ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 227 กักบริเวณจ้าวซินเอ๋อร์
บทที่ 227 กักบริเวณจ้าวซินเอ๋อร์
ท่าทางของจ้าวซินเอ๋อร์ดูอ่อนโยนลงหลังจากเห็นเวินเทียนเหล่ยมาปรากฏตัว นางถึงกับหลั่งน้ำตา “แต่แม่ม่ายนางนี้ต้องการขับไล่ข้าออกจากหมู่บ้าน! ข้ามีพ่อมีแม่และยังไม่แต่งงานด้วยซ้ำ หากข้าถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านไปแล้วใครจะมาแต่งงานกับข้า!”
“ในเมื่อเจ้ากล้ารังแกพี่สะใภ้ของข้า เจ้าก็ถูกลิขิตว่าเป็นผู้กลั่นแกล้งหญิงม่ายแล้ว ขับไล่เจ้าออกจากหมู่บ้านมันยังน้อยไป หากพี่สะใภ้ของข้าไม่ห้ามปรามข้าก็คงจะขับไล่ทั้งตระกูลจ้าวของเจ้าออกจากหมู่บ้านจางหนิงไปแล้วด้วยซ้ำ!” เวินเทียนเหล่ยกล่าวเน้นคำว่า ‘พี่สะใภ้ของข้า’ อยู่หลายครั้ง สิ่งที่เขากล่าวนั้นถูกต้องและไม่มีใครมาหักล้างเขาได้
“นายท่านเวิน เหตุใดท่านถึงไม่ยุติธรรมนัก!” จ้าวซินเอ๋อร์มีความสามารถในการบังคับน้ำตาให้ไหลลงมาได้ทุกเมื่อที่นางต้องการ และเหมือนกับว่านี่จะเป็นสิ่งที่นางเรียนรู้มาจากจินเสวี่ยเอ๋อร์ ทันใดนั้นนางก็ร้องไห้สะอื้นจนหายใจหอบ “หานเยว่เป็นเพียงผู้อพยพ เหตุใดครอบครัวจ้าวของข้าจะต้องถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านจางหนิงด้วย!”
“โอ้ ข้าไม่เห็นจะรู้ว่าคนนอกนั้นไร้สถานะในหมู่บ้านจางหนิง” เวินเทียนเหล่ยกล่าวและหันไปมองหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ด้วยสายตาเย็นชา “พูดแบบนี้หมายความว่าพวกเจ้าจะขับไล่พี่สะใภ้ของข้าออกจากหมู่บ้านหรือ?”
ขณะที่หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋กำลังจะปฏิเสธ เวินเทียนเหล่ยก็หันกลับไปมองจ้าวซินเอ๋อร์อีกครั้งและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่เป็นไร อย่างไรเสียตระกูลเวินของข้าก็มีธุรกิจใหญ่โตมีเรือนหลังใหญ่ให้พี่สะใภ้ของข้าได้อยู่อาศัย หากพี่สะใภ้ไม่พยายามหลีกเลี่ยงความสงสัยแล้วปฏิเสธที่จะมาอยู่ที่บ้านตระกูลเวิน ข้าก็คงจะไม่ปล่อยให้พี่สะใภ้มาทุกข์ทรมานที่นี่หรอก!”
หลังจากนั้นเวินเทียนเหล่ยก็หันไปมองหลี่เยว่หาน โค้งคำนับด้วยความเคารพแล้วกล่าวว่า “พี่สะใภ้ ข้าบอกท่านแล้วว่าที่แห่งนี้ไม่ดี แต่ท่านกลับไม่ยอมฟัง ในเมื่อทุกคนพร้อมใจขับไล่ท่านออกมาแล้ว เหตุใดจึงไม่ไปอาศัยอยู่ในเรือนคฤหาสน์ตระกูลเวินในตัวอำเภอเล่า? ส่วนเรื่องกลั่นแกล้งหญิงม่ายนั้น ก่อนหน้านี้ท่านขอให้ข้าไปบอกทางศาลาว่าการว่าอย่าทำให้ตระกูลจ้าวอับอายขายขี้หน้าจนเกินไป แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ผู้คนจะไม่เป็นที่น่าพอใจ บ้านเมืองมีขื่อมีแป วันนี้พี่สะใภ้พาลูก ๆ ไปตั้งถิ่นฐานใหม่กับข้าในตัวอำเภอเถิด แล้วข้าจะให้ฉงหยางพาตัวจ้าวซินเอ๋อร์ไปพบเจ้าหน้าที่!”
“ไม่ได้ ทำแบบนี้ไม่ได้นะนายท่านเวิน!” จ้าวต้าเป่าตื่นตระหนกทันทีเมื่อได้ยินว่าจ้าวซินเอ๋อร์จะถูกพาตัวไปพบเจ้าหน้าที่ ภรรยาของเขากำลังถูกที่ว่าการอำเภอควบคุมตัวอยู่ หากลูกสาวของเขาถูกจับกุมตัวไปและนำส่งขึ้นศาลาว่าการอีกครั้ง ตระกูลจ้าวคงจะไม่มีหน้าทนอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงอีกต่อไป
จ้าวต้าเป่าตื่นตระหนกมาก รีบคุกเข่าลงกอดต้นขาของเวินเทียนเหล่ย “ข้าขอโทษน้องหานเยว่แทนลูกสาวที่โง่เขลาของข้าด้วย นายท่านเวิน อย่าพาตัวลูกสาวข้าไปให้เจ้าหน้าที่เลยนะ! นางยังเด็กยังไม่เข้าใจอะไร นายท่านเวิน ได้โปรดปล่อยนางไปสักครั้งเถิด!”
“พี่สะใภ้ของข้าใจดีมีเมตตามาก อุตส่าห์หาทางรอดให้จ้าวซินเอ๋อร์แล้ว แต่นางทำตัวเองแล้วจะโทษใครได้เล่า!” เวินเทียนเหล่ยกล่าวและเตะจ้าวต้าเป่าให้ถอยห่าง “หลีกไป ข้าไม่ใช่นายท่านของเจ้า!”
หลังจากนั้นเวินเทียนเหล่ยก็โค้งคำนับหลี่เยว่หานอีกครั้ง ท่าทางของเขาดูเคารพนับถืออย่างยิ่ง “พี่สะใภ้ พี่ใหญ่ฉีเป็นผู้ช่วยชีวิตของข้า บัดนี้เขาจากไปแล้ว ข้าจึงมีหน้าที่ดูแลครอบครัวของท่านแทน ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ปฏิบัติอะไรเลวร้ายต่อท่านและลูก ๆ เป็นอันขาด สุดท้ายแล้วหมู่บ้านจางหนิงนั้นอยู่ห่างไกลความเจริญผู้คนขาดจิตสำนึก เกรงว่าสักวันหนึ่งจะมีคนมารังแกท่านอีก!”
“นายท่านเวิน ท่านกำลังพูดว่าอะไร พวกเราคนในหมู่บ้านจะข่มเหงน้องหานเยว่หรือ” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋รีบเข้ามาร้องขอความเมตตา สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่สามารถขับไล่ครอบครัวของหลี่เยว่หานออกไปได้ ไม่เช่นนั้นหมู่บ้านจางหนิงของพวกเขาจะมีชื่อเสียงด้านการรังแกและขับไล่หญิงม่าย!
“ข้ากล่าวว่าอย่างไรก็อย่างนั้นแหละ ทำไม เจ้าจะโต้แย้งหรือ?” เวินเทียนเหล่ยเหลือบมองหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ที่อยู่ด้านข้าง “ข้าจะบอกให้ว่าเจ้านนั้นที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านก็ไร้ความสามารถพอกัน รับมือกับเด็กสาวเพียงคนเดียวไม่ได้ด้วยซ้ำ ปล่อยให้นางมาสร้างความขุ่นเคืองให้พี่สะใภ้ของข้าอยู่หลายครั้ง เจ้าคิดว่าลำพังพี่สะใภ้ของข้าเพียงคนเดียวจะเลี้ยงลูกสองคนไหวหรือ? หนำซ้ำตอนนี้ตระกูลจ้าวยังมาทุกตีจนบาดเจ็บ ไม่มีอะไรมารับประกันว่าในอนาคตจะหายดี แล้วเจ้ายังจะมาบอกข้าว่าพวกเจ้าไม่ได้รังแกพี่สะใภ้ข้าอีกหรือ?”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ…” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ตื่นตระหนกเช่นกัน
โดยทั่วไปแล้ว คนอื่นจะไม่ทราบถึงตัวตนแหล่งที่มาของเวินเทียนเหล่ย อันเนื่องมาจากเวินเทียนเหล่ยเคยเดินทางไปพำนักอยู่ที่เมืองหลิวชิงเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชื่อเสียงของพ่อค้าหลวงขั้นหนึ่งไม่ได้แพร่กระจายมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างหมู่บ้านจางหนิง ถึงอย่างนั้นหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋เป็นก็เป็นถึงผู้นำของหมู่บ้าน มีความกระตือรือร้นมากกว่าคนอื่น ๆ หลังจากพาตัวนางเฉาไปที่ว่าศาลาว่าการอำเภอแล้ว เขาจึงสอบถามเรื่องนี้เงียบ ๆ จนรู้มาว่าเวินเทียนเหล่ยอาศัยอยู่ในเมืองหลวงและเป็นคนที่ไม่ควรไปยุ่งด้วย
ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเขา!
“ตระกูลจ้าว!” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ตอนนี้เจ้ามีแค่สองทางเท่านั้น หนึ่งคือขายจ้าวซินเอ๋อร์ให้กับน้องหานเยว่ และกลายไปเป็นทาสรับใช้ตั้งแต่นั้นมา สองขับไล่จ้าวซินเอ๋อร์ออกจากหมู่บ้านจางหนิงไปแล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก! ไม่เช่นนั้นสมาชิกในครอบครัวจ้าวทุกคนจะต้องย้ายออกไป และพวกเจ้าจะไม่ใช่คนจากหมู่บ้านจางหนิงอีก เลือกมา!”
จ้าวต้าเป่าฟุบตัวลงกับพื้นด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ จ้องมองหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ด้วยดวงตาเบิกกว้าง จากนั้นจึงหันไปมองเวินเทียนเหล่ยและลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นเทา “พวกท่าน… พวกท่านไม่ให้ทางออกแก่ครอบครัวจ้าวของเราเลย…”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ ทำไมถึงไม่ให้ทางออกแก่ครอบครัวจ้าวหรือ ลูกสาวที่ตระกูลจ้าวเลี้ยงดูมาชั่งไร้เหตุผลสิ้นดี มารังแกน้องหานเยว่กับครอบครัวนางแบบนี้ก็ถือว่าครอบครัวนางอดทนกับครอบครัวจ้าวของเจ้ามากพอแล้ว!”
“ใช่ เจ้าคิดว่าจ้าวซินเอ๋อร์เป็นคนดีหรือไง? เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่านางทำสิ่งที่น่ารังเกียจในหมู่บ้านไปมากแค่ไหน! หากจ้าวต้าเป่าไม่ใช่คนเฒ่าคนแก่ พวกเราก็คงอดกลั้นต่อความหยิ่งผยองของบุตรสาวตระกูลจ้าวของเจ้าไม่ไหวหรอก!”
“พูดอีกก็ถูกอีก! เมื่อก่อนพวกเราก็ขอให้น้องหานเยว่ไปขายงานปักที่ร้านขายผ้าอวี้เยว่ให้เหมือนกัน แต่พอน้องหานเยว่ปฏิเสธ พวกเราก็ไม่ได้ทำอันใด นอกจากนี้นางยังช่วยพาพวกน้องสะใภ้พี่สะใภ้ไปดูงานที่ร้านผ้าอวี้เยว่แทน มีแต่จ้าวซินเอ๋อร์นั่นแหละ เหตุใดถึงมาขัดแย้งกับน้องหานเยว่อยู่ได้?”
…
หลังจากทุกคนออกมาพูด จ้าวต้าเป่าก็เริ่มพูดไม่ออก
“เอาล่ะ หยุดเถียงกันสักที!” เวินเทียนเหล่ยร้องตะโกน ทุกคนรีบพากันเงียบเพราะอยากรู้ว่าเวินเทียนเหล่ยจะกล่าวอะไร
ระหว่างนี้เวินเทียนเหล่ยได้ส่งสัญญาณให้ฉงหยางเข้าไปประครองหลี่เยว่หานให้นั่งลง แล้วจึงกล่าวว่า “พี่สะใภ้ของข้ายังไม่หายป่วยจากอาการบาดเจ็บสาหัส มาทนฟังเสียงเจื้อยแจ้วแบบนี้ไม่ไหวหรอก!”
หลี่เยว่หานพยายามระงับความดีใจ ทว่าตนไม่ได้แสดงออกมาบนใบหน้า เพียงแต่ถอนหายใจเท่านั้น “พี่ใหญ่จ้าว ข้ารู้ว่าพี่ทุกข์ใจแทนลูกสาว ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ พี่กลับไปแล้วขังจ้าวซินเอ๋อร์ไว้ที่บ้าน อย่าปล่อยให้นางออกมาเดินเพ่นพ่านอีก แล้วเรามาลืมเรื่องนี้กัน”
“เจ้ามีสิทธิอะไรมาสั่งให้พ่อขังข้า!” จ้าวซินเอ๋อร์ไม่พอใจทันที
เพี๊ยะ!
จ้าวต้าเป่าลุกขึ้นยืนยกมือตบหน้านางแล้วด่าทอ “นังเด็กบ้า หุบปากเดี๋ยวนี้เลย! ถ้าไม่อยากถูกไล่ออกจากหมู่บ้านก็ไสหัวกลับไปขลุกตัวอยู่ในบ้านซะ!”
ตั้งแต่จ้าวซินเอ๋อร์เติบโตขึ้นมา วันนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่จ้าวต้าเป่าตบหน้านาง และเขาเคร่งครัดเป็นอย่างมาก
ไม่ใช่เพราะสิ่งอื่นใด แต่เป็นเพราะว่าหวาดกลัว
นางมองดูผู้เป็นพ่อทุบตีพี่ชายทั้งสองคนมาตั้งแต่นางยังเป็นเด็ก หากแม่ปกป้องนางและกล่าวว่านางเป็นเด็กผู้หญิง จ้าวต้าเป่าก็จะไม่มีวันลงมือกระทำกับจ้าวซินเอ๋อร์เช่นนี้เด็ดขาด
ตอนนี้ทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านยังพยายามขับไล่จ้าวซินเอ๋อร์ออกจากหมู่บ้าน แต่นางเป็นลูกสาวมีพ่อมีแม่ออกจากหมู่บ้านไปแล้วจะไปอยู่ที่ไหนได้ ไม่ว่านางจะโง่เขลาสักเพียงไหน แต่จ้าวซินเอ๋อร์ก็รู้ดีว่าหากกล่าวอะไรออกไปในตอนนี้ก็มีแต่จะแย่ลงเสียเปล่า ๆ และพ่อของนางกำลังทุบตีนางเพื่อช่วยเหลือนางอยู่
“น้องหานเยว่ ต่อจากนี้ไปข้าจะขังซินเอ๋อร์เอาไว้ จะไม่ปล่อยให้นางก้าวขาออกมาจากบ้านอีก!” จ้าวต้าเป่าจ้องมองหลี่เยว่หานอย่างจริงใจ โดยหวังว่านางจะกล่าวถ้อยคำดี ๆ กับนายท่านเวินผู้ที่ไม่อาจแตะต้องได้ เพราะเขาไม่ต้องการอพยพออกจากบ้านเกิดเพียงเพราะลูกสาวคนเดียว!