ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 246 มีการตีรันฟันแทงอยู่ด้านนอก!
บทที่ 246 มีการตีรันฟันแทงอยู่ด้านนอก!
นางเฉายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ขณะมองกลุ่มคนจับมือกันเดินเข้าไปในลานบ้านตระกูลโจว โดยไม่สนใจที่จะมองย้อนกลับมาหานางด้วยซ้ำ นางโพล่งคำด้วยความเดือดดาล “นังสารเลวร้อยดาบฆ่าไม่ตาย ไม่เพียงล่อลวงผู้ชายเท่านั้น แต่ยังลวงหลอกสตรีด้วย!”
“นี่ ป้าเฉา เจ้าพ่นคำสาปแช่งผู้ใด หมู่บ้านของเราสงบสุขเสมอมา แล้วใครหน้าไหนที่สามารถล่อลวงผู้ชายและลวงหลอกสตรี?” ป้าเสิ่นบังเอิญเดินผ่านมาและได้ยินคำก่นด่าสาปแช่งของนางเฉาเต็มสองหู
ป้าเสิ่นเกลียดชังตระกูลจ้าวมาโดยตลอด มันไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากการที่หลานชายคนเดียวของนางตกหลุมรักจ้าวซินเอ๋อร์ ตระกูลเสิ่นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อว่าจ้างแม่สื่อที่ดีที่สุดในอำเภอมาสู่ขอ มันไม่เพียงไม่บรรลุผลตามที่หวัง แต่ยังถูกจ้าวซินเอ๋อร์ก่นด่ากลับมาอีกด้วย
ว่ากันว่าในเวลานั้นจ้าวซินเอ๋อร์ดุด่าหลานชายของป้าเสิ่นว่าไร้ประโยชน์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยามใดที่ป้าเสิ่นเห็นคนจากตระกูลจ้าวประสบกับปัญหา นางพลันมีความสุขอยู่ในใจ
ตัวอย่างเช่นคราวนี้ที่ตระกูลจ้าวตกอยู่ในที่นั่งลำบาก นางรู้สึกยินดียิ่งกว่าใครหน้าไหน
“เจ้าจะสนใจว่าข้าก่นด่าใครไปทำไม! แก่เฒ่าขนาดนี้ก็ยังแอบฟังชาวบ้านอยู่ข้างกำแพง!” แน่นอนว่านางเฉาไม่ได้อยากญาติดีกับป้าเสิ่นนัก นางในวัยสามสิบปี กลับถูกหญิงชราวัยสี่สิบย่างเข้าห้าสิบปีเรียกว่า ‘ป้า’ แล้วนางจะสบายใจกับเรื่องนั้นได้อย่างไร!
“เฮอะ” ป้าเสิ่นแค่นหัวเราะทันทีเมื่อเห็นท่าทีนางเฉา “ถนนสายหลักทอดยาวสู่สวรรค์ แต่ละคนล้วนมีหนทางของตนเอง เจ้ายืนอยู่บนถนนพร้อมก่นด่าเสียงดังไปทั่วหล้า คิดว่าคนอื่นจะอยากฟังนักหรือไร?”
ขณะกล่าวคำ ป้าเสิ่นมองไปรอบ ๆ พร้อมเสียงสดใสที่ดังขึ้น “ขอข้าดูหน่อยเถิด กลางถนนเยี่ยงนี้มีกำแพงอยู่ที่ใด หรือว่าข้าแก่เฒ่าจนสายตาฝ้าฟางมองไม่เห็น?”
แม้ว่าป้าเสิ่นจะมีเรื่องขัดแย้งกับตระกูลจ้าวเป็นครั้งคราว แต่นางค่อนข้างได้รับความนิยมในหมู่บ้าน ด้วยบุคลิกที่เถรตรง ทว่ามิได้หยิ่งยโส ถึงหลายคนจะเคยพยายามหลีกเลี่ยงตระกูลเสิ่น เนื่องจากความสัมพันธ์กับข่งซูเจี๋ย แต่ในปัจจุบันหลังจากวังหลานกับข่งซูเจี๋ยย้ายออกไป ทุกคนจึงเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่นมากขึ้น
มันเป็นเรื่องปกติของสังคมชนบทที่เพื่อนบ้านจะแวะเวียนมาหากัน นอกจากนี้ป้าเสิ่นยังสนุกกับการพบปะสังสรรค์ เมื่อใดก็ตามที่มีแขกเหรื่อมาเยือนที่บ้าน นางมักนำของว่างและขนมมากมายมาต้อนรับเสมอ แม้จะเป็นการกระทำเพียงเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ชื่นชอบนาง และกลายเป็นที่นิยมในหมู่เพื่อนบ้าน
ในทางกลับกัน ตระกูลจ้าวเพิ่งสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายกับเหตุการณ์ที่นางเฉาถูกมัด และนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ในอำเภอ ชาวบ้านจากหมู่บ้านจางหนิงมักถูกถามทุกครั้งที่เดินทางออกนอกหมู่บ้านว่า มีหญิงสาวนางหนึ่งจากหมู่บ้านถูกปฏิบัติอย่างทารุณและถูกนำตัวไปส่งเจ้าหน้าที่ใช่หรือไม่ สิ่งนี้ทำให้ความประทับใจของตระกูลจ้าวในหมู่ชาวบ้านย่ำแย่ลงอย่างมาก
แม้จะยังมีชายหนุ่มในหมู่บ้านบางส่วนที่ยังไม่ได้แต่งงานให้ความสนใจกับจ้าวซินเอ๋อร์ แต่หลังจากเห็นว่าจ้าวซินเอ๋อร์เป็นคนหัวสูงทำตัวเหนือกว่าคนอื่น ชาวบ้านหลายคนสั่งสอนลูกชายของตน โดยเน้นย้ำว่าอย่าได้คิดไปพัวพันกับจ้าวซินเอ๋อร์
รวมถึงเนี่ยเตอเป่าด้วยเช่นกัน
“ป้าเสิ่นเอ๋ย ถนนสายนี้หาได้มีกำแพงไม่” ชาวบ้านคนหนึ่งตอบในทันที “อีกอย่างสายตาของเจ้านั้นแจ่มชัด แม้แต่ลูกสาวของเรายังต้องเรียนรู้การเป็นสตรีที่ดีจากเจ้า หากใครหน้าไหนกล้าบอกว่าเจ้าสายตาฝ้าฟาง มันผู้นั้นคงตามืดบอดเสียกระมัง!”
นางเฉากำลังจะเดินจากไป แต่หลังจากได้ยินชาวบ้านพูดคำดังกล่าว นางเดือดดาลอย่างหนักจนหันหลังกลับไปทันที นางยกมือขึ้นชี้หน้าชาวบ้านคนนั้นพร้อมกัดฟันพูด “เจ้าหาว่าใครตามืดบอด!”
“ใครอยากรับก็รับไป” ชาวบ้านคนนั้นเพียงยักไหล่ด้วยท่าทีเมินเฉย
“วันนี้ข้าคงต้องทุบตีคนสารเลวอย่างเจ้าให้ตายไปข้าง!” นางเฉาไม่พูดเปล่า แต่รีบพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่ายทันที
ครั้งนี้ทุกคนไม่เพียงแค่ยืนดูเพื่อความสนุก แต่พวกเขายังเร่งรุดไปข้างหน้าเพื่อรุมทำร้ายนางเฉาด้วยกัน
ในอีกด้านหนึ่ง ขณะที่หลี่เยว่หานซึ่งเข้าไปในประตูลานบ้านตระกูลโจวและกำลังเรียกหาพี่สะใภ้โจว เหยียนจื่อเซียงได้ยินเสียงเอะอะมาจากด้านนอกและอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า “พวกเขากำลังทำสิ่งใดกันอยู่ด้านนอกนั่น?”
“ก็คงจะตีรันฟันแทงกันนั่นแหละ!” หลี่เยว่หานตอบกลับโดยไม่หันกลับมามอง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลัญจกรหยกหรือเปล่า ทว่าหูของนางรับเสียงได้ดีกว่าเดิมมาก ไม่เพียงการรับฟังเท่านั้น แต่ประสาทสัมผัสทั้งห้าและสัมผัสที่หกของนางเริ่มโปร่งใสมากขึ้นเรื่อย ๆ นางจึงสามารถได้ยินทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอกอย่างชัดเจน
เมื่อเหยียนจื่อเซียงได้ยินว่ามีการต่อสู้ด้านนอก นางพลันกล่าวอย่างตื่นเต้น “อยู่ไหน มันอยู่ที่ไหน พาข้าไปดูหน่อยสิ! ตอนที่คนใหญ่คนโตในอำเภอมีเรื่องขัดแย้งกัน พวกเขาแค่ถากถางด้วยคำพูดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้าไม่เคยเห็นใครตบตีกันจริง ๆ เลย!”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี นางรีบคว้าแขนเหยียนจื่อเซียงที่กำลังจะออกไปดูเรื่องสนุกและพูดว่า “เจ้ามาที่นี่เพื่อดูงานเย็บปักถักร้อยของพี่สะใภ้โจวหรือจะดูคนตบตีกัน!”
“จริงด้วย…” เหยียนจื่อเซียงเคาะหัวของตนเอง เมื่อหันกลับไปและเห็นพี่สะใภ้โจวเดินออกมา นางพลันยิ้มทักทายอย่างไร้เดียงสาทันที “สวัสดีเจ้าค่ะพี่สะใภ้ ข้ามีนามว่าเหยียนจื่อเซียง!”
สะใภ้โจวได้ยินเสียงวุ่นวายจากด้านนอก และได้ยินเสียงของหลี่เยว่หานเรียกหา นางนึกว่าอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นกับหลี่เยว่หาน แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นหลี่เยว่หานดึงแขนหญิงสาวร่างอวบอ้วนเข้ามา พร้อมกับสองพี่น้องมู่ชวนและหลิงซีที่ยืนอยู่ในลานบ้าน
ก่อนจะทันได้ทักทาย อีกฝ่ายก็พูดทักทายนางโดยตรงว่า “สวัสดีพี่สะใภ้” สะใภ้โจวอดไม่ได้ที่จะสงสัย นางจำไม่ได้เลยว่าโจวต้าหู่มีน้องสาวร่างใหญ่เช่นนี้…
เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของพี่สะใภ้โจว หลี่เยว่หานจึงกล่าวแนะนำด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้โจว นี่คือคุณหนูใหญ่จากร้านขายผ้าเหยียนในอำเภอ ข้าบอกนางว่าท่านเก่งเรื่องการเย็บปักถักร้อย นางจึงยืนกรานที่จะมาพูดคุยกับพี่และดูตัวอย่างงานปักที่เคยทำ!”
“ใช่ ๆ สวัสดีเจ้าค่ะพี่สะใภ้โจว!” เหยียนจื่อเซียงพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าอวบอิ่ม ซึ่งยิ่งทำให้นางดูเป็นหญิงอารมณ์ดี
เมื่อได้ยินเหตุผลในการมาเยี่ยมเยียน สะใภ้โจวจึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณหนูเหยียนนี่เอง นางถือเป็นแขกผู้มีเกียรติ บ้านของข้า บ้านของข้าอาจรกไปบ้าง หวังว่าจะไม่ใส่ใจ!”
“ที่ไหนกันล่ะเจ้าคะ ลานบ้านของพี่สะใภ้โจวสะอาดสะอ้านขนาดนี้!” เหยียนจื่อเซียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาของนางส่องประกายดวงดารา “ข้าขอดูลายปักของพี่สะใภ้โจวได้หรือไม่?”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ สะใภ้โจวก็พยักหน้ารับในทันที นางรีบยกเก้าอี้ออกมาวางในลานบ้าน ก่อนขอให้หลี่เยว่หาน เหยียนจื่อเซียง และเด็กทั้งสองคนนั่งลง จากนั้นนางเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อรื้อค้นข้าวของเป็นเวลานาน ในที่สุดก็นำตัวอย่างลายปักครึ่งตะกร้ามาวางไว้ตรงหน้าเหยียนจื่อเซียงด้วยความเขินอาย
“ข้าปักพวกมันทั้งหมดด้วยตัวเอง เกรงว่าอาจไม่ถูกตาต้องใจคุณหนูเหยียนก็เป็นได้” พี่สะใภ้โจวต้องรับผิดชอบงานบ้านมากมาย ในตอนแรกหลี่เยว่หานคิดว่านางคงจะนำออกมาเพียงไม่กี่ชิ้น ไหนเลยจะรู้ว่าพี่สะใภ้โจวนำออกมามากมายถึงครึ่งตะกร้า แม้จะพูดอย่างถ่อมตัว ทว่าดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคาดหวัง
แม้เหยียนจื่อเซียงจะเข้ากับผู้คนได้ง่าย แต่ท้ายที่สุดนางเป็นหญิงสาวที่เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย จึงทำให้มีรสนิยมด้านความงามที่ดี
“มากมายนัก…” เหยียนจื่อเซียงตกใจอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นนางเริ่มดูตัวอย่างงานปักอย่างระมัดระวัง
เหยียนจื่อเซียงพลิกงานปักดูทีละผืนโดยไม่ได้กล่าวคำใด หลี่เยว่หานเห็นพี่สะใภ้โจวยืนลุ้นจนตัวโก่ง นางอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มและดึงให้อีกฝ่ายนั่งลง จากนั้นนางกระซิบกล่าวด้วยเสียงอันเบาว่า “คุณหนูเหยียนเป็นคนดีมาก และท่านเองก็เก่งในเรื่องงานฝีมือ เช่นนั้นอย่ากังวลไปนักเลย”
“อืม ข้าไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป จึงตื่นเต้นไปเสียหน่อย!” สะใภ้โจวพูดขณะนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว ซึ่งอยู่ตรงข้ามเหยียนจื่อเซียง
“ตัวอย่างงานปักเหล่านี้…” เหยียนจื่อเซียงเหลือบมองตัวอย่างงานปักอย่างรวดเร็วพลางขมวดคิ้วมุ่น “พี่สะใภ้ เหตุใดเล่าจึงไม่ขายตัวอย่างงานปักที่เก็บไว้มากมายเหล่านี้! งานปักพวกนี้ยอดเยี่ยมกว่าของแม่นางตระกูลจ้าวเป็นไหน ๆ!”