ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 18 บทที่ 521 ตระกูลเวินของเรา จะมีฐานะสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 18 บทที่ 521 ตระกูลเวินของเรา จะมีฐานะสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง
ไม่เพียงคิดหาวิธีจัดการดูแลผู้อพยพเหล่านี้ได้ นอกจากนั้น ยังเป็นผู้เริ่มต้นบริจาคทรัพย์สินและสิ่งของ ทั้งยังมาแจกจ่ายโจ๊กด้วยตัวเอง และเข้ากับผู้อพยพเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ช่างเป็นพระโพธิสัตว์ที่กลับชาติมาเกิดเพื่อช่วยผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างแท้จริง!
เวินจิ้งอันยิ้มพลางโบกมือให้ทุกคน ก่อนจะหันตัวขึ้นรถม้าไปอย่างไม่อาจตัดใจได้ ยืนอยู่บนรถม้า นางยังคงไม่วางใจ จึงหันกลับมากล่าวกับทุกคน “พวกท่านพักอาศัยที่นี่อย่างสบายใจได้ อีกไม่กี่วันหลังจากซ่อมแซมบ้านเรือนเสร็จแล้ว พวกเราค่อยมารับทุกคนกลับไป!”
“ขอบคุณคุณหนูเวิน ขอบคุณคุณหนูเวิน!”
“คุณหนูเวิน ท่านเปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์ที่ช่วยผู้ตกทุกข์ได้ยาก!”
เวินจิ้งอันกล่าวจบ จึงเข้าไปในตัวรถ คนรถขับรถม้าอยู่ด้านนอก ง้างแส้เฆี่ยนม้า เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว
ด้านหลังยังมีเสียงขอบคุณของเหล่าผู้อพยพที่ดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
ไม่นานรถม้าก็กลับถึงจังหวัดจิ้นชาง มุ่งตรงไปยังเรือนตระกูลซ่ง
น้ำร้อนถูกเตรียมไว้นานแล้ว เวินจิ้งอันไม่เข้าห้องของตัวเองด้วยซ้ำ นางเข้าไปในห้องอาบน้ำที่อยู่ข้างๆก่อน
อาบน้ำสองอ่างใหญ่ ทั้งด้านในด้านนอก ชำระล้างจากศีรษะจรดปลายเท้าจนสะอาดหมดจด จึงอาบเสร็จ
เสื้อผ้าที่ถอดออกจะไม่นำกลับมาใช้อีก เก็บทั้งเสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า และผ้าเช็ดหน้า ใส่เข้าไปในเตาไฟ จุดไฟเผาจนมอดไหม้ทั้งหมด
รุ่ยเอ๋อร์เช็ดผมให้เวินจิ้งอันไปพลาง ก็กล่าวด้วยความเห็นใจไปพลาง “คุณหนู ท่านรักสะอาดถึงเพียงนี้ ทำไมถึงต้องสัมผัสตัวผู้อพยพเหล่านั้นด้วยเจ้าคะ พวกเขาไม่อาบน้ำ ข้าอยู่ตั้งไกล ยังได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่กระจายออกมาจากตัวพวกเขา ท่านกลับมีจิตใจดี เข้าใกล้พวกเขา ทั้งยังกอดเด็กคนนั้นอีก!”
เวินจิ้งอันหัวเราะ “บ้านเรือนของพวกเขาพังเสียหาย ลี้ภัยมาถึงจังหวัดจิ้นชาง ไม่ง่ายเลยกว่าจะมีบ้านสักหนึ่งหลัง กลับต้องพังเสียหายอีกครั้งเพราะฝนที่ตกหนัก พวกเขาทุกข์ระทมอยู่ในใจ มีเพียงพวกเขาเองที่รู้ หากข้าสามารถทำอะไรให้พวกเขารู้สึกดีใจได้บ้าง ข้าก็ยินดีจะทำ!”
“คุณหนู ท่านจิตใจดีเกินไปแล้วเจ้าค่ะ!” รุ่ยเอ๋อร์กล่าวพลางทอดถอนใจ
ทั่วทั้งจังหวัดจิ้นชาง คงหาสตรีที่มีศีลธรรมดีงามและมีสติปัญญาอย่างคุณหนูไม่ได้อีกแล้ว
“คุณหนู นายท่านมาแล้วเจ้าค่ะ!” เสียงของสาวใช้ดังขึ้นจากด้านนอก เวินจิ้งอันเพิ่งหวีผมเสร็จ ก็รีบเดินขึ้นหน้าไปรับ “ท่านพ่อ ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ? รุ่ยเอ๋อร์ รีบไปชงน้ำชาที่ท่านพ่อชอบดื่มที่สุดมาเร็ว!”
สองพ่อลูกนั่งหันหน้าเข้าหากัน เวินสือเยี่ยนมองเวินจิ้งอันด้วยสีหน้ายินดีเต็มประดา ท่าทางดีอกดีใจ “จิ้งอัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าตลอดทางที่พ่อกลับมา ได้ยินอะไรมาบ้าง?”
เวินจิ้งอันกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ท่านพ่อได้ยินอะไรมาเจ้าคะ?”
เวินสือเยี่ยนดื่มชาร้อนหนึ่งคำ ความเย็นทั่วกายพลันสลายหายไป “ผู้คนบอกว่าเจ้างดงามใจกว้าง เฉลียวฉลาดจิตใจดี ทั้งยังมีเมตตาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้คนทั่วทั้งจังหวัดจิ้นชางต่างก็บอกว่าเจ้าเปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์”
เวินจิ้งอันแย้มรอยยิ้มด้วยสีหน้าเรียบสงบ “กล่าวเกินจริงไปแล้ว ข้าเพียงแค่ทำในสิ่งที่ข้าควรทำก็เท่านั้น!”
เวินสือเยี่ยนหัวเราะพลางตบหลังมือบุตรสาวตนเองเบาๆ “เจ้านี่นะ เจ้าทำได้ดีถึงเพียงนี้ แต่กลับมีอุปนิสัยเรียบง่ายแบบนี้เสมอ”
“ท่านพ่อ ลูกก็นิสัยแบบนี้มาตลอด ใช่ว่าท่านจะไม่รู้!” เวินจิ้งอันเผยรอยยิ้มบาง เวินสือเยี่ยนพยักหน้าด้วยความยินดี “สมกับเป็นลูกสาวคนดีของข้าเวินสือเยี่ยน! วันนี้ใต้เท้าฉางมาพบข้าด้วยตัวเอง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาบอกอะไรกับข้า?”
“อะไรหรือเจ้าคะ?”
“เขาบอกข้าว่า รอให้ผู้อพยพกลับบ้านแล้ว จะนำเรื่องเข้าราชสำนัก เพื่อขอบำเหน็จให้เจ้า!” ตอนที่เวินสือเยี่ยนรู้ข่าว ก็รู้สึกยินดีเสียยิ่งกว่าอะไร
เวินจิ้งอันแสดงสีหน้ายินดี แต่เพียงไม่นานก็สงบลง “ท่านพ่อ ข้าเพียงทำในสิ่งที่ข้าควรทำ ข้าไม่ต้องการบำเหน็จเจ้าค่ะ!”
“ข้ารู้ ข้าก็บอกใต้เท้าฉางเช่นนี้ แต่ใต้เท้าฉางบอกว่าไม่ได้ สิ่งที่ควรเป็นของเจ้าก็ต้องเป็นของเจ้า วิธีการที่เจ้าเสนอ สามารถทำให้ผู้อพยพอยู่อย่างสบายใจ นอกจากนั้น เจ้ายังให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่มีฐานะยากจนไปดูแล สามารถจัดการดูแลผู้อพยพ ทั้งยังให้คนเหล่านี้มีรายได้ นี่ถือเป็นเรื่องดีที่สร้างบุญอย่างใหญ่หลวง! ถึงแม้ครอบครัวเราจะมั่งมีทรัพย์สิน แต่ด้านอำนาจ กลับยังต้อยต่ำเกินไป หากเจ้าได้บำเหน็จจากเมืองหลวง ตระกูลเวินของพวกเรา ก็จะมีฐานะสูงขึ้นอีกขั้น”
เวินจิ้งอันพยักหน้า “ท่านพ่อ ข้ารู้เจ้าค่ะ! นั่นเป็นเกียรติยศของตระกูลเวิน ไม่ใช่เกียรติยศของลูกคนเดียว หากไม่มีท่านพ่อท่านแม่คอยอบรมสั่งสอนอย่างเอาใจใส่ และช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในครั้งนี้ พวกเราจะจัดการเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อยได้อย่างไร? ดังนั้น นี่เป็นเกียรติยศของพวกเราทั้งครอบครัวเจ้าค่ะ!”
เวินสือเยี่ยนลูบเครา มองดูบุตรสาวที่ถูกเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมมาแต่เล็กจนโต พร้อมพยักหน้าไม่หยุด “เจ้าเป็นลูกสาวที่ดีของตระกูลเวิน หากตระกูลเวินของเราได้รับบำเหน็จจากเมืองหลวง ตำแหน่งฐานะของพวกเราในจังหวัดจิ้นชางก็จะสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ถึงเวลาเรื่องการแต่งงานของเจ้า ต้องมีตัวเลือกมากกว่าตอนนี้แน่นอน!”
เมื่อได้ยินเรื่องการแต่งงานของตัวเอง ในห้วงความคิดของเวินจิ้งอันก็หวนคิดถึงเงาร่างที่สวมใส่ชุดสีขาวในวันนั้น
คุณชายรูปลักษณ์หล่อเหลาดุจหยกงาม ไม่มีผู้ใดทัดเทียม
คงหมายถึงบุคคลเช่นนี้กระมัง!
เพียงมองครั้งเดียว ก็ตกตะลึงในรูปลักษณ์อันหล่อเหลาไร้ที่ติ สายตาของเวินจิ้งอัน ไม่อาจมองผู้อื่นได้อีก
ใบหน้าของนางขึ้นสีแดงเรื่อ เวินสือเยี่ยนเพียงคิดว่าบุตรสาวประหม่าเพราะเรื่องการแต่งงาน จึงหัวเราะตาม
บุตรสาวเติบใหญ่แล้ว มีความคิดเป็นของตัวเอง
รอให้ได้บำเหน็จจากเมืองหลวง และผลสอบของเวินจวิ้นจงออกมา นั่นถึงจะเรียกว่ามีเรื่องมงคลสองเรื่องในคราเดียวอย่างแท้จริง!
คอยดูว่าถึงเวลานั้น ทั่วทั้งจังหวัดจิ้นชาง ยังจะมีผู้ใดเทียบเทียมตระกูลเวินได้อีก!
เซี่ยยวี่หลัวยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าผิดปกติ
ตอนนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ แสงแดดอบอุ่น เป็นระดับอุณหภูมิและความชื้นที่เชื้อก่อโรคชอบมากที่สุด คนมากมายถึงเพียงนั้นทั้งกินทั้งถ่ายในที่เดียวกัน ปกติก็ไม่มีมาตรกาจัดการฆ่าเชื้อโรค หากมีคนล้มป่วย ต้องเกิดการการระบาดเป็นแน่!
กล่าวตามภาษาโบราณ นั่นคือโรคติดต่อร้ายแรง หากเป็นในยุคปัจจุบัน นั่นก็คือโรคระบาด!
จะก่อให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ได้
เซี่ยยวี่หลัวไปหาเก๋อวั่ง ทั้งสองคนไปยังจวนตระกูลฉางด้วยความรีบร้อน
ที่ไหนได้ คราวนี้จวนตระกูลฉางไม่มีผู้ใดยินยอมเข้าไปรายงานให้นาง
“เจ้าเป็นหญิงชนบทจากที่ไหนกัน หากไม่มีธุระอะไร ก็รีบไปซะ มิเช่นนั้นจะจับเจ้าไปขังในเรือนจำ!” มือปราบที่เฝ้าจวนสวมใส่ชุดฝึกยุทธ์สีดำ ในมือถือพลองมือปราบไว้ สีหน้าท่าทางดุดัน
ชาวบ้านทั่วไปมีหรือจะกล้าเข้าใกล้ประตูใหญ่จวนผู้ว่าราชการจังหวัด แค่เห็นท่าทางเช่นนี้ ก็ตกใจกลัวจนขวัญกระเจิงนานแล้ว
มือปราบผู้นั้นเพียงคิดว่าหญิงชาวบ้านผู้นี้แค่อยากมาดูเท่านั้น จึงข่มขู่เซี่ยยวี่หลัว
เซี่ยยวี่หลัวกล่าวด้วยความรีบร้อน “ใต้เท้า ข้ามาหาใต้เท้าหนี ข้ามีเรื่องสำคัญต้องพบเขา!”
มือปราบผู้นั้นหัวเราะอย่างเย็นเยียบ “มีเรื่องสำคัญต้องการพบใต้เท้าหนีของเรา? วัวบ้านเจ้าหายไปหรือมีเรื่องวิวาทกับคนอื่นหรือ หากเป็นเรื่องเล็กจ้อยพวกนี้ ก็ไปหาหลี่เจิ้งของพวกเจ้า ใต้เท้าหนีของเรามีงานยุ่งทั้งวัน ไม่มีเวลาพบเจ้า!”
เซี่ยยวี่หลัว “ได้ ในเมื่อใต้เท้าหนีไม่ว่าง เช่นนั้นใต้เท้าฉางเล่า? ข้าจะพบใต้เท้าฉาง!”
มือปราบแทบจะหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน “อยากพบใต้เท้าของข้า? เจ้าคิดว่าใต้เท้าของข้าเป็นคนในครอบครัวเจ้า เจ้าอยากพบก็พบได้รึ? ไปให้พ้น ไม่อย่างนั้นจะจับเจ้าไปจองจำเดี๋ยวนี้!”
กล่าวจบ ก็ใช้พลองมือปราบชี้ไปทางเซี่ยยวี่หลัว ทำท่าราวกับว่าหากไม่ไปอีกจะจับตัวนางไว้
ชีวิตคนสำคัญยิ่ง!
เซี่ยยวี่หลัวจะไม่กลัวได้อย่างไร
ผู้อพยพจำนวนมากถึงเพียงนั้นรวมตัวกัน หากไม่มีมาตรการฆ่าเชื้อที่ดีพอ ถ้ามีคนล้มป่วย ก็จะป่วยอย่างหนัก!