ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 283 ภรรยาของเจ้าโกรธแล้ว
บทที่ 283 ภรรยาของเจ้าโกรธแล้ว
“จะต้องเข้าวังจริงหรือ” หลี่เยว่หานถอนหายใจ ก่อนจะมองผ่านหน้าต่างรถม้าออกไปข้างนอก
“เมื่อวานนี้เจ้าคิดว่าข้าหลอกเจ้าหรือ” เมิ่งฉีฮ่วนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้
“เปล่าหรอก ข้าไม่เคยออกมาเจอโลกมาก่อน จึงไม่ค่อยอยากเชื่อสักเท่าไหร่” หลี่เยว่หานส่ายหัว
“วันนี้เป็นเทศกาลซีซี ฝ่าบาทจึงยกเลิกว่าพระราชกิจในช่วงเช้า” เมิ่งฉีฮ่วนอธิบาย “เพราะฉะนั้นข้าจึงจะพาเจ้าไปตำหนักฉงเจิ้งเพื่อแสดงความจริงใจต่อหน้าพระพักตร์ หลังจากนั้นข้าจะต้องไปหารือเรื่องการเมืองกับฝ่าบาท เจ้าจะต้องไปพบฮองเฮากับไทเฮาที่ตำหนัก ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้พบเหล่าคุณหนูมากมาย ณ ลานเสินเหมิน พวกคนที่อยู่ภายใต้ฝ่าบาทจะต้องสวมใส่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หลังจากถึงยามอู่ ฮองเฮาจะพากลุ่มพระสนมไปงานเลี้ยงที่ห้องโถง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ “ข้ายังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ ต้องรอจนถึงยามอู่จึงจะได้ทานอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าเตรียมเอาไว้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว” หลังจากพูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็เปิดลิ้นชักบนรถม้าออกแล้วส่งซาลาเปาให้หลี่เยว่หาน “ที่ตำหนักนั้นข้าเข้าไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นหากเจ้าไปถึงที่นั่นแล้วก็พูดให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่หากคนอื่นทำให้เจ้าลำบาก ก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพ”
“เช่นนั้นคงน่าหงุดหงิดมากแน่” จิตใจของหลี่เยว่หานตอบโต้อย่างรวดเร็วขณะทานซาลาเปา “ข้าไม่มีบ่าวรับใช้ด้วยหรอกหรือ?”
“มีสิ เตรียมไว้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว นั่งอยู่ข้างนอกรถม้า” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าว ก่อนจะชี้ไปยังข้างนอกรถม้า “นางชื่อคังโหรว เมื่อเช้านี้ข้าเห็นนางต้อนรับเจ้าได้ดีมาก จึงให้นางตามติดไปด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็พยักหน้า “ได้สิ ในเมื่อเจ้าเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้ข้าแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะยอมรับเอาไว้”
“ที่ตำหนักไม่เหมือนกับแต่ก่อน มีวิธีการเล่ห์เหลี่ยมมากมาย เจ้าควรจะระวังตัวเอาไว้เสียบ้าง” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าว ก่อนจะสัมผัสใบหน้าของหลี่เยว่หาน “หากไม่ใช่ว่าวันนี้ต้องเข้าวัง ข้าก็คงไม่ปล่อยให้เจ้าต้องเดินทางด้วยรถม้าแต่เพียงผู้เดียวแน่”
“ข้าไม่ใช่ดอกไม้ที่เจ้าจะต้องเก็บเอาไว้ในเรือนกระจกนะ ข้าเองก็ได้รับหนังสือเสนอชื่อเช่นกัน เช่นนั้นข้าก็ยังพอมีความคิดอยู่บ้าง” หลี่เยว่หานเอ่ยบอกเมิ่งฉีฮ่วนขณะกำลังทานซาลาเปานึ่งไปด้วย
ในไม่ช้ารถม้าก็เข้ามาในพระราชวัง
เดิมทีหลี่เยว่หานคิดว่ารถม้าจะหยุดนิ่งเมื่อเข้ามาในพระราชวังแล้ว ไม่ได้คาดคิดว่าจะจอดอยู่ตรงหน้าประตูราชวังเพียงครู่เดียว แล้ววิ่งผ่านกำแพงเข้าไปในพระราชวังอย่างเปิดเผยตามถนนในพระราชวังขนาดใหญ่
“ข้าก็คิดว่ารถม้าวิ่งในพระราชวังไม่ได้เสียอีก” หลี่เยว่หานพึมพำ
“ตามปกติแล้วรถม้าของคนอื่นวิ่งเข้าพระราชวังไม่ได้” เมิ่งฉีฮ่วนกุมมือของหลี่เยว่หานเอาไว้ในมือของตน ก่อนจะลูบไล้อย่างแผ่วเบา
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานก็ยื่นหน้าออกไปมองข้างนอกรถม้า เหลือเชื่อ รถม้าหลากหลายคันจอดอยู่นอกประตูราชวัง หญิงสาวชนชั้นสูงจำนวนมากกำลังเดินไปตามท้องถนนพระราชวังพร้อมกับบ่าวรับใช้ของพวกเขา
“เจ้ามีอภิสิทธิ์ใดกัน?” หลี่เยว่หานหันมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยความสงสัย
“ไม่มีอภิสิทธิ์ใด” เมิ่งฉีฮ่วนตอบกลับเพียงสี่คำ
หลี่เยว่หานกลับรู้สึกว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้เอ่ยความจริง แต่ก็ไม่ได้อยากลงรายละเอียดนัก
ในเมื่อเขาไม่อยากพูด เช่นนั้นไปถึงนางก็ได้ทราบเอง
รถม้าวิ่งเร็วมาก ก่อนจะมาถึงพระราชวังฉงเจิ้งในไม่ช้า
หลี่เยว่หานตามเมิ่งฉีฮ่วนออกมาจากรถม้า แล้วเดินเข้าสู่ห้องโถงแสนงดงาม ขณะที่กำลังจะทำความเคารพ ก็โดนเมิ่งฉีฮ่วนขัดเอาไว้เสียก่อน
“อะไรกัน?” หลี่เยว่หานรู้สึกสับสนนิดหน่อย พบฝ่าบาทแล้วไม่ต้องคุกเข่าหรอกหรือ?
“เจ้ามองดูก่อนว่าผู้ใดนั่งอยู่” เมิ่งฉีฮ่วนกระซิบบอก
หลี่เยว่หานจึงเงยหน้าขึ้นแล้วมองไป
ถึงแม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้พบฝ่าบาท แต่หลี่เยว่หานก็ไม่ได้แปลกใจมากเท่าไหร่นัก เธอกลับแปลกใจตรงที่มู่ชวน หลิงซี แม้กระทั่งต้าไป๋ยืนอยู่พร้อมหน้ากัน จึงอดเบิกตากว้างเสียไม่ได้ “ทำไมทุกคนถึงมาอยู่ที่นี่…”
ขณะที่หลี่เยว่หานยื่นใบรับรองชื่อไป ก็ได้พาสองพี่น้องรวมถึงต้าไป๋เข้ามาอยู่ในมิติของลัญจกรหยก หลังจากลัญจกรหยกกับพลี่เยว่หานเข้าใกล้กันมากขึ้น นางก็ได้เปิดน้ำพุแห่งจิตวิญญาณซึ่งเป็นสถานที่ปลอดภัยขึ้นมา
หลังจากเห็นสองพี่น้องและต้าไป๋ยืนอยู่ข้างฝ่าบาทแล้ว หลี่เยว่หานก็ตระหนักได้ในทันที ก่อนจะพบว่าสองพี่น้องยังอยู่ในมิติลัญจกรหยก จึงอดไม่ได้ที่จะสับสนมากขึ้น
“ตัวปลอม” เมิ่งฉีฮ่วนอธิบายพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าลองดูให้ดีเสียก่อน”
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานก็มองดูอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น ถึงแม้จะเดินไปข้างหน้าเพียงไม่กี่ก้าว แต่ก็สามารถมองออก ถึงแม้ว่ามู่ชวนกับหลิงซีตรงหน้าจะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับมู่ชวนกับหลิงซีที่นางรู้จัก แต่ทั้งสองก็ยังมีความแตกต่างอยู่บ้าง อย่างเช่น ดวงตาของหลิงซีควรจะโตมากกว่านี้เสียหน่อย ส่วนจมูกของมู่ชวนก็ควรจะตรงเป็นสันมากกว่านี้เล็กน้อย ใบหน้าของหลิงซีดูกลมขึ้นนิดหน่อย ส่วนมู่ชวนก็ดูสูงขึ้นอยู่บ้าง
เพียงแต่ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนี้แทบจะแยกกันไม่ออก “นี่มันเรื่องอะไรกัน!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะได้รับความตื่นตาตื่นใจมากพอสมควรแล้ว จึงหัวเราะขึ้นก่อนจะบอกกล่าว “เหวินจั๋วได้พบเด็กสองคนนี้แล้วตอนพวกเขามาที่ปักกิ่ง เพียงแต่ไม่คิดว่าเจ้าจะหาลูกหมาป่าให้มู่ชวนเลี้ยงได้แล้ว จึงรู้สึกเสียความตั้งใจนิดหน่อย”
ฮ่องเต้พูดจบ ก็ขมวดคิ้วมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“หรือว่า…” หลี่เยว่หานตกตะลึง “ฝ่าบาททรงทราบแต่แรกแล้วว่าข้าจะพาพวกมู่ชวนกับหลิงซีมาที่เมืองหลวง?”
“อืม” ฮ่องเต้เฒ่าพยักหน้า “ข้ารู้ทุกอย่าง แต่ไม่ทันคาดคิดว่าภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนเจ้าจะได้หอฟ่านเทียนไปครอง ไม่คิดด้วยว่าเจ้าจะใช้มู่ชวนกับหลิงซีมาเป็นเครื่องมือค้ำประกัน”
“ข้าไม่เคยคิดจะส่งมอบมู่ชวนกับหลิงซีให้กับท่าน!” หลี่เยว่หานเอ่ยออกไปโดยไม่รู้ตัว “ข้าก็แค่…ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่พักหนึ่ง”
“ข้ารู้! ตอนนี้ทั้งสองพี่น้องอยู่ในมิติของลัญจกรหยก ปลอดภัยมาก นั่นคงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดเจ้าจึงยอมมอบสองพี่น้องให้” ฮ่องเต้เฒ่าเอ่ยอย่างเริงร่า
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เยว่หานจึงไม่รู้ว่าจะเอ่ยสิ่งใด
ก่อนจะหันกลับไปมองเมิ่งฉีฮ่วน เมิ่งฉีฮ่วนดูไม่ค่อยตกใจเสียเท่าไหร่ หลี่เยว่หานจึงได้ทราบว่าครั้งนี้ตนเองคงโดนเล่นเสียแล้ว
“ตั้งแต่ข้ามาถึงแคว้น ฝ่าบาทก็ทรงรอใบค้ำประกันของข้าใช่หรือไม่” หลี่เยว่หานกล่าว “เพียงแต่ข้าไม่ทันคาดคิดว่าอีกหนึ่งเดือนให้หลัง ท่านจะส่งสาสน์ลับมาให้ เรื่องนี้เมิ่งฉีฮ่วนก็มีส่วนรู้เห็นเหมือนกันใช่หรือไม่”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ฮ่องเต้เฒ่าจึงหันมองเมิ่งฉีฮ่วน พลางเอ่ยว่า “ภรรยาของเจ้าโกรธเสียแล้ว”
เมิ่งฉีฮ่วนได้แต่กางมือออกอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าบอกท่านแต่แรกแล้วว่าแบบนี้ใช้ไม่ได้ผลหรอก นางก็คงจะโกรธ ท่านนั่นแหละที่ไม่ยอมเชื่อ ตอนนี้เยว่หานโกรธมากแล้ว ท่านลองคิดหาทางแก้เองเสียแล้วกันว่าจะทำอย่างไร”
“เอ๊ะ ภรรยาของเจ้าโกรธแล้วเหตุใดข้าจึงต้องหาทางแก้ด้วย ควรจะเป็นเจ้าที่พูดเกลี้ยกล่อมมิใช่หรือ!”
“ท่านเป็นคนทำ เหตุใดข้าจะต้องเป็นฝ่ายเกลี้ยกล่อมเล่า”
“เจ้าเองมิใช่หรือที่บอกกับข้าว่าแม่นางเยว่หานหลักแหลมเพียงใด”
“ข้ายังเคยบอกท่านด้วยว่านางอารมณ์เสียง่าย!”
“มีด้วยหรือ?”
“…”
หลี่เยว่หานสับสนไปหมดแล้ว ท่าทางของเมิ่งฉีฮ่วนที่มีต่อฮ่องเต้เฒ่าผู้นี้ ดูไม่เหมือนที่ของขุนนางที่คอยถวายการรับใช้ฮ่องเต้เลยสักนิด!
ทันใดนั้นความคิดอันแสนเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้นภายในใจ
หรือว่า…จริง ๆ แล้วเมิ่งฉีฮ่วน…คือจงเจิ้งเสียน?