำเสียงอ่อนโยนดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ
“ได้ ข้าจะรอเจ้ากลับมา”
เพราะเมื่อครู่นี้เซียวยวี่ออกแรงมากเกินไป บัดนี้ริมฝีปากสีแดงของเซี่ยยวี่หลัวยังบวมอยู่ แววตาดูเคลิบเคลิ้ม เพียงเห็นก็รู้สึกหัวใจสั่นไหว
เซียวยวี่เกรงว่าจะมีผู้อื่นเห็นท่าทางของเซี่ยยวี่หลัวในยามนี้ เขาถอดเสื้อคลุมออก พาดไว้บนกายเซี่ยยวี่หลัว
เสื้อคลุมตัวใหญ่ห่อหุ้มเซี่ยยวี่หลัวไว้ภายในทั้งหมด นอกจากดวงตาหนึ่งคู่ ก็ไม่เห็นอะไรอีก
นี่ก็เริ่มสายแล้ว ทั้งสองคนได้แต่ออกจากตรอกเล็ก มุ่งหน้าไปทางสนามสอบ
เก๋อเหลียงหยวนเก็บของเสร็จกำลังรอเขาแล้ว
ต้องอำลากันตรงนี้
เซี่ยยวี่หลัวคิดจะถอดเสื้อคลุมออก เซียวยวี่ไม่ยอม ผูกเชือกแน่นขึ้นเล็กน้อย ปิดริมฝีปากสีแดงของนางไว้ เหลือเพียงดวงตางดงามหนึ่งคู่
หากไม่ใช่เพราะเกรงว่านางจะมองไม่เห็น แม้แต่ดวงตาคู่นี้ เซียวยวี่ก็อยากปิดไว้ ไม่ให้ผู้อื่นเห็น
ดวงตาแฝงเร้นด้วยประกายสดใสดุจฤดูใบไม้ผลิ งดงามจนทำให้รู้สึกสั่นสะท้าน
น้ำเสียงของเซียวยวี่แหบพร่าเล็กน้อย “สวมมันกลับไป”
“แต่เจ้าอยู่ในนั้น สวมไว้จะสะดวกกว่า”
“ไม่เป็นอะไร เจ้าเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ข้าจำนวนมากไม่ใช่หรือ เจ้าสวมกลับไป”
“ข้าไม่หนาว!” เซี่ยยวี่หลัวไม่หนาวแม้แต่น้อย เมื่อครู่หลังจากผ่านเรื่องที่ทำให้หัวใจสั่นไหวมา นางรู้สึกร้อนอบอ้าวเล็กน้อย
เมื่อครู่ตอนอยู่ในตรอกเล็ก ทั้งกลัวทั้งยินดี นางรู้สึกตัวเบาหวิว ประหนึ่งเหยียบไปบนปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้น ทั้งเคลิบเคลิ้มไปกับความรู้สึกนั้น ทั้งกลัวว่าจะถูกคนที่เดินผ่าน ไปมาเห็นเข้า ทั้งรู้สึกชื่นชอบและตื่นเต้นอย่างแท้จริง นางร้อนจนเหงื่อออกแล้ว
“เจ้าสวมไว้ อย่าถอด กลับถึงห้องพักในโรงเตี๊ยมค่อยถอด” เซียวยวี่กล่าวประโยคที่ฟังดูเหมือนคำสั่ง เซี่ยยวี่หลัวเพียงคิดว่าเขาเห็นนางสวมเสื้อผ้าบางเกินไป เกรงว่านางจะหนาว จึ งกล่าว “ข้าไม่ถอด จะสวมไว้แบบนี้ กลับไปค่อยถอด!”
เซียวยวี่ยิ้มจนตาหยี เอื้อมมือไปดึงคอเสื้อของเสื้อคลุมขึ้นอีกเล็กน้อย คลุมริมฝีปากแดงที่โผล่ออกมาไว้ “กลับไปกับท่านลุงเก๋อเถอะ อยู่ที่โรงเตี๊ยมดูแลตัวเองดีๆ รอข้ากลับมา า”
“ได้ เจ้ารีบเข้าไปเถอะ นี่ก็สายแล้ว”
“ไม่ ข้าจะมองส่งเจ้าไป แล้วค่อยเข้าไป!” เซียวยวี่ส่งเซี่ยยวี่หลัวขึ้นรถม้าด้วยตัวเอง เมื่อเห็นรถม้าเคลื่อนไปไกล หายไปในฝูงชน ไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว ความอ่อนโยนบนใบหน้าเซียวยวี่ จึงหายไป “เหลียงหยวน พวกเราเข้าไปกัน!”
เขาไม่ทันสังเกตเห็น ว่าในตำแหน่งที่ไม่ห่างจากเขามากนัก มีรถม้าหรูหราคันหนึ่ง ข้างรถม้ามีบุรุษและสตรีที่สวมใส่เสื้อผ้าดูดี อายุไล่เลี่ยกัน สวมชุดหรูหรา รูปลักษณ์หล่อเหลางด ดงาม แค่ดูก็รู้ว่ามาจากตระกูลมั่งมีสูงศักดิ์
ในจังหวะที่เวินจวิ้นจงกำลังจะเข้าไป ก็เห็นเซียวยวี่เดินมาพอดี
เขาสวมใส่เสื้อสีม่วง รูปร่างสูงใหญ่ดูสง่า เขาโอบคนร่างบางที่สวมเสื้อคลุมสีม่วงไว้ ร่างกายถูกห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิด เหลือเพียงดวงตาหนึ่งคู่
ดวงตาประณีตงดงาม แววตามีชีวิตชีวา ช่วงเอวเล็กบางจนแทบจะโอบได้ด้วยมือเดียว ดูไปแล้วน่าจะเป็นสตรีผู้หนึ่ง
เวินจวิ้นจงจึงหยุดฝีเท้า เฝ้ามองเซียวยวี่ที่เดินมาอย่างใจเย็น
สตรีผู้นี้ตัวสูงมากเช่นกัน เซียวยวี่สูงใหญ่ยิ่งกว่า สตรีสูงถึงระดับคางของเซียวยวี่ ทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่ เห็นเซียวยวี่หันมองนางเป็นครั้งคราว
เซียวยวี่โอบนางไว้แน่นมาก สตรีผู้นั้นแทบจะแนบติดบนกายเซียวยวี่ ดวงตาสดใสเป็นประกายจ้องมองเซียวยวี่ แววตามีเพียงความรักเสน่หา ส่วนเซียวยวี่ ก็มีประกายรักใคร่เอ็นดูที่ฉาย ยชัดในแววตา และรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า แค่ดูก็รู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา
หากไม่ใช่คู่รัก ก็เป็นสามีภรรยา
เวินจวิ้นจงหันมองเวินจิ้งอันน้องสาวของเขาที่อยู่ข้างๆ ยิ้มพร้อมกล่าว “จิ้งอัน ดูท่าอีกฝ่ายจะมีภรรยาผู้เลอโฉมแล้ว”
ถึงแม้จะไม่เห็นรูปลักษณ์หน้าตา แต่ดวงตาคู่นั้น งดงามอย่างแท้จริง งดงามจนทำให้รู้สึกตกตะลึง!
เวินจิ้งอันก็เห็นเช่นกัน ตั้งแต่ต้นจนจบ นางเพียงยิ้มโดยไม่กล่าวอะไร ท่าทางราวกับไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับนาง
เวินจวิ้นจงยิ้มพร้อมกล่าว “เอาเถอะ ถึงแม้จะหน้าตาดี แต่อีกฝ่ายมีคนรู้ใจแล้ว พวกเราอย่าคิดเลย ยิ่งไปกว่านั้น ชาติกำเนิดของเขาเป็นเช่นไรก็ยังไม่รู้ คิดจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน นตระกูลเวินของเรา ใช่ว่าแค่หน้าตาดีก็สามารถเข้ามาได้!”
เวินจิ้งอันเม้มริมฝีปาก แย้มรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ ท่านรีบเข้าไปเถอะ ประเดี๋ยวสนามสอบจะปิดประตู ถึงเวลาท่านก็เข้าไปไม่ได้แล้ว!”
เวินจวิ้นจงนึกว่าน้องสาวของตัวเองตัดใจแล้ว จึงยิ้มพร้อมกล่าว “ได้ ข้าเข้าไปก่อน เจ้าอยู่ที่บ้านดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้ข้าที่เป็นพี่ใหญ่เป็นห่วงเจ้า!”
เวินจิ้งอันกล่าวด้วยท่าทางแง่งอน “พี่ใหญ่ ข้าทำให้ท่านเป็นห่วงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
“เรื่องใหญ่ในชีวิตเจ้าอย่างไร น้องสาวของข้างดงามถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่ามีคนมากมายเท่าไหร่อยากแต่งกับเจ้า แต่น้องสาวข้าที่ดูดีถึงเพียงนี้ จะออกเรือนไปง่ายๆได้อย่างไร? เจ้าวางใจไ ได้ หลังประกาศผลสอบครั้งนี้ พี่ใหญ่จะช่วยดูในกลุ่มคนที่สอบได้อันดับต้นๆ! พี่ใหญ่จะดูให้ดี หาให้ดี ต้องหาบุรุษที่มีฐานะคู่ควรเหมาะสมและมีอนาคตให้เจ้าแน่!” เวินจวิ้นจงยิ้ม
เวินจิ้งอันใบหน้าขึ้นสีแดง กระทุ้งเท้าด้วยท่าทางเหนียมอาย “พี่ใหญ่ ท่านพูดเรื่องอะไรกัน!”
เมื่อเห็นนางหน้าแดงแล้ว เวินจวิ้นจงจึงไม่หยอกเย้าอีก เข้าไปในสนามสอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
รอยยิ้มบนใบหน้าเวินจิ้งอันหายวับไปในชั่วพริบตา
เซี่ยยวี่หลัวกลับโรงเตี๊ยมไปพร้อมเก๋อวั่ง
อย่างไรเสียช่วงนี้เก๋อวั่งก็ติดตามเซี่ยยวี่หลัวไปทุกที่ นางไปที่ไหน เก๋อวั่งก็ตามไปที่นั่น วันนี้ฮูหยินบอกว่าไม่มีธุระ เก๋อวั่งจึงกลับห้องไปพักผ่อน รอเซี่ยยวี่หลัวเรียกใช้
เซียวยวี่ต้องสอบเป็นเวลานาน เซี่ยยวี่หลัวอยู่ในโรงเตี๊ยมสองวัน ก็รู้สึกเบื่อแล้ว จึงเสนอว่าจะพาเด็กสองคนออกไปเดินเล่นดูข้างนอก