ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 232 กินเนื้อ
บทที่ 232 กินเนื้อ
“ตามจริงแล้วเจ้าไม่ต้องเดินทางมาที่นี่ก็ได้” เมิ่งฉีฮ่วนสวมกอดหญิงสาวตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขน “เดี๋ยวอีกไม่กี่เดือน หลังจากฤดูร้อนสิ้นสุดลง ข้าก็จะเดินทางไปรับเจ้ากับพวกลูก ๆ มาอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว เหตุผลที่ข้าไม่ให้พวกเจ้ามาที่นี่ในเวลานี้เป็นเพราะมันยังอันตรายอยู่”
“เมิ่งฉีฮ่วนได้โปรดทำตัวมีศักดิ์ศรีด้วยเถอะ!” หลี่เยว่หานรู้สึกหงุดหงิดกับเมิ่งฉีฮ่วนเต็มทน “เก็บคำพูดเหลวไหลของท่านเอาไว้เกลี้ยกล่อมฮูหยินของท่านเถอะ! ราช! บุตร! เขย!”
หลังจากพูดจบ หลี่เยว่หานก็ก้มศีรษะลงอ้าปากกัดเมิ่งฉีฮ่วนอย่างแรง
เมิ่งฉีฮ่วนเสียสมาธิจากการถูกนางกัดและเผลอปล่อยมือออก หลี่เยว่หานฉวยโอกาสนี้พลิกตัวและวิ่งออกจากอ้อมแขนของเมิ่งฉีฮ่วน ออกไปยืนทำหน้าโกรธอยู่อีกฝั่ง “เวินเทียนเหล่ยบอกข้าว่าท่านอยู่ที่เมืองหลวง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารและเสนาบดีกรมกลาโหม ได้รับความโปรดปรานจากองค์ชายสาม เดิมทีข้าคิดว่าท่านกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ดูเหมือนว่าหลี่เยว่หานคนนี้จะมีอารมณ์อ่อนไหวไปเอง”
หลี่เยว่หานสาปแช่งด้วยความโกรธจัด ขณะที่เมิ่งฉีฮ่วนคอยรับฟังอย่างสงบ นอกจากสัมผัสรอยเขี้ยวเป็นครั้งคราวแล้ว เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีก
“ตอนนี้ท่านกลายเป็นราชบุตรเขยเลื่องชื่อ ส่วนข้าเป็นแค่สาวบ้านชนบท ไม่บังอาจกล่าวอ้างตนว่าเป็นภรรยาของท่านได้หรอก สถานะของข้าเป็นเช่นนี้คงไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นนางสนม ข้ารู้ว่าท่านหมายความว่าอย่างไร ข้าจะออกไปเสียเดี๋ยวนี้ ข้าจะกลับออกไปและสัญญาว่าจะไม่มาสร้างปัญหาให้ท่านอีก!”
เดิมทีหลี่เยว่หานคิดจะด่าทอเมิ่งฉีฮ่วนอยู่หลายคำ แต่นางกลับต้องยอมพ่ายแพ้ไปเมื่อเห็นสีหน้าไร้ยางอายของเมิ่งฉีฮ่วน
แทนที่จะมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่ ควรเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านจางหนิงตั้งแต่เนิ่น ๆ พาพวกเด็ก ๆ กลับออกไปก่อนที่เมิ่งฉีฮ่วนจะส่งคนมาพาพวกตัวเด็ก ๆ ออกไป
ใช่แล้ว! นี่คือสิ่งที่หลี่เยว่หานคิด!
อย่างไรเสียตอนนี้นางก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกับมู่ชวนและหลิงซีได้ หากเด็กทั้งสองไปอยู่กับเมิ่งฉีฮ่วน พวกเขาก็อาจจะถูกแม่เลี้ยงรังแกได้!
ท้ายที่สุดแล้วเมิ่งฉีฮ่วนเป็นราชบุตรเขย ถึงแม้ว่าหลี่เยว่หานจะไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์มากนัก แต่นางก็รู้ดีว่าไม่มีองค์หญิงองค์ใดต้องการเป็นแม่เลี้ยง
เมื่อเห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่กล่าวอะไร หลี่เยว่หานก็ยิ่งโกรธมากขึ้น หันกลับไปคว้าสัมภาระของตนเองยกกระเป๋าขึ้นพาดไหล่แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูโดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมองเมิ่งฉีฮ่วน
สายลมพัดผ่านเข้ามา หลี่เยว่หานตกใจที่จู่ ๆ เมิ่งฉีฮ่วนก็มาปรากฏตัวตรงหน้า “ท่านบ้าไปแล้วหรือ!”
“นี่เจ้า… เรียกข้าว่าอะไรนะ?” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มและจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหลี่เยว่หาน “ราชบุตรเขตหรือ?”
“ทำไม? ทีเมื่อวานตอนท่านส่งเกี้ยวไปรับเจ้าสาวยังสั่งให้จับข้าอยู่เลย หรือท่านกลัวว่าข้าจะตะโกนป่าวประกาศว่าท่านแต่งงานกับหญิงชนบทแล้ว?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้วขณะจ้องมองเมิ่งฉีฮ่วน “ท่านผู้สูงศักดิ์ไม่ต้องกังวลหรอก ข้ารู้สถานะของข้าดี หลังจากกลับไปแล้วข้าจะไม่หันกลับมามองท่านอีก และสัญญาว่าจะไม่รบกวนพิธีแต่งงานของท่านกับองค์หญิง!”
หลี่เยว่หานกล่าวและยื่นมือออกไปผลักเมิ่งฉีฮ่วน
แต่ใครจะรู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นดั่งก้อนหินหนักพันจิน หลี่เยว่หานผลักเขาอยู่นานแต่กลับไม่ขยับเขยื้อนเลย
“ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่!” หลี่เยว่หานกำลังโกรธจัด และอารมณ์เสียมากขึ้นเรื่อย ๆ!
“ข้าคิดว่าฮูหยินคงจะเข้าใจตัวข้าผิดไป และข้าต้องอธิบายมันให้ชัดเจน” เมิ่งฉีฮ่วนยังคงแสดงรอยยิ้มยียวน
“อ๊ะ เราเข้าใจผิดกันไปอย่างนั้นหรือ ขอโทษด้วย หลี่เยว่หานคนนี้เป็นเพียงหญิงม่ายจากหมู่บ้านจางหนิง ไม่ใช่ฮูหยินของท่าน! ออกไปให้พ้น!” หลี่เยว่หานกล่าวและผลักไสเมิ่งฉีฮ่วนอีกครั้ง
เมิ่งฉีฮ่วนยังคงนิ่งเฉย
“เหตุใดเจ้าถึงไม่ใช่ฮูหยินของข้าอีกต่อไป ตัวตนของหานเยว่เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งหมด และใช่ว่าตัวข้าจะไม่รู้เรื่องนี้” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวขณะจับคางของหลี่เยว่หาน “หรือว่า… เจ้าจะหึงหวงที่ข้าไปเป็นตัวแทนราชบุตรเขยส่งเกี้ยวเจ้าสาวเมื่อวานนี้?”
“หึงหวงอะไรไอ้คนทึ่ม!” หลี่เยว่หานตอบโต้กลับอย่างไม่ลังเล จากนั้นนางจึงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ “อะไรคือตัวแทนราชบุตรเขย? ท่านไม่ใช่ราชบุตรเขยหรือ?”
“แน่นอนว่าข้าไม่ใช่ราชบุตรเขย ทางราชสำนักมีรับสั่งว่าห้ามราชบุตรเขยขององค์หญิงเป็นผู้บัญชาการทหาร” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวขณะเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปหาหลี่เยว่หาน “ข้าคิดว่าบรรพชนคงตั้งกฎข้อบังคับนี้มาเพราะเกรงกลัวว่าองค์หญิงจะถูกราชบุตรเขยขืนใจ… อืม… คำนั้นเรียกว่าอะไรนะ ใช่แล้ว ใช้ความรุนแรงในครอบครัว!”
หลี่เยว่หานถึงกับพูดไม่ออก
หลี่เยว่หานมองดูใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แล้วไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้อย่างไร
จนกระทั่งสัมผัสที่ความอบอุ่นประทับลงบนริมฝีปาก ดวงตาของหลี่เยว่หานก็เบิกกว้างขึ้นราวกับถูกไฟช็อต สัญชาตญาณบ่งบอกให้นางผลักเมิ่งฉีฮ่วนออกไป แต่คาดไม่ถึงว่าวงแขนของเมิ่งฉีฮ่วนจะแข็งแกร่งจนเอวบางของหลี่เยว่หานตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา
มือใหญ่ของเมิ่งฉีฮ่วนกดท้ายทอยนางเบา ๆ จูบชวนฝันยังคงบุกรุกเข้าไปเรื่อย ๆ ไม่ปล่อยโอกาสให้หลี่เยว่หานได้หลบหลีกแม้แต่น้อย
เมื่อรู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่ใช่ราชบุตรเขย หัวใจของหลี่เยว่หานก็ผ่อนคลายลง
กว่านางจะรู้ตัวแผ่นหลังก็แนบชิดติดเตียงแล้ว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าแดงก่ำ “เมิ่งฉีฮ่วน ท่านจะทำอะไร?”
“ใช่” หลังจากเมิ่งฉีฮ่วนตอบประโยคอันน่างงงวยออกมาแล้ว เขาก็สะบัดมือไปปิดม่านลง จากนั้นภายในกระโจมก็เต็มไปด้วยความหรรษา มีพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม หลี่เยว่หานก็หมดแรงและผล็อยหลับไป
เมิ่งฉีฮ่วนมองดูใบหน้าหลับใหลที่สงบสุขของหญิงสาวตัวน้อยในอ้อมกอดแล้วจึงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็ได้กลืนกินภรรยาจนอิ่มท้องสักที!
หลังจากโอบกอดหลี่เยว่หานจนผล็อยหลับไปประมาณหนึ่งชั่วยาม หลี่เยว่หานก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง
ในไม่ช้าดวงตาของนางก็เผชิญเข้ากับหน้าอกแกร่งตรงหน้า ทำให้หัวสมองของหลี่เยว่หานงุงงงในทันที
“ตื่นแล้วหรือ?” น้ำเสียงของเมิ่งฉีฮ่วนดังขึ้น หลี่เยว่หานเงยหน้ามองด้วยความสับสนแล้วจึงเห็นรอยยิ้มมุมปากของชายตรงหน้าที่จ้องมองนางราวกับสุนัขจิ้งจอกที่ทำตามแผนการสำเร็จ
“คนขี้โกง!” หลี่เยว่หานหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาพันตนเองไว้โดยไม่ปริปากกล่าวอะไรต่อ
“ฮูหยิน” น้ำเสียงของเมิ่งฮีฉ่วนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “หากเจ้าทำเช่นนี้ สามีจะป่วยไข้เอาได้”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานรีบหันหน้าออกไปมองด้านข้างด้วยสีหน้าแดงก่ำ “หน้าไม่อาย!”
“เยว่หาน” เมิ่งฉีฮ่วนเรียกชื่อนางเบา ๆ ขณะเข้าไปโอบรัดกอดผ้านวมที่กำลังปกคลุมอยู่บนตัวนาง “หลังจากฤดูร้อนข้าจะพาเจ้ามาที่เมืองหลวง ตกลงไหม?”
“ไม่เอา!” หลี่เยว่หานปฏิเสธเสียงเรียบ “ข้าใช้หัวนิ้วเท้าคิดดูแล้วว่าหากข้าติดตามท่านมาที่เมืองหลวง ข้าจะต้องจัดการกับแม่หญิงสง่างามที่ชอบอวดดีอีกกี่คน เพราะฉะนั้นข้าอยู่สบาย ๆ ในชนบทดีกว่า อารมณ์เสียก็ด่าทอได้ ด่าไม่ได้ก็แค่ทุบตี!”
“ฮ่าฮ่า…” อาจเป็นเพราะคำพูดติดตลกของหลี่เยว่หานที่ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่เป็นไรหรอก เจ้ามาที่เมืองหลวงแล้วก็ด่าทอได้เหมือนกัน ถ้าด่าทอไม่ได้ก็ลงมือทำเลยเถอะ สามีจะสนับสนุนเจ้าทุกทางเอง”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หัวใจของหลี่เยว่หานเต้นระรัวอยู่หลายครั้ง นางคร่ำครวญไปมาแต่กลับพูดอะไรไม่ออก