ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 225 หัวหน้าหมู่บ้านโกรธจัด
บทที่ 225 หัวหน้าหมู่บ้านโกรธจัด
ในแคว้นตงฮั่น ใครก็ตามที่รังแกหญิงม่ายจำต้องถูกเฆี่ยนตี!
นี่คือสาเหตุที่วันนี้จ้าวต้าเป่าพยายามระงับอารมณ์ขุ่นเคืองเพื่อให้ได้รับความโปรดปรานจากหลี่เยว่หาน
ตั้งแต่ช่วงเวลาที่นางเฉาไม่อยู่บ้าน บุตรสาวของเขาก็มือไม้อ่อนไม่เอางานเอาการ ถึงแม้ว่าลูกสะใภ้ของบุตรชายทั้งสองจะขยันขันแข็ง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะขาดการปราบปรามของนางเฉาหรือเปล่าถึงได้คิดเอาแต่จะต่างคนต่างอยู่ตลอดทั้งวัน
เดิมทีจ้าวต้าเป่าได้ทำข้อตกลงกับจ้าวซินเอ๋อร์ที่บ้านแล้วว่าวันนี้จะมาเยี่ยมหลี่เยว่หาน ไม่ว่าหลี่เย่หานจะกล่าวอันใด จ้าวซินเอ๋อร์จะต้องไม่ปฏิเสธ นางจะต้องอดกลั้นถึงแม้ว่าหลี่เยว่หานจะสาปแช่งนางก็ตาม ปล่อยให้หลี่เยว่หานได้ระบายความขุ่นเคือง จากนั้นจึงนำตัวนางเฉากลับมา
ใครจะคิดว่าจ้าวซินเอ๋อร์จะมีความเพียรพยายามเพียงเล็กน้อยแต่กลับทำผิดพลาดมากมาย ถึงกลับกล่าวประณามว่า “แม่ม่ายอย่างเจ้าสมควรถูกรังแกแล้ว!” จ้าวต้าเป่าตกใจมากจนเผลอยกมือตบหน้าจ้าวซินเอ๋อร์
“ท่านพ่อ! ตบข้าหรือ?!” กล่าวได้ว่าจ้าวต้าเป่าลงแรงบนฝามือไปถึงเจ็ดส่วน คนที่ทำงานสวนมาตลอดทั้งวันย่อมแข็งแรงโดยธรรมชาติ จนทำให้จ้าวซินเอ๋อร์ล้มลงกับพื้น ยกมือกุมหน้า จ้องมองจ้าวต้าเป่าด้วยสายตาเหลือเชื่อ “ถึงกับตบข้าเพื่อนังแม่ม่ายเชียวหรือ?!”
จ้าวต้าเป่ากระทืบเท้าด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นว่าคำพูดจ้าวซินเอ๋อร์เริ่มไม่น่าพึงพอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ “หุบปาก!”
สะใภ้โจวที่เฝ้าดูความตื่นเต้นอยู่ด้านนอกเดินนำกลุ่มคนเข้ามาในลานบ้านขนาดเล็กของหลี่เยว่หานจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สะใภ้โจวเดินเข้ามาปกป้องหลี่เยว่หานทางด้านหน้า แล้วประชันหน้ากับจ้าวซินเอ๋อร์อย่างดุเดือด “นังสารเลวไร้ยางอาย เห็นนายท่านเวินเทียวเข้าออกหมู่บ้านจางหนิงเข้าหน่อยก็ทำหน้าระรื่นยิ้มหวาน บิดก้นส่ายสะโพกดันนมเข้าไปทักทาย น่าเวทนาที่เขาเมินเฉยเจ้าทุกครั้งไป ทำไม เพราะงั้นถึงได้มาโยนความโกรธใส่น้องหานเยว่ของข้าหรือ?!”
“สามีข้าไปเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว พวกข้าทุกคนเป็นพยานให้ได้ว่าจ้าวซินเอ๋อร์พูดอันใดออกมาบ้าง กฎหมายแคว้นตงฮั่นนั้นเข้มงวด ห้ามกลั่นแกล้งหญิงม่ายลูกติด ไม่เช่นนั้นจำต้องโดนเฆี่ยน จ้าวซินเอ๋อร์รอก่อนเถอะ!”
สะใภ้โจวกล่าวทุกอย่างภายในเฮือกเดียว และช่วยประคองหลี่เยว่หานให้ลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ รีบเข้าไปเทน้ำในห้องครัวใส่ชามและป้อนน้ำให้นางดื่ม
นางรู้สึกโล่งใจขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลี่เยว่หานดูดีขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน หัวหน้าหมู่บ้านก็ได้มาถึง
ในช่วงเวลาเกิดเหตุที่นางเฉาทุบตีหลี่เยว่หาน ผมของหัวหน้าหมู่บ้านเริ่มกลายเป็นสีเทา
นายท่านเวินจะไม่ขุ่นเคืองเลยหากหลี่เยว่หานได้รับความเป็นธรรม เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากหลี่เยว่หานฟื้นขึ้นมาแล้ว ตระกูลจ้าวจะมาส่งยาบำรุงร่างกายตรงตามเวลา แต่ใครจะคิดว่าจ้าวต้าเป่าจะแอบส่งเนื้อห้าจินมาให้เขาและบอกให้เขาไม่ต้องมาดูแลเรื่องนี้อีก
เขารู้ดีว่าไม่สามารถทำให้นายท่านเวินขุ่นเคืองได้
แต่ในทางกลับกันเขาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านจางหนิง หากมีข่าวลือเกี่ยวกับการรังแกหญิงม่ายในหมู่บ้านจางหนิงหลุดออกไปจะต้องไม่เกิดประโยชน์กับหมู่บ้านจางหนิงเป็นแน่ เดิมทีเขาปรับเปลี่ยนประเด็นสำคัญให้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญอะไร และตกลงให้จ้าวต้าเป่ามาเจรจาสร้างสันติกับหลี่เยว่หานเอง
แต่นึกไม่ถึงว่าจ้าวซินเอ๋อร์ผู้ไร้ความคิดจะทำเรื่องนี้ให้ยุ่งเหยิงกว่าเดิม!
คราวเมื่อโจวต้าหู่เข้ามาเรียกหาเขาด้วยความขุ่นเคือง หัวหน้าหมู่บ้านก็รู้สึกว่าตนอาจจะต้องลาออกจากตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน!
“หัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว! หัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว!” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋เดินตามโจวต้าหู่เข้ามาในลานบ้านของหลี่เยว่หาน จ้าวซินเอ๋อร์ยังคงตะโกนด่าทอเสียงดังลั่น จ้าวต้าเป่าตบหน้านางอยู่หลายครั้งแต่นางกลับไม่ยอมหยุด
บัดนี้นางเห็นว่าหัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามา และยังคงมีความเคารพต่อหัวหน้าหมู่บ้านอยู่บ้าง จ้าวซินเอ๋อร์จึงสงบปากสงบคำลง แต่แน่นอนว่านางแอบชำเลืองมองหัวหน้าหมู่บ้านเพราะจำได้ว่าผู้เป็นพ่อนำเนื้อจำนวนห้าจินไปมอบให้แก่หัวหน้าหมู่บ้าน
ในความคิดเห็นของนาง ถึงแม้ว่าวันนี้นางสร้างเรื่องวุ่นวายมากมาย แต่ครอบครัวของนางฉวยผลประโยชน์มาได้แล้ว เพราะฉะนั้นหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋จะต้องเข้าข้างนาง!
“ต้าหู่เล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังมาระหว่างทางแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ “เมื่อวานนี้ครอบครัวจ้าวนำเนื้อห้าจินมาให้ข้า โดยบอกว่าต้องการมาเจรจากับน้องหานเยว่ด้วยตนเอง ข้าก็นึกว่าพวกเจ้าจะมีความคิดกันมากกว่านี้ แต่นึกไม่ถึงว่าจ้าวต้าเป่าจะปล่อยให้ลูกสาวดูถูกคนอื่นเรี่ยราด! ในเมื่อคำพูดของคนในฐานะพ่อใช้ไม่ได้ผล ข้าก็จะจัดการเรื่องนี้เอง!”
คราวเมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวต้าเป่ายังไม่ได้ทันได้ปริปากกล่าวอันใด จ้าวซินเอ๋อร์ก็โกรธเคืองขึ้นมาก่อน “ท่านรับเนื้อห้าจินจากบ้านข้าไปแล้วยังกล้าที่จะมายุ่งวุ่นวายเรื่องของบ้านข้าอีก ข้าว่าหัวหน้าหมู่บ้านอย่างท่านคงใกล้จะจบเห่แล้วล่ะ”
เยี่ยมมาก จ้าวซินเอ๋อร์ผู้ไร้สมองกล่าวโจมตีอีกครั้ง ขณะเดียวกันใบหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านเริ่มมืดมน “พอครอบครัวจ้าวมาสร้างเรื่องวุ่นวายแบบนี้ ข้าก็อับอายเหลือเกินที่จะรับเนื้อบ้านเจ้ามา ข้าขอให้ภรรยาไปซื้อเนื้อห้าจินจากคนขายเนื้อกลับมาแล้ว เดี๋ยวอีกสักพักข้าจะเอาเนื้อห้าจินของบ้านเจ้ากับเนื้ออีกสิบจินไปคืนให้เจ้า! ส่วนเรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง!”
“หัวหน้าหมู่บ้านเยี่ยมมาก!”
ใครบางคนร้องตะโกนท่ามกลางกลุ่มชน จนชาวบ้านทุกคนประสานเสียงตะโกน
ถึงแม้ว่าหมู่บ้านจางหนิงจะค่อนข้างร่ำรวย แต่การซื้อเนื้อสิบจินในคราวเดียวย่อมเป็นเรื่องยากสำหรับครอบครัวธรรมดาทั่วไป
หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ต้องการแสดงความเป็นธรรมจึงส่งเนื้อคืนถึงสองเท่า เป็นการช่วยเหลือหมู่บ้านจางหนิงที่เริ่มมีชื่อเสียงเสื่อมถอยอย่างไม่ต้องสงสัย
“ท่านคิดจะรับก็รับ! คิดจะส่งคืนก็คืน! มีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้้!” จ้าวซินเอ๋อร์โกรธจัด
“สิทธิ์ในการเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน! แล้วครอบครัวเจ้ามีสิทธิอะไรมารังแกแม่ม่าย!” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋โกรธเคืองจนตัวสั่นเทา “ให้พวกแม่เฒ่ามามัดจ้าวซินเอ๋อร์ไว้แล้วส่งตัวนางไปที่ศาลาว่าการ! นางจะถูกตั้งข้อหารังแกหญิงม่ายสองครั้งต้องถูกเฆี่ยนตียี่สิบที มันไม่มากเกินไปหรอก!”
หลังจากได้ยินคำกล่าวของหัวหน้าหมู่บ้าน พวกแม่เฒ่าที่มีอาชีพใช้แรงงานก็ลุกขึ้นมามัดตัวจ้าวซินเอ๋อร์เอาไว้จนแน่นพอ ๆ กับนางเฉา
จ้าวซินเอ๋อร์ตื่นตระหนกทันที “ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน! ข้ารู้ว่าข้าผิด! แต่ท่านอย่าทำอันใดจริงจังนักเลย! ข้ายังไม่ได้ออกเรือน หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปข้าจะแต่งงานได้อย่างไร!”
“แล้วทำไมเจ้าไม่นึกถึงตอนที่ตัวเองรังแกแม่ม่ายบ้างล่ะว่าถ้ามีข่าวแพร่งพรายออกไปเจ้าจะแต่งงานอย่างไร? มันเป็นความผิดของเจ้าเอง! ถุย!” หญิงคนหนึ่งที่กดร่างจ้าวซินเอ๋อร์แล้วถ่มน้ำลายใส่
“ข้าขอกล่าวอะไรสักสองคำได้หรือไม่” หลี่เยว่หานที่แสร้งทำเป็นอ่อนแอมีสะใภ้โจวคอยประคองตัวอยู่จู่ ๆ ก็พูดขึ้น
“น้องหานเยว่ เจ้าว่ามา หัวหน้าหมู่บ้านกับคนอื่นจะทำแทนเจ้าเอง!” สะใภ้โจวกล่าวรับรองและยกมือตบหน้าอกอย่างภาคภูมิใจ
“ข้าอยากจะบอกว่า” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานฟังดูอ่อนแรง มือหนึ่งคอยประคองมู่ชวนที่มีใบหน้า ‘ซีดเซียว’ ส่วนอีกมือคอยจับหลิงซีที่กำลังหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ จากนั้นจึงกล่าวว่า “พี่ใหญ่จ้าวบอกว่าจะให้จ้าวซินเอ๋อร์มาเป็นทาสรับใช้ข้า และขอให้ข้าไปพูดคุยกับนายท่านเวินแต่ข้าไม่เห็นด้วย”
“ถึงอย่างนั้นคดีความเรื่องหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนรังแกแม่ม่ายในหมู่บ้านจางหนิงจะส่งผลกระทบต่อชายหญิงในหมู่บ้านอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นข้าถึงได้คิดว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่ควรส่งตัวจ้าวซินเอ๋อร์ให้ทางศาลาว่าการ เด็กสาวมีพ่อมีแม่แบบนี้โดนเฆี่ยนตียี่สิบทีคงจะสิ้นใจตายกันพอดี”
ทุกคนอดจะกระซิบนินทาไม่ได้เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถึงแม้ว่าหญิงม่ายตัวน้อยผู้นี้จะค่อนข้างหยาบกระด้างและหยาบคายเป็นบางครั้ง แต่นางก็เป็นคนจิตใจดี นึกถึงทุกคนแม้แต่ในช่วงเวลาวิกฤต
“เจ้าคือเจ้าทุกข์ บอกข้ามาสิว่าเจ้าจะทำอย่างไร?” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋หวังว่าหลี่เยว่หานจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นจ้าวซินเอ๋อร์จะต้องถูกส่งตัวไปยังศาลาว่าการ และมันจะส่งผลเสียต่อชื่อของหมู่บ้านจางหนิงและความสำเร็จของเขา
“ถ้าอย่างนั้นก็แค่ทำตามที่พี่ใหญ่จ้าวกล่าวก่อนหน้า” หลี่เยว่หานกล่าวพร้อมกับกระแอมไอสองครั้ง “ให้จ้าวซินเอ๋อร์ลงชื่อในสัญญาทาสและอยู่เป็นทาสรับใช้ข้า”