ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 18 บทที่ 520 คุณหนูเวินช่างเป็นผู้มีจิตเมตตานัก
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 18 บทที่ 520 คุณหนูเวินช่างเป็นผู้มีจิตเมตตานัก
ฤดูใบไม้ผลิในเดือนสาม เป็นช่วงเวลาอันดีที่จะเที่ยวชมธรรมชาติ เซี่ยยวี่หลัวเริ่มจากถามลูกจ้างในโรงเตี๊ยมว่ามีที่ไหนน่าไปบ้าง จึงได้รู้ว่าแถบชานเมืองมีอารามแห่งหนึ่ง ชื่ออาร รามจิ้งฝู ได้ยินว่ามีคนไปสักการะเป็นจำนวนมาก พระโพธิสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ทั้งยังอยู่บนภูเขา ทิวทัศน์บนภูเขางดงามเป็นอย่างยิ่ง เซี่ยยวี่หลัวจึงคิดจะไปดู ถือโอกาสนำอาหารติดตัวไ ไปด้วย สามารถหากสถานที่ดีๆบนภูเขาเพื่อนั่งกินได้
เซี่ยยวี่หลัวเตรียมอาหารไว้จำนวนหนึ่ง คิดจะออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น ที่ไหนได้ สวรรค์ไม่เป็นใจ มีฝนตกอย่างหนัก กำหนดการขึ้นภูเขาจึงต้องเลื่อนออกไป เดือนสามฝนตกฟ้าครึ้มอย่างต่อเน นื่อง ฝนตกหนักติดต่อกันห้าถึงหกวันราวกับฟ้ารั่วก็มิปาน แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่สามารถตากให้แห้ง
เซี่ยยวี่หลัวลองสัมผัสเสื้อผ้าที่ตัวเองซักในช่วงสองวันแรก ตอนนี้ยังเปียกชื้นอยู่บ้าง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีที่นางเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เซียวยวี่เปลี่ยนหลายชุด
ฝนตกอยู่หนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดก็หยุดตกแล้ว
แสงตะวันเจิดจ้า เป็นวันฟ้าโปร่งติดต่อกันสามถึงสี่วัน เซี่ยยวี่หลัวพาเด็กสองคนนั่งรถม้ามุ่งตรงไปยังแถบชานเมือง
หลังจากผ่านการตากแดดนานสามถึงสี่วัน พื้นดินโคลนแห้งสนิทแล้ว เด็กสองคนเก็บตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมนานหลายวัน ในที่สุดก็ได้ออกมา จึงดีใจจนกระโดดโลดเต้น
ถึงแม้จะเพียงแค่ขึ้นภูเขาไปชมทิวทัศน์และไหว้พระ แต่เด็กสองคนก็ทั้งรู้สึกตื่นเต้นและตั้งตาคอย
อารามจิ้งฝูอยู่บนเนินเขา รถม้าขึ้นไปไม่ได้ เก๋อวั่งจอดรถม้าไว้ ก่อนจะตามเซี่ยยวี่หลัวขึ้นภูเขา
ทางขึ้นเขาเป็นเส้นทางปูด้วยอิฐเทาขั้นแล้วขั้นเล่า ถูกสายฝนชะล้างจนสะอาดหมดจด
เซี่ยยวี่หลัวเดินขึ้นไปเล็กน้อย ก็หันมองลงไปตรงตีนภูเขา ด้านล่างอารามจิ้งฝูเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ เมื่อครู่ตอนขึ้นภูเขา ยังมีผู้คนเพียงประปราย เพียงชั่วพริบตาเดียว ในลานกว้า างกลับมีผู้คนจำนวนไม่น้อยรวมตัวกัน แต่คนเหล่านี้ ไม่ได้เดินขึ้นมาบนภูเขา กลับเดินผ่านลานกว้าง มุ่งหน้าไปยังอีกด้านหนึ่ง
นอกจากนั้น ดูจากการแต่งกายของพวกเขา ไม่เหมือนคนมาไหว้พระ กลับเหมือน… ผู้อพยพ!
จำนวนคนมากเกินกว่าร้อยคน
“พี่สะใภ้ใหญ่ พวกเขากำลังจะไปที่ไหนเจ้าคะ?” เซียวจื่อเมิ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย
เซี่ยยวี่หลัวส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้!”
ทั้งสี่คนเดินขึ้นภูเขาต่อ ผู้คนที่มาสักการะภายในอารามมีจำนวนไม่มากนัก เป้าหมายหลักที่เซี่ยยวี่หลัวมาก็เพื่อขอพร หลังจากขอพรต่อหน้าพระโพธิสัตว์ ก็จะพาเด็กสองคนไปด้านหลังภูเ เขา
เณรน้อยรูปหนึ่งพนมมือ กล่าวว่าอามิตตาพุธ ก่อนกล่าว “โยมท่านนี้ ระยะนี้ภูเขาด้านหลังไม่เปิดให้คนภายนอกเข้า”
เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของเด็กๆ เซี่ยยวี่หลัวจึงเอ่ยถาม “เช่นนั้นเมื่อไหร่ถึงจะไปได้หรือ?”
เณรน้อยส่ายหน้า “รอให้ผู้อพยพเหล่านี้กลับไปยังจังหวัดจิ้นชาง ก็จะเปิดให้เข้าไปยังภูเขาด้านหลังได้แล้ว! ตอนนี้ข้าต้องไปแจกจ่ายโจ๊กก่อน”
การเปิดให้เข้าชมภูเขาด้านหลังมีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้อพยพเหล่านี้ด้วย?
เดิมทีเซี่ยยวี่หลัวคิดอยากถาม แต่เณรน้อยรูปนั้นกำลังเร่งรีบ เดินไปเรียงแถวลงเขาไปด้วยท่าทางรีบร้อน
ทั้งสี่คนได้แต่ลงเขาไป เมื่อถึงตีนเขา ก็เห็นรถม้าจำนวนหนึ่งมุ่งหน้าไปยังทิศที่ผู้อพยพเหล่านั้นเดินไปเมื่อครู่
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกสงสัย จึงตามไปด้วย
เมื่อถึงตีนเขา ในพื้นที่ว่างเปล่ากว้างขวางพอจะจุคนได้นับร้อยคน มีการสร้างเพิงไม้นับสิบหลัง ผู้อพยพที่เข้าไปเริ่มจากลงทะเบียนที่เจ้าหน้าที่ทางการก่อน จากนั้นจึงเข้าพักอาศัย ในเพิงไม้ที่กำหนดไว้ ผู้อพยพนับร้อยคน ถึงแม้มีคนจำนวนมาก แต่สถานการณ์กลับไม่วุ่นวายแม้แต่น้อย มีคนที่สวมใส่ชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่คอยควบคุมดูแลเป็นระยะ และอีกด้านหนึ่ง มีก การสร้างเพิงแจกโจ๊ก ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อม สตรีผู้หนึ่งที่มีรูปโฉมงดงามไร้ที่ติกำลังแจกจ่ายโจ๊ก
ผู้อพยพที่ได้รับโจ๊กต่างรู้สึกขอบคุณ กล่าวว่านางเปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิด
“คุณหนูใหญ่ตระกูลเวินช่างเป็นคนดีมีเมตตายิ่งนัก ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์งดงาม จิตใจก็ดีงามถึงเพียงนั้น!” มีชาวบ้านทั่วไปที่มาช่วยงานกล่าว “หากไม่ได้นางและตระกูลเวิน ผู้อพยพเหล่าน นี้ เกรงว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีบ้านให้กลับเลย”
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกราวกับมีเสียงระเบิดดังอื้ออึงอยู่ในห้วงภวังค์ เหมือนมีผึ้งจำนวนมากมายเหลือคณานับบินวนเวียนอยู่ภายในหู
คุณหนูเวิน?
เวินจิ้งอันหรือ?
เซี่ยยวี่หลัวหันมองคนที่กำลังแจกจ่ายโจ๊ก
เป็นดั่งที่บรรยายไว้ในนิยาย โฉมงามล่มเมือง กิริยาอ่อนช้อย อ่อนโยนจิตใจดี เข้าอกเข้าใจผู้อื่น มีสติปัญญาและสงบเยือกเย็น
นางเอกมีแต่ผู้คนชื่นชมหลงใหลอย่างแท้จริง ขอเพียงเป็นสิ่งที่ดีในหล้านี้ นางเอกจะมีทั้งหมด
“ได้ยินว่าตั้งแต่ตอนฝนยังไม่หยุด คุณหนูเวินก็ไปดูสถานการณ์ที่พักผู้อพยพทั้งทางทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตกตกด้วยตัวเอง เมื่อเห็นว่าเพิงพักอย่างง่ายที่ผู้อพยพ พักอยู่ถูกฝนสาดจนรั่วแล้ว นางจึงไปหาใต้เท้าฉางด้วยตัวเอง นำเครื่องประดับของตัวเองออกมา จะซ่อมแซมที่พักให้ผู้อพยพเหล่านี้!”
“ได้ยินมาว่านางยังเชิญชวนให้เหล่าคุณหนูทั่วทั้งจังหวัดจิ้นชางบริจาคข้าวของและทรัพย์สิน นอกจากนั้น ที่ผืนนี้ก็เป็นของตระกูลเวิน คุณหนูเวินเกลี้ยกล่อมนายท่านเวินจนสำเร็จ นำที่ดินผืนนี้ที่ตกทอดจากบรรพบุรุษมาดูแลผู้อพยพเหล่านี้ด้วย!”
“คุณหนูเวินช่างเป็นพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิดเพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างแท้จริง คุณหนูเวินเป็นคนดีมีเมตตาเป็นอย่างมาก!” ทุกคนต่างชมไม่ขาดปาก
คุณหนูเวินมีอุดมการณ์กว้างไกล คำนึงถึงผู้คนทั่วหล้า คุณหนูในตระกูลทั่วไปไม่อาจเทียบเคียงกับนางได้เลย!
เซี่ยยวี่หลัวเก็บคืนสายตา หันมองผู้คนนับร้อยรวมอยู่ที่เดียวกัน บนพื้นที่ว่างมีการสร้างเพิงพักไว้สิบหลัง กล่าวอีกนัยหนึ่ง หนึ่งหลังต้องอาศัยรวมกันสิบคน ผู้อพยพเหล่านี้ ต ต้องกินและถ่ายในสถานที่แห่งนี้ รอจนเพิงไม้ภายในเมืองสร้างเสร็จแล้ว ถึงจะกลับไปได้
ก่อนหน้านี้แบ่งออกเป็นทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตกสี่มุม ผู้อพยพนับร้อย สถานที่หนึ่งมีเพียงยี่สิบกว่าคนเท่านั้น ควบคุมดูแลง่าย และไม่ปล่อยให้ก่อปัญหาโดยง่าย แต่ต ตอนนี้คนนับร้อยล้วนอาศัยอยู่ที่นี่ ใช่ว่าเซี่ยยวี่หลัวจะไม่เชื่อในความสามารถของนางเอก เมื่อนางเป็นนางเอก ก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าวิธีการของนางต้องถูกแน่นอน!
แต่เซี่ยยวี่หลัวยังคงรู้สึกกังวลใจ คนเหล่านี้ ผู้คนร้อยกว่าคนรวมตัวกัน อาจเกิดปัญหาได้ และหากเกิดปัญหา ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่!
เซี่ยยวี่หลัวหันมองผู้อพยพที่บัดนี้อาศัยอยู่ที่นี่อย่างดีอกดีใจ ก่อนจะกลับไปด้วยท่าทางเคร่งเครียด
แจกโจ๊กเสร็จ เวินจิ้งอันก็จะกลับไปแล้ว
ระหว่างทางจากเพิงแจกโจ๊กถึงจุดที่ออกไป ผู้อพยพเหล่านั้นถือโจ๊กไว้ในมือ ต่างก็กล่าววาจาขอบคุณคุณหนูเวิน ขอบคุณพระโพธิสัตว์หญิง เวินจิ้งอันเพียงพยักหน้าเบาๆ เผยรอยยิ้มอบอุ่ นมีมารยาทบนใบหน้าอยู่ตลอด นางไม่รังเกียจที่จะสัมผัสผู้อพยพเหล่านี้แม้แต่น้อย
เมื่อเห็นผู้อพยพที่คุกเข่าให้นาง นางรีบเข้าไปพยุงอีกฝ่ายขึ้น “นี่ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ข้าควรทำ น้องสาวรีบลุกขึ้นเถอะ!”
เด็กคนนั้นเนื้อตัวสกปรก ใบหน้ามอมแมม แต่เวินจิ้งอันไม่รังเกียจแม้แต่น้อย หยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาเช็ดคราบเปื้อนบนใบหน้าให้เด็กคนนี้ ก่อนจะกล่าวอย่างเป็นกันเอง “น้องสาว วตัวน้อย พักผ่อนที่นี่ดีๆ อีกไม่กี่วัน บ้านของพวกเจ้าก็จะซ่อมเสร็จแล้ว ถึงเวลาพวกเจ้าจะได้กลับเข้าไปในตัวเมืองแล้ว”
เด็กตัวน้อยก็น่ารัก เมื่อเห็นเวินจิ้งอันที่อ่อนโยนถึงเพียงนั้น จึงกล่าวด้วยท่าทางหวั่นเกรง “พี่สาวเทพธิดา ข้า… ข้ากอดท่านได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ได้แน่นอน!” เวินจิ้งอันยิ้มพลางโอบกอดเด็กผู้หญิงตัวน้อยไว้ ไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย
เมื่อทุกคนเห็นแล้ว ต่างนึกชื่นชมอย่างอดไม่ได้
คุณหนูตระกูลเวินช่างเป็นผู้มีจิตเมตตาอย่างแท้จริง!