ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 250 นี่มันกลั่นแกล้งกันเกินไปแล้ว!
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 250 นี่มันกลั่นแกล้งกันเกินไปแล้ว!
บทที่ 250 นี่มันกลั่นแกล้งกันเกินไปแล้ว!
เมื่อวิ่งครบรอบที่สองแล้ว เหยียนจื่อเซียงก็ยังไม่หยุดพัก แม้ว่าความเร็วของนางจะช้าลงเรื่อย ๆ ทว่าหญิงสาวก็ยังคงก้าวไปข้างหน้า
หลี่เยว่หานเองก็คอยให้กำลังใจและกระตุ้นให้เหยียนจื่อเซียงฮึกเหิมอยู่ตลอดทาง และในที่สุดการวิ่งทั้งสามรอบก็จบลงอย่างยากลำบาก
ทันทีที่กลับถึงบ้าน เหยียนจื่อเซียงก็อยากจะนั่งพักหายใจ แต่หลี่เยว่หานเอ่ยห้ามเอาไว้
“หลังจากออกกำลังกาย เจ้าจะนั่งลงทันทีไม่ได้ เจ้าต้องยืนพักหายใจก่อนแล้วจึงจะนั่งได้ ไม่เช่นนั้นกระดูกจะใหญ่ขึ้น กล่าวคือ แม้น้ำหนักจะลดลง ทว่าก้นของเจ้าจะใหญ่ขึ้น” คำอธิบายของหลี่เยว่หานเข้าใจได้ง่าย เหยียนจื่อเซียงจึงรีบยืนตัวตรงขึ้นโดยพลัน
แม้นางจะเหนื่อยมากเสียจนรู้สึกว่าในลำคอราวกับจะลุกเป็นไฟจนไม่อาจเอื้อยเอ่ยอะไรออกมา
หลี่เยว่หานรู้ดีว่าสิ่งนี้เกิดจากการที่เหยียนจื่อเซียงหายใจทางปากระหว่างวิ่ง นางจึงช่วยพยุงหญิงสาวให้ไปพิงกำแพง ประจวบเหมาะกับที่มู่ชวนจะนำน้ำเกลืออุ่น ๆ ชามใหญ่มาให้ เหยียนจื่อเซียงรับมันมาแล้วยกขึ้นมาดื่มในคราวเดียว ซึ่งทำให้ในลำคอของนางรู้สึกสบายขึ้นมา
“พี่… พี่สาวหานเยว่… วันนี้ข้า… ถือว่าใช้ได้อยู่ใช่หรือไม่… สามารถ… สามารถลดน้ำหนักลงได้หลายจิน…” เหยียนจื่อเซียงเอ่ยถามหลี่เยว่หานทั้งที่หายใจหอบ
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน วันนี้เพิ่งเริ่มเอง” หลี่เยว่หานระบายยิ้มพลางช่วยเหยียนจื่อเซียงปรับลมหายใจ
ได้ยินดังนั้น เหยียนจื่อเซียงก็นึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้นางยังต้องไปหาบน้ำ ทั้งยังต้องไปทำเกษตรใช้แรงงาน หญิงสาวก็หน้าเสียขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นว่าลมหายใจของเหยียนจื่อเซียงเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว หลี่เยว่หานจึงเอ่ยเรียกให้เหยียนจื่อเซียงนั่งลงบนเสื่อสานจากหญ้าคาสองฝืนที่วางอยู่กลางลานบ้าน ก่อนจะเริ่มสอนท่าโยคะง่าย ๆ ให้กับนาง
ท่าโยคะเหล่านี้มีประโยชน์ในการบรรเทาความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ หลีกเลี่ยงการสะสมของกรดแลคติคหลังออกกำลังกายอย่างหนักซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้สึกปวดเมื่อยในวันรุ่งขึ้น ทั้งยังถือโอกาสนี้ในการปรับสัดส่วนรูปร่างด้วย แม้ว่าจะเร็วเกินไปที่จะปรับรูปร่างของเหยียนจื่อเซียงในตอนนี้ แต่ถึงอย่างไรหญิงสาวก็มีน้ำหนักเกิน หากไม่เริ่มเตรียมตัวสำหรับการปรับรูปร่างตั้งแต่เนิ่น ๆ เกรงว่าผิวหนังและเนื้อของนางจะหย่อนคล้อยหลังน้ำหนักลดลง
เหยียนจื่อเซียงไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังนี้เลย เพียงทำตามท่านั้นท่านี้ของหลี่เยว่หานอยู่สักพักก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายของนางถูกเปิดออกก่อนจะถูกปิดเชื่อมเข้าหากันจากท่าทางเหล่านี้
เดิมทีนางคิดว่าหลังจากทำเสร็จคงจะรู้สึกไม่สบายตัวนัก แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือหลังจากเล่นโยคะไปราวครึ่งชั่วยาม หลี่เยว่หานก็ช่วยเหยียนจื่อเซียงให้ลุกขึ้นจากเสื้อสานหญ้าคา เหยียนจื่อเซียงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เมื่อพบว่าไม่เพียงแต่ร่างกายของนางจะไม่อึดอัด ทว่าความรู้สึกหนักอึ้งทั่วร่างกายซึ่งเกิดขึ้นหลังจากวิ่งเสร็จก็สลายหายไปด้วย!
“นี่มันอัศจรรย์มาก!” สีหน้าของเหยียนจื่อเซียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจพร้อมกระโดดขึ้นตัวลอย “พี่สาวหานเยว่ ข้าคิดว่าข้าสามารถวิ่งได้อีกสองรอบเสียด้วยซ้ำ!”
“จริงหรือ?” หลี่เยว่หานเลิกคิ้ว
“แค่พูดเรื่อยเปื่อยเท่านั้น” เหยียนจื่อเซียงหวาดกลัวขึ้นมาโดยพลัน
ในเวลานั้น มู่ชวนได้นำหมั่นโถวซึ่งทำจากแป้งหมี่ถั่วเขียวและถั่วเหลืองสองลูกมาให้ เหยียนจื่อเซียงจึงรีบกินทันที
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หากนางไม่ได้ดื่มโจ๊กหวานไปเต็มคำในตอนเช้า เหยียนจื่อเซียงอาจไม่สามารถวิ่งได้ครบสามรอบ ในท้ายที่สุดแล้ว นางมีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่ายที่สุด นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลี่เยว่หานจึงให้นางดื่มโจ๊กหวานก่อนเริ่มออกกำลังกาย
โจ๊กปรุงด้วยข้าวสวย ซึ่งแป้งและน้ำตาลในข้าวนั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้ว หลี่เยว่หานยังเติมน้ำตาลทรายหนึ่งช้อนลงไปด้วย ยิ่งทำให้มีรสหวานขึ้นไปอีก
หลี่เยว่หานเตรียมหม้อซึ่งมีน้ำเกลือละลายเจือจางไว้สำหรับเหยียนจื่อเซียง โดยใช้เกลือที่นางสกัดเองทั้งหมด ซึ่งดีกว่าเกลือภูเขา หยาบกว่าเกลือทะเล และมีรสชาติดีกว่า แต่ไม่มีไอโอดีน
อย่างไรเสีย การบริโภคไอโอดีนในปริมาณมากนั้นไม่ดีต่อสุขภาพของผู้ที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
เหยียนจื่อเซียงกำลังกินหมั่นโถวอยู่ด้านหนึ่ง ในขณะที่อีกด้านหนึ่งหลี่เยว่หานซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกำลังทำอาหารเช้าง่าย ๆ และหลังจากทั้งสี่คนกินมื้อเช้าเรียบร้อย หลี่เยว่หานก็ลงไปยังสวนไร่พร้อมกับลูกทั้งสองคน
องุ่นของนางถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลมานานพอตัว ไม่แน่ว่าวัชพืชอาจแย่งสารอาหารในดินไปจนหมดแล้ว
ถูกต้อง องุ่นกำลังจะออกผลแล้ว ต้องหาสุนัขคอยเฝ้าไร่ไว้ด้วย เพียงแต่มู่ชวนต้องการหาสุนัขจากพื้นที่หลิงฉวน ดังนั้นหลี่เยว่หานจึงปล่อยเรื่องนี้ไว้ก่อน
เมื่อเหยียนซีเซียงกินหมั่นโถวหมดแล้ว นางรอให้อาหารย่อยสักเล็กน้อย แต่หญิงสาวไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเสื้อผ้าที่สวมอยู่นั้นเกือบจะแห้งสนิทแล้ว
คนที่เคยชินกับการกินข้าวและบะหมี่ชั้นดี จู่ ๆ ต้องมากินธัญพืช กระเพาะอาหารและลำไส้ของพวกเขาย่อมรู้สึกไม่สบายอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น เหยียนจื่อเซียงยังรีบกินสองสามคำแรก แม้ว่าหมั่นโถวสองลูกจะไม่ได้มากมาย แต่เหยียนจื่อเซียงก็รู้สึกว่ามีอะไรติดคออยู่เล็ก ๆ
เมื่อรู้สึกว่าย่อยไปพอสมควรแล้ว เหยียนจื่อเซียงไม่รอช้ารีบหาบถังน้ำพาดบ่าแล้วมุ่งหน้าสู่แม่น้ำ
เมื่อเห็นเหยียนจื่อเซียงวิ่งออกไปตักน้ำให้หลี่เยว่หาน คนในหมู่บ้านจางหนิงต่างก็ตกตะลึง
เดิมทีพวกเขาไม่รู้จักว่าเหยียนจื่อเซียงเป็นใคร แต่เมื่อวานนี้ที่ตระกูลเฉาก่อความวุ่นวายก็ทำให้เกือบทั้งหมู่บ้านรู้ในทันทีว่าคุณหนูใหญ่ของร้านขายเสื้อผ้าตระกูลเหยียนนั้นสนิทชิดเชื้อกับหลี่เยว่หาน และจะอยู่ที่หมู่บ้านนี้ไปอีกสักพัก
แต่ใครกันคาดคิดคุณหนูใหญ่ของร้านขายเสื้อผ้าตระกูลเหยียนจะแต่งกายเรียบ ๆ ซ้ำยังถือถังเปล่าสองใบออกไป ก่อนจะเริ่มตักน้ำเพื่อหาบกลับไปที่บ้านของหลี่เยว่หาน
ไม่ใช่ว่าเหยียนจื่อเซียงไม่รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองนางของคนเหล่านี้ เพียงแต่นางจงใจไม่สนใจ หญิงสาวตักน้ำด้วยตัวเอง จากนั้นจึงรีบเร่งฝีเท้า เสื้อผ้าที่แห้งไปแล้วกลับมาเปียกโชกไปด้วยเหงื่ออีกครั้ง
โชคดีที่เสื้อผ้าของนางทำจากวัสดุที่ดีเยี่ยม ทั้งมีสีเข้ม แม้ว่าจะเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดสถานการณ์ที่น่าอายเช่นการเปิดเผยร่างกายอย่างไม่สมควร นอกจากนี้ ก่อนที่จะออกไปวิ่งในตอนเช้า หลี่เยว่หานได้พันผ้าผืนยาวให้นางเพื่อป้องกันการเกิดการบาดเจ็บระหว่างวิ่ง ดังนั้นเหยียนจื่อเซียงจึงไม่มีอะไรต้องกังวล
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเหยียนจื่อเซียงก็เทน้ำถังสุดท้ายลงในถังเก็บน้ำ ถังน้ำทั้งสองเต็มเปี่ยม พร้อมกับเหยียนจื่อเซียงที่หายใจหอบ
“ท่านแม่บอกไว้ว่าหลังจากท่านน้าเหยียนหาบน้ำเสร็จแล้วต้องดื่มน้ำ” หลิงซีโผล่ศีรษะเล็ก ๆ ออกมาจากห้องครัว แล้วนำชามใส่น้ำเกลืออุ่น ๆ มาให้
ไม่รู้ว่าทำไม เหยียนจื่อเซียงรู้สึกได้ว่าทุกครั้งที่นางออกกำลังกายเสร็จและมีเหงื่อออกไปทั่วทั้งตัว เมื่อได้ดื่มน้ำเกลือหนึ่งชาม ร่างกายของนางก็จะสบายตัวเป็นอย่างมาก
ไม่ใช่ว่านางไม่เคยคิดที่จะออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักมาก่อน และทุกครั้งที่นางเหงื่อออกมากหลังจากออกกำลังกายก็จะดื่มน้ำเยอะ ๆ ทว่าไม่เคยสบายตัวเท่าการดื่มน้ำเกลือเลย
“ในนี้มีใส่เกลือลงไปด้วยหรือไม่?” เมื่อเหยียนจื่อเซียงดื่มน้ำแล้ว ก็จูงมือของหลิงซีกลับไปยังห้องครัว แล้วเอ่ยถามอย่างสบาย ๆ ในขณะที่ตัวเองกำลังล้างชามให้สะอาด
หลิงซีกระพริบตา แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าค่ะ เป็นเกลือบริสุทธิ์ที่ท่านแม่สกัดเอง”
“…” ความจริงที่ว่าหลี่เยว่หานสามารถสกัดเกลือเองได้ทำให้เหยียนจื่อเซียงประหลาดใจมาก ต้องทราบก่อนว่าการสกัดเกลือไม่ใช่เรื่องธรรมดาง่ายดาย
“น้าเหยียนไม่เชื่อหรือ?” หลิงซีมองเห็นความประหลาดใจของเหยียนจื่อเซียงจึงเอ่ยขึ้น “น้ำตาล เกลือ น้ำมัน น้ำส้มสายชู รวมถึงสุราในบ้านของเรา ท่านแม่ล้วนทำเองทั้งสิ้น”
หลังจากพูดอย่างนั้น หลิงซีถึงกับดึงเหยียนจื่อเซียงไปยังห้องเก็บผัก
ข้างในนั้นมีน้ำส้มสายชูและสีราที่หลี่เยว่หานกลั่นไว้หลังจากมาอยู่ที่หมู่บ้านจางหนิง เดิมตั้งใจจะทำซีอิ๊ว แต่สภาพอากาศที่นี่ค่อนข้างชื้น ไม่มีแสงแดดเหมือนเช่นหมู่บ้านไป่อวิ๋น ด้วยเหตุนี้หลี่เยว่หานจึงไม่กลั่นซีอิ้ว
แม้ว่าครอบครัวของเหยียนจื่อเซียงจะทำธุรกิจสิ่งทอเป็นหลัก แต่พวกเขาก็อยู่ในธุรกิจอื่น ๆ อีกด้วย
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานกลั่นน้ำส้มสายชูข้าวที่มีความบริสุทธิ์สูง ทั้งยังมีเหล้าองุ่นสีม่วงเข้มอีก ก็ทำเอาเหยียนจื่อเซียงสับสนอย่างยิ่ง
แท้จริงแล้วหลี่เยว่หานมีทักษะอะไรที่นางไม่รู้อีกบ้าง? ทักษะใดทักษะหนึ่งเหล่านี้ก็เพียงพอสำหรับบางคนที่จะเรียนรู้ไปตลอดชีวิต แต่หลี่เยว่หานกลับรู้ทุกอย่าง นี่มันกลั่นแกล้งกันเกินไปแล้ว!