ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 226 เสียงเจี๊ยวจ๊าว
บทที่ 226 เสียงเจี๊ยวจ๊าว
“มีสิทธิ์อะไร!” ดวงตาที่งดงามของจ้าวซินเอ๋อร์เบิกกว้าง “เจ้าเป็นแค่แม่ม่าย ริอ่านอยากได้หญิงสาวมีพ่อมีแม่และยังไม่ได้ออกเรือนมาเป็นสาวรับใช้หรือ? เจ้าคิดว่าตนเองร่ำรวยนักหรือไง? ครอบครัวไหนในหมู่บ้านแห่งนี้ที่มีหญิงรับใช้บ้าง? ท่านหัวหน้าหมู่บ้านอย่าได้ส่งเสริมความชั่วร้ายนี้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นคนอื่นจะหัวเราะเยาะหมู่บ้านของเราเอาได้!”
ต้องกล่าวว่าถึงแม้จ้าวซินเอ๋อร์จะเป็นสาวสวยสะพรั่งที่ไร้มันสมอง แต่นางก็เลียนรู้ทักษะจากคนอื่น ๆ ได้ดีทีเดียว นางเลียนแบบวิธีการตามสะใภ้โจวและยกเรื่องต่าง ๆ มาเป็นข้ออ้าง
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของทุกคนเงียบไปหลังจากได้ยินคำพูดของจ้าวซินเอ๋อร์ และล้วนอยากรู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋จะตัดสินอย่างไร
“แค่ก ๆ…” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋คาดการณ์ไม่ถึงว่าจ้าวซินเอ๋อร์จะออกกลอุบายเช่นนี้ จนมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจ
ส่งตัวนางไปให้ศาลาว่าการก็มีแต่จะนำความเสื่อมเสียมาให้หมู่บ้านเปล่า ๆ
แต่ถ้าหากไม่ส่งตัวนางไปให้ศาลาว่าการ พิจารณาจากอารมณ์ของนายท่านเวินเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้าแล้ว หากรู้ว่าหญิงม่ายถูกรังแก เขาจะไม่มีวันปล่อยอีกฝ่ายไปอย่างแน่นอน
ส่วนวิธีการแก้ไข้อย่างสันติคือการขายจ้าวซินเอ๋อร์ไปเป็นทาสรับใช้ให้กับหลี่เยว่หาน ถึงอย่างนั้นคนภายนอกได้หัวเราะเยาะหมู่บ้านจางหนิงของพวกเขากันพอดี
หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋รู้สึกว่าครั้งนี้มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องเลือกทางเลือกเหล่านี้ ทว่าทางเลือกสามทางตรงหน้ากลับเป็นเพียงทางตัน ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเลือกข้อไหน เขาที่อยู่ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านก็ย่อมมีความผิดติดตัว
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน” หลี่เยว่หานเล็งเห็นความลำบากใจของหัวหน้าหมู่บ้าน จึงค่อย ๆ กล่าวขึ้นว่า “ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของหมู่บ้าน หากเป็นเช่นนั้นข้าจะคิดหาทางอื่น”
“เจ้าว่ามาสิ” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋เห็นว่าหลี่เยว่หานดูผ่อนคลายลงจึงขอให้นางพูดต่อ
หลี่เยว่หานผู้ ‘อ่อนแอ’ แสร้งทำเป็นรวบรวมพละกำลังแล้วกล่าวว่า “ทุกคนคงจำได้ว่าในตอนนั้นจ้าวซินเอ๋อร์กล่าวต่อสาธารณชนแล้วว่านางตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลจ้าว ถึงแม้ว่าตัวข้าจะไม่เข้าใจเรื่องในครอบครัวของนาง แต่ข้าแค่คิดแนวทางจากสิ่งที่นางพูดในวันนั้น”
“หานเยว่หุบปาก! ใครบอกว่าข้าตัดสายสัมพันธ์กับทางครอบครัว!” จ้าวซินเอ๋อร์เริ่มแสดงท่าทางก้าวร้าว “ถ้อยคำโกรธเคืองจะเอามาคิดจริงจังทำไม!”
“จ้าวซินเอ๋อร์หุบปาก ข้าจำถ้อยคำสาบานของเจ้าในวันนั้นได้ น้ำเสียงของเจ้าไม่ได้ฟังดูโกรธเคืองแม้แต่น้อย เจ้าแทบทนรอไม่ไหวที่จะปลีกตัวออกมาจากตระกูลจ้าวเองต่างหาก หากไม่ใช่ว่าพี่สะใภ้ทั้งหลายขัดขวางไม่ให้เจ้าไปประทับรอยนิ้วมือกับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน เจ้าจะกลับไปที่ตระกูลจ้าวได้อย่างไร!”
คำพูดดังกล่าวมาจากป้าเสิ่นที่เคยอาศัยอยู่ข้างบ้านวังหลาน ถึงแม้ว่านางจะไม่ชอบวังหลานมาก่อน ทว่าหลังจากวังหลางมีหน้าที่การงานและย้ายออกไป นางก็รู้สึกขอบคุณหลี่เยว่หานมาก
นางอาศัยอยู่ข้างบ้านโสเภณี หากมีข่าวหลุดลอดออกไปก็ไม่รู้ว่าคนจะกล่าวว่าอย่างไร ด้วยเหตุนี้นางจึงมีความประทับใจต่อหลี่เยว่หาน หญิงม่ายตัวน้อยคนใหม่มากกว่า
“เอาล่ะ ๆ อย่าส่งเสียงดัง ฟังที่น้องหานเยว่พูดก่อน” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ตะเบ็งเสียงดังใส่จ้าวซินเอ๋อร์ทันทีเมื่อเห็นว่านางกำลังจะโต้เถียงต่อ เขาเหนื่อยใจกับหญิงสาวคนนี้เต็มที
หลี่เยว่หานทำท่าทาง ‘สูดลมหายใจเข้า’ อีกครั้ง จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ในเมื่อวันนั้นจ้าวซินเอ๋อร์ประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่านางตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลจ้าวแล้ว นางก็ควรจะไปประทับลายนิ้วมือกับหัวหน้าหมู่บ้านเสีย หลังจากนั้นคงไม่ใครสนใจเรื่องที่นางจะถูกส่งตัวออกมาจากหมู่บ้านเพราะรังแกแม่ม่ายลูกติดหรอก”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ชาวบ้านทุกคนยกเว้นจ้าวต้าเป่ากับจ้าวซินเอ๋อร์ก็รู้สึกว่านี่เป็นวิธีการที่สงบสุขที่สุดในการจัดการ
“ข้าไม่เห็นด้วย!” แน่นอนว่าจ้าวซินเอ๋อร์จะไม่มีทางเห็นด้วย “ข้าเกิดที่หมู่บ้านจางหนิงเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านจางหนิง แล้วเหตุใดหมู่บ้านจะต้องขับไล่ข้าออกไปเพียงเพราะแม่ม่ายต่างถิ่นด้วย! ข้าไม่เอาด้วยหรอก!”
“หากเป็นเช่นนั้น” หลี่เยว่หานไม่ยอมแพ้ หันหน้าไปมองหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋แล้วกล่าวว่า “ข้าก็จะส่งตัวจ้าวซินเอ๋อร์ไปให้ทางที่ว่าการ ถึงแม้ว่าข้าจะย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงได้แค่ไม่กี่เดือน แต่ข้าก็จะไม่สนับสนุนการกลั่นแกล้งหญิงม่ายที่เลวร้ายเช่นนี้”
“ใช่ น้องหานเยว่ถอยให้หลายก้าวแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรการกลั่นแกล้งหญิงม่ายก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจเสมอ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านลองคิดพิจารณาให้ดีเถิด”
“หากมาทำข้านะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องส่งตัวไปที่ว่าการเลย ถ้ามีใครสักคนมาช่วยสนับสนุนอย่างนายท่านเวิน ป่านนี้ข้าคงฆ่าหญิงสาวอย่างจ้าวซินเอ๋อร์ไปแล้ว!”
“พูดอีกก็ถูกอีก! นางตามรังควานน้องหานเยว่มาหลายครั้งแล้ว หากนายท่านเวินไม่มาก่อนก็ไม่รู้ว่าน้องหานเยว่จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร การถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านถือว่าเป็นการลงโทษที่เบามาก!”
…
ชาวบ้านแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจนหัวหน้าหมู่บ้านคิดได้
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าจ้าวซินเอ๋อร์เป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด เดิมทีเขาคิดว่าหากตระกูลจ้าวสามารถมอบความจริงใจด้วยการกล่าวขอโทษหลี่เยว่หานได้ เขาก็จะไม่ดำเนินคดีความ
แต่กลับคาดการณ์ไม่ถึงว่าจ้าวซินเอ๋อร์จะไม่ยอมชดเชยอะไรง่าย ๆ หนำซ้ำยังฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของคนอื่น หากอยู่ในหมู่บ้านต่อคงจะนำพาความหายนะมาอีก และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง!
การขับไล่นางออกไปเพียงลำพังไม่เพียงแต่จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังทำให้หลี่เยว่หานสงบอารมณ์ลงด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือข่าวลือความบ้าคลั่งของนางเฉาได้แพร่กระจายออกไปแล้ว หากมีข่าวลือหลุดลอดออกไปว่าบุตรสาวของนางก็กลั่นแกล้งหญิงม่ายเช่นกัน และเขาที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านกลับนิ่งเฉยไม่ทำอันใด ผู้บังคับบัญชาจะต้องถอดถอนเขาออกจากงานราชการเป็นแน่
หากไม่มีตำแหน่งงานทางราชการอย่างหัวหน้าหมู่บ้าน อนาคตของเขาก็คงไม่แน่นอนอีกต่อไป!
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามจ้าวซินเอ๋อร์จะไม่สามารถอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงได้อีก แน่นอนว่าหากนางเต็มใจทำงานเป็นหญิงรับใช้บ้านของหลี่เยว่หาน เรื่องทุกอย่างก็จะคลี่คลายลง หากแต่ว่าจ้าวซินเอ๋อร์ปฏิเสธที่จะลดตัวลง ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขับไล่นางออกไป!
“ทำตามที่น้องหานเยว่บอก อย่างไรเสียอย่าให้นางต้องทุกข์ทรมาน” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวขณะโบกมือ “จ้าวซินเอ๋อร์มาลงชื่อออกจากทะเบียนบ้านกับข้า แล้วกลับไปเก็บข้าวของเสีย เจ้าจะต้องออกจากหมู่บ้านไปภายในวันนี้”
“ข้าไม่เอาด้วยหรอก!” จ้าวซินเอ๋อร์มีอารมณ์ดื้อรั้นมาตั้งแต่เด็ก นางอารมณ์เสียมากพอแล้วที่วันนี้จ้าวต้าเป่าชักชวนนางให้มาขอโทษหลี่เยว่หาน แล้วตอนนี้ยังมีหน้ามาขับไล่นางออกจากหมู่บ้านอีกหรือ?
นางรังแกง่ายนักหรือไง! นอกจากนี้! นางเป็นหญิงสาวมีพ่อมีแม่ หากมีชื่อเสียงติดตัวว่าถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ในอนาคตนางจะแต่งงานได้อย่างไร! จะคู่ควรกับนายท่านเวินได้อย่างไร!
“ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาถามเจ้าว่าเจ้าต้องการหรือไม่ แต่คนทั้งหมู่บ้านทนกับเจ้าไม่ไหวแล้วต่างหาก!” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋พยายามใจเย็นแต่สุดท้ายก็ระงับความโกรธเคืองเอาไว้ไม่ไหว “เจ้าดูว่าเจ้าทำอะไรลงไปบ้าง! แม่เจ้าทุบตีหานเยว่แบบนี้ แต่หมู่บ้านจางหนิงของเราก็ยังให้ครอบครัวเจ้าได้อยู่ต่อ นายท่านเวินยอมพูดจาดี ๆ ต่อหน้านายอำเภอ พอมาวันนี้เจ้ากลับมารังแกนางอยู่อีก ไหนเจ้าบอกมาสิว่าที่เจ้าทำมันสมเหตุสมผลหรือไม่?”
“ข้ามีเหตุผลแล้วกัน!” จ้าวซินเอ๋อร์รู้สึกถึงลำคอที่แหบพร่า “ข้าอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงมาตั้งแต่เด็ก หากข้าต้องออกไป ครอบครัวของนังแม่ม่ายนี่ก็ต้องออกไปด้วย!”
ทุกคนจ้องมองจ้าวซินเอ๋อร์ด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามทันทีเมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนั้น
ราชสำนักมีรับสั่งว่าห้ามกลั่นแกล้งหญิงม่าย แต่ครอบครัวของนางกลับทำสิ่งโสมมใส่ผู้อื่น แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าตนเองมีสิทธิ์ นางช่างกล้านัก!
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ออกกันไปเถอะ” หลี่เยว่หานไอโขลกสองสามครั้งด้วยสีหน้ายอมแพ้ ประกอบกับสีหน้าซีดเซียว ทำให้ชาวบ้านทุกคนรู้สึกไม่พึงพอใจ
“จ้าวซินเอ๋อร์ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหน!” น้ำเสียงคุ้นเคยดังลอดออกมาจากประตูหน้าบ้าน หลังจากนั้นเวินเทียนเหล่ยกับฉงหยางก็เดินเข้ามาด้วยความโกรธจัด “แม่ของเจ้าทุบตีพี่สะใภ้ข้า พี่สะใภ้ข้ายังอุตส่าห์มาขอความเมตตาให้ครอบครัวจ้าว แต่เจ้ายังกล้าที่จะขับไล่พี่สะใภ้ข้าออกไปจากหมู่บ้านงั้นหรือ? เกรงว่ามันจะขัดต่อฟ้าดินเอาน่ะสิ”