ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 257 รับชมเรื่องสนุก ถูกลากเข้าไปยุ่งเกี่ยว
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 257 รับชมเรื่องสนุก ถูกลากเข้าไปยุ่งเกี่ยว
บทที่ 257 รับชมเรื่องสนุก ถูกลากเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เพียงมองหญิงสาวสามคนที่ลงจากรถม้าแวบแรกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นลูกสะใภ้ครอบครัวที่ร่ำรวย แม้สตรีที่เดินนำหน้าจะสวมชุดสีแดงเขียว แต่ความเย่อหยิ่งบนใบหน้าไม่ใช่ของปลอม
หญิงสาวสองคนที่เดินตามหลังแต่งตัวจัดจ้านกว่า อาจเป็นเพราะพวกนางยังอ่อนเยาว์ ด้านหลังคนทั้งสามติดตามมาด้วยสาวใช้มากมาย ซึ่งกำลังยืนล้อมรอบประตูลานบ้านของตระกูลจ้าว
นางเฉายืนหอบอยู่ในลานบ้านขณะจ้องมองกลุ่มคนด้านนอก นางกัดฟันกรอดพร้อมกล่าวคำ “ควรปล่อยวางในบางเรื่อง เพื่อที่จะได้พบเจอกันอีกในภายภาคหน้า ข้าขอเตือนว่าอย่าทำให้เรื่องใหญ่โตไปมากกว่านี้!”
“อาจหาญกล่าวคำเช่นนั้นได้อย่างไร?” หญิงสาวอ่อนเยาว์ที่เดินตามหลังแสดงความไม่พอใจทันที “เบิกตาสุนัขของเจ้าแล้วมองดูให้ดีเสีย ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้านี้คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้จัดการร้านขายผ้าเหยียน พวกเราพี่น้องทั้งสามแทบไม่ได้ออกจากบ้านไปที่ใด แล้วเหตุใดจะต้องพบกับเจ้าอีกในภายภาคหน้า?”
“ถูกต้อง เมื่อวานเป็นเจ้าเองไม่ใช่หรือที่ต้องการมอบบุตรสาวมาที่บ้านของเราในฐานะอนุภรรยาคนที่สาม?” อนุภรรยาอีกคนพูดขึ้นว่า “ป้าใหญ่หนังเหนียว เราทุกคนต่างก็อยากรู้นัก ต่อหน้าธารกำนัล เจ้าป่าวประกาศว่าต้องการยกบุตรสาวให้แก่ตระกูลจางของเราในฐานะอนุภรรยา เช่นนั้นนางคงงดงามดั่งนางสวรรค์ อย่างไรเราต่างก็ต้องรับใช้บุรุษคนเดียวกัน จึงได้ขอให้นายหญิงพามาทักทายกับว่าที่น้องหญิงของเราเสียหน่อย”
นางเฉาเดือดดาลหนัก ไหนเลยจะรู้ว่าภรรยาและอนุภรรยาของผู้จัดการจางจะถ่อมาหาถึงที่บ้านโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเยี่ยงนี้? “เมื่อวานข้าได้อธิบายเรื่องราวให้กระจ่างชัดแล้ว! ข้าแค่ปากพล่อยไปขณะที่กระวนกระวายใจ แล้วจะถือถ้อยคำเหล่านั้นเป็นจริงเป็นจังได้อย่างไร!”
“น้องหญิงทั้งสองระวังคำพูดด้วย” ในที่สุดนายหญิงแห่งตระกูลจางก็เอ่ยปากกล่าวคำ เสียงของนางไพเราะและแฝงไปด้วยพลังอำนาจ “เมื่อวานนางเฉาตั้งใจเป็นแม่สื่อจัดงานแต่งงานให้กับคุณชายใหญ่ของเรา อย่างไรก็ตามประเพณีตั้งแต่บรรพบุรุษห้ามไม่ให้มีอนุภรรยาเพิ่มหรือภรรยานอก ในครานั้นนางเฉาอาจเกิดความอับอายและใช้ครอบครัวเราเป็นโล่กำบัง”
เมื่อได้ยินคำอธิบายนี้ นางเฉาพยักหน้ารับเห็นด้วยในทันที “ใช่! มันเป็นเช่นนั้น! ลูกสาวข้างดงามดั่งนางฟ้านางสวรรค์! แม้แต่คุณชายใหญ่ของพวกเจ้าก็ไม่อาจคู่ควรกับนางด้วยซ้ำ ผู้จัดการจางเองก็อายุอานามเกือบ 40 ปีแล้ว แก่เฒ่าถึงขนาดนั้น แล้วจะคู่ควรกับลูกสาวของข้าได้อย่างไร!”
ทันทีที่บทสนทนาเปลี่ยนไป นางเฉาก็เริ่มเกลี้ยกล่อมผู้จัดการจางซึ่งไม่ได้อยู่ที่นี่
“นี่ เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร พี่ใหญ่ของข้าน่ะหรือที่ไม่คู่ควรกับลูกสาวเจ้า?” เหยียนจื่อเซียงโพล่งคำออกมาอย่างไม่พอใจ “เหตุใดเล่าเจ้าถึงไม่ฉี่ใส่อ่าง แล้วให้ลูกสาวส่องดูเงาของตัวเอง ลูกสาวของเจ้านั้นคู่ควรกับพี่ใหญ่แล้วหรือ? เจ้าหลงผิดคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่า?”
เดิมทีมีเพียงสมาชิกในครอบครัวของผู้จัดการจางเท่านั้นที่มาเยือนประตูลานบ้าน พวกนางแค่ต้องการมาเตือนตระกูลจ้าวเกี่ยวกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด ไหนเลยจะคาดคิดว่าเหยียนจื่อเซียงมาที่หมู่บ้านจางหนิงในวันนี้ด้วย
นางเฉาซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในอำเภอหวาซีเมื่อวานนี้ไม่ได้ก้าวออกจากลานบ้านตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ทุกคนคุ้นเคยกับการเห็นเหยียนจื่อเซียงอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงแล้ว จึงไม่มีใครบอกนางเฉาเป็นการส่วนตัว
อย่างไรก็ตามเนื่องจากนางเฉาเห็นเหยียนจื่อเซียงที่ร้านขายผ้าเหยียนเมื่อวาน นางจึงสันนิษฐานว่าเหยียนจื่อเซียงยังคงอยู่ที่อำเภอหวาซี และยังไม่กลับมาที่หมู่บ้านจางหนิง
ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ นางเฉาได้ขุดหลุมฝังตัวเองอีกครั้ง
“คุณหนู” นายหญิงตระกูลจางเห็นเหยียนจื่อเซียงจากด้านหลัง จึงรีบนำอนุภรรยาทั้งสองเข้าไปทักทายในทันที
“ฮูหยินจาง ไฉนถึงได้ถ่อมาที่นี่ในวันนี้?” เหยียนจื่อเซียงถามคำโดยแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราว
“เราได้ยินมาว่ามีหญิงสาวมาขอแต่งงานกับคุณชายใหญ่เมื่อวานนี้ ว่ากันว่าเป็นลูกสาวตระกูลหนึ่งที่งดงามดั่งนางสวรรค์ จึงได้พาน้องหญิงทั้งสองมาทักทายเป็นการส่วนตัว หากเราเข้ากันได้ดี การพานางกลับไปคงเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้แก่ครอบครัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม” คุณหญิงจางฉลาดในการเลือกใช้คำ เมื่อเห็นเหยียนจื่อเซียงก้าวออกมา นางจึงตระหนักว่ามันไม่ใช่กงการอะไรของนางอีกแล้ว จึงได้อธิบายเจตนาของตัวเองให้กระจ่าง
ท้ายที่สุดนางเฉาเพิ่งโพล่งคำออกมาว่า คุณชายเหยียนไม่คู่ควรกับลูกสาวของนาง!
หลังจากรับฟังสิ่งที่ตระกูลจางกล่าว เหยียนจื่อเซียงไม่ได้ตั้งใจจะเปิดโปงเจตนาซ่อนเร้นของพวกนาง และเพียงพยักหน้ารับ “ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็เหมาะสมแล้วที่ท่านจะช่วยเหลือผู้จัดการจาง อย่างไรก็ตามข้าได้ยินคำกล่าวของนางเฉาเมื่อครู่ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็นอย่างที่พูดใช่หรือไม่?”
“คุณหนูเหยียน เข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้ว!” นางเฉากล้ารุกรานครอบครัวผู้จัดการจาง แต่นางไม่กล้าสร้างความขุ่นเคืองให้แก่เหยียนจื่อเซียง นางพลันกล่าวด้วยรอยยิ้มประจบประแจง “มันเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดกัน หาได้เป็นเช่นนั้นไม่!”
“เข้าใจผิด?” เหยียนจื่อเซียงมองตอบพลางครุ่นคิด ก่อนจะตะโกนไปทางด้านหลัง “พี่หญิงหาน นางเพิ่งบอกว่าพี่ใหญ่ของข้าไม่คู่ควรกับจ้าวซินเอ๋อร์ใช่หรือเปล่า?”
เดิมทีหลี่เยว่หานแค่อยากซ่อนตัวในฝูงชนและมองดูเรื่องสนุก ไหนเลยจะคาดคิดว่าเหยียนจื่อเซียงลากนางออกมาข้องเกี่ยวโดยตรง นางจึงทำได้เพียงยืนขึ้นพร้อมตอบกลับไปว่า “คำพูดดั้งเดิมที่ได้ยินคือ ‘แม้แต่คุณชายใหญ่ของพวกเจ้าก็ไม่อาจคู่ควรกับนางด้วยซ้ำ ผู้จัดการจางเองก็อายุอานามเกือบ 40 ปีแล้ว แก่เฒ่าถึงขนาดนั้น แล้วจะคู่ควรกับลูกสาวของข้าได้อย่างไร!” นางเลียนแบบน้ำเสียงและการแสดงออกของนางเฉาได้คล้ายคลึงราวเจ็ดถึงแปดส่วน
“ใช่! แบบนั้นเลย!” เหยียนจื่อเซียงจ้องมองนางเฉาด้วยความขุ่นเคือง “พี่ใหญ่ของข้าไม่คู่ควรกับจ้าวซินเอ๋อร์ของเจ้างั้นหรือ?”
สีหน้าของนางเฉาซีดเซียวลง นางตระหนักรู้ว่านี่ถึงวาระทันทีที่เหยียนจื่อเซียงปรากฏตัว นางอาจกล้าโต้เถียงกับครอบครัวผู้จัดการจาง ทว่าสำหรับตัวตนของเหยียนจื่อเซียงนั้น นางไม่อาจหาญ
“ข้าเป็นเพียงหญิงชราที่พูดเรื่องไร้สาระไม่ได้ความ คุณหนูโปรดอย่าเก็บไปใส่ใจเลยเจ้าค่ะ!” ขณะกล่าวคำ นางเฉายกมือขึ้นตบใบหน้าของตัวเอง
“ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถิด เหตุใดเล่าพี่ใหญ่ของข้าจึงไม่คู่ควรกับจ้างซินเอ๋อร์?” เหยียนจื่อเซียงไม่มีทางยอมผ่อนปรนด้วยการลงโทษเพียงเล็กน้อยของอีกฝ่าย และดูเหมือนว่านางตั้งใจแน่วแน่ที่จะถามหาคำอธิบายให้กระจ่างชัด
“หญิงชราแค่พูดไร้สาระ คุณหนูจิตใจกว้างขวาง มีอำนาจมากโข อย่าลดตัวมาเปรียบเทียบกับหญิงชราเยี่ยงข้าเลยเจ้าค่ะ!” นางเฉาแทบจะคุกเข่าต่อหน้าเหยียนจื่อเซียง
“แม่!” จ้าวซินเอ๋อร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านและไม่กล้าออกมาพบใคร ในที่สุดก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ในเวลานี้พี่ชายคนโต พี่ชายคนรอง และพ่อของนางไม่อยู่บ้าน นางเฉาจึงสั่งให้นางซ่อนตัวอยู่ในห้องและห้ามออกมาข้างนอกไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
แต่เมื่อเห็นแม่ถูกรังแก จ้าวซินเอ๋อร์ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางรีบวิ่งออกมาปกป้องนางเฉา โดยจ้องมองเหยียนจื่อเซียงอย่างดุเดือดพร้อมพูดว่า “นี่น่ะหรือลูกสาวผู้สูงศักดิ์ของร้านขายผ้าตระกูลเหยียน กล้าดีอย่างไรถึงได้บุกเข้ามาเพื่อรังแกผู้อื่นเช่นนี้?”
หลังได้รับฟังถ้อยคำดังกล่าว เหยียนจื่อเซียงมองจ้าวซินเอ๋อร์ด้วยสีหน้าตกตะลึง “ข้าไม่ได้เหยียบเข้าไปในลานบ้านของเจ้าด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดถึงได้กล่าวหาว่าข้าเป็นคนรังแก? นอกจากนี้ แม่ของเจ้ายังปากพล่อยกล่าวหาพี่ใหญ่ของข้าต่อหน้าธารกำนัล ข้าเพียงแค่ถามด้วยความอยากรู้ว่าเหตุใดเขาจึงไม่คู่ควร แบบนี้ถือเป็นการกลั่นแกล้งงั้นหรือ?”
“…” จ้าวซินเอ๋อร์พูดสิ่งใดไม่ออก ท้ายที่สุดคำพูดของเหยียนจื่อเซียงนั้นสมเหตุสมผล เป็นนางเองต่างหากที่กล่าวคำไม่สมเหตุสมผล! เมื่อเป็นเช่นนี้ จ้าวซินเอ๋อร์พลันกล่าวสีหน้าจริงจัง “แต่เจ้าก็ไม่ควรพูดจาสามหาวกับแม่ของข้า! นางเป็นผู้อาวุโสกว่า!”
“ฮึ่ม” เหยียนจื่อเซียงไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งใด ฝูงชนที่อยู่โดยรอบก็โพล่งคำขึ้นมาทันที “นางเฉาหาใช่ผู้อาวุโสไม่ คุณหนูเหยียนเพียงถามเพื่อความกระจ่างไม่กี่คำ แต่นางกลับโวยวายใหญ่โตไปเอง”
หลังจากได้ยินเสียงผู้คนจากด้านหลัง เหยียนจื่อเซียงพยักหน้าให้จ้าวซินเอ๋อร์สีหน้าจริงจัง “มันเป็นเช่นนั้น แม่ของเจ้าไม่นับว่าเป็นผู้อาวุโส วันนี้ข้าได้พบเจอเจ้าแล้ว จุ๊ ๆ ๆ กล้าดีอย่างไรถึงได้ป่าวประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าพี่ใหญ่ของข้าไม่คู่ควรกับเจ้า?”
“เจ้าเทียบเทียมไม่ได้แม้แต่ฝ่าเท้าของพี่สะใภ้ข้าด้วยซ้ำ!”