ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 274 จี้ซินเยว่
บทที่ 274 จี้ซินเยว่
น่าเสียดายที่หลี่เยว่หานต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่เบื้องหลัง แต่กลับมีคนที่ไม่ยอมปล่อยให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบเสียอย่างนั้น
ในช่วงบ่ายของวันที่หลี่เยว่หานย้ายเข้ามาในจวนหลังใหม่ มีคนผู้หนึ่งอ้างตัวว่าเป็นเถ้าแก่เฉาจะบุกรุกเข้ามาในจวน โดยบอกว่าไม่ว่าอย่างไร เขาต้องการพบกับตั๋วอีเอ่อร์ วาจาที่ออกจากปากของเขานั้นเต็มไปด้วยคำเกี้ยวพาอันสกปรก คนเฝ้าประตูโกรธเสียจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่ก็ไม่กล้าโยนคนผู้นี้ออกไป
ด้วยในท้ายที่สุด พวกเขาเพิ่งมาอยู่ที่เมืองนี้ รากฐานยังไม่มั่นคง ทั้งยังกลัวว่าจะไปล่วงเกินอีกฝ่ายเข้า
หลี่เยว่หานไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดหลังจากได้ยินสิ่งที่ลูกน้องมารายงาน หญิงสาวปล่อยให้หลิงซีอยู่คนเดียวที่สวนหลังบ้าน ส่วนตัวนางนั้นให้คนไปพาเถ้าแก่เฉามายังห้องรับแขก
“ตั๋วอีเอ่อร์ สาวน้อยคนสวย ไม่เจอกันนานเลยนะ” เถ้าแก่เฉาเห็นหลี่เยว่หานซึ่งนั่งอยู่ในเก้าอี้หลักกลางห้องนั่งเล่นจากไกล ๆ หญิงสาวสวมใส่ชุดสีน้ำเงิน พร้อมด้วยผ้าคลุมหน้า ท่าทางสวยหยาดเยิ้ม ทำเอาสามจิตเจ็ดวิญญาณของเขาแตกซ่าน พุ่งกระโจนเข้ามาด้วยรอยยิ้มลามก “คิดถึงเจ้าจะตายอยู่แล้ว มาให้ข้าจูบสักที!”
หลี่เยว่หานรีบเบี่ยงหลบอย่างรวดเร็ว เถ้าแก่เฉาซึ่งกระโจนเข้าใส่พื้นย่อมไม่ต้องพูดถึง เลือดกลบเสียเต็มปาก
“เถ้าแก่เฉา ข้ามิอาจอยู่กับท่านได้แล้วในตอนนี้ ในท้องของข้ามีเลือดเนื้อเชื่อไขของชนชั้นสูงผู้หนึ่งแล้ว” หลี่เยว่หานบีบเสียงเลียนแบบเสียงของตั๋วอีเอ่อร์ แล้วเอ่ยต่อ “เดิมทีข้าไม่ได้ตั้งใจว่าจะไม่พบแขก ทว่าการที่เถ้าแก่เฉามาเอะอะโวยวายอยู่ที่ประตูเรือนของเขานั้นน่าเกลียดเกินไปจริง ๆ”
เถ้าแก่เฉากระอักเลือด เดิมทีเขาโกรธเคืองจึงคิดจะต่อว่าหลี่เยว่หานสักสองประโยค หากไม่สามารถหาเศษหาเลยได้สักหน่อยจริง ๆ เขาก็สามารถเปิดเผยเรื่องคืนนั้นที่เสพสมกันออกมาเสียหน่อย แต่เมื่อหลี่เยว่หานบอกว่าในท้องของนางมีเลือดเนื้อเชื้อไขของชนชั้นสูงอยู่ จึงทำให้เถ้าแก้เฉาฉุนเฉียวขึ้นมาโดยพลัน
“เจ้ามันก็หญิงชั้นต่ำคนหนึ่ง เลือดเนื้อเชื้อไขของขุนนางแบบใดที่จะมาอยู่ในท้องของเจ้ากัน! แม้จะมี ขุนนางคนนั้นจะยอมปล่อยให้ผู้หญิงเลวทรามอย่างเจ้าให้กำเนิดลูกของเขางั้นหรือ!” เถ้าแก่เฉามองหลี่เยว่หานด้วยสีหน้าถากถาง “ผู้ชายที่เจ้าเคยร่วมหลับนอนด้วยนั้นนับไม่ถ้วนเสียด้วยซ้ำไปกระมัง?”
หลี่เยว่หานรู้สึกโมโหจริง ๆ กับตัวตนที่เวินเทียนเหล่ยเตรียมไว้ให้นาง แต่นางก็จำต้องกัดฟันแสดงบทบาทนี้ต่อไป
แม้ตัวตนของตั๋วอีเอ่อร์ในฐานะสาวสังคมจะทำสร้างปัญหาให้หลี่เยว่หานไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าหากตั๋วอีเอ่อร์ไม่ใช่สาวสังคม หลี่เยว่หานก็คงต้องประสบปัญหาอีกมากในการลงหลักปักฐานในเมืองหลวง ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อสาวสังคมนางหนึ่งซึ่งตั้งครรภ์ลูกของตระกูลขุนนางชั้นสูง ต้องการเข้ามาพำนักอยู่ในส่วนที่เจริญที่สุดใยแคว้นตงฮั่น ทุกอย่างย่อมราบรื่นและสมเหตุสมผล
“เถ้าแก่เฉา ข้าแนะนำให้ท่านพูดให้น้อยลง ทำผิดให้น้อยลงเสีย ถึงอย่างไรนั้น แม้ข้าจะไม่กล้าเอ่ยนามของขุนนางผู้นั้น แต่การที่ข้าสามารถมาตั้งรกรากในเมืองหลวงได้ก็ถือเป็นความโปรดปรานจากขุนนางผู้นั้นแล้ว หากเขารู้เข้าว่าท่านมารังแกข้าที่นี่ บางทีตระกูลเฉาอาจจะหายลับไปในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้” ดวงตากลมโตของหลี่เยว่หานซึ่งเขียนหางตาหนา ๆ ไว้ จ้องมองไปยังเถ้าแก่เฉาอย่างใจเย็น หญิงสาวใช้มือข้างหนึ่งวางไว้บนท้องของตนเพื่อสื่อว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่
เถ้าแก่เฉาเมื่อได้รับการเอ่ยเตือนจากหลี่เยว่หาน ก็ตอบสนองทันที เขารีบลุกขึ้นยืนพร้อมชี้มายังหลี่เยว่หาน “ตั๋วอีเอ่อร์ อย่าคิดว่าเจ้าได้ปีนขึ้นไปถึงขุนนางชั้นสูงแล้วจะเหลือประมาณเหนือใคร! หากเจ้าต้องการปักหลักและทำการค้าในเมืองหลวง เจ้ายังต้องถามพวกเราผู้มีพระคุณต่อเจ้ามาก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่!”
เอ่ยจบ เถ้าแก่เฉาก็หันหลังกลับและจากไป
เมื่อมองดูแผ่นหลังของเถ้าแก่เฉา หลี่เยว่หานก็รู้สึกเพียงความวุ่นวายใจเท่านั้น
ตั๋วอีเอ่อร์ผู้นี้… แท้จริงแล้วเคยหลับนอนกับบุรุษมากี่คนกันแน่…
หารู้ไม่ว่าในขณะที่หลี่เยว่หานกำลังกังวลถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องสถานะของตั๋วอีเอ่อร์อยู่ฝั่งนี้ อีกฝั่งหนึ่ง องครักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดได้แจกแจงรายละเอียกถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับหลี่เยว่หานแก่เมิ่งฉีฮ่วน
ในวันรุ่งขึ้น เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชายหญิงที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมแพร่สะพัดไปอย่างเงียบ ๆ ในหมู่พ่อค้าและผู้มีอำนาจทุกกลุ่มก้อน
ตั๋วอีเอ่อร์ที่เมื่อก่อนเป็นสาวสังคมนั้น ตั๋วอีเอ่อร์คนเดียวกับที่คบค้าสมาคมกับผู้ชายมากหน้าหลายตาจนนับไม่ถ้วน กำลังตั้งครรภ์ลูกของขุนพลม้าเหล็ก เสนาบดีกรมกลาโหม เมิ่งฉีฮ่วน!
เสียงฟ้าร้องดังก้องขึ้นในหัวใจของทุกคน หลายคนรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก อย่างไรก็ตาม บางคนก็พูดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนว่าในวันที่ตั๋วอีเอ่อร์มาถึงเมืองหลวง หลังจากก้าวเข้าสู่โรงเตี๊ยมเยวี่ยไหล เมิ่งฉีฮ่วนก็มาหานาง ทั้งยังอยู่ที่นั่นจนกระทั่งเกือบฟ้ามืดจึงมีคนเห็นเขากลับออกไป
เมื่อผู้ดูแลร้านรายงานเรื่องทั้งหมดนี้ให้หลี่เยว่หานฟัง นางพลันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
แต่นี้ก็เป็นสิ่งที่ดี ในเมื่อนางป่าวประกาศออกไปแล้วว่าคนกำลังตั้งท้องสายเลือดของชนชั้นสูง อย่างไรก็ไม่อาจปิดเงียบไม่ให้ผู้คนรู้ว่าแท้จริงแล้วขุนนางผู้นั้นคือใครไปได้ตลอด
ตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนเจริญรุ่งเรืองดุจดั่งพระอาทิตย์กลางท้องฟ้า การที่เขาเต็มใจออกมายอมรับว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเขาจึงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับหลี่เยว่หาน ด้วยหากคนเหล่านั้นยังคิดจะมารังควานนางอีกเหมือนเถ้าแก่เฉา พวกเขาจะต้องชั่งน้ำหนักดูว่าตนนั้นแข็งแกร่งพอที่จะทนต่อความโกรธเกรี้ยวของขุนพลทหารม้าได้หรือไม่
ทว่าจวนตระกูลเฉินนั้นกลับแตกต่างไปจากความหวาดกลัวของคนอื่น เพราะทั่วทั้งจวนถูกปกคลุมไปด้วยความกดดันราวกับพายุลูกใหญ่
จี้ซินเยว่นั่งอยู่ในสวนที่ได้รับการดูแลอย่างประณีต หากมองจากไกล ๆ ทั้งบุปฝาและสตรีล้วนงดงามสะดุดตา แต่เมื่อเข้าไปใกล้จะรู้สึกได้ว่าทั่วทั้งร่างกายของหญิงสาวกำลังระงับความโกรธเอาไว้ ราวกับว่าสามารถระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
ฮูหยินนางหนึ่งซึ่งแต่งกายงดงามเดินเข้ามาพร้อมกับลูกสุนัขในอ้อมแขน เมื่อเห็นจี้ซินเยว่ในสภาพนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แล้วค่อย ๆ เดินไปหาจี้ซินเยว่ พลางส่งลูกสุนัขในอ้อมแขนให้จี้ซินเยว่แทน แล้วเอ่ยว่า “ทำหน้าราวกับคนตายเช่นนี้ไปมีประโยชน์อะไรกัน ที่นี้เจ้าก็ได้รู้แล้วว่า ชายผู้นั้นเลือกที่จะคว้าเอาสตรีแพศยาที่ถูกขี่มาเป็นหมื่นครั้งมากกว่าจะเห็นเจ้าอยู่ในสายตาเสียอีก สตรีผู้เคยมีความสามารถเป็นอันดับหนึ่งเช่นเจ้ารู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดทรมานแล้วรึ?”
จี้ซินเยว่อุ้มลูกสุนัขไว้ในอ้อมแขนแล้วเหวี่ยงมันลงกับพื้นอย่างแรงจนลูกสุนัขเสียชีวิตทันทีโดยไม่ทันได้กรีดร้องออกมา
ท่าทีของจี้ซินเยว่พลันบ้าดีเดือดขึ้นมา หญิงสาวมองไปยังมารดาของตนซึ่งแต่งตัวประณีตงดงามตรงหน้าตาเขม็ง พลางเอ่ยอย่างเดือดดาลว่า “หากไม่ใช่เพราะท่านบังคับให้ข้าแต่งงานกับเฉินเฮ่อหยวนในตอนนั้น วันนี้ข้าจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้หรือไม่! ข้าจะกลายเป็นหญิงม่ายหรือ! ข้าจะต้องดูแลรักษาจวนนี้อย่างเดียวดายมาจนถึงทุกวันนี้หรือไม่! พูดเสียดิบดีว่าท่านเป็นท่านแม่ของข้า แต่กลับนำข้ามาขายเช่นนี้!”
เห็นจี้ซินเยว่โกรธ จี้ฟูเหรินจึงแสดงท่าทางไม่พอใจออกมาบ้าง “เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็ผ่านมานานปีแล้ว และนี่ไม่ใช่ความคิดของข้า หากจะเกลียดชังนักให้เอาไปลงที่พ่อของเจ้า เอามาลงที่ลูกสุนัขของข้าเพื่ออะไร ในตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้ชมชอบเจ้า ซ้ำยังมีการติดต่ออย่างลับ ๆ กับโสเภณีนางหนึ่ง โทสะของเจ้านี้ เหตุใดไม่ไประเบิดลงที่เขาเสียเล่า!”
“ฮึ่ม!” จี้ซินเยว่หันกลับมาและนั่งบนเก้าอี้ต่อ ความเดือดดาลบนใบหน้าหายไปครึ่งหนึ่ง “ให้คนไปตรวจสอบให้ข้าทีว่าโสเภณีนามตั๋วอีเอ่อร์นั้นอาศัยอยู่ที่ไหน คอยจับตาดูประตูเรือนของนางไว้ นางออกจากเรือนเมื่อไหร่ให้รีบมารายงานข้าทันที!”
“ขอรับฮูหยิน!”
จวนใหญ่ ๆ ล้วนมีองครักษ์ลับอยู่ไม่มากก็น้อย และจวนตระกูลเฉินเองก็ไม่ต่างกัน แม้จะมีเจ้านายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในจวนตระกูลเฉิน ทว่าจี้ซินเยว่ก็ไม่ได้ออกจากจวนตระกูลเฉินหรือเปลี่ยนป้ายจวนตระกูลเฉินด้วยเห็นแก่บรรดาศักดิ์ฮูหยินหลวง
การกระทำของนางเป็นแบบอย่างในกลุ่มสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงมาโดยตลอด ทุกคนต่างสงสารที่นางต้องมาเป็นม่ายตั้งแต่อายุยังน้อย ในขณะเดียวกันก็ชื่นชมนางที่ไม่ละทิ้งครอบครัวของสามี ด้วยตระกูลเฉินนั้นมีญาติที่ไม่ใช่สายตรงอยู่บ้าง แต่จี้ซินเยว่เองไม่ได้ตัดการติดต่อกับพวกเขา ยังให้การช่วยเหลืออีกด้วย
คนเดียวที่รู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงของจี้ซินเยว่ เกรงว่าจะมีเพียงจี้ฟูเหรินที่จี้ซินเยว่รับมาอยู่ข้างกาย
น่าเสียดายที่ตระกูลจี้ก็ตกต่ำลงเช่นกัน ไม่เช่นนั้นจี้ฟูเหรินคงไม่โกรธลูกสาวของนางมากมายถึงเพียงนี้