ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 243 ข้า ‘หลี่เยว่หาน’ พุ่งทะยานไปถีบเจ้า!
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 243 ข้า ‘หลี่เยว่หาน’ พุ่งทะยานไปถีบเจ้า!
บทที่ 243 ข้า ‘หลี่เยว่หาน’ พุ่งทะยานไปถีบเจ้า!
ทันทีที่เสียงของสะใภ้โจวเงียบลง ประตูบ้านของหลี่เยว่หานซึ่งถูกปิดมาหลายวันก็ถูกดึงเปิดออกอย่างแรงจากด้านใน
“โอ้ย ให้ตายสิ เสี่ยวหานเยว่… นางสบายดีนี่!” คนในฝูงชนพลันโพล่งออกมาอย่างไม่ทันคิด ดูเหมือนว่ากำลังจะเอ่ยถึงแม่ม่ายสาว ครั้นตระหนักได้ว่าการจะพูดเช่นนั้นต่อหน้าเจ้าตัวคงไม่ดี จึงพยายามเปลี่ยนคำพูดอย่างยากลำบาก
“ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง หลังจากได้พักฟื้นอยู่หลายวันอาการบาดเจ็บของข้านั้นหายดีแล้ว ส่วนหูที่เดิมบาดเจ็บก็ดีขึ้นมาบ้าง” หลี่เยว่หานยกยิ้มตาหยีพลางกวาดสายตามองทุกคนด้านนอก ทำราวกับว่านางไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดก่อนหน้า
ทว่ายิ่งนางทำตัวแบบนี้หัวใจของทุกคนก็ยิ่งอับอายมากขึ้น
ถูกจับได้ว่าพูดว่าร้ายคนอื่น จะไม่รู้สึกผิดหรืออย่างไร
“โอ้ ผู้สูงส่งยังมีชีวิตอยู่หรือนี่!!” จ้าวโหย่วเฉียนเช็ดเมล็ดข้าวออกจากใบหน้า ก่อนจะเลียริมฝีปากซึ่งกำลังยกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ในบ้านของเจ้ามาหลายวัน อีกทั้งลูกทั้งสองคนของเจ้าก็ไม่ยอมให้ใครเข้าไป ข้าจึงกังวลจริง ๆ ว่าเจ้าจะหายใจไม่ออกจนหมดลมไปเสียแล้ว”
“ขอบคุณมากที่เป็นห่วง” หลี่เยว่หานยิ้มจาง ๆ “หากเจ้ากับน้องชายไม่มาที่บ้านข้าเมื่อถึงเวลากินข้าวอย่างตรงเวลาทุกวัน ข้าเดาว่าข้าคงจะอาการดีขึ้นตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ข้านั้นรู้สึกขอบคุณตระกูลจ้าวของพวกเจ้าจริง ๆ ที่ไม่เพียงทุบตีข้าจนเกือบตาย แต่ยังกลัวว่าอาการของข้าจะไม่ดีขึ้นจึงมาส่งเสียงเอะอะมะเทิ่งอยู่หน้าบ้านข้าทั้งวัน”
“เฮ้ ถ้อยคำพวกนี้ของเจ้าเหลวไหลสิ้นดี ข้าก็เพียงเป็นห่วงเจ้า ในฐานะชาวบ้านในหมู่บ้านของเรา บ้านไหนมีงานมงคลงานขาวดำมีหรือจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย เหตุใดจึงดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รับน้ำใจ” สีหน้าของจ้าวโหย่วเฉียนมีรอยยิ้มแข็ง ๆ ประดับไว้
หลี่เยว่หานไม่ได้สนใจคำพูดของเขา แต่หันหน้าไปมองสะใภ้โจวที่อยู่ข้าง ๆ และอวยพรนางเป็นการขอบคุณ ก่อนที่จะมองไปยังจ้าวโหย่วเฉียนแล้วกล่าวว่า “มิตรภาพของเจ้าช่างหนักอึ้งเสียจนข้าไม่อาจรับไว้ได้ อย่างไรเสียนั่นก็คือท่านกวน นายโจรผู้เลื่องชื่อ หากข้ารับเอามิตรภาพนี้ของเจ้ามา ต่อไปข้าคงไม่สามารถเชิดหน้าชูตาเป็นคนดีในหมู่บ้านจางหนิงได้อีก”
“นี่ น้องหานเยว่ ไม่สิ แม่นางหานเยว่ ข้าเองก็ได้ยินมาจากข่าวลือ เป็นแค่เรื่องล้อเล่นเรื่องหนึ่ง เจ้าอย่าได้เก็บไปใส่ใจ” จ้าวโหย่วเฉียนยังคงพูดอย่างไร้ยางอาย “อีกทั้งหากเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เจ้าคงไม่ร้อนรนถึงเพียงนี้”
หลี่เยว่หานไม่ได้ปล่อยให้เป็นไปตามใจเขา หญิงสาวหยิบจอบซึ่งอยู่หลังประตูขึ้นมา ก่อนจะชี้จอบไปทางจ้าวโหย่วเฉียน “เจ้าล้อเล่นกับข้า เจ้าเคยถามหรือไม่ว่าข้าตลกด้วยหรือเปล่า! เรื่องตลกที่คนอื่นไม่คิดว่าตลกนั้นเรียกว่าเกินขอบเขต เข้าใจหรือไม่!”
จ้าวโหย่วเฉียนไม่คาดคิดว่าหลี่เยว่หานจะพูดแล้วทำทันที หลี่เยว่หานเกือบจะโยนจอบนั่นลงมาโดนเท้าของเขาแล้ว ทำเอาชายหนุ่มเหงื่อแตกพลั่กออกมาในตอนเที่ยงวัน “เจ้าจะพูดก็พูดมา จะขยับมือทำไม! หรือเจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าสู่กับเจ้างั้นรึ!”
“หากเจ้ากล้าก็ลงมือเสียเลยสิ!” หลี่เยว่หานสีหน้าเย็นชาแล้วเอ่ยว่า “เจ้าไม่กล้าหรอก เจ้ามันกระจอก ที่เจ้ากับน้องชายพากันมาจุดธูปไหว้ท่านยายอย่างตรงเวลาตลอดทั้งวันนี่ไม่ใช่เพื่อรอโดนทุบตีหรอกรึ! เป็นบุรุษที่เติบโตมาถึงเพียงนี้แล้ว แต่พูดอะไรออกมาก็ราวกับหินเหม็นโฉ่วในห้องส้วม เหมือนของเสียที่เหม็นสกปรก ในสิบลี้แปดหมู่บ้านล้วนรู้สึกว่าเจ้าน่าขยะแขยงไปทั่ว!”
เมื่อหลี่เยว่หานเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ออกมา ผู้คนที่ถือชามข้าวพร้อมดูสถานการณ์ตรงหน้าอย่างสนุกสนานก็พลันกินข้าวต่อไปไม่ลง
จ้าวโหย่วเฉียนรู้ว่าฝีปากของหลี่เยว่หานทรงพลังอย่างยิ่งจึงไม่กล้าโต้เถียงกับนาง อีกทั้งเขายังเป็นชายร่างใหญ่ย่อมไม่อาจลงไม้ลงมือกับผู้หญิง เขาพลันหดหัว “หานเยว่ ระวังคำพูดของเจ้าเสียบ้าง ท่านยายของข้าจากโลกนี้ไปนานแล้ว”
“ทำไม เจ้าคิดถึงยายของเจ้าแล้วสิ? แทบจะอดทนรอไม่ไหวที่จะหาภรรยาใหม่แล้วหรืออย่างไร?” หลี่เยว่หานหัวเราะ “เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเรื่องของข้าและท่านกวนก็เพียงพูดขึ้นมาให้เห็นเป็นเรื่องขำ เช่นนั้นข้าขอถามเจ้าสักหน่อย เจ้ากับน้องชายของเจ้าต่างก็มีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว ทำไมถึงยังไม่แยกบ้านออกไปอีกล่ะ?”
“ผู้ชายที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วในหมู่บ้านของเราไม่ใช่ว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่อาจก่อให้เกิดความสงสัยก็ล้วนแล้วแต่แยกบ้านออกไปกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?”
“ทำไมกัน เป็นเจ้าที่ต้องตาน้องสะใภ้ที่ยังสาวและสวย หรือเป็นน้องชายของเจ้าที่ต้องตาภรรยาที่แสนงดงามเพริศพริ้งของเจ้ากันเล่า?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน สีหน้าของจ้าวโหย่วเฉียนพลันมืดมนลง “เจ้าพูดพล่ามอะไรออกมา!”
“โธ่ เจ้าจะร้อนรนไปใย ข้าก็แค่ล้อเล่น และมันก็เป็นการเดาที่สมเหตุสมผลด้วย จะว่าพูดพล่ามได้ยังไง” หลี่เยว่หานใช้มือข้างหนึ่งถือจอบไว้ สีหน้าของนางสื่อให้เห็นถึงความจริงใจ “หรือว่าข้าไปแทงใจดำเข้าถูกจุดเสียแล้ว?”
สีหน้าของจ้าวโหย่วเฉียนพลันฉายชัดถึงความโกรธเคือง!
ทั้งหมดนี่ไม่ใช่ถ้อยคำที่เขาเคยใช้เพื่อโจมตีหลี่เยว่หานหรอกหรือ! เหตุใดถึงถูกหลี่เยว่หานตอกกลับมาเป็นสิบเท่า!
และเขาไม่อาจโต้กลับได้เลย! ช่างน่าโมโหเสียจริง!
“ผู้ชายอย่างข้าไม่มาสนเรื่องหยุมหยิมเหมือนผู้หญิงอย่างเจ้าหรอก! สงบปากสงบคำของเจ้าไว้เสียบ้าง ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่!” จ้าวโหย่วเฉียนเอ่ยจบก็ต้องการจะจากไป ทว่าถูกหลี่เยว่หานถือจอบไล่ตามอย่างไม่ลดละ
“ข้าเป็นผู้หญิงที่ทนเห็นคนอื่นมาทำลายชื่อเสียงของตัวเองไม่ได้ วันนี้ข้าต้องจัดการเจ้า!”
ดูเหมือนว่าการประสานเชื่อมโยงกับลัญจกรหยกนั้นแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ หลี่เยว่หานรู้สึกว่าตัวเองวิ่งเร็วขึ้นไม่น้อย
จ้าวโหย่วเฉียนเมื่อเห็นท่าทีที่ไม่ถูกไม่ควรก็รีบหันหน้าวิ่งหนีโดยพลัน แต่ไม่คาดคิดว่าหลี่เยว่หานกลับเร็วกว่าเขา ทันใดนั้นเอง หญิงสาวก็พุ่งทะยานมาถีบเข้าที่กลางหลังของจ้าวโหย่วเฉียนเข้าเต็มเปาทำให้จ้าวโหย่วเฉียนล้มหน้าคะมำ ก่อนที่เขาจะทันได้เงยหน้าขึ้นมา หลี่เยว่หานก็เหวี่ยงจอบลงตรงหน้าเขา
“ขอโทษข้า!” ท่าทางของหลี่เยว่หานนั้นดุดัน
“ใช่… ขอโทษ…” จ้าวโหย่วเฉียนรู้สึกกลัวหลี่เยว่หานอย่างยิ่ง
เมื่อสิบวันก่อนนางได้รับบาดเจ็บสาหัสจนน่าอนาถ แล้วทำไมผ่านไปเพียงไม่กี่วันนางก็กลับมาดุเยี่ยงเสืออีกแล้ว?
“ขอโทษเรื่องอะไร!” หลี่เยว่หานถามอีกครั้ง
“ข้า… ไม่ควรทึกทักไปว่าเจ้ากับท่านกวนเล่นชู้กัน …” จ้าวโหย่วเฉียนตอบอย่างระมัดระวัง
“นอกจากเรื่องนี้ล่ะ!” หลี่เยว่หานเอ่ยถามอีก
“ข้า… ข้า…” จ้าวโหย่วเฉียนอยากจะร้องไห้ “ข้าไม่ควรวิ่งโร่ไปที่หน้าประตูบ้านของเจ้าทุกวันเพื่อพูดเรื่องเหลวไหล ข้ามีเจตนาที่ไม่ดีต้องการจะใส่ร้ายป้ายสีทำลายชื่อเสียงของเจ้า ท่านแม่ของข้าต้องเผชิญกับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม น้องสาวของข้าก็เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ข้าจึงอยากให้เจ้าได้ลิ้มรสความรู้สึกเช่นนั้นบ้างสักนิด ข้าไม่กล้าทำอีกแล้ว แม่นาง ข้ายอมรับผิดแล้ว!”
เดิมทีบริเวณโดยรอบก็มีคนอยู่ไม่น้อย ประกอบกับการที่หลี่เยว่หานพุ่งทะยานถีบจ้าวโหย่วเฉียนจนร่วงลงไปที่พื้นนั้นเขย่าขวัญผู้คนอย่างมาก ส่งผลให้หลาย ๆ คนพากันออกมาดูกันอย่างสนุกสนาน
ครั้นบังเอิญได้ยินคำพูดของจ้าวโหย่วเฉียนก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนหายใจออกมา
พวกเขาไม่ได้มองความคิดของจ้าวโหย่วเฉียนและจ้าวโหย่วฝูไม่ออก ทว่าทุกคนไม่มีความบันเทิงมากนัก และเรื่องซุบซิบนินทาก็เป็นสิ่งที่สนุกถึงอกถึงใจ แต่ข่าวซุบซิบยิ่งฟังไปก็ยิ่งขาดสติ ผนวกกับการที่หลี่เยว่หานเงียบหายไปหลายวัน ทุกคนจึงคิดว่าหลี่เยว่หานนั้นกินปูนร้อนท้องไม่กล้าออกมาปรากฏตัว
อีกทั้งในวันนี้ จ้าวโหย่วเฉียนยังได้ปล่อยข่าวที่น่าตกใจออกมาว่าท่านกวนมีความสัมพันธ์กับหลี่เยว่หาน ด้วยเหตุนี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงมาร่วมชมเรื่องสนุกนี้ด้วยความดีอกดีใจและบังเอิญได้อยู่ในเหตุการณ์นี้พอดี
“จ้าวโหย่วเฉียนช่างไร้ยางอายเสียจริง!” พี่สะใภ้โจวเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาก่นด่า “แม่ของเจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมอะไรกัน! แม่ของเจ้าทำให้น้องหานเยว่ของข้าบาดเจ็บสาหัส น้องสาวของเจ้าเองก็ตามไปรังแกนาง จะเป็นไปได้อย่างไรที่แม่และน้องสาวของเจ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม หากเป็นเช่นนั้นแล้วความไม่เป็นธรรมที่หานเยว่ได้รับต้องไปบอกกล่าวใคร!”