ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 286 หลี่เยว่หานเป็นคนไร้มารยาท
บทที่ 286 หลี่เยว่หานเป็นคนไร้มารยาท
เมื่อทราบว่าหลี่เยว่หานนึกสงสัยบางสิ่ง คังโหรวก็รีบกล่าวอธิบายทันที “งานเลี้ยงตอนเย็นในพระราชวังมักจะเริ่มเร็วกว่าปกติเจ้าค่ะ โดยปกติแล้วเมื่อมีงานเลี้ยง นางในและนางสนมจะต้องไปที่นั่นก่อน เมื่องานเลี้ยงใกล้จะเริ่ม เหล่าบุรุษจึงจะเข้ามาภายหลัง ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายบรรยากาศงานเลี้ยง สุดท้ายแล้วงานเลี้ยงนี้ถูกจัดขึ้นในวังของนางใน”
หลังได้ยินอย่างนั้นแล้ว หลี่เยว่หานเปิดปากหาวก่อนจะบ่นพึมพำ “อ่า ข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าวันนี้จะมีสัตว์ประหลาดแบบไหนปรากฏตัวในงานเลี้ยงบ้าง”
“ฟูเหริน อย่าได้กล่าวล้อเล่นเช่นนี้ กำแพงมีหูประตูมีช่องเจ้าค่ะ” คัวโหรวรีบหยุดยั้งหลี่เยว่หานทันที
สุดท้ายแล้วหลี่เยว่หานเป็นผู้ที่เดินทางข้ามเวลามา ไม่ใช่ว่านางจะไม่เคยอ่านนิยายหรือดูละครโทรทัศน์ในยุคโบราณ สุดท้ายแล้วนางก็ทราบว่าคังโหรวตักเตือนเพื่อประโยชน์ของนางเอง หลังจากคังโหรวช่วยหวีผมให้เรียบร้อยหลังจากตื่นนอน นางสวมชุดประจำยศอีกครั้งก่อนจะจัดการตัวเองให้เรียบร้อย
หลังจากเดินมาถึงห้องโถงด้านหน้าของพระราชวังเฟิงฉี ดูเหมือนว่าฮองเฮากำลังทานเมล็ดแตงโมอยู่ ทันทีที่เห็นว่าหลี่เยว่หานออกมาแล้ว นางรีบโบกไม้โบกมืออย่างยินดี “หลับสบายหรือไม่?”
“ขอบคุณเหนียงเหนียงที่ทรงห่วงใยเพคะ หม่อมฉันหลับสบายดีมากเพคะ” หลี่เยว่หานโน้มตัวไปด้านหน้าเพื่อแสดงความเคารพ
“ดูเจ้าจะเป็นคนถ่อมตัวไม่น้อยแล้ว” ฮองเฮาถอนหายใจ “ข้าเล่าเรื่องของมารดาเจ้าไปตั้งมากมาย เช่นนี้เจ้าจะปฏิบัติต่อข้าเฉกเช่นอาวุโสของเจ้าไม่ได้เชียวหรือ?”
หลี่เยว่หานไม่ทราบถึงความหมายของคำพูดนั้น และเมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวออก นางรีบโค้งคำนับด้วยความเคารพ “สิ่งที่ฮองเฮามอบให้นั้นเป็นพรอันประเสริฐยิ่งแล้ว แต่ตัวหม่อมฉันเป็นเพียงข้าราชบริพารและมิกล้าที่จะถือตัวเทียบเทียมกับราชวงศ์เพคะ”
“อย่างนั้นหรือ” ฮองเฮาโบกมือก่อนจะส่งเสียงขุ่นเคืองใจเล็กน้อย “เจ้ามีนิสัยเช่นมารดาเจ้าไม่มีผิด เอาล่ะ ข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้ว!”
“ขอบพระทัยฮองเฮาที่เข้าใจเพคะ” หลี่เยว่หานลอบอึดอัดใจไม่น้อย
นางไม่มั่นใจว่ามียาประหลาดแบบใดอยู่ในความคิดของฮองเฮาผู้นี้! เพราะสุดท้ายแล้วถ้าหากนางปีนเกลียวทำตัวสนิทสนมจริง ๆ สิ่งที่รอนางอยู่คือมีดประหาร!
เพราะเหตุนี้นางจึงต้องระมัดระวังให้มาก และไม่ทำอะไรให้ผิดพลาดโดยเด็ดขาด
หลังจากฮองเฮามาถึงวิหารจิ่งอู่ เหล่านางในและนางสนมในราชวงศ์หลายคนก็นั่งรออยู่แล้ว ทั้งหมดกำลังรวมกลุ่มกันพูดคุยบางอย่าง
เวลานี้หลี่เยว่หานมีสัมผัสการได้ยินที่เฉียบแหลมมาก และสามารถได้ยินสิ่งที่พวกนางกำลังกล่าวชัดเจน แม้จะอยู่ในระยะไกลก็ตาม หากตั้งใจฟังให้ดีจะพบว่าคนส่วนใหญ่กำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับนางอยู่ โดยกล่าวถึงในนามฮั่นหรง
“หึ ฮั่นหรงฟูเหรินงั้นเหรอ? ข้าเคยพบนางแล้วหนึ่งครา ก็เพียงสตรีในชนบท นิสัยหยาบคาย ไร้ซึ่งมารยาท” เสียงของจี้ซินเยว่ดังขึ้น “ตัวข้าดำรงตำแหน่งอาวุโสสูงสุดในหมู่สตรีที่แต่งงานมานานกว่าห้าถึงหกปี แต่นางเพิ่งเข้าสู่เมืองหลวงและไม่เข้าใจมารยาทของที่นี่ ข้าจึงอยากบอกกล่าวกับนางด้วยความปรารถนาดี แต่ใครจะทราบว่าหลังจากกล่าวตักเตือนไปแล้ว ฮั่นหรงฟูเหรินผู้นั้นถึงกลับกล้าตอบโต้ข้าว่านางมีตำแหน่ง แต่ตัวข้าไม่มี และนางต้องการให้ข้าปฏิบัติต่อนางด้วยความเคารพ!”
ได้ยินอย่างนั้น ทุกคนรอบข้างถึงกับตกตะลึงไป อีกด้านไม่มีใครคาดคิดว่าจี้ซินเยว่จะได้ตอบโต้กับหลี่เยว่หาน อีกด้านก็ลอบนึกในใจว่าเหตุใดหลี่เยว่หานจึงมีความกล้าเช่นนั้นได้
ท้ายที่สุด พวกนางทั้งหมดล้วนแต่เป็นสตรีในราชสำนัก ทุกคนทราบดีว่าคราวนั้นเกิดอะไรขึ้นกับจี้ซินเยว่และเมิ่งฉีฮ่วน หรือว่าฮั่นหรงฟูเหรินไม่เกรงกลัวสามีจะขุ่นเคืองเลยหรือ?
แต่ก็ยังมีบางคนที่คิดเห็นแตกต่างออกไป “เฉินฟูเหริน สิ่งที่ฮั่นหรงฟูเหรินกล่าวคล้ายจะถูกต้องแล้ว แม้ว่าเจ้าจะได้รับตำแหน่งมายาวนาน แต่นางก็ได้รับพระบัญชาจากฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งให้เป็น แม้เจ้าจะมีตำแหน่งจริง ๆ แต่ก็ไม่อาจเทียบเท่านางได้”
“เจ้าจะไปรู้อะไร!” จี้ซินเยว่ถูกต่อว่าเช่นนั้นก็เกิดอับอายขึ้นมา “เป็นเพราะข้าห่วงใยนางต่างหาก ข้าจึงสั่งสอนมารยาทให้ ไม่เช่นนั้นข้าจะไปยุ่งเกี่ยวกับสาวชนบทหยาบคายผู้นั้นเพื่ออะไร!”
“…”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน หลี่เยว่หานเดินติดตามฮองเฮาเข้ามาด้านในแล้ว
บรรดานางในและนางสนมทั้งหมดถวายความเคารพต่อฮองเฮา ฮองเฮาไม่ได้กล่าวทักทายใด นางเพียงจัดที่นั่งให้หลี่เยว่หานนั่งลงใกล้กับตนก่อนจะเดินไปที่เก้าอี้ของตนเองภายหลัง
“เมื่อครู่พวกเจ้าทุกคนกำลังพูดคุยสิ่งใด? เหตุใดข้าจึงได้ยินนามของฮั่นหรงด้วย?” หลังจากฮองเฮานั่งลงแล้ว นางยกยิ้มจางให้กับจี้ซินเยว่ “ได้ยินว่าเฉินฟูเหรินได้พบกับฮั่นหรงฟูเหรินเมื่อวานนี้ด้วยหรือ มันเกิดสิ่งใดขึ้น? มีเรื่องไม่พอใจกันหรอกหรือ?”
จี้ซินเยว่ถูกฮองเฮาเรียกขานอย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นพร้อมกับถวายความเคารพอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบกลับว่า “ไม่มีสิ่งใดร้ายแรงเจ้าค่ะ เพียงแต่ว่าฮั่นหรงฟูเหรินเพิ่งเข้าสู่เมืองหลวงเป็นครั้งแรก และนางไม่เข้าใจถึงมารยาทต่าง ๆ เท่านั้น ตัวข้านี้ไม่คิดเก็บมาใส่ใจเจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ” ฮองเฮายิ้มจางก่อนจะพูดว่า “วันนี้ฮั่นหรงฟูเหรินพูดคุยกับข้าแล้ว แต่ข้าก็สัมผัสได้ว่าแม้นางยังเยาว์ แต่นางก็มีการศึกษา ฉลาด และมีมารยาทที่ดี ข้าจึงเกรงว่าเฉินฟูเหรินจะเข้าใจผิดแล้ว”
จี้ซินเยว่ไม่คิดเลยว่าฮองเฮาจะกล่าวเข้าข้างหลี่เยว่หานแบบนี้ นางยิ่งอับอายและพูดไม่ออกอยู่นาน
“เฉินฟูเหริน! เหตุใดเจ้ายังยืนอยู่? นั่งลงได้แล้ว” ฮองเฮาครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะให้จี้ซินเยว่นั่งลง เวลานี้จี้ซินเยว่ทำได้เพียงสบฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเผยสีหน้าใดบนโต๊ะอาหารได้
“ฮองเฮาเพคะ” มีรอยยิ้มปลอม ๆ ปรากฏบนใบหน้าของหลี่เยว่หาน เวลานี้นางยืนขึ้นก่อนจะโค้งคำนับให้ฮองเฮาแล้วพูดต่อว่า “เฉินฟูเหรินมีเรื่องไม่พอใจหม่อมฉันจริงเพค่ะ เหตุผลคือหม่อมฉันไม่ทราบว่าทำไมเฉินฟูเหรินจึงคิดมาหาหม่อมฉันถึงหน้าประตู หม่อมฉันพร้อมสามีและสหายของสามีจึงออกไปพบนางด้านนอกประตู แต่เฉินฟูเหรินกลับตำหนิหม่อมฉันว่ากลางวันแสก ๆ กลับอยู่กับชายสองคนภายในจวน…”
หลังพูดจบ หลี่เยว่หานหยุดสักครู่ก่อนจะเล่าต่อ “เมื่อวานนี้สามีของหม่อมฉันได้พูดคุยกับสหายอยู่ในบ้าน และเมื่อได้ยินว่าเฉินฟูเหรินมาเยี่ยมพวกเรา ทั้งหมดจึงออกไปเพื่อทักทาย แต่กลับถูกเฉินฟูเหรินตำหนิเอาเสียได้ นี่มันไม่ยุติธรรมต่อหม่อมฉันจริง ๆ ชื่อเสียงของสตรีสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นเฉินฟูเหรินยังตำหนิหม่อมฉันต่อหน้าคนอื่น สหายของสามีไม่อาจอดทนฟังได้ เขาจึงเข้ามาช่วยเหลือและกล่าวตำหนิเฉินฟูเหรินด้วย เพราะเหตุนี้นางจึงโกรธเคืองหม่อมฉันเพคะ”
หลังพูดจบแล้ว หลี่เยว่หานหันกลับมาพร้อมคุกเข่าให้กับจี้ซินเยว่ “ฮั่นหรงต้องขออภัยเฉินฟูเหรินเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ด้วย เฉินฟูเหรินโปรดอย่าได้ถือโทษกันเป็นการส่วนตัวเลยนะเจ้าคะ”
เดิมทีหลายคนคิดว่าจะได้รับชมเรื่องตลกของหลี่เยว่หาน แต่ไม่คิดเลยว่าหลี่เยว่หานไม่เพียงแต่จะสุภาพยิ่งนัก แต่ยังสามารถกล่าวคำได้อย่างไร้ที่ติ ก่อนที่หลี่เยว่หานจะมาถึง จี้ซินเยว่กล่าวใส่ร้ายนางไว้มากมาย แต่คราวนี้กลับถูกถ้อยคำเหล่านั้นตบหน้าอย่างรุนแรง นางจึงลุกขึ้นพร้อมฉีกยิ้มเสแสร้งเป็นใจกว้างแล้วพูดว่า “ฮั่นหรงฟูเหรินกำลังกล่าวถึงสิ่งใดหรือ? ข้าน่ะหรือจะทนเจ้าไม่ได้ สุดท้ายแล้วเจ้าทั้งเคารพและถ่อมตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าข้าที่ไม่มีตำแหน่งใดด้วยซ้ำ”
หลังจากพูดถ้อยคำเหล่านี้ออกไปแล้ว นางลอบมองใบหน้าของฮองเฮาด้วยเล็กน้อย
เมื่อกล่าวถึงประโยคที่บอกว่าหลี่เยว่หานให้ความเคารพกับนางและถ่อมตัว นางจงใจเน้นหนักเพื่อให้ฮองเฮาได้ทราบ
“ผู้ใดเคารพและถ่อมตัวต่อใคร?” ฮองเฮาเอ่ยปากเสียงเย็นชา “เฉินฟูเหริน ถึงเจ้าสองคนจะเป็นภรรยาเอกของขุนนางผู้ใหญ่และถือยศศักดิ์เดียวกัน แต่ความจริงที่นางได้รับพระบัญชาของฮ่องเต้เป็นการส่วนตัวไม่อาจปฏิเสธได้ ดังนั้นอย่าได้ทำตัวผิดแปลก ข้าไม่ต้องการเห็นเรื่องเช่นนี้อีก”