ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 295 เจ้าจุดไฟ ข้าเติมฟืน
บทที่ 295 เจ้าจุดไฟ ข้าเติมฟืน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็จ้องมองเขา “เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ เจ้าจึงพยายามพูดดี ๆ กับคนรักในวัยเด็ก เพื่อที่จะไม่ทำให้นางลำบากใจงั้นหรือ”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่รู้จะแสดงสีหน้าอย่างไรดี “ข้ากลัวว่าจะทำให้เจ้าโกรธต่างหาก เจ้ากำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรจะมีเรื่องให้ขุ่นเคืองใจ”
“ฮึ่ม” หลี่เยว่หานยังไม่ยอมแพ้ แม้จะไม่ได้จริงจังเกี่ยวกับเรื่องของจี้ซินเยว่อีกต่อไป “หากข้าทะเลาะกับคนรักเก่าของเจ้า เจ้าจะเลือกอยู่ข้างใคร”
“ไม่ว่าเจ้าจะขัดแย้งกับใคร ข้าก็จะอยู่ข้างเจ้าเสมอ” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางยื่นมือมาเกลี่ยผมที่ติดหน้าหลี่เยว่หานออกแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “แล้วก็เข้าข้างเจ้าตัวน้อยของเราด้วย”
เยว่หานไม่คิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะมาไม้นี้ เมื่อถูกหยอดอย่างกะทันหันจึงเขินอายขึ้นมา
แต่ก็เป็นเช่นนั้นได้ไม่นาน เมื่อมองซ้ายมองขวาแล้วไม่มีใครรอบ ๆ หลี่เยว่หานก็ดึงตัวเมิ่งฉีฮ่วนที่กำลังยิ้มเข้ามาจูบอย่างเร่าร้อน
ชายหนุ่มตกใจในช่วงแรก แต่ก็ตอบรับภรรยาอย่างรวดเร็ว จูบหลี่เยว่หานตอบอย่างอ่อนโยนและระมัดระวังไม่เบียดท้องนางมากเกินไป
เมื่อความอดทนมาถึงจุดขีดสุด เมิ่งฉีฮ่วนก็พยายามจะผละจากนาง แล้วเปลี่ยนเป็นจับมือตรึงหญิงสาวเอาไว้แน่น เขายกแขนขึ้นหอบหายใจแล้วมองดูภรรยาที่หน้าแดงก่ำ ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้พร้อมทรุดตัวลงนั่งข้างนาง “มันจะไม่ดีต่อเจ้าหากเกินเลยไปมากกว่านี้”
หลี่เยว่หานยิ้มระหว่างที่มองหน้าด้านข้างของเขา “เจ้าอึดอัดงั้นหรือ เสียดายหรือว่าทนไม่ไหวกัน”
เมิ่งฉีฮ่วนเหลือบมองหญิงสาวข้างกายและไม่ยอมเอ่ยตอบคำถาม ในใจคิดว่านี่ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
หลี่เยว่หานไม่สนใจว่าเขาจะไปต่อหรือไม่ และเริ่มทึกทักขึ้นมาเอง “ไม่เป็นไรสักนิด ข้าเข้าใจดีว่าผู้ชายมักมีความต้องการ และข้าก็เป็นสตรีที่ใจดีมีเมตตา จิตใจกว้างขวาง หากเป็นเรื่องสัมพันธ์ทางกายแล้วข้าก็ไม่อยากจะทรมานเจ้า หากต้องการรับอนุเพิ่มหรือมีสาวใช้อุ่นเตียงสักสองสามคนก็จะไม่ห้าม ไม่ต้องกังวลไป เชิญทำได้ตามใจอยาก”
เมิ่งฉีฮ่วนเข้าใจว่าตนเองได้ยินผิดไป…
สตรีร่างเล็กที่อยู่ข้างเขาเวลานี้เป็นคนใจกว้างเพียงนั้นเชียวหรือ เขาเอาหัวเป็นประกันได้ด้วยซ้ำว่าหากวันหนึ่งเขาเกิดแต่งอนุเข้าบ้านขึ้นมาจริง ๆ หลี่เยว่หานคงหยิบมีดมาสังหารเขาอย่างแน่นอน
โชคดีที่เขาฉลาดพอจะไม่รับคำพูดเหล่านั้นของนาง ไม่อย่างนั้นมีหวังได้ถูกโยนลงหลุมไปจริง ๆ สาวน้อยมากแผนการผู้นี้เพียงต้องการจะลองใจเขาเท่านั้น
เมื่อคิดเช่นนั้น เมื่อฉีฮ่วนจึงอ้าแขนออกมาโอบกอดหลี่เยว่หานแน่นพลางเอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้าง่วงแล้ว นอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงจัดการเรื่องต่าง ๆ”
“ไม่ เมิ่งฉีฮ่วน เจ้าอายุเท่าไรกัน จะต้องพยายามอดทนถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” หลี่เยว่หานอุทานด้วยน้ำเสียงเกินจริง เวลานี้นางใกล้ความตายอยู่เสมอและกำลังตั้งครรภ์ เมิ่งฉีฮ่วนก็คำนึงถึงสุขภาพนางก่อนจึงไม่อาจแตะต้องภรรยาได้
หลี่เยว่หานอดกลั้นความรู้สึกเช่นนี้ไว้ในใจตั้งแต่ทราบเรื่องจี้ซินเยว่ และเขายังใช้เวลานานกว่าจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟังจนจบ ตอนนี้นางต้องการเรียกร้องความสนใจจากเขา
ต่อให้ต้องทรมานไปทั้งคืน เขาก็ต้องบอกตัวเองว่าไม่สามารถแตะต้องนางได้ ชายหนุ่มเฝ้าบอกตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจ
“เจ้ากำลังล้อเล่นกับความอดทนของข้าอยู่อย่างนั้นหรือ” เมิ่งฉีฮ่วนปรายตามองหญิงสาวที่กำลังรนหาที่ด้วยความอ่อนโยนแฝงความหมายบางอย่างแล้วเอ่ยอย่างเรียบง่าย “สุขภาพของเจ้าไม่พร้อม ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถบุ่มบ่ามทำอะไรรุนแรงได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็กลับมาได้สติอีกครั้ง จิตใจของนางเริ่มสะเทือนราวกับกระเบื้องที่สั่นไหวใกล้จะตกลงมาแตกอยู่รอมล่อ รีบเอาผ้าห่มขึ้นมากอดแล้วเอนตัวลงบนเตียงให้ห่างจากเมิ่งฉีฮ่วนมากที่สุด “ข้าจะนอนแล้ว ราตรีสวัสดิ์”
เมิ่งฉีฮ่วนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “รีบนอนแล้วหรือ เจ้าไม่อยากรู้แล้วหรือว่าข้ามีความอดทนมากเพียงใด มาคุยกันก่อนดีหรือไม่ ข้ายังไม่ง่วงเลย”
“ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับเจ้า ข้าง่วงมากแล้ว” หลี่เยว่หานเต็มไปด้วยความแปรปรวนบนสีหน้า เพื่อไม่ให้เมิ่งฉีฮ่วนเห็น นางถึงเอาผ้าห่มมาปิดเอาไว้
เมื่อเห็นเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ขยับเข้ามาแย่งผ้าห่มไปจากมือของนาง แต่นางกลับจับเอาไว้แน่นจนเขาแย่งมาไม่ได้ ทำได้เพียงยกยิ้มอีกครั้ง “ไม่ต้องซ่อนหรอก อีกอย่าง ข้าเพิ่งพาเจ้ากลับมาจากวัง จะนอนทั้งที่ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างไร”
ได้ยินคำถามนั้นหลี่แยว่หานก็โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม มองเห็นเพียงดวงตาคู่สวย นางมองสามีอย่างระมัดระวังโดยไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
“ข้าทำให้เจ้ากลัวจริงหรือ” เมิ่งฉีฮ่วนถามต่ออย่างช่วยไม่ได้ “ในเมื่อเจ้าเป็นคนจุดไฟ แล้วเหตุใดข้าจะร่วมเติมฟืนไม่ได้เล่า”
ท่าทีของหลี่เยว่หานยังระแวดระวัง
เมิ่งฉีฮ่วนจึงต้องลุกขึ้นจากที่นอน สวมรองเท้าแล้วเดินออกไปพลางเอ่ยกับนาง “หากเจ้าไม่ไว้ใจ ข้าก็จะไม่นอนที่นี่ ไปนอนในห้องหนังสือแทน เพื่อให้เจ้าได้พักผ่อนอย่างสบายใจ”
ท่าทีจริงจังของเมิ่งฉีฮ่วนทำให้หลี่เยว่หานรีบเปิดผ้าห่มออกมา
ในขณะที่เมิ่งฉีฮ่วนกำลังดีใจเพราะคิดว่าภรรยาจะยอมใจอ่อนแล้ว นางกลับเอ่ยออกมาอย่างไม่ใยดี “ออกไปแล้วบอกสาวใช้ให้เข้ามาช่วยข้าอาบน้ำที ข้าอยากอาบน้ำก่อนนอนเสียหน่อย”
เมิ่งฉีฮ่วนแทบหน้าคะมำ เขาหันกลับมาอย่างขุ่นเคืองปนขบขัน หลี่เยว่หานผมยุ่งเหยิงสวมเสื้อผ้าทางการสำหรับเข้าวังนั่งอยู่บนเตียงกอดผ้าห่มไว้ในอ้อมแขน ดวงตาคู่งามกำลังจ้องมาที่เขา ชายหนุ่มพยักหน้ารับด้วยความเสียดาย
เมื่อเห็นเขาพยักหน้า นางก็ยิ้มหวานทันทีพร้อมกับพรูลมหายใจออก ทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง แล้วพูดอย่างผ่อนคลาย “นอนคนเดียวบนเตียงใหญ่ ๆ เช่นนี้สบายมาก จะกลิ้งไปมาก็แสนสะดวก”
เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกว่านางคงจะยั่วโมโหเขาสำเร็จหากไม่รีบออกไปตอนนี้ ชายหนุ่มจึงเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาพาคนเข้ามาพร้อมน้ำสำหรับอาบ หลี่เยว่หานก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว “เจ้าไปนอนเร็วเข้า พรุ่งนี้ต้องไปเข้าเฝ้าที่หน้าท้องพระโรง ข้าจะไม่ขัดขวางเวลาพักผ่อนของเจ้า ไปเถอะ”
นางพูดเสียงเบาแล้วผลักเขาออกไปจากห้อง
หลังจากร่างพ้นประตูไป หลี่เยว่หานก็ปล่อยมือจากอีกฝ่ายแล้วปิดประตูโดยไม่ให้โอกาสเขาเอ่ยสิ่งใดออกมา ซ้ำยังลงกลอนอย่างรวดเร็ว
เมิ่งฉีฮ่วนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าหดหู่
“คุณชาย” มีคนเรียกเขาจากด้านหลัง เมิ่งฉีฮ่วนหันกลับไปพบว่าเป็นชายชุดดำที่รออยู่ เขาเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังแล้วเดินนำไปที่ห้องหนังสือ
ในห้องหนังสือ
“ข้าน้อยพบว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้องค์ชายรองได้ฝึกฝนกำลังพลสองแสนนาย และเงินกว่าครึ่งที่ใช้บำรุงกำลังพลเหล่านี้ยังเป็นเงินท้องพระคลังอีกด้วย” กัวอี้ในชุดสีดำทั้งตัวยืนอยู่ตรงข้ามเมิ่งฉีฮ่วน สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งในหมู่บ้านไป๋อวิ๋น บัดนี้มีเพียงความสงบนิ่งเท่านั้น
“ท้องพระคลังงั้นหรือ” เมิ่งฉีฮ่วนขมวดคิ้ว “เขาทำเรื่องเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
ลูกน้องของข้าน้อยสืบเรื่องจนได้ความว่าองค์ชายรองเริ่มระดมพลทหารของตนเองหลังจากที่ท่านออกมาจากเกาะถงเชิง”